- หน้าแรก
- ฉันเกษียณจากเกมสยองขวัญ มาเป็นผู้ช่วยตัวประกอบ
- บทที่ 235 เป็นเด็กน้อยเครื่องมือในรายการวาไรตี้เลี้ยงเด็ก 17
บทที่ 235 เป็นเด็กน้อยเครื่องมือในรายการวาไรตี้เลี้ยงเด็ก 17
บทที่ 235 เป็นเด็กน้อยเครื่องมือในรายการวาไรตี้เลี้ยงเด็ก 17
บทที่ 235 เป็นเด็กน้อยเครื่องมือในรายการวาไรตี้เลี้ยงเด็ก 17
มีมหน้าเหวอของทีมงานถูกแคปเจอร์ทันควัน ถูกนำไปทำเป็นมีมมากมายนับไม่ถ้วน ดังระเบิดระเบ้อ
แต่นั่นเป็นเรื่องหลังจากนี้
ตอนนี้ในใจเขาเต็มไปด้วยความงุนงงและอุทานว่าเชี่ยอะไรวะ ร่างกายกลับตอบสนองรวดเร็ว มือที่จับคอไก่ออกแรง มืออีกข้างขยับไวว่อง หลังผ่านการต่อสู้ชุลมุน เหงื่อท่วมหัว ในที่สุดก็จัดการได้แบบทุลักทุเล
แม่ไก่แก่ตัวนั้นทั้งปีกและคอถูกล็อกไว้ แม้จะเป็นเช่นนั้น ก็ยังดีดดิ้นเป็นพักๆ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่จะขัดขืน
ทีมงานหิ้วมันรีบไปหาคุณปู่เจ้าของบ้าน ขอยืมเชือกกับกระสอบ มัดขา โยนใส่กระสอบ
จะดิ้นยังไงในกระสอบก็เชิญตามสบาย
เพราะเป็นอุบัติเหตุสดๆ ร้อนๆ ระหว่างไลฟ์ กระบวนการทั้งหมด จึงถูกกล้องบันทึกไว้อย่างซื่อสัตย์
ไม่มีใครเห็นใจประสบการณ์ของทีมงาน ทุกคนต่างหัวเราะกันลั่น:
[ทีมงาน: ไม่ใช่นะพวกนาย?]
[ไก่นี่เป็นปีศาจแล้วมั้ง? ยังรู้จักแกล้งตายหลอกคู่ต่อสู้]
[สรุปทำไมไก่ถึงเรียบร้อยตอนอยู่ในมืออินอินล่ะ?]
[อาจจะเป็นพวกนักเลงมีคุณธรรม ไม่รังแกเด็กเล็ก?]
[เซินเซิน: ผมมีหกข้อจะแถลง]
[ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ แต่ดูฉากที่อินอินไล่กวดไก่หลายสิบตัวเมื่อกี้ ก็พูดยากนะว่าไก่จะรังแกเธอได้หรือเปล่า...]
[สรุป: อินอินโคตรเจ๋ง!]
จู๋อินปัดมือ กลับมาหากลุ่มเพื่อน
เจอกับสายตาเลื่อมใสสองคู่
ฉินลี่จือมองเธอราวกับมองซูเปอร์แมน "อินอิน เธอเก่งจังเลย!"
เซินเซินก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่เขาปากแข็ง "ฉันยอมรับ เธอก็เก่งนิดหน่อย"
จู๋อินมองเขาแวบหนึ่ง ทำท่าครุ่นคิด "ฉันเก่งใช่ไหม?"
เซินเซินพยักหน้า
จู๋อิน "งั้นต่อไป นายฟังฉัน"
เซินเซินไม่ค่อยพอใจ
จู๋อิน "ถ้าวันหลังนายเก่งกว่าฉัน ฉันก็จะฟังนาย ยุติธรรมใช่ไหม?"
เซินเซินไตร่ตรองอย่างละเอียด ไม่รู้สึกว่าคำพูดเธอมีปัญหา ดูเหมือนจะมีเหตุผลมาก
จู๋อินหันไปถามฉินลี่จือ "ลี่จือ ฉันพูดถูกไหม?"
ฉินลี่จือทำหน้าแบ๊ว "ถูกมาก! อินอิน ฉันก็จะฟังเธอเหมือนกัน~"
คราวนี้เซินเซินหาเหตุผลมาโต้แย้งไม่ได้แล้ว พยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ "งั้นก็ได้ ฉันฟังเธอ"
ที่เขาเชื่อฟังขนาดนี้ หลักๆ ก็เพราะรู้สึกว่า ท่าทางของจู๋อินตอนไล่กวดไก่ฝูงหนึ่งเพียงลำพังนั้น ห้าวหาญมาก
ยอมรับลูกพี่แบบนี้สักคน ดูเหมือนจะไม่น่าอายเท่าไหร่
[โอ้โห หลอกเด็กได้ทีละคนแม่นๆ]
[เซินเซิน ตอนแรก: เด็กเปรตอะไรเนี่ย ตอนนี้: เจ้าทึ่มน้อยอะไรเนี่ย]
[ลี่จือฮ่าฮ่า เซินเซินคือโง่จนน่าตี หนูคือโง่จนน่าขโมยกลับบ้าน]
[สายตาเจ้าเล่ห์ของฉู่เฉินทำฉันขำตาย มองเด็กสองคนเหมือนมองคนงั่ง]
ลู่หัวเวยเห็นลูกชายเชื่อฟังคนอื่นขนาดนี้ อารมณ์ซับซ้อนไปชั่วขณะ และก็ไม่เข้าใจเอามากๆ
ในฐานะแม่แท้ๆ เธอรู้ดีกว่าใครว่าสันดานเจ้าเซินเซินเป็นยังไง
หรือว่าแค่เก่งแต่ในบ้าน ดื้อแค่กับที่บ้าน?
.
ภารกิจด่านแรกสำเร็จ พวกเขาบอกลาคุณปู่เจ้าของบ้าน ออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป
ฉากเด็ดฉายซ้ำ
เด็กน้อยสี่คนเดินบนถนน บนต้นมะพร้าวสูงใหญ่ริมทาง ฝนมะพร้าวก็เริ่มร่วงตุ้บตั้บ
เห็นได้ชัดว่าอยู่ห่างจากพวกเด็กๆ หน่อยหนึ่ง แต่พอร่วงลงมา ก็อาศัยแรงกระแทก กลิ้งมาแทบเท้าจู๋อินอย่างว่าง่าย
[มาแล้ว! สกิลลับ · มหายัดเยียด!]
[พูดตามตรงฉากนี้ดูยังไงก็รู้สึกไม่เป็นวิทยาศาสตร์เอาซะเลย]
[ชาวเกาะดูจนชาแล้ว อากาศดีขนาดนี้ ไม่มีลมไม่มีฝน มะพร้าวพวกนี้ร่วงแบบนี้ได้ยังไงฟะ? ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย]
ของขวัญจากเพื่อนใหม่มาอีกแล้ว
จู๋อินหันไปมองซ้ายขวา กวักมือเรียกทีมงานที่ตามอยู่ไม่ไกล
ทีมงาน "..."
"คุณอา เชิญกินมะพร้าวค่ะ พวกเราถือไม่ไหว ช่วยพวกเราถือหน่อยได้ไหมคะ?"
ทีมงานย่อมไม่ปฏิเสธ
จัดการมะพร้าวเสร็จ จู๋อินพบว่าลูกน้องใหม่สองคนมองเธอด้วยสายตาเทิดทูน
ลี่จือ "อินอินเก่งจัง!"
เซินเซิน "เธอสั่งมะพร้าวให้ร่วงลงมาได้ด้วย ฉันยอมรับว่าเธอเก่งกว่าฉัน"
มีเพียงฉู่เฉิน เงยหน้ามองต้นมะพร้าว สีหน้าสงสัยในชีวิต
บ้านหลังที่สองเจ้าของบ้านคือคุณยายที่นั่งวีลแชร์
หน้าตาใจดี มองเด็กน้อยทั้งสี่อย่างอ่อนโยน "ยายขาแข้งไม่ค่อยดี ไม่รู้ว่าเด็กน่ารักทั้งสี่คน จะช่วยยายทำงานบ้านนิดหน่อยได้ไหม"
ภารกิจของแกคือเติมน้ำให้เต็มตุ่ม และกวาดใบไม้ในลานบ้านให้สะอาด
ตุ่มอยู่มุมลาน ใบใหญ่มาก ยัดพวกเขาสี่คนลงไปก็น่าจะยังหลวมๆ ลานบ้านก็ไม่เล็ก มีใบไม้ร่วงกองกระจัดกระจาย
ถ้าเจ้าตัวเล็กทำภารกิจสำเร็จ สามารถเก็บผักจากสวนผักใหญ่ของแกได้
แกพาพวกเด็กๆ ไปดูสวนผักใหญ่ของแก เขียวชอุ่มเต็มไปด้วยผักผลไม้สดนานาชนิด
ลี่จือถามแก "คุณยาย ยายอยู่คนเดียวเหรอคะ?"
คุณยายพยักหน้า
เซินเซินถามซื่อๆ "ผักเยอะขนาดนี้ ยายคนเดียวกินหมดเหรอครับ?"
คุณยายอธิบาย "ที่ปลูกพวกนี้ขายให้คนอื่นกินได้จ้ะ"
จู๋อินมอง "คุณยาย" ที่ใส่วิก ไม่ได้เปิดโปงแก
กวาดพื้นก่อน
สี่คนไปรับไม้กวาดอันเล็ก คนละมุม กวาดใบไม้เข้าตรงกลาง
ผู้ปกครองตอนนี้ยังหัวเราะอยู่
ลู่หัวเวยน้ำเสียงภูมิใจ "เซินเซินบ้านเรา อยู่บ้านไม่เคยแตะงานบ้าน พอกวาดพื้น ก็ดูกระฉับกระเฉงใช้ได้นะเนี่ย"
แล้ว ลมก็พัดมา
ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนมองเห็น บนเกาะจู่ๆ ก็มีลมพัด ใบไม้ที่ติดอยู่บนพื้นถูกลมม้วน พัดไปกองรวมกันกลางลานบ้าน
เด็กๆ ต่างหยุดมืออย่างงุนงง มองใบไม้ใต้เท้าปลิวว่อน
ไม่นาน ใบไม้เต็มลานบ้านก็ถูกลมกองรวมกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ผ่านไปครู่ใหญ่ เซินเซินก็พูดอย่างเอ๋อๆ "พวกเรานี่คือ... กวาดเสร็จแล้วเหรอ?"