- หน้าแรก
- นักอ่านของฉันมาจากสามพันโลก
- บทที่ 3 เขียนแนวอินฟินิตโฟลว์เถอะ
บทที่ 3 เขียนแนวอินฟินิตโฟลว์เถอะ
บทที่ 3 เขียนแนวอินฟินิตโฟลว์เถอะ
บทที่ 3 เขียนแนวอินฟินิตโฟลว์เถอะ
เฉินฉินพอได้ยิน ดวงตาก็ลุกวาวทันที เต็มไปด้วยความโลภและความไม่ยินยอม
พี่ใหญ่ก็นะ ซื้อแจกันแพงขนาดนั้น แถมยังให้คนนอกอีก
เธอหยิบฉวยของอย่างหน้าด้านๆ จนชินแล้ว รีบพูดขึ้นทันทีว่า “จะเอาอันนี้แหละ อย่างอื่นพวกเราไม่เอา ซือหว่านเธอไปเอาแจกันนั่นมาให้ฉัน แจกันใบเดียวต้องซื้อแพงขนาดนั้น พี่ใหญ่ก็ช่างกล้าจ่าย”
ซือหว่านส่ายหน้า พูดว่า “ไม่ได้ อันนี้ไม่ได้...”
น่าเสียดายที่ปากเธอไวสู้เฉินฉินไม่ได้เลย
พอเห็นเธอส่ายหน้าปฏิเสธ แม้แต่เย่ซิงยังเชื่อคำพูดของหลีเวินซูไปแล้วหลายส่วน
เพราะปกติพวกเธอหยิบอะไรไป ซือหว่านไม่เคยปฏิเสธเลย
เฉินฉินรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน “บ้านนี้มีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าไม่ได้? ฉันเป็นน้องสาวพี่ใหญ่ เทียบกับคนนอกอย่างเธอไม่ได้หรือไง ต่อให้ฉันไปบอกพี่ใหญ่ เขาก็ต้องเต็มใจยกของชิ้นนี้ให้ฉันอยู่แล้ว”
เย่ซิงขวางซือหว่านที่กำลังจะขึ้นไปห้าม
“ป้าสะใภ้ ป้าให้ลุงซื้อใหม่ให้คราวหลังก็ได้นี่นา จะรีบร้อนทำไม หรือว่าป้าไม่เห็นพวกเราเป็นญาติ แค่ของราคาไม่กี่หมื่นก็ไม่อยากจะให้”
ซือหว่านนิสัยเฉื่อยชา ปกติไม่ค่อยได้สุงสิงกับใคร พอรีบเข้า ก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว
เธอส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปที่หลีเวินซู
หลีเวินซูดึงเธอมา ปลอบว่า “ไม่เป็นไรค่ะ”
—
สองแม่ลูกเฉินฉินกอดของกลับไปอย่างพอใจ
ต่อให้พวกเธอไม่รู้ว่ามันคือแจกันอะไร แต่แจกันใบนี้มีฝาครอบป้องกันไว้ ดูรูปลักษณ์ภายนอกก็รู้ว่าไม่ธรรมดา มองปราดเดียวก็ถูกใจเลย
ซือหว่านรอจนพวกเธอไปนานแล้ว ถึงได้สติกลับมา เรียบเรียงคำพูดได้ เธอตีหลีเวินซูเบาๆ อย่างตำหนิ
“ทีนี้จะทำยังไง ดูซิพ่อกลับมาจะอธิบายยังไง”
นั่นมันหลายแสนเชียวนะ ถ้าไม่ใช่เพราะการร่วมมือครั้งสำคัญ หลีฮุยไม่มีทางควักเงินซื้อแจกันใบหนึ่งเด็ดขาด
หลีเวินซูยิ้มแล้วเข้าไปคลอเคลีย สูดดมกลิ่นที่คุ้นเคยบนตัวแม่ ขอบตาเธอแดงระเรื่อขึ้นมาเงียบๆ
“แม่คะ หนูอยากกินซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน”
“กินๆๆ รู้จักแต่กิน... เฮ้อ ตอนเย็นอยากกินอะไรอีก? แม่จะไปทำให้”
“อยากกินทุกอย่างเลยค่ะ”
แม่คงไม่รู้หรอก หนูคิดถึงมันมาหลายปีแล้ว หลังจากแม่เสียไป กินอะไรก็ไม่มีรสชาติอีกเลย
—
หลีเวินซูยกเก้าอี้มานั่งในครัว ช่วยแม่เด็ดผัก
แม่บ่นพึมพำอยู่ข้างๆ เรื่องพ่อ
หลีเวินซูฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา
ชาติที่แล้ว แม่ถูกหลีฮุยกับรักแรกที่เป็นเมียน้อยที่เขาพาเข้าบ้าน บีบจนกระโดดตึกฆ่าตัวตาย
ตอนที่ซือหว่านแต่งงานกับหลีฮุย เขายังไม่รวย เธออยู่เคียงข้างเขาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด แม้กระทั่งตอนที่เขาเริ่มสร้างธุรกิจ ไม่มีรายได้อะไรเลย
ก็เป็นเธอที่ไปทำงานรับจ้างสารพัด แบกรับค่าใช้จ่ายในบ้าน
แม่คงไม่รู้ สามีที่แม่เทิดทูนบูชา นอกใจ มีลูกนอกสมรสอยู่ข้างนอก แถมยังวางแผนจะเอาชีวิตแม่
หลังจากซือหว่านตาย หลีเวินซูสติแตกอาละวาดที่บ้าน ถูกเมียน้อยหาเรื่องขังไว้ในบ้าน ไม่ให้ไปโรงเรียน
หลังจากนั้นก็บอกว่าเธอป่วยทางจิต ให้เธอพักการเรียน จับส่งโรงพยาบาลบ้า ขังไว้ถึงสองปีเต็ม
หลีเวินซูจำวันครบรอบวันตายของแม่ได้เสมอ นั่นเป็นเขตหวงห้ามที่เธอไม่กล้าแตะต้องมาตลอดแปดปีเพราะความรู้สึกผิด มันจะมาถึงในอีกสามเดือนข้างหน้า
การตายของแม่ เธอก็มีส่วนผิดด้วย
—
ทานมื้อเย็นเสร็จ หลีเวินซูกลับเข้าห้อง
ลูบคลำทุกมุมในห้องตัวเอง รำลึกความหลัง แล้วเธอก็นึกขึ้นได้
ตอนนี้ บ้านเธอยังไม่มีคอมพิวเตอร์นี่นา
แม้ตระกูลหลีตอนนี้จะรวย แต่เงินของหลีฮุยไม่เคยตกถึงเธอกับแม่เลย
คนบ้านตระกูลหลีความคิดยิ่งกว่าคนโบราณเสียอีก ยึดมั่นอย่างแน่วแน่ว่าเมียกับลูกสาวเป็นคนนอก
หลีฮุยทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี แม้จะทันยุคสมัย กลายเป็นหมูที่บินได้ในกระแสลม แต่เงินที่ใช้กับสองแม่ลูกขี้เหนียวราวกับแหล่งน้ำในทะเลทราย
แต่เงินที่ใช้กับเมียน้อยและลูกนอกสมรสนั้น ค่อนข้างจะอธิบายคำว่าใช้เงินเหมือนเทน้ำได้ดี หมูป่าติดสัดก็เป็นแบบนี้แหละ
ดังนั้นแม้หลีเวินซูจะดูเหมือนลูกเศรษฐี แต่จริงๆ แล้วใช้ชีวิตค่อนข้างขัดสน
เมื่อก่อนหลีฮุยไม่ให้เงิน เธอยังเคยขนของในห้องทำงานเขาออกไปขาย พอถูกจับได้ก็บอกว่าญาติเขาหยิบไป เพราะคนพวกนั้นเองก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองจิ๊กอะไรไปบ้าง
หลีเวินซูคิดว่า เอาล่ะ เธอขอถอนคำพูดที่ว่าจะไม่ไปหมู่บ้านมือใหม่จนกว่าจะอัปเกรด ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ยังไงก็ต้องไปปั่นนิยายที่นั่น
ถึงตอนนี้จะเป็นยุคสื่อสิ่งพิมพ์ แต่เธอก็ไม่อยากเขียนใส่กระดาษส่งต้นฉบับอยู่ดี
ปั่นนิยายในคอมมานาน ความเร็วในการพิมพ์ของเธอพุ่งทะยาน แต่เขียนหนังสือเนี่ย... ไม่ไหวจริงๆ
มองดูการบ้านปิดเทอมฤดูร้อนที่ยังทำไม่เสร็จบนโต๊ะ นึกถึงคำพูดของเฉินฉินข้างล่างเมื่อกี้
หลีเวินซูจำได้ลางๆ ว่า ผลการเรียนตอนมัธยมต้นของเธอโดดเด่นมาก สอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดังห้องคิงได้ด้วยคะแนนยอดเยี่ยม แต่พอขึ้นม.ปลาย เพราะติดนิยายสารพัด และช่วงวัยต่อต้าน
ทำให้ผลการเรียนตกลงไปบ้าง
ปลายเทอมม.4 ก็ป่วยหนัก ผลการเรียนยิ่งเละเทะ ม.5 ก็เลยถูกไล่ออกจากห้องคิง ไปอยู่ห้องธรรมดา
แถมยังเป็นห้องที่บรรยากาศแย่ที่สุดในโรงเรียน
แต่เธอก็เรียนได้ไม่นาน ก็ถูกบังคับให้พักการเรียน
—
พอคิดว่าตัวเองจะได้กลับไปเรียนอีกครั้ง ได้สัมผัสชีวิตในโรงเรียนที่ยังไปไม่สุดอีกหน หลีเวินซูก็ยังรู้สึกคาดหวังอยู่มาก
“ระบบ ฉันจะเข้าพื้นที่ระบบ”
หลีเวินซูนอนลงบนเตียง หลับตานึกในใจ
“โฮสต์แค่หลับตาแล้วนึกถึงพื้นที่ระบบ ลืมตาก็เข้ามาได้แล้วล่ะ!”
พอได้ยินหลีเวินซูบอกว่าจะเข้ามา ระบบก็ตื่นเต้นทิ้งดอกไม้ที่ใช้ฆ่าเวลา รีบไปต้อนรับหลีเวินซู
อาจเป็นเพราะเพิ่งเกิด หลีเวินซูเป็นคนแรกที่มันลืมตามาเจอ และเป็นโฮสต์ที่ปักใจเลือกตั้งแต่แรกเห็น
ระบบจึงติดหลีเวินซูมาก
เพียงแต่กลัวว่าเธอยังโกรธเรื่องที่มันเผลอทับเธอตาย เลยไม่กล้าเข้าใกล้มาก กลัวจะทำให้เธอรำคาญ
—
พอหลีเวินซูมาถึงพื้นที่ระบบ ก็พุ่งตรงไปที่กระท่อมมือใหม่
นั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ เปิดคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ดูเก่ากึก ไม่นึกเลยว่าจะไม่กระตุกสักนิด
หลีเวินซูค้นหาเว็บไซต์นิยาย เธอเห็นเว็บไซต์ที่เธอเคยสังกัดในชาติที่แล้ว
แต่ชาตินี้เธอไม่คิดจะอยู่ที่นั่น
เว็บนั้นทำเธอแสบมาหลายครั้ง ทั้งเรื่องลอกเลียนแบบ ข่าวลือ ใส่ร้าย กดดัน นับไม่ถ้วน แม้ภายหลังเธอจะยกเลิกสัญญากับเว็บได้สำเร็จ แต่ก็ถูกฝ่ายนั้นงับเนื้อหลุดไปก้อนโตเหมือนกัน
เพียงแต่ฝ่ายนั้นต่อมาก็ถูกเธอตบหน้าหงายไปเหมือนกันนั่นแหละ
เว็บใหญ่อื่นๆ ที่พอจะเอ่ยชื่อได้ ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป วีรกรรมในอนาคตก็มีให้เห็นเพียบ
ถ้าไม่ใช่เพราะภารกิจบังคับให้สมัครบัญชีนักเขียน และเธอรีบต้องการพลังงานกับอายุขัย
เธออยากจะทำเองคนเดียวจริงๆ
แต่ต่อให้เป็นในอนาคต นักเขียนที่ไม่มีเว็บไซต์คอยหนุนหลัง ก็ยากที่จะแจ้งเกิดได้ในเวลาอันสั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลายเลย
หลีเวินซูไปเจอเว็บเล็กๆ เว็บหนึ่งในซอกหลืบ ชื่อว่าเว็บเชอร์รี่ เป็นเว็บเล็กๆ ที่ชาติที่แล้วไม่เคยได้ยินชื่อเลย
อาจเป็นไปได้ว่าเจ๊งไปกลางทาง
หน้าเว็บดูเรียบง่าย แต่สวัสดิการนักเขียนที่ให้กลับดีเกินคาด
แม้จะเทียบไม่ได้กับเว็บใหญ่ แต่สวัสดิการระดับนี้ สำหรับเว็บเล็กๆ ถือว่าใจป้ำมากแล้ว
แถมระบบการโปรโมทและดูแลเว็บไซต์ดูเหมือนจะมีความเป็นมืออาชีพมากแล้วด้วย
หลีเวินซูถึงขั้นรู้สึกว่า เว็บนี้ในอนาคตน่าจะครองตลาดได้ส่วนหนึ่งเลยทีเดียว
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงหายไปจากสายตาผู้คน
หลีเวินซูดูนิยายในหน้าเว็บคร่าวๆ
ยังเป็นนิยายพล็อตตลาดแบบเก่าๆ อยู่เลย
แนวเรื่องก็น้อย
ดูแวบเดียวในกระดานจัดอันดับ แทบจะเป็นพล็อตเดียวกันหมด แค่เปลี่ยนชื่อเรื่องเท่านั้นเอง
หลีเวินซูไม่ดูอะไรมากอีก รีบสมัครบัญชีนักเขียนอย่างรวดเร็ว
ระบบบินมาข้างตัวเธอ ค่อยๆ ร่อนลงบนหัวเธออย่างระมัดระวัง
“โฮสต์ คุณจะเขียนนิยายแบบไหนเหรอ”
“แนวอินฟินิตโฟลว์”
(*อินฟินิตโฟลว์ คือแนวเกมสยองขวัญไร้ที่สิ้นสุด)
พอดีเป็นเรื่องที่หลีเวินซูกำลังเขียนค้างอยู่ในชาติที่แล้ว
พล็อตเรื่องอะไรต่างๆ เธอยังจำได้แม่น ลงมือเขียนได้เลย ไม่จำเป็นต้องเรียบเรียงใหม่ ประหยัดเวลาไปได้เยอะ