- หน้าแรก
- ภารกิจเปลี่ยนชะตาลูกๆ ตัวร้าย
- บทที่ 255 คุณพ่อในยุค 70 เกิดใหม่แล้ว 2
บทที่ 255 คุณพ่อในยุค 70 เกิดใหม่แล้ว 2
บทที่ 255 คุณพ่อในยุค 70 เกิดใหม่แล้ว 2
บทที่ 255 คุณพ่อในยุค 70 เกิดใหม่แล้ว 2
การหย่าร้างจึงยิ่งเป็นไปไม่ได้ พ่อแม่ของเจ้าของร่างเดิมทั้งปวดใจและเสียใจ พวกเขาเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตมาตลอดชีวิต ในบ้านก็ไม่มีลูกชายไว้ค้ำจุน จึงได้แต่เพียรพยายามเกลี้ยกล่อมเหลียงเหวินครั้งแล้วครั้งเล่าให้ดีกับเจ้าของร่างเดิมหน่อย
แต่ก็ไร้ผล แม้เจ้าของร่างเดิมจะตั้งท้อง เหลียงเหวินก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ซ้ำยังทำตัวแย่ลงกว่าเดิม
ดื่มเหล้า เล่นพนัน ไม่กลับบ้านกลับช่อง
สองตายายกลุ้มใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ สุดท้ายก็คิดวิธีหนึ่งขึ้นมาได้ พ่อของเจ้าของร่างเดิมเป็นพนักงานโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ ในยุคสมัยนี้งานในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เป็นที่น่าอิจฉาของผู้คนจริงๆ แต่พ่อไป๋เพื่อลูกสาวของตน จึงยอมเกษียณก่อนกำหนดเนื่องจากอาการเจ็บป่วย และยกตำแหน่งงานให้กับเหลียงเหวิน เพียงหวังให้เขากลับตัวกลับใจ ตั้งใจทำงาน และดีกับเจ้าของร่างเดิมและลูกบ้าง
ตอนนั้นเหลียงเหวินก็ซาบซึ้งจนร้องห่มร้องไห้ คุกเข่าสาบานว่าจะกลับเนื้อกลับตัว ไม่ทำให้พ่อไป๋แม่ไป๋ผิดหวัง
ช่วงแรกเขาก็ไปทำงานตามกฎระเบียบทุกวันจริงๆ แต่ในขณะที่ทุกคนในครอบครัวคิดว่าความทุกข์ยากสิ้นสุดลง ความสุขกำลังจะมาเยือน เขาก็เริ่มมาสายกลับก่อน เริ่มทำงานสามวันดีสี่วันไข้ พอถามเข้า เขาก็บอกว่าเหนื่อย ไม่ก็บอกว่าคนในโรงงานกีดกันเขา กลั่นแกล้งเขา
เพื่อเรื่องนี้พ่อไป๋ยังอุตส่าห์ไปสอบถามเพื่อนร่วมงานเก่าที่โรงงาน แต่กลับไม่เป็นความจริงเลยสักนิด
สุดท้ายเหลียงเหวินถึงขั้นขายงานทิ้งไปในราคา 200 หยวนดื้อๆ แถมยังไม่บอกใครอีกด้วย จนกระทั่งเพื่อนร่วมงานเก่าของพ่อไป๋มาเยี่ยมเยียนถามไถ่ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า พ่อไป๋ถึงได้รู้เรื่อง
พ่อไป๋ทำงานอย่างขยันขันแข็งมาตลอดชีวิต โรงงานนั้นเปรียบเสมือนบ้านอีกหลังของเขา ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายจะกลายเป็นแบบนี้เพราะเหลียงเหวิน
เขารู้สึกว่าหน้าตาของเขาในชาตินี้ถูกฉีกจนย่อยยับ
แถมเหลียงเหวินขายงานไปแล้ว เขาจะเอาอะไรมาเลี้ยงลูกสาวและหลานๆ ของตน?
พ่อไป๋โกรธจนเลือดขึ้นหน้า พอฝืนส่งเพื่อนร่วมงานเก่ากลับไปได้ เลือดในสมองก็แตกและล้มพับลงกับพื้น
เคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่ตอนนั้นไม่มีใครอยู่บ้าน เพราะวันนั้นแม่ไป๋ไปดูแลลูกสาวที่หมู่บ้านตระกูลเหลียง
กว่าเธอจะกลับมาในเช้าวันรุ่งขึ้น พ่อไป๋ก็สิ้นใจไปนานแล้ว
แม่ไป๋มองศพของพ่อไป๋ด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ในหัวมีแต่ภาพที่เขาล้มลงกับพื้น พยายามร้องขอความช่วยเหลือ ประคองตัวรอเธอเธอกลับมา แต่กลับรอไม่ไหว
เธอทุบอกตัวเอง ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้น
เสียงร้องไห้คร่ำครวญของแม่ไป๋ในวันนั้นดังไปทั่วทั้งตรอก พอเจ้าของร่างเดิมรู้ข่าวก็อุ้มท้องวิ่งโซซัดโซเซกลับมาที่ตัวอำเภอ แต่แม่ไป๋ไม่ยอมให้เธอดูหน้าพ่อไป๋แม้แต่แวบเดียว
เจ้าของร่างเดิมสูญเสียพ่อและถูกแม่โกรธแค้นในชั่วข้ามคืน เธอได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจจนคลอดก่อนกำหนด ได้ฝาแฝดชายหญิงตัวผอมแห้งเหมือนลูกแมวออกมาคู่หนึ่ง
ตลอดช่วงเวลานี้เหลียงเหวินไม่เคยโผล่หน้ามาเลย จนกระทั่งเงิน 200 หยวนนั้นถูกเขาผลาญจนหมดเกลี้ยง เขาถึงยอมกลับบ้าน
นับแต่นั้นมา เจ้าของร่างเดิมก็เหมือนศพเดินได้ สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ก็คือลูกสองคนนั้น
ทุกครั้งที่น้ำนมเธอไม่พอ ลูกสองคนหิวจนร้องไห้จ้า เธอก็ร้องไห้ตามไปด้วย ทุกครั้งที่ลูกสองคนหัวเราะเอิ๊กอ๊าก เธอก็หัวเราะตามไปด้วย
นี่คือโลกทั้งใบของเธอแล้ว
เพื่อเลี้ยงดูลูกสองคนนี้ให้เติบโต เจ้าของร่างเดิมเปลี่ยนจากคุณหนูในตัวอำเภอมาเป็นหญิงชาวบ้านที่ทำงานหนัก
แต่ร่างกายของเธออ่อนแอลงจากการคลอดลูก สุขภาพย่ำแย่ แต้มค่าแรงที่หาได้ก็น้อยนิด บวกกับทางกองผลิตยังต้องหักลบกลบหนี้ค่าอาหารที่เหลียงเหวินติดค้างไว้ในปีก่อนๆ หนึ่งปีผ่านไปสิ่งที่เธอหาได้แทบไม่พอกินพอใช้
ยิ่งไปกว่านั้นเหลียงเหวินยังเป็นคนไม่เอาถ่าน วันๆ เอาแต่จ้องจะขโมยของในบ้านออกไปเล่นพนัน
สุดท้ายในคืนนี้เอง เจ้าของร่างเดิมและลูกสองคนหิวจนทนไม่ไหว เธอทิ้งลูกไว้ที่บ้าน แอบขึ้นเขาไปหาผักป่าผลไม้ป่าประทังชีวิต แต่กลับพลัดหลงในป่าโดยไม่ระวัง แถมฝนยังตกลงมาอย่างหนัก
ร่างกายของเจ้าของร่างเดิมจะทนไหวได้อย่างไร พอฟ้าสางเธอก็ฝืนสังขารกลับมาถึงบ้านแล้วล้มลงหมดสติไป
กว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาอีกทีก็ผ่านไป 3 วันแล้ว เธอรู้สึกผิดปกติ รีบคลานทั้งน้ำตาไปยังเตียงเตาที่วางลูกไว้ แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงร่างไร้วิญญาณของลูกทั้งสอง
ตั้งแต่วินาทีนั้น เจ้าของร่างเดิมก็ได้ตายไปแล้ว
เธอร้องไม่ออกด้วยซ้ำ ได้แต่กอดลูกทั้งสอง เอาหัวโขกกำแพงอย่างด้านชาครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งสิ้นใจ
ผ่านไปอีกสองวัน ตอนที่เหลียงเหวินกลับบ้าน สิ่งที่เห็นก็คือภาพอันน่าสลดใจเช่นนี้
ช่วงเวลาที่ไป๋ซ่านอยู่ในขณะนี้ คือคืนฝนตกที่คร่าชีวิตสามแม่ลูกนั่นเอง
เธอผลักประตูออกไปดู ความชื้นในอากาศสูงมากอย่างเห็นได้ชัด แต่เจ้าของร่างเดิมก็ยังเลือกที่จะขึ้นเขา ไป๋ซ่านรู้ว่าเป็นเพราะอะไร ความรู้สึกหิวโหยแบบนี้มันทรมานเหลือเกินจริงๆ
ผู้ใหญ่ยังทรมานขนาดนี้ แล้วเด็กสองคนจะขนาดไหน
เจ้าของร่างเดิมเพียงแค่อยากหาของกินสักหน่อยก่อนที่ลูกสองคนจะตื่นขึ้นมาเพราะความหิวอีกครั้งเท่านั้นเอง
แต่สวรรค์ไม่เปิดทางรอดให้พวกเธอ
ไป๋ซ่านกอดเด็กสองคนด้วยความสงสาร กระซิบข้างหูพวกเขาเบาๆ ว่า "ต่อไปนี้ ฉันคือแม่ของพวกหนู ฉันจะรับผิดชอบให้พวกหนูเติบโตอย่างแข็งแรงเองนะ"
เด็กสองคนไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง นอนหลับใหลไม่ได้สติ
ไป๋ซ่านไม่กล้ารอช้าอีก เธอไม่เคยเห็นเด็กวัยนี้ผอมโซขนาดนี้มาก่อน
แต่เธอก็ไม่กล้าเสี่ยงโดยประมาท เพราะตอนนี้แค่เดินสองก้าวเธอก็รู้สึกตาลายแล้ว หากเธอเป็นลมไป จุดจบก็คงเหมือนกับเจ้าของร่างเดิม
ขณะที่ไป๋ซ่านกำลังคิดว่าจะไปหาของกินที่ไหน ก็เห็นหญิงชราคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศในห้อง หญิงชราคนนั้นกำลังเดินกลับไปกลับมาด้วยความร้อนใจ
"โอ๊ย จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย เหลนชายเหลนสาวของย่าทวด พวกหนูลำบากแย่เลย แม่โง่ๆ ของพวกหนูทำไมยังนั่งบื้ออยู่ได้ รีบไปหาอะไรให้พวกหนูกินสิ!"
ไป๋ซ่าน: ???
ใครคือแม่โง่?
"ยังไม่ขยับอีก ถึงเวลาขนาดนี้แล้วยังเหม่ออยู่อีก หล่อนทำตัวเหมือนเต่ายักษ์ที่ตาเฒ่าอู๋ท้ายหมู่บ้านเลี้ยงไว้เลย เข้าฌานหรือไง?"
ไป๋ซ่าน: ???
หญิงชราตัวเล็กเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ คิดว่าไป๋ซ่านมองไม่เห็น ยืนเท้าเอวด่าฉอดๆ
"ตาเฒ่าอู๋เลี้ยงหมาเหลืองไม่ใช่เหรอ?"
"หล่อนจะไปรู้อะไร! ไอ้ด่างนั่นเพิ่งเลี้ยงมาไม่กี่ปี ก่อนหน้านี้เลี้ยงเต่ายักษ์มาตลอด ปู่ของตาเฒ่าอู๋ตายก็ตกทอดมาถึงพ่อเขา พ่อเขาตายก็ตกทอดมาถึงเขา สุดท้ายมาตายในมือเขา เขาถึงได้เลี้ยงไอ้ด่าง หล่อนอายุน้อยหล่อนไม่รู้..."
หญิงชราตัวเล็กเหมือนมีเรื่องจะพูดเต็มท้อง พอเริ่มแล้วก็หยุดไม่ได้ พูดจบถึงเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้
เธอเบิกตาเล็กๆ จ้องมองไป๋ซ่านอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"หลานสะใภ้ หล่อนก็ตายแล้วเหรอ?"
ไป๋ซ่าน: ...
"ขอบคุณที่เป็นห่วง ฉันเป็นพวกเดียวกับเต่าบ้านตาเฒ่าอู๋ อายุยืน..."
หญิงชราตัวเล็ก: ...
เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนนิดหน่อย ต่อให้เป็นหญิงชราปากจัดแค่ไหน ก็ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน
ไป๋ซ่านก็ไม่แกล้งเธออีก ความหิวโหยคอยเตือนสติเธออยู่ตลอดเวลาว่าเด็กสองคนและเธอกำลังอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นความตาย
"เมื่อกี้คุณเรียกฉันว่าหลานสะใภ้? คุณคือย่าของเหลียงเหวินเหรอ?"
"ถุย! อย่ามาพูดถึงไอ้ลูกทรพีนั่นกับฉัน! ฉันไม่มีหลานแบบนั้น เร็วเข้า หล่อนรีบหาอะไรให้เหลนฉันกินหน่อย!"
เป็นย่าของเหลียงเหวินจริงๆ ด้วย ไป๋ซ่านนึกวิธีหนึ่งขึ้นมาได้ เธอกลอกตาไปมา "คุณย่า งั้นคุณต้องช่วยฉันหน่อยนะ"
ย่าเหลียงเห็นท่าทางของเธอแล้ว จู่ๆ ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี แต่เพื่อเหลนสองคน เธอจึงจำใจพยักหน้าตกลง