- หน้าแรก
- ภารกิจเปลี่ยนชะตาลูกๆ ตัวร้าย
- บทที่ 178 ตอนพิเศษเจียงลี่ 2
บทที่ 178 ตอนพิเศษเจียงลี่ 2
บทที่ 178 ตอนพิเศษเจียงลี่ 2
บทที่ 178 ตอนพิเศษเจียงลี่ 2
หัวใจของฉันเต้นรัวอย่างรุนแรงตามคำถามของเขา
คิดถึงเขา แต่โกรธที่เขาจากไปโดยไม่บอกลามากกว่า
หนึ่งปีมานี้ต่อให้ฉันไม่แสดงออก แต่ในใจฉันรู้ดี ฉันคิดถึงเขา คิดถึงเขามาตลอด
ฉันหันหน้าหนี ไม่อยากมองเขา
แต่เขาบีบคางฉันให้หันกลับมา
เขายังจับมือฉันวางบนใบหน้าของเขาเหมือนเมื่อก่อน
"พี่ลี่เอ๋อร์ไม่รักผมแล้วเหรอครับ?"
น้ำเสียงของเขาตัดพ้อ ดวงตาลูกหมาที่คลอหน่วยจ้องมองฉัน ราวกับฉันทำเรื่องทิ้งขว้างเขาอย่างโหดร้าย
ขอร้องล่ะ นายเป็นคนหนีไปโดยไม่บอกลาไม่ใช่เหรอ?
ฉันยังโกรธอยู่ เลยทำตัวขวางโลกไม่อยากมองเขา
เขาจับมือฉันอีกครั้ง วางลงบนท้องของเขา
"พี่ชอบท้องของผมที่สุดไม่ใช่เหรอครับ?"
เสื้อผ้าฤดูร้อนบางเบา ผ่านชั้นเสื้อผ้านั้น ฉันสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยพละกำลังข้างใน
ผิวของเขาแผ่ไอร้อน ราวกับจะลวกมือฉัน
เขาจับมือฉัน ลูบไล้หน้าท้องของเขาจากบนลงล่าง
ซิกแพคแปดก้อนที่เรียงตัวสวย เข้ามาแทนที่พุงกะทิก้อนเดียวอันอวบอ้วนเมื่อก่อน
วินาทีนี้ฉันถึงตระหนักได้ว่า เขาเหมือนจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริงๆ
ไม่ใช่เด็กผู้ชาย แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่ง
แถมยังเป็นผู้ชายที่เซ็กซี่อีกด้วย
เจ้าปีศาจน้อยเอ๊ย...
ฉันชักมือกลับ หลับตาปี๋ ต่อต้านที่จะไม่มองเขา
แต่พอหลับตาลง ความมืดกลับขยายประสาทสัมผัสทั้งหมดให้ชัดเจนขึ้น
ฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เขาพ่นออกมา
ฉันสัมผัสได้ว่าสายตาของเขากำลังจ้องมองริมฝีปากของฉัน แล้วค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้
ฉันถึงขั้นได้ยินเสียงหัวใจของเขาและหัวใจของฉันเต้นประสานกัน ราวกับเพลงซิมโฟนี
มือสองข้างของฉันกุมกันแน่น มีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมออกมา
ความรู้สึกเหล่านี้ทำให้ขนทั่วร่างของฉันลุกชัน
อารมณ์และความรู้สึกแปลกประหลาด ก่อตัวขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจที่เต้นรัวไม่หยุด
พร้อมกันนั้นในหัวก็ผุดคำสี่คำขึ้นมา
อำนาจสามีสั่นคลอน!
ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเนื้อบนเขียง หลับตาปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ
ไม่ได้ ฉันรู้สึกว่าอำนาจสามีของฉันยังพอกอบกู้ได้!
คิดได้ดังนั้น ฉันข่มความขัดเขิน ลืมตาโพลง
ใบหน้าของเขาขยายใหญ่เต็มคลองจักษุ ฉันถึงขั้นนับเส้นขนตาของเขาได้
พอเห็นฉันลืมตากะทันหัน เขาชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด
แค่อาการชะงักนี้ ทำให้ฉันมั่นใจว่าเขายังคงเป็นเขาคนเดิม
ฉันใช้มือข้างเดียวโอบรอบคอเขา สบตาเขา แล้วจูบลงไป
ริมฝีปากของเขานุ่มนิ่มเหมือนตาเห็นจริงๆ
ฉันขบกัดไม่หยุด มองดูขนตาของเขาสั่นระริก
ตอนที่ฉันจะถอนริมฝีปากออก เขาถึงเหมือนเพิ่งได้สติ
มือหนึ่งของเขาโอบเอวฉัน อีกมือประคองท้ายทอยฉัน เขาปิดทางถอยของฉัน
แล้วจูบกลับมาอย่างหนักหน่วง
เขาระบายความคิดถึง ราวกับปลาที่ขาดน้ำ พยายามดูดซับออกซิเจนจากตัวฉันอย่างสุดชีวิต
เมื่อเทียบกับเขา จูบของฉันเหมือนแค่แมลงปอแตะผิวน้ำ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เขาถึงยอมปล่อยฉัน
เราสองคนสบตากัน ริมฝีปากของเขาแดงกว่าเดิม ที่แดงยังมีหางตาของเขาด้วย
เหมือนลูกสัตว์ตัวน้อยที่ถูกรังแก
แต่สรุปใครรังแกใครกันแน่!
ฉันถลึงตาใส่เขา
"นายเอาตุนตุนอ้วนกลมของฉันคืนมานะ!"
เขาหัวเราะเบาๆ ดึงฉันเข้าไปกอด เอาคางเกยไหล่ฉัน
"ครับ"
ฉันมุดออกจากอ้อมกอดเขา ฉันยังไม่ลืมเรื่องที่เขาหายหัวไปหนึ่งปีโดยไม่บอกลาหรอกนะ
"อย่าโกรธเลยนะ ผมรู้ผิดแล้วครับ"
ฉันจ้องหน้าเขา รอคำอธิบาย
เขาถอนหายใจอย่างจนใจ แล้วค่อยๆ เล่าออกมา
"ผมแค่ไม่อยากเป็นเด็กน้อยของพี่ตลอดไป
พี่วิ่งเร็วกว่าผม แรงเยอะกว่าผม เรียนเก่งกว่าผม ต่อสู้เก่งกว่าผม
ตั้งแต่เล็กจนโต ทุกครั้งที่มีอันตรายพี่จะมายืนบังหน้าผมเสมอ
ผมก็อยากปกป้องพี่ แต่ผมไม่มีความสามารถนั้น
พลังพิเศษของผมฆ่าคนไม่ได้
แล้วยังมีพวกอู๋อวี่ ที่ชอบล้อว่าผมเป็นเมียเด็กของพี่
บอกว่าผมได้แต่ให้พี่ดูแล เป็นตัวถ่วงพี่
ผมรู้ว่าพวกเขาชอบพี่ เลยจงใจพูดแบบนั้น
แต่สิ่งที่พวกเขาพูดก็เป็นความจริง
ผม... ผมชอบพี่
ผมอยากอยู่กับพี่ ผมก็อยากดูแลพี่ ปกป้องพี่
ผมไม่อยากเป็นเมียเด็กของพี่ ผมอยากเป็นผู้ชายของพี่"
พูดถึงตรงนี้เขาก็มองฉัน แล้วพูดต่อ
"วันนั้นผมวิ่งกลับบ้าน ให้แม่ไปส่งผมที่ค่ายทหารของลุงโจว
ผมอยากเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น
หนึ่งปีมานี้ผมฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง ผมเติบโตขึ้นมาก ลุงโจวยังไม่อยากปล่อยผมกลับมาเลย
แต่ว่า ผมคิดถึงพี่เหลือเกิน!"
เขาจับมือฉันขึ้นมาอีกครั้ง
"ผมคิดถึงพี่ คิดถึงจนเรื่องที่เคยใส่ใจเมื่อก่อน กลายเป็นเรื่องไร้สาระไปหมด
และหลังจากผมมีพลังเป็นของตัวเอง ผมถึงได้รู้ว่าตัวเองเมื่อก่อนน่าขำแค่ไหน
มีแต่เด็กที่ไม่มั่นใจในตัวเองเท่านั้นที่สนคำพูดคนอื่น
ตัวผมในตอนนี้ไม่สนว่าใครจะกดใคร ไม่สนว่าใครดูแลใคร ไม่สนว่าคนอื่นจะหัวเราะเยาะผมไหม
ที่สำคัญคือพี่ และมีแค่พี่เท่านั้น
ผมแค่ต้องการอยู่กับพี่"
ความรักในแววตาของเขาแทบจะทำให้ฉันจมน้ำตาย
ฉันถึงเพิ่งเข้าใจคำพูดของน้าไป๋
นี่คือปมในใจของเขาสินะ?
เพียงแต่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขาที่ดูมั่นใจและสดใสมาตลอด จะคิดมากขนาดนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าฉัน
เขาจับสังเกตได้ว่าท่าทีของฉันอ่อนลง ก็ย่อตัวลง เอามือของฉันไปแนบแก้มเขา
มองฉันตาละห้อยอย่างน่าสงสาร
"ลี่เอ๋อร์ มาขอผมแต่งงานเถอะครับ"
คำพูดไม่กี่คำของเขากระโดดโลดเต้นเข้ามาในอกฉัน
ฉันถือโอกาสบีบแก้มเขา อืม ยังพอไหว ยังมีเนื้ออยู่บ้าง
เพียงแต่...
"ไม่"
"เราแต่งงานกันต่างหาก"
ในดวงตาเขามีแสงดาวจุดประกาย วินาทีนั้นฉันรู้สึกว่ามันเจิดจ้ายิ่งกว่าพระจันทร์บนท้องฟ้าเสียอีก
......
ไม่นานนัก งานแต่งงานของเราก็ถูกจัดขึ้น
พวกเราเดินขบวนไปรอบฐานที่มั่น ทุกที่ที่ผ่านล้วนมีแต่ดอกไม้และเสียงหัวเราะ
คนทั้งฐานต่างมาร่วมฉลองให้เรา
ยกเว้นเจ้าพวกอู๋อวี่
ในหอประชุม ฉายวิดีโอที่บันทึกเรื่องราวของเราตั้งแต่เล็กจนโต
เขาในวัยเด็กที่อ้วนกลม ทัดดอกไม้ดอกเล็กที่หัว ยืนอยู่ในดงดอกไม้ แกล้งทำเป็นเจ้าสาวของฉัน
เขาในตอนนี้ สวมชุดสูทสีขาว ภายใต้สายตาของทุกคน มาเป็นเจ้าบ่าวของฉัน
ความรัก เดิมทีก็ไม่มีการแบ่งแยกเพศสภาพอะไรมากมายขนาดนั้น ไม่มีคำว่าควรหรือไม่ควร
ตราบใดที่พวกเราอยู่ด้วยกัน ใครจะขอใครแต่งงานก็ไม่เห็นจะสำคัญ
ด้านล่างเวทีน้าไป๋กับพ่อของฉันยิ้มจนหุบปากไม่ลง
ข้างๆ ยังมีลุงโจว ยังมีลุงกัวเสี่ยว และยังมีผู้คนอีกมากมายที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันตลอดเส้นทางนี้
พวกเขาล้วนเฝ้ามองพวกเราเติบโต
ท่ามกลางคำอวยพรของทุกคน พวกเราตกลงเป็นสามีภรรยากัน
ส่วนหลังแต่งงานน่ะเหรอ...
......
ยามเช้าตรู่ แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องหนังสือ ผู้หญิงที่งดงามราวกับภูตน้อยคนหนึ่งกำลังเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะหนังสือ เขียนไปก็กลั้นขำไป
ผู้ชายสวมชุดนอนคนหนึ่งผลักประตูเข้ามา
"ที่รัก ทำอะไรอยู่ครับ?"
เขากอดเจียงลี่จากด้านหลัง พรมจูบถี่ยิบลงบนแก้มของเธอ
"ฉันเขียนไดอารี่อยู่ นายจะทำอะไร?"
เจียงลี่จะหลบ แต่หลบไม่พ้น
"ผมจะทำอะไร?"
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเธอ
สายตานั้นร้อนแรงและอันตรายขึ้นเรื่อยๆ
"ผมจะกู้ศักดิ์ศรีความเป็นสามีครับ!"
"อื้อ..."
เขาก้มลงอุ้มเธอขึ้น จูบที่ริมฝีปากเธอ แล้วเดินตรงไปยังห้องนอน...