เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 สุ่มเขียนให้ตายสักตัวละคร

บทที่ 50 สุ่มเขียนให้ตายสักตัวละคร

บทที่ 50 สุ่มเขียนให้ตายสักตัวละคร


บทที่ 50 สุ่มเขียนให้ตายสักตัวละคร

ถึงตอนนี้ฉินสือเยว่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนในห้องมากขึ้น มีคนคุยด้วยเยอะแยะ แต่เธอก็ยังชอบอยู่กับหลีเวินซูที่สุด

แต่เธอไม่ได้พูดออกไป เพราะถ้าพูดทำนองว่า ไม่อยากให้เธอไปเลย มันจะดูเหมือนขัดขวางอนาคตคนอื่น เพราะใครๆ ก็รู้ความแตกต่างระหว่างห้องธรรมดากับห้องคิง

หลีเวินซูส่ายหน้า "ฉันไม่กลับไปหรอก"

ฉินสือเยว่ตะลึงไปชั่วครู่ พอนึกได้ว่าครูประจำชั้นห้องคิงเป็นใคร ก็เข้าใจทันที เป็นเธอก็ไม่กล้ากลับไป

มีเรื่องกับครูประจำชั้นขนาดนั้น กลับไปคงไม่มีอะไรดี

เวลาเรียน คาบนี้เป็นวิชาคณิตศาสตร์

"แถวหลังเงยหน้าขึ้นมาหน่อย อย่าคิดว่าครูไม่รู้ว่าพวกเธอทำอะไรอยู่ ครูยืนบนโพเดียมเห็นหมดนะ เก็บหนังสืออ่านเล่นไปซะ"

"เดี๋ยวครูจะสุ่มเรียกออกมาทำโจทย์บนกระดานข้อนี้"

หัวที่ก้มอยู่เงยขึ้นมาทันที แล้วก็ก้มลงหลบสายตาครู

สมองที่ง่วงงุนตื่นตัวขึ้นทันตาเห็น มือยันโต๊ะทำท่าเหมือนไม่ได้หลับ

ครูคณิตโยนชอล์ก ท้าวแขนกับโพเดียม ครู่หนึ่งก็ชี้สุ่ม

"โจวหุยอี้ ออกมาแก้โจทย์ข้อนี้ซิ"

โจวหุยอี้ร้องโอดโอย ลุกขึ้นอย่างอ้อยอิ่ง แล้วกระซิบว่าทำไม่เป็น

"ทำไมทำไม่เป็น ครูเพิ่งอธิบายวิธีคิดไปเมื่อกี้ งั้นเธอทวนคำพูดครูเมื่อกี้ซิ"

"......"

ครูคณิตแค่นหัวเราะ "ส่งของใต้โต๊ะมา จะมือถือหรืออะไรที่เธอแอบดูตั้งแต่เริ่มคาบ"

โจวหุยอี้ส่งมือถือให้เพื่อนข้างๆ แล้วหยิบนิตยสารเล่มหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะครูอย่างเงียบๆ

"อ่าน 'รถไฟสายมรณะ' อยู่เหรอ?"

โจวหุยอี้ตาเป็นประกาย "ครูก็อ่านเหรอครับ เรื่องนี้สนุกมากเลย วันนี้ผมอดใจไม่ไหว ครั้งหน้าจะไม่ทำแล้วครับ..."

พูดจบก็จะแอบเอามือไปหยิบนิตยสารคืน

โดนครูกดมือไว้

"ยืนอยู่ตรงนี้ มาดูโจทย์บนกระดาน ในเมื่อเธอบอกว่าชอบนิยายเรื่องนี้ โจทย์ข้อนี้คุ้นๆ ไหม"

โจวหุยอี้หรี่ตามองแล้วมองอีก ส่ายหัว

"รถไฟสายมรณะ" มีตัวละครประกอบเป็นอัจฉริยะคณิตศาสตร์ เลยมีเนื้อหาเกี่ยวกับคณิตศาสตร์แทรกอยู่

โจวหุยอี้รู้ว่าในนิยายมีคณิตศาสตร์ แต่โจทย์ข้อนี้ไม่คุ้นเลย ไม่เกี่ยวกับนิยายแน่ๆ

ถ้าเกี่ยวเขาต้องจำได้สิ เขาอ่านซ้ำตั้งหลายรอบแล้ว

ครูคณิตแค่นหัวเราะอีกครั้ง แล้วเปิดหน้าจอฉายข้อความบางส่วนจากนิยายขึ้นมา

"ลองเอามาเทียบกันดู ครูแค่เปลี่ยนตัวเลขจากโจทย์ในนิยาย บางคนก็ไปไม่เป็นแล้ว แบบนี้เรียกว่าชอบอ่านนิยายเหรอ? ความรู้ที่แทรกอยู่ในนิยายเธอยังไม่เข้าใจ จะอ่านเนื้อเรื่องรู้เรื่องได้ยังไง"

"โจทย์ข้อนี้ เป็นโจทย์พื้นฐาน คนที่เรียนเป็น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ได้ความรู้ นิยายเรื่องนี้เขียนดี ครูไม่ห้ามให้อ่าน แต่อย่างน้อยอย่าอ่านในเวลาเรียน ต้องแยกแยะเวลาให้ถูก"

"ตอนนี้หน้าที่สำคัญที่สุดของพวกเธอคือตั้งใจเรียน เรียนได้เท่าไหร่เอาเท่านั้น ใครๆ ก็บอกว่านิยายตามท้องตลาดไม่มีสาระ แต่เธอลองดูสิ เดี๋ยวนี้เขียนนิยายถ้าไม่มีความรู้ ก็เขียนไม่สนุก คนอ่านถ้าไม่มีความรู้ ก็อ่านไม่รู้เรื่อง อ่านจบรู้แค่ว่า พระเอกเทพ เทพยังไงพวกเธอก็บรรยายไม่ถูก"

คนทั้งห้องหัวเราะครืน

กลับมาที่มิติระบบ มนุษย์โปร่งใสตัวเล็กๆ พุ่งเข้ามาหา

หลีเวินซูนึกว่าเป็นแมลง เลยหลบตามสัญชาตญาณ

"โฮสต์! ในที่สุดคุณก็... ทำไมคุณหลบฉัน!"

มนุษย์โปร่งใสกระทืบเท้ากลางอากาศ เท้าสะเอวอย่างโกรธเคือง

"ระบบ? ทำไมเปลี่ยนไปแบบนี้?"

ลูกบอลแสงอันเดิมหายไปไหน

ระบบบิดตัวไปมาอย่างเขินอาย "ฉันซื้อสกินจากร้านค้ามาน่ะ เป็นไง สวยไหม โปร่งใสด้วย แถมยังตามโฮสต์ออกไปโลกความจริงได้ด้วยนะ ต่อไปจะได้ไปโรงเรียนกับโฮสต์"

"ไม่ต้องอยู่คนเดียวในมิติระบบแล้ว น่าเบื่อจะตาย~"

หลีเวินซูพูดว่า "ก็ดีนะ หมดไปเท่าไหร่"

ระบบกระพริบตาที่เป็นเส้นสีขาว "หมดเกลี้ยงเลย"

"......"

หลีเวินซูจิ้มตัวระบบ ดูถุงเงินใบเล็กของมัน ตัวเลขแสดงเป็นศูนย์ ทั้งที่เมื่อวานยังเป็นหลักหมื่นแท้ๆ

แค่เปลือกใสๆ อันเดียวเนี่ยนะ?

หลีเวินซูรู้สึกว่าของในร้านค้าระบบราคาสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที มิน่าระบบถึงหน้าเลือด ที่แท้มันก็ใช้เงินเก่งเหมือนกัน

เธอตบหัวระบบ สัมผัสดีใช้ได้ "อย่าไปโดนใครหลอกขายของมาล่ะ"

ระบบพูดอย่างไร้เดียงสา "ไม่หรอกมั้ง จะหลอกฉันทำไม ไม่หลอกโฮสต์เหรอ"

มิติระบบและร้านค้าระบบต้องใช้พลังงานในการขับเคลื่อน

ระบบหาพลังงานจากโฮสต์ มันซื้อของที่อยากได้ พลังงานที่จ่ายไปก็ไม่ได้ให้คนอื่น แต่เอาไปหมุนเวียนในระบบ

กลับมาที่กระท่อมมือใหม่ หลีเวินซูเริ่มขยับไม้ขยับมือ เตรียมจะสุ่มเขียนให้ตัวละครประกอบที่โชคดีตายสักตัว

เมื่อคืนเธอเขียนเสร็จ พลิกดูโครงเรื่อง แล้วลงรายละเอียด พบว่าสามารถดำเนินเรื่องไปถึงจุดต่อไปได้แล้ว

พอนึกถึงว่าคนอ่านจะต้องร้องไห้หนักมาก หลีเวินซูก็อยากหัวเราะ

ความสุขเดียวในชาติที่แล้วก็คือสิ่งนี้แหละ

[เจียงหู นอนจมกองเลือด เขามองเฉิงหนานที่มีสีหน้าไร้อารมณ์ ปากพร่ำพูดประโยคที่จับใจความไม่ได้: ฉันรู้ว่าไม่ใช่เธอ ขอโทษนะ ฉันอยากชดใช้...

เขารู้ว่าบนรถไฟขบวนนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นของจริง และเขาก็รู้ว่านั่นเป็นแค่สัตว์ประหลาดที่สวมหนังภรรยาของเขา แต่เขาก็ยังยอมเป็นมีดในมือของภาพลวงตานั้น แทงใส่เพื่อนพ้อง

นี่เป็นการตัดสินใจที่ไม่สมเหตุสมผลและโง่เง่าที่สุด ไม่ว่าจะเวลาไหน

ถ้าให้เจียงหูคนเดิมเลือก เขาจะเลือกเพื่อนอย่างไม่ลังเล แล้วหัวเราะเยาะคนที่เลือกภาพลวงตาอย่างหนัก แถมด่าด้วยคำเจ็บแสบอีกชุดใหญ่

แต่เมื่อทางเลือกนี้มาอยู่ตรงหน้าเขาจริงๆ เขากลับกลายเป็นคนตาบอดและเป็นใบ้ แยกแยะผิดถูกไม่ได้ พูดไม่ออก

ภรรยาที่ตั้งครรภ์เสียชีวิตในคืนฝนตกคืนนั้น เขาเกลียดไม่ลง ถ้าคนชนเป็นคนเมาแล้วขับ ต่อให้ศาลตัดสินแล้ว เขาก็จะฆ่ามันให้ตายตกไปตามกันเพื่อชดใช้ชีวิตภรรยา แต่หมอนั่นไม่ได้เมาแล้วขับ แค่หลับใน

เขาเป็นเสาหลักของครอบครัว ที่บ้านมีลูกป่วย มีภรรยาที่ทรุดโทรม เขาแค่อยากหาเงินให้มากขึ้น อยากรักษาลูก อยากใช้หนี้ อยากกอบกู้บ้านที่เคยสมบูรณ์ แต่เขาชนคน

เขาทำลายสองครอบครัว ครอบครัวใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น กับครอบครัวที่ใกล้จะพังทลาย เขาโลภมากไปหรือเปล่า เหมือนจะไม่ใช่]

จบบทที่ บทที่ 50 สุ่มเขียนให้ตายสักตัวละคร

คัดลอกลิงก์แล้ว