- หน้าแรก
- ฉันเกษียณจากเกมสยองขวัญ มาเป็นผู้ช่วยตัวประกอบ
- บทที่ 244 สิบแปดมงกุฎคือปรมาจารย์ตัวจริง 2
บทที่ 244 สิบแปดมงกุฎคือปรมาจารย์ตัวจริง 2
บทที่ 244 สิบแปดมงกุฎคือปรมาจารย์ตัวจริง 2
บทที่ 244 สิบแปดมงกุฎคือปรมาจารย์ตัวจริง 2
จู๋อินฟังแล้วนึกขำ "คุณลุง ตัวคุณลุงเองก็นั่งตั้งแผงดูดวงอยู่ตรงนี้ มาบอกให้ฉันเปลี่ยนอาชีพ แบบนี้มันฟังไม่ขึ้นเลยนะคะ"
ชายวัยกลางคนลูบเคราแพะทีหนึ่ง "เราไม่เหมือนกัน"
มองซ้ายมองขวาก็ไม่มีคนอื่น เขาเลยคุยสัพเพเหระกับจู๋อินเสียเลย แผงลอยของพวกเขานี่ ไม่ได้ล้อเล่นนะ วันนึงมีลูกค้ามาถามสักคน ก็ถือว่าธุรกิจดีแล้ว
"เฮ้อ ลุงไม่เหมือนกัน ลุงไม่ได้มาดูดวงให้คนจริงๆ หรอก ลุงว่างจนเบื่อ เลยมาฟังเรื่องชาวบ้านน่ะ"
เขายิ้มอย่างลำพองใจ "ลุงมีลูกสาวสองคน ลูกสาวคนโตเป็นผู้บริหารบริษัทต่างชาติ ลูกสาวคนเล็กทำธุรกิจ เปิดสาขาไปเจ็ดแปดแห่งแล้ว"
อวดลูกสาวเสร็จ เขาก็พูดเปิดอก "ตอนนี้ลุงไม่ขาดเงินใช้ ถึงได้แต่งตัวแบบนี้ออกมาฆ่าเวลา ลุงไม่ได้ทำเพื่อเงิน ต่อให้นั่งเฉยๆ ทั้งวันก็ไม่เดือดร้อน"
"เธออายุเท่าไหร่เชียว อย่างน้อยก็ไปหางานที่ทำให้มีข้าวกินอิ่มก่อนเถอะ" เขาจ้องมองรูปร่างผอมแห้งเป็นไม้ไผ่ของจู๋อินแล้วถอนหายใจ แต่กลับไม่ได้ถามถึงคนในครอบครัวเธอ
ยุคสมัยนี้ ถ้าที่บ้านมีคนดูแล จะออกมาเป็นสิบแปดมงกุฎตั้งแต่อายุน้อยๆ ได้ยังไง?
กลัวจู๋อินจะคิดว่าเขาเป็นพวกต้มตุ๋น เขายังหยิบมือถือออกมา ให้จู๋อินดูรูปโรงแรมของหลานสาวที่เขาถ่ายไว้
"โรงแรมถูกกฎหมาย ที่รับสมัครก็พนักงานถูกกฎหมาย" เขาเน้นย้ำ
จู๋อินขอบคุณเขา "คุณลุง ลุงมาตั้งแผงเพื่อฟังเรื่องชาวบ้าน แต่ฉันไม่ใช่ ฉันมีความสามารถจริงๆ นะ"
ชายวัยกลางคนได้ยินก็ขำกลิ้ง "ความสามารถจริง? เธอมีความสามารถจริง แล้วทำไมปล่อยตัวเองหิวโซขนาดนี้?"
จู๋อินทำหน้าจริงจัง "ลุงไม่เข้าใจ นี่คือการบำเพ็ญเพียรของฉัน ถ้าลุงไม่เชื่อ ฉันบอกลุงได้เลย ไม่เกินหนึ่งเดือน ร้ายจะกลายเป็นดี ฉันจะมีความร่ำรวยมหาศาล"
ที่ตรงนี้ห่างไกลผู้คน มองไม่เห็นคนสักกี่คน
ชายวัยกลางคนเดิมทีตั้งใจจะย้ายไปที่ที่มีคนเยอะแล้ว พอฟังเธอพูดแบบนี้ ก็เกิดความสนใจขึ้นมาบ้าง "ได้ งั้นลุงจะคอยดูเธอก็แล้วกัน ว่าความร่ำรวยมหาศาลของเธอจะมาจากไหน"
จู๋อินหรี่ตาลง "คอยดูเถอะ"
"จริงสิ" เธออธิบายเพิ่มอีกประโยค
"ฉันอายุยี่สิบปีแล้ว"
ร่างเดิมขาดสารอาหาร ประกอบกับดวงซวยแปลกประหลาด รูปร่างจึงผอมเล็กกว่าคนรุ่นเดียวกันมาก บวกกับหน้าเด็ก เลยดูเด็กกว่าอายุจริงไปเยอะ
แน่นอนว่า ที่ชายวัยกลางคนไม่มั่นใจอายุของเธอ ยังมีอีกสาเหตุคือเด็กสมัยนี้โตเร็วกันเหลือเกิน อายุสิบสามสิบสี่สูงร้อยเจ็ดสิบร้อยแปดสิบมีให้เห็นถมไป
ชายวัยกลางคนได้ยินก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา
เขาเริ่มล้วงกระเป๋ากางเกง ควักแบงก์ร้อยออกมาหลายใบ ส่งให้จู๋อิน "เจอกันถือเป็นวาสนา วันนี้ลุงคุยกับเธอแล้วสนุกมาก ถือซะว่าเป็นอั่งเปาของขวัญวันแรกพบก็แล้วกัน"
โชคดีที่เขาออกมาดูดวง คิดว่าอาจจะเจอลูกค้าที่จ่ายเงินสด เลยพกเงินสดติดตัวไว้หน่อย
ไม่อย่างนั้น คงต้องบอกคนอื่นว่า "มา แอดวีแชท ลุงจะโอนอั่งเปาให้"
จู๋อินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดึงแบงก์ร้อยออกมาหนึ่งใบ แล้วเก็บไว้
"ลุงพูดถูก เจอกันถือเป็นวาสนา" จู๋อินสะบัดแบงก์ร้อยในมือไปมา
"ฉันมาที่นี่ ยังเปิดบิลไม่ได้สักราย รับเงินลุงมาหนึ่งร้อย จะดูดวงให้ลุงสักตา เป็นไงคะ?"
"เฮ้ย! เด็กคนนี้นี่" ผู้ชายถูกทำให้ขบขัน แล้วพยักหน้าอย่างใจกว้าง
"ได้ งั้นเธอก็ดูให้ลุงหน่อย ลุงล่ะอยากจะเห็นจริงๆ ว่าความสามารถของเธอเป็นยังไง"
เขาคิดว่าจู๋อินหน้าบาง เขินอายที่จะรับเงินเขาเปล่าๆ ในใจยังชื่นชมว่าเป็นเด็กดี ให้เงินก็รับไว้แค่ร้อยเดียว
นิสัยไม่ต้องพูดถึง เขาคิดในใจ ไว้วันหลังค่อยเกลี้ยกล่อมเธอไปทำงานที่โรงแรมหลานสาวอีกที
"ลุงอยากดูอะไรคะ?" จู๋อินถามเขา
บาร์บาร่าถามด้วยความประหลาดใจ "โฮสต์ คุณดูดวงเป็นด้วยเหรอ?"
จู๋อินสงสัย "เธอก็เห็นฉันบำเพ็ญเซียนมาแล้ว ดูดวงมันจะยากกว่าบำเพ็ญเซียนเหรอ?"
บาร์บาร่า: ...นั่นก็จริงนะ
ชายวัยกลางคนคิดดูแล้วก็พูดว่า "ดูว่าเมื่อไหร่ลุงจะได้อุ้มหลานก็แล้วกัน"
พอพูดถึงเรื่องนี้เขาก็อยากถอนหายใจ ลูกสาวคนโตบ้างาน อายุเลยสามสิบห้าแล้วก็ยังไม่แต่งงาน แถมยังบอกกับทางบ้านตรงๆ ว่าในช่วงไม่กี่ปีนี้ไม่มีแผนจะแต่งงาน ส่วนลูกสาวคนเล็กแต่งงานเร็ว ลูกเขยก็รู้จักกันดีอยู่หมู่บ้านเดียวกัน เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสมัยเด็ก แต่รักกันแต่งงานกันมาสิบกว่าปีแล้ว ก็ไม่มีลูกสักที
เขาอายุห้าสิบกว่าแล้ว เงินทองไม่ขาดมือ ทุกวันว่างจนเบื่อ ก็แค่อยากมีหลานไว้อุ้มเล่นสักคนไม่ใช่เหรอ
เขามองจู๋อินอย่างทีเล่นทีจริง "ต้องให้ลุงเขียนตัวอักษร หรือบอกวันเดือนปีเกิดอะไรไหม"
จู๋อิน: "ไม่ต้องค่ะ"
เธอจ้องมองอีกฝ่าย ชายวัยกลางคนรู้สึกเพียงว่า ดวงตาดำขลับคู่นั้น ราวกับมีมนตร์วิเศษ ชักนำให้เขาจมองเข้าไปอย่างไม่รู้ตัว—
วิธีการของสำนักพยากรณ์ฮวงจุ้ย จู๋อินเคยศึกษามาจริงๆ
เพียงแต่ภายหลัง เธอก็ไม่ได้ใช้มันแล้ว
มนุษย์ปุถุชนอาศัยสื่อกลางเพื่อสอดส่องชะตากรรมที่คาดเดาไม่ได้ เพื่อแสวงโชคเลี่ยงภัย
มาถึงขั้นของเธอ เพียงปรายตามองก็สามารถมองทะลุอดีตและอนาคตของคนคนหนึ่งได้จนหมดสิ้น
เธอหัวเราะออกมาหนึ่งเสียง
"ยินดีด้วยค่ะลุง"
ชายวัยกลางคนได้สติกลับมาทันควัน เขาจ้องมองจู๋อินด้วยความตกตะลึง ความรู้สึกมหัศจรรย์เมื่อครู่นี้... หรือว่า เธอจะไม่เหมือนกับเขาจริงๆ?
ไม่ได้ออกมาตั้งแผงหลอกกินหลอกดื่มจริงๆ เหรอ?
ทันใดนั้นเขาถึงได้ตอบสนองต่อประโยคนั้นของจู๋อิน
ใจกระตุกวูบ "ยินดีเรื่องอะไร?"
จู๋อิน: "หลานที่คุณเฝ้าคะนึงหา ตอนนี้อยู่ในท้องแม่แล้วค่ะ"
ชายวัยกลางคนแม้ปากจะบอกว่าไม่เชื่อ แต่พอได้ยินคำนี้ก็เก็บรอยยิ้มไม่อยู่ "จริงเหรอ? ลุงจะถือเป็นจริงเป็นจังนะ"
จู๋อิน: "ถ้าไม่แม่น ลุงมาหาฉัน ฉันคืนเงินให้"
ผู้ชายหัวเราะพร้อมโบกมือ ไม่ได้พูดอะไร
จริงๆ แล้วในใจเขาไม่เชื่อหรอก
ตกเย็น พอกลับถึงบ้าน เขาก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองลูกสาวคนเล็ก
หวังอิ๋งเสวี่ยแปลกใจ "พ่อ พ่อจ้องหนูตลอดทำไม?"
หวังรุ่ยเนียนถูมือ ลองหยั่งเชิงถาม "เสี่ยวเสวี่ย ช่วงนี้ลูก... รู้สึกอะไรที่ท้องบ้างไหม?"
หวังอิ๋งเสวี่ยจนปัญญา "ไม่นี่คะ"
เธอก็ไม่ได้แปลกใจ เธอแต่งงานกับสามีมาหลายปี คนทั้งบ้านอยากมีเจ้าตัวเล็กมาตลอด ท้องไส้เงียบกริบมาตลอด สามีภรรยาทั้งคู่เคยไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้ว ไม่มีปัญหา แต่ลูกก็ไม่มาสักที
หวังรุ่ยเนียน: "ไม่งั้น พรุ่งนี้ลูกหาเวลาว่าง ลองตรวจดูหน่อยไหม?"
หวังอิ๋งเสวี่ยกวาดตามองพ่อแวบหนึ่ง แล้วเข้าใจทันที "สหายผู้เฒ่าหวัง ไปให้เพื่อนร่วมอาชีพดูดวงมาอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย?"
เห็นได้ชัดว่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกหรือครั้งที่สองแล้ว
หวังรุ่ยเนียนกระแอมไอหนึ่งที "วันนี้เจอเพื่อนร่วมอาชีพตัวน้อย เขาบอกว่าหลานของพ่ออยู่ในท้องแม่แล้ว พูดจาเป็นตุเป็นตะเชียว"
หวังอิ๋งเสวี่ยกลั้นขำไม่อยู่ "ยังมีเพื่อนร่วมอาชีพตัวน้อยอีก"
เธอชี้ไปที่เครื่องแต่งกายชุดนี้ของหวังรุ่ยเนียน "พ่อเองก็ทำอาชีพนี้ ยังเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่อีกเหรอคะ?"
ตอนแรกที่หวังรุ่ยเนียนซื้อหนังสือโหงวเฮ้งมาศึกษาไม่กี่วัน แล้วประกาศว่าตัวเองจะไปตั้งแผงดูดวง คนทั้งบ้านต่างคัดค้าน
นี่มันหลอกลวงประชาชนชัดๆ!
เป็นหวังรุ่ยเนียนเองที่บอกว่า เขาไม่เก็บเงิน แค่เบื่อ เลยอาศัยสิ่งนี้คุยเล่นกับชาวบ้าน ไม่โกงเงินใครแน่นอน พวกเด็กๆ ถึงไม่ได้ห้ามเขา
แต่ในเมื่อที่บ้านมี "กึ่งเซียน" แบบนี้อยู่หนึ่งคน พวกเธอย่อมต้องเข้าใจคุณภาพของกึ่งเซียนข้างถนนพวกนี้ดียิ่งขึ้น
หวังรุ่ยเนียนเป่าหนวด "กับขอบเขตที่ตัวเองไม่เข้าใจ ต้องมีความยำเกรง! เข้าใจไหม!"
.
ปากหวังอิ๋งเสวี่ยเยาะเย้ยพ่อ แต่ก่อนนอนนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ท้ายที่สุดก็เก็บมาใส่ใจ
วันรุ่งขึ้นเธอแอบเอาที่ตรวจครรภ์มาตรวจดูหน่อย เอาล่ะ ผลลัพธ์เป็นไปตามคาด
ผ่านไปอีกสิบกว่าวัน ประจำเดือนมาตรงเวลา หวังอิ๋งเสวี่ยตัดใจโดยสิ้นเชิง
หวังรุ่ยเนียนยังคงมานั่งเล่นใต้สะพานลอยวันเว้นวัน หรือสองวันครั้ง มาคุยกับจู๋อิน
เขาไม่เอ่ยถึงเรื่องที่ลูกสาวคนเล็กไม่ตั้งครรภ์ กลัวจะกระทบความมั่นใจของเด็ก