- หน้าแรก
- ภารกิจเปลี่ยนชะตาลูกๆ ตัวร้าย
- บทที่ 3 แม่ของนางรองตัวร้าย 3
บทที่ 3 แม่ของนางรองตัวร้าย 3
บทที่ 3 แม่ของนางรองตัวร้าย 3
บทที่ 3 แม่ของนางรองตัวร้าย 3
ไป๋ซ่านคิดได้ดังนั้นก็เก็บความโกรธเอาไว้
"เชื่อเธอเหรอ? ได้ ฉันจะเชื่อเธออีกสักครั้ง ถ้าฉันจับได้ว่าเธอกินบนเรือนขี้รดบนหลังคาอีก ก็ไสหัวออกไปได้เลย ไปทำมื้อเช้าไป วันนี้จือเยว่จะไปบริษัทกับฉัน ต่อไปวันที่แกไม่ไปโรงเรียนฉันจะพาแกไปด้วยตลอด"
พูดจบก็หันหลังพาจือเยว่กลับเข้าห้องนอน ทิ้งให้อ้ายเยี่ยนยืนตกใจและสงสัยอยู่ตรงนั้น
ดูท่าทางตัวเองจะสูญเสียความไว้วางใจจากไป๋ซ่านไปแล้ว ภารกิจที่ตกลงกับคุณนายเซียวไว้จะทำสำเร็จได้อย่างไร?
เงินที่คุณนายเซียวให้มาก็ใช้ไปหมดแล้ว จะให้คืนคงคืนไม่ได้แน่ แต่ถ้าไม่คืนเงิน แล้วทำงานไม่สำเร็จ คุณนายเซียวคงไม่ปล่อยเธอไว้แน่ หรือจะหนีไปดื้อๆ? แต่จะให้ไปแบบนี้ก็ไม่เต็มใจ!
ชั้นบน ไป๋ซ่านกลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง เปิดตู้เซฟ แล้วเดินไปที่ห้องนอนของเยว่เยว่
เยว่เยว่กำลังกอดตุ๊กตานั่งอยู่บนเตียงเล็กๆ ของแก ขอบตาแดงก่ำ พอเห็นไป๋ซ่านเข้ามา ก็ลุกขึ้นวิ่งถลาเข้ามากอดขาเธอไว้
"แม่คะ พวกเขาบอกว่าแม่รักแต่ทำงาน ไม่รักเยว่เยว่ เรื่องนี้ไม่จริงใช่ไหมคะ?"
น้ำเสียงของจือเยว่เต็มไปด้วยความกังวล
"ไม่จริงแน่นอนจ้ะ เยว่เยว่เป็นของขวัญที่แม่รักที่สุด ที่แม่ทำงานหนัก ก็เพื่อจะให้เยว่เยว่ได้มีชีวิตที่ดีที่สุดไงจ๊ะ"
หลังจากปลอบจือเยว่จนสงบและทานมื้อเช้าแล้ว เธอก็พาแกไปที่บริษัท
พนักงานในบริษัทต่างตกตะลึง เจ้านายของพวกเขาสวมชุดสูทสีเหลืองอ่อน จูงมือเด็กหญิงตัวน้อยที่สวมชุดกระโปรงบานสีเหลืองอ่อนเหมือนกันมาด้วยเหรอเนี่ย?
ไป๋ซ่านไม่มีอารมณ์ไปสนใจความคิดของคนอื่น เธอมีงานอีกนับไม่ถ้วนที่ต้องทำ ทั้งคัดเลือกผู้จัดการที่เหมาะสม เรียกประชุมผู้ถือหุ้น ทำโครงการที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ให้เสร็จสิ้น แล้วยังต้องกำหนดทิศทางขั้นต่อไปของบริษัท
เธอต้องรีบจัดการเรื่องในบริษัทให้เรียบร้อย จะได้มีเวลาอยู่เป็นเพื่อนเยว่เยว่อย่างเต็มที่
หลังจากจัดการเรื่องจือเยว่เรียบร้อยแล้วก็เริ่มยุ่งจนมืดฟ้ามัวดิน
ส่วนอ้ายเยี่ยนที่อยู่ที่บ้านยังคงลังเลและสับสน เธอโทรหาหลินฟาง พูดหยั่งเชิงถึงสถานการณ์ในบ้านสกุลไป๋ตอนนี้ว่า ไป๋ซ่านไม่ให้เธอดูแลไป๋จือเยว่แล้ว ให้ทำงานบ้านอย่างเดียว
พูดยังไม่ทันจบก็ถูกหลินฟางด่าทอกลับมา
"นังคนไร้ประโยชน์ ต้องเป็นเพราะเธอทำตัวมีพิรุธแน่ๆ ฉันไม่สนว่าเธอจะใช้วิธีไหน ถ้าเธอทำเรื่องที่ฉันสั่งไม่สำเร็จ ก็คายผลประโยชน์ที่ฉันให้ไปออกมาให้หมด! ฉันจะทำให้ไป๋ซ่านรู้ธาตุแท้ของเธอ คอยดูซิว่าหล่อนจะจัดการเธอยังไง!"
คายออกมา? ตอนรับเงินอ้ายเยี่ยนดีใจแทบบ้า แต่พอคิดว่าจะต้องควักเงินคืน ก็เจ็บปวดเหมือนโดนมีดกรีดเนื้อ!
คิดไปคิดมา ดูท่าคงต้องหนีแล้ว แต่จะให้ไปแบบนี้ก็ไม่คุ้มค่า จู่ๆ อ้ายเยี่ยนก็นึกอะไรขึ้นมาได้
เธอไปที่ห้องแต่งตัวของไป๋ซ่านก่อน แอบขโมยเสื้อผ้าที่ไป๋ซ่านไม่ค่อยใส่มาสองชุด แล้วสวมทับลงบนตัว
จากนั้นก็ไปที่ห้องจือเยว่ เปิดกล่องเครื่องประดับของแก เครื่องประดับมากมายกองรวมกันอยู่ ล้วนเป็นของประดับชิ้นเล็กๆ ที่ไป๋ซ่านซื้อให้ไป๋จือเยว่ แกยังเด็ก มักจะทำหายบ่อยๆ เลยไม่ได้ซื้อของแพงมากนัก แต่ก็น่าจะขายได้เงินสักหน่อย เมื่อก่อนอ้ายเยี่ยนก็มักจะแอบหยิบเครื่องประดับของแกไปบ่อยๆ
ไป๋จือเยว่อายุยังน้อย เครื่องประดับบางชิ้นหาไม่เจอ ก็จะคิดว่าตัวเองทำหาย ดังนั้นจึงไม่เคยมีใครตรวจสอบ
ครั้งนี้เพราะจะหนีแล้ว อ้ายเยี่ยนเลยหยิบมาเพิ่มอีกสองชิ้น มีสร้อยคอเส้นหนึ่งสวยมาก ทำจากเพชรเทียมแวววาว น่าจะขายได้หลายร้อยหยวน
แถมยังเข้ากับเสื้อผ้าบนตัวเธอชุดนี้มากด้วย
ส่วนไป๋ซ่านอีกด้านหนึ่ง มองดูท้องฟ้าที่เริ่มมืด เมื่อเคลียร์งานในมือเสร็จ ก็พาจือเยว่กลับบ้าน
ถึงบ้านเห็นสภาพบ้านที่ถูกรื้อค้นจนรกนิดหน่อย อืม ปลาติดเบ็ดแล้ว
เสื้อผ้ารองเท้าที่เธอไม่ค่อยได้ใส่หายไป ของตั้งโชว์จุกจิกในบ้านหายไปสองสามชิ้น
อ้ายเยี่ยนคนนี้ก็ฉลาดใช้ได้ รู้จักหยิบของที่ไม่สะดุดตาและไม่ค่อยมีราคาไป แบบนี้ต่อให้ถูกพบเข้าก็คงไม่โดนจับ
แต่สุดท้ายเธอก็แพ้ให้กับความโง่เขลาของตัวเอง!
ไป๋ซ่านโทรแจ้งตำรวจทันที "พี่เลี้ยงบ้านฉันขโมยสร้อยคอเพชรสีมูลค่า 10 ล้านแล้วหนีไปค่ะ"
เวลานี้อ้ายเยี่ยนยังไม่รู้ว่าภัยร้ายกำลังมาเยือน เธอกำลังรอรถไฟรอบดึกอยู่ที่สถานีรถไฟ หลับตาคำนวณในใจ
รอให้ไปถึงต่างถิ่น อาศัยการแต่งกายชุดนี้ ยังสามารถไปสมัครเป็นพี่เลี้ยงบ้านคนรวยแบบตระกูลไป๋ได้อีก ครั้งนี้ขาดทุน หลินฟางให้เงินเธอมาแค่แสนเดียว ครั้งหน้าต้องกอบโกยให้เยอะกว่านี้!
ตอนที่ตำรวจค้นหา เธอยังยืดคอมองดูเรื่องสนุก คิดไม่ถึงว่าตำรวจจะเดินตรงมาหยุดตรงหน้าเธอ
"อ้ายเยี่ยน คุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีลักทรัพย์ และเนื่องจากมูลค่าทรัพย์สินสูงมาก จึงมีคำสั่งจับกุม!"
"อะไรนะ? ฉัน...ฉันเปล่านะ พวกคุณจำคนผิดแล้ว!"
ชั่วขณะนี้อ้ายเยี่ยนตื่นตระหนกสุดขีด เธอหันหลังจะวิ่งหนี แต่ถูกกดลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าเธอจะดิ้นรนอย่างไร สุดท้ายก็ถูกคุมตัวขึ้นรถตำรวจไปอย่างทุลักทุเล!
ในสถานีตำรวจ ไป๋ซ่านสวมชุดเดรสผ้าซาตินสีดำ คลุมทับด้วยเสื้อสูทตัวเล็กสีดำ นั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ที่นั่น
เธอตั้งใจ เธอจงใจเอาสร้อยคอเพชรสีที่เจ้าของร่างเดิมประมูลมาเมื่อเดือนก่อนด้วยราคา 10 กว่าล้าน ไปวางรวมไว้กับพวกเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ของลูกสาว
เธอพนันกับความโลภและความโง่เขลาของหล่อน
เพียงแต่เธอก็คิดไม่ถึงว่าหล่อนจะติดกับเร็วขนาดนี้ ดูท่าคงถูกหลินฟางบีบคั้น จนต้องรีบหนี
ตอนอ้ายเยี่ยนถูกคุมตัวกลับมา บนตัวยังสวมเสื้อผ้าของไป๋ซ่าน ซึ่งไซส์ไม่พอดีกับตัวเธออย่างเห็นได้ชัด ทำให้ไขมันส่วนเกินปลิ้นออกมาให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น
เห็นไป๋ซ่านปากก็ยังก่นด่าไม่หยุด
"นังแพศยา ฉันก็แค่หยิบของไม่มีราคาไปแค่สองชิ้น แกถึงกับแจ้งตำรวจจับฉันเลยเหรอ! คอยดูเถอะ จับฉันไปก็แค่กักขังไม่กี่วัน รอฉันออกไปได้ฉันจะไปอาละวาดที่บ้านแก! ฉันจะให้ทุกคนได้รู้สันดานของแก!"
มาถึงขั้นนี้แล้ว อ้ายเยี่ยนก็ยังไม่รู้สถานการณ์ของตัวเอง
รอจนตำรวจปลดสร้อยคอออกจากคอของเธอ และแจ้งราคาให้เธอทราบ ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือดในทันที!
"มะ...ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้! นี่...นี่ฉันเอามาจากกล่องเครื่องประดับลูกสาวเธอนะ ใครจะเอาของราคา 10 ล้านให้เด็ก 7 ขวบเล่น! หล่อน...หล่อนต้องใส่ร้ายฉันแน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ!"
ไป๋ซ่านรับสร้อยคอคืนมา ยกยิ้มที่มุมปาก จะใส่ร้าย ก็ต้องมีเธอให้ความร่วมมือด้วยถึงจะสำเร็จ
"ฉันจะทำแบบนั้นแหละ ฉันรวย ฉันเต็มใจเอาของราคา 10 ล้านให้ลูกสาวฉันเล่น แล้วจะทำไม? คุณตำรวจคะ หลักฐานมัดตัวแน่นหนา เธอก็ยอมรับแล้ว จัดการตามกฎหมายเถอะค่ะ ฉันขอตัวกลับก่อน"
"อ้อ เสื้อผ้าที่เธอถอดออกมาไม่ต้องคืนฉันนะ เผาทิ้งไปได้เลย"
ไป๋ซ่านไม่อยากเสียเวลากับคนพรรค์นี้อีก
อ้ายเยี่ยนกลับเริ่มร้องขอความเมตตา "ไม่ ปล่อยฉันไปเถอะ คุณผู้หญิง ช่วยฉันด้วย คุณรวยขนาดนั้น ฉันหยิบของไปนิดหน่อยจะเป็นไรไป นี่ก็ได้คืนมาแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ!"
ไป๋ซ่านมองเธออย่างเย็นชา "ฉันรวย แต่เงินของฉันก็ได้มาด้วยความยากลำบาก ฉันยุ่งจนแทบไม่มีเวลาอยู่กับลูกสาว ส่วนเวลาของเธอถ้าไม่ยุ่งเรื่องชาวบ้านก็ยุ่งเรื่องขโมยของ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกแล้ว ฉันถือว่าเมตตาเธอที่สุดแล้ว!"
พูดจบก็ถือสร้อยคอหันหลังเดินจากไป รีบกลับไปกอดลูกสาวดีกว่า ใครจะมีเวลามาเสียให้กับหล่อน!
ตอนไป๋ซ่านจอดรถ ระบบก็แจ้งว่าเยว่เยว่ตื่นแล้ว เธอรีบวิ่งเข้าบ้าน ทันทีที่เปิดประตูก็ได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ดังมาจากห้องนอนของเธอ
ผลักประตูเข้าไปเห็นร่างเล็กๆ ของจือเยว่ ขดตัวอยู่บนเตียง ในอ้อมกอดกอดเสื้อผ้าที่เธอเพิ่งเปลี่ยนออกเมื่อวาน ร้องไห้กระซิกๆ เสียงร้องไห้เต็มไปด้วยความน้อยใจและหวาดกลัว
แกคิดว่าแม่กลับไปทำงานอีกแล้ว ความรักและความอบอุ่นเมื่อวานก็เป็นแค่ภาพฝันชั่วข้ามคืน
เห็นไป๋ซ่านกลับมาแล้ว แกก็เงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ ดวงตากลมโตสุกใสราวกับถูกชะล้างด้วยน้ำ
"แม่คะ!"
ไป๋ซ่านที่ถูกมนุษย์เด็กมองเป็นศูนย์กลางของชีวิตรู้สึกใจอ่อนยวบ
ฮึ ชาติที่แล้วใครทำร้ายเด็กคนนี้ ต้องชดใช้ให้หมด ฉันเป็นคนหวงลูกแบบนี้แหละ!