เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 แม่ของนางรองตัวร้าย 8

บทที่ 8 แม่ของนางรองตัวร้าย 8

บทที่ 8 แม่ของนางรองตัวร้าย 8


บทที่ 8 แม่ของนางรองตัวร้าย 8

เซียวเจิ้นอวี่กลับถึงบ้านด้วยสภาพยับเยิน เขารู้สึกว่าตัวเองไม่เคยขายหน้าขนาดนี้มาก่อน แม้บ้านสกุลเซียวจะตกต่ำลงในช่วงไม่กี่ปีมานี้ แต่ก็ยังถือเป็นตระกูลเศรษฐี เขาเติบโตมาท่ามกลางคำชื่นชมและยกย่อง นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนเหยียบย่ำหน้าเขาจนจมดิน

ไป๋จือเยว่... เขาเค้นชื่อนี้ลอดไรฟัน

เดิมทีคิดว่าจะเก็บเธอไว้หลังจากงานสำเร็จ แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ว เขาจะทำให้เธออยู่ก็ไม่ได้ ตายก็ไม่ลง!

หลินฟางเห็นสภาพลูกชายก็รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เธอก็เริ่มจะตื่นตระหนกเหมือนกัน

"เป็นเพราะผู้หญิงที่ลูกคบที่มหาลัยหรือเปล่า? นังเด็กไป๋จือเยว่นี่ร้ายเหมือนแม่มันไม่มีผิด ผู้ชายจะคบใครเล่นๆ ก่อนแต่งงานมันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร!"

"ลูกฟังแม่นะ อดทนไว้ก่อน พอเรื่องสำเร็จแล้วลูกจะเลี้ยงผู้หญิงคนนั้นไว้นอกบ้านแม่ก็ไม่ว่า"

"แม่วางใจเถอะครับ ผมรู้ว่าต้องทำยังไง"

ในที่สุดเซียวเจิ้นอวี่ก็เข้าใจว่า ผ่านไปหลายปี การล้างสมองและการควบคุมของหลินฟางในวัยเด็กนั้นใช้ไม่ได้ผลแล้ว เขาต้องเปลี่ยนกลยุทธ์

เช้าวันรุ่งขึ้น เซียวเจิ้นอวี่แต่งตัวหล่อเนี้ยบ ถือช่อดอกไม้ยืนรออยู่หน้าประตูมหาวิทยาลัย เซียวเจิ้นอวี่หน้าตาดี พอดูแลตัวเองหน่อยก็มีต้นทุนที่ดี บวกกับรัศมีของตระกูลร่ำรวย การจะหลอกเด็กสาวใสซื่อที่ไม่เคยผ่านโลกมาก่อนย่อมง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ

แต่ไป๋จือเยว่เห็นเขาแต่ไกลก็นึกถึงแต่ภาพหัวเปื้อนผักของเขาเมื่อวาน ยิ่งเห็นเซียวเจิ้นอวี่ถือช่อดอกไม้วิ่งตรงมาหาเธอ

ไป๋จือเยว่อยากจะวิ่งหนี......

"เยว่เยว่ เมื่อวานผมกลับไปทบทวนตัวเองแล้ว ผมปากไม่ตรงกับใจ พูดจาไม่ดีออกไป ผมขอโทษคุณนะ เห็นแก่ที่เราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ยกโทษให้ผมเถอะนะ ดีไหม?"

เซียวเจิ้นอวี่ฉีกยิ้มการค้า พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ไป๋จือเยว่หางตากระตุก รู้สึกว่าท่าทางแบบนี้ของเขาช่างขัดหูขัดตาเหลือเกิน

"ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ฉันก็เอาคืนไปแล้ว ฉันลืมไปแล้วล่ะ เอาเป็นว่าจบนะ"

"อย่าเพิ่งสิเยว่เยว่ รับดอกไม้นี้ไว้ แล้วไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันนะ ถือเป็นการไถ่โทษจากผม ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณด้วย"

"กินข้าวไม่ต้องหรอก ดอกไม้ก็เหมือนกัน ฉันต้องไปเข้าเรียนแล้ว"

"ที่คุณไม่ยอมไปกินข้าวกับผม แสดงว่าคุณยังไม่ยอมยกโทษให้ผมสินะ"

รอบๆ เริ่มมีนักศึกษามามุงดู คนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางก็นึกว่าคู่รักทะเลาะกัน ต่างก็พากันเชียร์

"ยกโทษให้เขาเถอะ! ยกโทษให้เขาเถอะ!"

"ใช่แล้วน้องสาว ดูสิแฟนเธอทั้งหล่อทั้งอ่อนโยนขนาดนี้ ยังมีอะไรไม่พอใจอีก!"

นี่แหละคือผลลัพธ์ที่เซียวเจิ้นอวี่ต้องการ

ไป๋จือเยว่ไม่เคยขาดความกล้าที่จะปฏิเสธคน เธอรับดอกไม้มาอย่างรวดเร็ว...

แล้วโยนลงถังขยะ

"ขอโทษนะ ฉันไม่เห็นจะสัมผัสได้ถึงความจริงใจในการขอโทษของคุณเลย ตรงกันข้ามมันทำให้ฉันเดือดร้อนมาก"

พูดจบเธอก็เพิ่มระดับเสียงพูดต่อว่า "ก็แค่คุณมาก่อกวนแล้วจะมาขอโทษ ไม่เห็นต้องทำให้เหมือนมาสารภาพรักเลย เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย"

นักศึกษาที่กำลังเชียร์กันอยู่เมื่อครู่ เงียบกริบไปในทันที...

ไม่สนใจว่าพวกเขาจะคิดยังไง หรือหน้าตาเซียวเจิ้นอวี่จะบอกบุญไม่รับขนาดไหน ไป๋จือเยว่แค่อยากรีบไปเข้าเรียน เลิกเรียนจะได้รีบกลับบ้านไปหาแม่ จะได้กันไม่ให้แม่แอบกินของไม่มีประโยชน์อีก

แต่หลังเลิกเรียน เซียวเจิ้นอวี่ก็มารอเธอที่โต๊ะเรียนอีก ไป๋จือเยว่ทนกับท่าทีคลุมเครือและท่าทางเก๊กหล่อของเขาไม่ไหวจริงๆ เก็บของเสร็จก็พาเขาไปหามุมเงียบๆ ในมหาลัยคุยกัน

"มีอะไรจะพูดก็พูดมาตรงๆ บ่ายนี้ไม่มีเรียน ฉันจะไปซ้อมดนตรี ไม่กินข้าวด้วยหรอกนะ"

"เยว่เยว่ ผมแค่อยากจะบอกคุณว่า ผมชอบคุณ ช่วงที่คุณอยู่เมืองนอกหลายปีนั้น พวกเรายังเด็ก ผมก็เห็นคุณเป็นแค่น้องสาว เลยไปคบกับผู้หญิงคนอื่น แต่พอกลับมาครั้งนี้ พอได้เจอคุณ ผมก็รู้ตัวว่า จริงๆ แล้วผมชอบคุณ ผมไม่รู้จะแสดงความรู้สึกยังไง ถึงได้พูดจาไม่ดีกับคุณ เรื่องเมื่อเช้าผมไม่ได้ตั้งใจ ผมยอมรับผิดกับคุณแล้ว คุณยอมรับผมได้ไหม?"

ไป๋จือเยว่: "Σ(ŎдŎ|||)ノノ"

คนเมืองนอกค่อนข้างโตเร็ว เรื่องมีความรักในวัยเรียนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก จือเยว่ไม่เคยมีแฟน แต่หลายปีมานี้ก็มีคนมาสารภาพรักไม่น้อย แต่ไม่มีการสารภาพรักครั้งไหนที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดได้ขนาดนี้

เมื่อวานยังให้เธอไปขอโทษแฟนสาวของเขาอยู่เลย วันนี้มาบอกว่าชอบเธอ ต่อให้เป็นเมืองนอกที่ว่าเปิดกว้าง ก็ไม่มีเรื่องพรรค์นี้หรอก

เซียวเจิ้นอวี่เห็นเธอเงียบ เอาแต่จ้องมองเขาตาค้าง ก็นึกว่าเธอหลงเสน่ห์เขาเข้าแล้ว เลยเสยผมอย่างมั่นใจ

"ผมรู้ว่าเรื่องนี้มันยากจะเชื่อ แต่มันคือความจริง ยังไงเราก็โตมาด้วยกัน เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ความรักมาเยือนใครก็ห้ามไม่ได้ ผมเชื่อว่าคุณก็เหมือนกัน ใช่ไหม?"

พูดจบก็ขยับเข้าไปใกล้อีกก้าว

ไป๋จือเยว่ได้สติ รีบถอยหลังสองก้าว รักษาระยะห่างที่ปลอดภัย เธอกลัวเขาจะกระโจนเข้ามากัด

"ตอนนี้สำหรับฉัน ความรู้สึกที่มีต่อคุณก็แค่คุ้นเคยกว่าคนแปลกหน้านิดหน่อย ไม่มีความผูกพันฉันเพื่อนสนิทวัยเด็กอะไรทั้งนั้น และยิ่งไม่มีความคิดหรือความรู้สึกอื่นใดกับคุณด้วย ฉันว่าเราไม่เหมาะสมกัน ต่อไปอย่าพูดจาแบบนี้อีกเลย"

ไป๋จือเยว่พูดจบก็หันหลังจะเดินหนี เซียวเจิ้นอวี่ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปคว้าข้อมือเธอไว้

"จะไม่รู้สึกได้ยังไง ต่อให้ไม่รู้สึกก็สร้างขึ้นมาได้ หลักๆ คือผมชอบคุณก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ ผมจริงใจนะ!"

ไป๋จือเยว่สะบัดมือเขาออกอย่างแรง

"คุณจะจริงใจหรือเสแสร้งฉันไม่สนใจ ฉันไม่มีความสนใจในตัวคุณ กรุณารักษาระยะห่างกับฉันด้วย"

เซียวเจิ้นอวี่ยังจะเข้ามาดึงเธออีก ไป๋จือเยว่รีบวิ่งหนีไปไกลๆ เธออยากจะอยู่ให้ห่างจากคนคนนี้ ยิ่งไกลยิ่งดี

เขามองตามหลังไป๋จือเยว่ด้วยแววตาดำมืด ในใจคิดว่า ตอนนี้เธอปฏิเสธฉันเด็ดขาดเท่าไหร่ ต่อไปฉันจะทำให้เธอเจ็บปวดเท่านั้น

————————————

พอเข้าบ้านไป๋จือเยว่ก็ทำจมูกฟุดฟิดดมไปทั่ว

ไป๋ซ่าน: (ノ`⊿´)ノ!

ดมจนทั่วแล้ว จือเยว่ก็พยักหน้าอย่างพอใจ "ไม่เลวๆ ครั้งนี้ไม่ได้แอบกิน"

ไป๋ซ่านไม่อยากสนใจเด็กบ้า จู่ๆ ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ "เยว่เยว่ แม่สมัครเรียนศิลปะป้องกันตัวให้เอาไหม?"

"หืม? ทำไมถามแบบนี้ล่ะคะ?"

จือเยว่ทำหน้างง ตอนเด็กๆ มีช่วงหนึ่งแม่ชอบคะยั้นคะยอให้เธอเรียนศิลปะป้องกันตัว มวยไทย เทควันโด แล้วก็มวยปล้ำ...

เห็นว่านอกจากดนตรีแล้วเธอไม่สนใจพวกนั้นจริงๆ ถึงได้ยอมล้มเลิกไป ทำไมจู่ๆ ถึงรื้อฟื้นขึ้นมาอีก

"ก็ลูกเคยบอกแม่ไม่ใช่เหรอ ว่าที่มหาลัยมีคนตามตื๊อลูก?"

ไป๋จือเยว่หลุดขำออกมา

"แค่เพราะเขาคนเดียว หนูต้องไปเรียนสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบเนี่ยนะ? เขาไม่ได้มีอิทธิพลขนาดนั้นหรอกค่ะ"

เธอกอดคอไป๋ซ่าน ซบลงอย่างออดอ้อน ตั้งแต่เด็กเธอมีความรู้สึกว่าขอแค่มีแม่อยู่ ทุกอย่างก็จะราบรื่นปลอดภัย

สองแม่ลูกออเซาะกันอยู่พักหนึ่ง จือเยว่ก็ขึ้นไปข้างบน

ในห้องซ้อมดนตรี เธอสีไวโอลินอย่างอิสระเสรี จือเยว่ชอบไวโอลินจริงๆ ทุกครั้งที่สีไวโอลินเธอจะจมดิ่งลงไปในโลกของตัวเอง ที่นั่นมีดอกไม้ มีต้นไม้ มีเสียงนกร้อง มีกวางน้อยวิ่งเล่น มีทุกสิ่งที่เธอรัก

งานเลี้ยงรับน้องในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธอก็เตรียมการแสดงไวโอลินไว้หนึ่งเพลง ฉู่ว่านชิงก็เตรียมการแสดงไว้เหมือนกัน เป็นระบำพื้นเมือง

วันงานไป๋ซ่านก็ไปที่มหาลัยเพื่อเชียร์ไป๋จือเยว่ ในหอประชุมที่มืดสนิท มีเพียงแสงไฟสปอตไลท์ส่องไปที่เธอในชุดเดรสสีขาว เสียงไวโอลินไหลรินราวกับสายน้ำ ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจ เพียงเพื่อต้องการตั้งใจฟัง

ไป๋ซ่านภูมิใจในตัวลูกสาวที่เธอเลี้ยงดูมา แต่เซียวเจิ้นอวี่กลับไม่ชอบไป๋จือเยว่ที่เป็นแบบนี้เอาเสียเลย

เธอเจิดจรัสเกินไป ราวกับมีแสงสว่างในตัวเอง แสงสว่างนี้เขาปิดไม่มิด เขารู้สึกว่าเธอไม่ควรเป็นที่จับตามองขนาดนี้ เธอควรจะมีชีวิตอยู่แต่ในเงาที่เขาทอดให้เท่านั้น

แต่ตอนนี้เขาทำได้แค่เก็บความรู้สึกและอดทน

การแสดงจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ ตอนออกมาจากหลังเวที เซียวเจิ้นอวี่ถือช่อดอกไม้เดินตรงเข้าไปหา แต่ไป๋จือเยว่กลับเดินผ่านเขาไปหาไป๋ซ่าน

"แม่คะ หนูเก่งไหม?"

เซียวเจิ้นอวี่มองดูไป๋จือเยว่ที่เชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ พูดเจื้อยแจ้วกับไป๋ซ่าน

เขารู้สึกว่าเธอเหมือนหงส์ขาวที่จะบินทะยานสู่ฟ้า แล้วถ้าเขาสามารถหักปีกเธอได้ล่ะ?

แสงไฟหลังเวทีส่องกระทบใบหน้าของเขา เดี๋ยวสว่างเดี๋ยวมืดมน

จบบทที่ บทที่ 8 แม่ของนางรองตัวร้าย 8

คัดลอกลิงก์แล้ว