- หน้าแรก
- ฉันเกษียณจากเกมสยองขวัญ มาเป็นผู้ช่วยตัวประกอบ
- บทที่ 241 เป็นเด็กน้อยเครื่องมือในรายการวาไรตี้เลี้ยงเด็ก 23
บทที่ 241 เป็นเด็กน้อยเครื่องมือในรายการวาไรตี้เลี้ยงเด็ก 23
บทที่ 241 เป็นเด็กน้อยเครื่องมือในรายการวาไรตี้เลี้ยงเด็ก 23
บทที่ 241 เป็นเด็กน้อยเครื่องมือในรายการวาไรตี้เลี้ยงเด็ก 23
แม้เจตจำนงแห่งโลกของโลกใบนี้จะดำรงอยู่มาเนิ่นนานหลายปี แต่การที่ "ท่าน" ถือกำเนิดเจตจำนงแห่งตัวตนขึ้นมาจริงๆ ก็แค่ไม่กี่แสนปีเท่านั้น
และในระยะเวลาไม่กี่แสนปีนี้ กว่าเก้าในสิบส่วน ท่านก็เอาแต่หลับใหล
เพราะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถสื่อสารกับท่านได้
ทุกสรรพชีวิตบนโลกใบนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าท่าน ล้วนไม่มีความลับและตัวตนให้กล่าวถึง
คำจำกัดความที่จู๋อินมีต่อท่านก็คือ: ทารกน้อยวัยไม่กี่แสนขวบที่มีพลังเทพไร้ขีดจำกัด
จะเรียกว่าเด็กเปรตก็คงไม่ได้ แต่เพราะพลังของท่านนั้นยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ ท่านเพียงแค่ขยับความคิดนิดเดียว สำหรับโลกทั้งใบแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
ตัวอย่างเช่น เพราะชอบจู๋อิน เพื่อนเพียงคนเดียวที่สามารถสื่อสารกับตัวเองได้ ท่านเลยเล่นใหญ่จัดฉากให้ทุกสรรพสิ่งพุ่งเข้าหาในรายการวาไรตี้
กลัวจู๋อินเบื่อ ก็เลยควานหาเจ้าตัวเล็กหน้าตาน่ารักขึ้นมาจากก้นทะเลส่งเดช ผลปรากฏว่ามนุษย์ค้นพบว่านั่นคือสิ่งมีชีวิตโบราณที่พวกเขาคิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว
จู๋อินถอนหายใจ
เพื่อป้องกันไม่ให้เพื่อนก่อเรื่องใหญ่โตอะไรอีก และเพื่อป้องกันไม่ให้ท่าน "เบื่อ"
จู๋อินจึงบอกว่า "เธอไปโรงเรียนกับฉันเถอะ"
ตอนนี้เธอเป็นนักเรียนอนุบาลชั้นปีที่ 3 ที่แสนภาคภูมิใจ
ปีหน้าก็จะได้เป็นนักเรียนประถมปีที่ 1 แล้วนะเย้
จู๋อินใช้เวลาเกือบครึ่งปี ค้นหาวัสดุจากของสะสมของตัวเองมาปั้นร่างที่สามารถรองรับเจตจำนงของท่านได้ พร้อมกำชับว่าให้ใช้อย่างระมัดระวัง พังแล้วซ่อมยากนะ
จากนั้นก็พา "เพื่อนใหม่" ผมดำตาดำคนนี้ไปหาหลินหลาง
หลินหลางมองเด็กผู้หญิงตรงหน้าที่มีหน้าตาคล้ายหลานสาวของตัวเองถึงเก้าส่วนด้วยความงุนงง
สายตาของเธอสบกับเด็กหญิงตัวน้อย แววตาเหม่อลอยไปชั่วขณะ
ที่บ้านมีเด็กเพิ่มมาอีกคน
ไม่มีใครรู้สึกผิดปกติ ทุกคนรู้แค่ว่า พี่สาวของหลินหลางคลอดลูกสาวฝาแฝดก่อนกำหนด อินอินเป็นคนพี่
และยังมีน้องสาวขี้อายที่ไม่ค่อยออกจากบ้านอีกคน
จู๋อินพา "น้องสาว" ไปเยี่ยมเต่าแดงที่เมือง J
ดวงตาดำขลับของเต่าแดงมองจู๋อิน แล้วมอง "น้องสาว" ข้างกายเธอ เจ้าเต่าถึงกับเอ๋อไปเลย แสดงสีหน้างุนงงเหมือนคนเปี๊ยบ
ผู้รับผิดชอบจำจู๋อินได้ จึงสละเวลามาต้อนรับเธอเป็นพิเศษ และยังเล่าถึงแผนการของพวกเขาให้ฟัง
ตลอดหนึ่งปีกว่าที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์น้ำทั้งในและต่างประเทศออกสำรวจไปทั่ว แต่ก็ยังหาเพื่อนของเต่าแดงไม่พบ
แม้เต่าแดงจะกินดีอยู่ดีที่ศูนย์วิจัย แต่หลังจากผู้เชี่ยวชาญทุกฝ่ายประชุมกันแล้ว ก็ตัดสินใจจะปล่อยเจ้าแดงกลับสู่ทะเล
พวกเขาจะติดเครื่องติดตามดาวเทียมไว้บนตัวเจ้าแดง เพื่อตรวจสอบตำแหน่งและระยะเวลาที่มันหยุดพัก บางทีอาจจะขุดค้นข้อมูลเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้ได้มากขึ้น
วันที่ปล่อยเต่าแดง ทางศูนย์วิจัยมีการไลฟ์สด ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศ กระแสตอบรับถล่มทลาย
จู๋อินและน้องสาวนั่งอยู่บนโซฟาที่บ้าน ดูฉากนี้ผ่านทีวี
จู่ๆ ท่านก็พูดขึ้นว่า "ฉันถามมันแล้ว ว่าอยากกลับไป หรืออยากให้มนุษย์เลี้ยงต่อ"
จู๋อินแปลกใจนิดหน่อย ก่อนหน้านี้ท่านคิดอะไรก็จะลงมือทำเลย ไม่เคยคิดจะถามความเห็นใคร
เธอถามอย่างให้ความร่วมมือ "เจ้าแดงว่าไงบ้าง?"
"มันบอกว่ายังไงก็ได้ ในทะเลสนุกกว่านิดหน่อย แต่ถ้ามนุษย์เลี้ยง ของกินก็เยอะกว่า"
จู๋อินเข้าใจทันที มันคือเต่าสายชิลที่ลอยไปตามน้ำนี่เอง
ตอนนี้มนุษย์ตัดสินใจปล่อยมันแล้ว มันก็ไม่ได้มีความเห็นอะไร
จู๋อินมองมันขยับขาสี่ข้าง ร่างค่อยๆ เลือนหายไปในผิวน้ำ
พอดูเต่าแดงจบ เธอก็หยิบรีโมทเปลี่ยนไปอีกช่อง
ละครย้อนยุคโรแมนติกที่หลินหลางรับบทรองนางเอกกำลังออกอากาศ
ในเรื่องนี้ พระเอกนางเอกเอาแต่รักๆ เลิกๆ กันไปมา ท่ามกลางความแค้นของชาติบ้านเมือง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัวพันยุ่งเหยิงจนเป็นปม
ภายใต้ฉากหลังแบบนี้ บทนางรองบ้างานที่หลินหลางเล่นกลับโดดเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
บวกกับทักษะการแสดงอันยอดเยี่ยมที่เธอขัดเกลามาหลายปี สร้างภาพลักษณ์นางรองผู้ทะเยอทะยานได้อย่างลึกซึ้ง
ละครยังฉายไม่จบ กระแสของตัวละครที่หลินหลางเล่น ก็เริ่มแซงหน้าพระเอกนางเอกไปแล้ว
เด็กหญิงตัวน้อยข้างกายมองจู๋อิน "มนุษย์ที่เธอเลี้ยงเก่งมาก"
จู๋อิน "ฮึ เรียกน้าสิ"
ท่านเปลี่ยนคำพูดอย่างว่าง่าย "น้าเก่งมาก"
"แน่นอน" จู๋อินพอใจ
"มนุษย์ที่ฉันเลือก จะไม่เก่งได้ยังไง?"
"เธออยากให้เขาดัง อยากให้เขารวยมากๆ มีชื่อเสียงมากๆ"
ท่านสงสัย "สิ่งเหล่านี้ เธอให้เขาได้เลยนี่นา ทำไมต้องให้เขาไปแย่งชิงอย่างยากลำบากด้วย?"
จู๋อินไม่ได้ตอบ แต่บอกว่า "พวกเรามาปลูกต้นไม้ด้วยกันสักต้นเถอะ"
ท่านไม่เข้าใจ แต่ก็ร่วมปรึกษากับจู๋อิน และขอความเห็นจากคนอื่นๆ ในบ้าน สุดท้ายตกลงกันว่าจะปลูกต้นกล้าพีช
ดอกพีชสวย แถมยังออกผลได้ เพอร์เฟกต์
หลินหลางกลับบ้านมาเป็นเพื่อนเจ้าตัวเล็กสองคนทำกิจกรรมนี้เป็นพิเศษ
จู๋อินกำชับท่านเป็นพิเศษว่า: ห้ามป้อนพลังปราณให้มัน และห้ามทำให้มันโตข้ามคืน
"อ้อ" ท่านรับคำ
ท่านทำได้แค่ในวันที่แดดออก ก็ให้แสงแดดลำเอียงส่องต้นพีชต้นนี้มากหน่อย วันที่ฝนตก ก็แอบเอาน้ำคุณภาพดีที่สุดมารดให้
การกระทำเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ จู๋อินก็ทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง
ไม่กี่เดือนต่อมา ท่านก็พูดกับจู๋อินอย่างจริงจังว่า "ฉันรู้สึกว่า ต้นไม้ที่พวกเราเลี้ยง ดูดีกว่าต้นไม้อื่นอยู่นิดหน่อยนะ"
สามปีต่อมา ต้นพีชที่สูงกว่าพวกเธอแล้ว ก็ออกดอกตูมเป็นครั้งแรก
สีชมพูระเรื่อ เป็นสัญญาณแห่งฤดูใบไม้ผลิ
พวกเธอยืนอยู่ใต้ต้นไม้ด้วยกัน นับดูแล้วมีดอกตูมทั้งหมดสองร้อยเอ็ดดอก
ไม่นาน ดอกตูมก็บานสะพรั่ง แล้วก็ร่วงโรย
บนกิ่งก้านมีผลสีเขียวลูกเล็กๆ ห้อยอยู่
ท่านไปนับอีกครั้ง แล้วก็เสียดาย "เหลือแค่แปดสิบลูกแล้ว"
พอถึงช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ลูกพีชก็โตเต็มที่ สีแดงสด สวยงามมาก
เพื่อนบ้านในหมู่บ้านหลายคนมองตาเป็นมัน เด็กบางคนอยากเด็ด แต่ก็โดนท่านไล่ตะเพิดไป
ท่านมอบลูกพีชลูกแรกที่สุกให้จู๋อิน
จู๋อินเด็ดอีกลูกมาถือไว้ "กินด้วยกัน"
ทั้งสองแทะลูกพีชด้วยกัน
"หอมไหม? หวานไหม?" จู๋อินถามท่าน
พยักหน้า
จู๋อินพูดต่อ "ลูกพีชมีตั้งหลายสายพันธุ์บนโลก ที่อร่อยกว่าแพงกว่านี้ เธอก็หาได้ง่ายๆ เธอคิดว่าพวกนั้นอร่อยกว่าอันนี้ไหม?"
ส่ายหน้า
"ทำไมล่ะ?" จู๋อินถามท่าน
"ฉันเข้าใจแล้ว"
ท่านรู้แล้วว่า จู๋อินกำลังตอบคำถามที่ท่านถามเมื่อสามปีก่อน
แทะลูกพีชจนหมด ล้างน้ำหวานที่เลอะมือออก จู๋อินยิ้มตาหยีพลางพูดว่า
"เธอกับฉันมีเวลามากมายก่ายกอง อะไรๆ ก็แก้ปัญหาด้วยวิธีดิบเถื่อน มันก็สะดวกดีหรอกนะ แต่ก็จะเสียความสนุกไปตั้งเยอะแน่ะ"
เสียความสนุก ก็จะเริ่มเบื่อ
ความเบื่อหน่าย สำหรับตัวตนอย่างพวกเธอแล้ว เป็นสัญญาณที่อันตรายมากทีเดียวนะ