- หน้าแรก
- ฉันเกษียณจากเกมสยองขวัญ มาเป็นผู้ช่วยตัวประกอบ
- บทที่ 229 เป็นเด็กน้อยเครื่องมือในรายการวาไรตี้เลี้ยงเด็ก 11
บทที่ 229 เป็นเด็กน้อยเครื่องมือในรายการวาไรตี้เลี้ยงเด็ก 11
บทที่ 229 เป็นเด็กน้อยเครื่องมือในรายการวาไรตี้เลี้ยงเด็ก 11
บทที่ 229 เป็นเด็กน้อยเครื่องมือในรายการวาไรตี้เลี้ยงเด็ก 11
คำพูดนี้ฟังดูวางอำนาจไปหน่อย
หลินหลางแปลกใจเล็กน้อย เจ้าลูกหมาที่บ้านเปลี่ยนนิสัยตั้งแต่เมื่อไหร่?
ยังไม่ทันที่เธอจะพูด ก็ได้ยินลู่หัวเวยที่อยู่ข้างๆ พูดด้วยความหมายแฝงนัยว่า "หลานสาวบ้านคุณ อายุก็ไม่เท่าไหร่ วางมาดใหญ่โตเชียว"
หลินหลางคนที่คลุกคลีในวงการบันเทิงมาหลายปี มีหรือจะฟังคำพูดกระทบกระเทียบแดกดันของเธอไม่ออก?
เธอเริ่มไม่พอใจนิดหน่อย: คนคนนี้เป็นอะไร? เด็กพูดประโยคเดียว ก็ต้องเอามาเป็นประเด็นใหญ่โตด้วยเหรอ?
กำลังจะสวนกลับ ชีหลินก็หัวเราะออกมา "แหม แม่หนูน้อยห้าวเป้งดีจัง มีคาแรคเตอร์ ฉันชอบนะ!"
หลินหลางก็หัวเราะออกมา หันไปคุยกับชีหลิน "ฉันตามใจเองแหละค่ะ อินอินบ้านฉันเมื่อก่อนขี้กลัว ข้างนอกโดนคนรังแกก็ไม่กล้าพูด ฉันก็เลยสอนแกน่ะสิคะ ให้แกแข็งกร้าวหน่อย อย่างน้อยก็ไม่เสียเปรียบ"
คอมเมนต์ก็คึกคัก แต่บรรยากาศกลับต่างจากที่ทุกคนคิด:
[เชรด... โคตรเท่!]
[ไม่ใช่สิ ทำไมฉันถึงมองเห็น "ออร่าผู้นำ" จากเด็กห้าขวบได้ล่ะเนี่ย? หรือว่าไอ้เรื่องบุคลิกเนี่ย มันติดตัวมาแต่เกิดจริงๆ?]
[ขอโทษค่ะฉันผิดไปแล้ว น้องเพิ่งห้าขวบ แต่... จริงๆ นะ... อยากจะตะโกนเรียกนายท่านจัง...]
เซินเซินก็อึ้งไปเหมือนกัน
แต่เขาเป็นเด็กที่ถูกตามใจจนเสียคน คนอื่นไม่อนุญาตอะไรไม่เคยอยู่ในหัวสมองเขา
เขารู้แค่ว่าจู๋อินขวางเขา ไม่คิดหน้าคิดหลังก็จะผลักมือเธอออก ไปแย่งรีโมท
ผลัก—
ผลักไม่ไป
จู๋อินจริงๆ แล้วเฉยๆ ว่าจะดูการ์ตูนหรือดูอย่างอื่น สำหรับเธอมันก็พอๆ กัน
แต่พฤติกรรมของเซินเซินทำให้เธอรู้สึกว่าถูกล่วงเกิน
ถึงจะเป็นเด็กก็เถอะ
แต่เขาก็ไม่ใช่เด็กที่เธอเลี้ยงนี่นา
แถม เธอมองเขาด้วยสายตาเลือกปฏิบัติ หน้าตาก็ไม่ประณีตเท่าฉู่เฉิน น่ารักก็สู้ลี่จือไม่ได้
หาเหตุผลที่จะตามใจเขาไม่เจอจริงๆ
เธอถือรีโมทไว้ในมือ ไม่ให้
ใครจะรู้ เซินเซินแย่งไม่ได้ ก็ทิ้งตัวนั่งลงกับพื้น ร้องโหยหวน "จะดูการ์ตูน! จะดูการ์ตูน!"
แหกปากร้องไป ก็ถีบโซฟาที่จู๋อินนั่งไปด้วย
จู๋อิน "..."
ลี่จือที่อยู่ข้างๆ เธอตกใจ รีบส่งสายตาหาพี่สาว
ฉู่เฉินมองคนที่พื้นอย่างเย็นชา ในแววตาฉายความรังเกียจวูบหนึ่ง
ผู้ปกครองคนอื่นๆ ต่างก็ทำตัวไม่ถูก ไม่มีใครคาดคิดว่าเซินเซินจะบทจะมาก็มา ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ก็ลงไปนอนแหกปากกับพื้นซะแล้ว
ฉินเชียนอิ้งที่อายุน้อยหน่อยถึงกับทำหน้าไม่ถูก
เธอคิดในใจว่าลู่หัวเวยก็เป็นรุ่นพี่ในวงการ คู่แต่งงานของเธอแม้จะไม่รวยเท่าชีหลิน แต่ได้ยินว่าเป็นเจ้าของกิจการเปิดร้านเอง
ทำไมถึงเลี้ยงลูกออกมาให้มีพฤติกรรมขายหน้าแบบนี้ได้
เห็นลู่หัวเวยทำหน้าปวดใจเดินเข้าไป โอ๋ลูกชายอย่างชำนาญ "เซินเซินเด็กดี ไม่ร้องนะ ดูการ์ตูนๆ พวกเราดูการ์ตูนกัน"
โดยไม่คิดจะปรึกษาสักคำ ก็จะมาเอารีโมทในมือจู๋อิน
ทุกคน "..." เหมือนจะเข้าใจแล้วว่าเด็กคนนี้ถูกเลี้ยงมายังไง
จู๋อินเบี่ยงมือหลบ ไม่ให้ลู่หัวเวยแย่งไปได้
ลู่หัวเวยนึกไม่ถึงว่าเด็กคนนี้จะใจดำขนาดนี้ อดไม่ได้ที่จะพูดว่า "พี่เซินเซินของหนูโกรธจนร้องไห้แล้ว หนู..."
เธอเดิมทีอยากจะพูดว่าทำไมหนูใจดำขนาดนี้ คำพูดมาถึงปากนึกขึ้นได้ว่านี่อยู่ในรายการวาไรตี้ จึงเปลี่ยนคำพูด "หนูยอมๆ พี่เขาหน่อยสิ"
จู๋อินยังไม่ทันพูด ก็มีมือคู่หนึ่งยื่นมาจากด้านหลัง จากนั้น ทั้งตัวเธอก็ถูกรวบเข้าไปในอ้อมกอดที่อบอุ่น
หลินหลางแตะหน้าผากเธอด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถามว่า "อินอิน หนูไม่ได้ตกใจใช่ไหมลูก?"
ลู่หัวเวย: ?
หลินหลางหันหน้าไป ยิ้มให้เธอตามมารยาท "อาจารย์ลู่ ขอโทษทีนะคะ อินอินบ้านเราร่างกายอ่อนแอ คุณดูหน้าซีดๆ ของแกสิ ก่อนมาร่วมรายการ เพิ่งเข้าโรงพยาบาลเพราะเป็นลมแดดไปหลายวัน เซินเซินบ้านคุณแผดเสียงดังขนาดนี้ ฉันกลัวแกจะตกใจน่ะค่ะ"
ให้ตายเถอะ!
ฉินเชียนอิ้งรีบหันหน้าหนี กลั้นขำ
แสบมาก
ลู่หัวเวยยังมีหน้ามาขอให้คนอื่นยอมลูกชายตัวเองอีก
หลินหลางไม่ได้ตอบตรงๆ แต่พอพูดคำนั้นออกมา
ลูกชายคุณโตกว่าอินอินบ้านฉันตั้งปีหนึ่ง สูงกว่าตั้งช่วงหนึ่ง ร่างกายบึกบึนกว่าลูกบ้านฉัน แถมยังเริ่มลงมือแย่งรีโมทลูกบ้านฉันก่อน
ยังมีหน้ามาร้องไห้ คุณยังมีหน้ามาให้ลูกบ้านฉันยอมให้อีกเหรอ?
หลินหลางกระซิบข้างหูจู๋อิน ด้วยระดับเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคนเพื่อเยินยอ "อินอินเมื่อกี้ทำดีมาก ไม่ต้องไปทน ไม่ต้องไปตามใจเขา! เกิดเรื่องอะไรขึ้น น้ารับผิดชอบเอง!"
จู๋อินตัดสินใจในใจว่า จะเลี้ยงดูมนุษย์คนนี้ให้ดีๆ
ผู้ชมก็พูดไม่ออกกับการกระทำสุดบ้งของลู่หัวเวย:
[ไม่ใช่สิ ลูกเธอหาเรื่องก่อน ทำไมเธอยังทำท่าเหมือนผู้เสียหายอีก]
[เมื่อกี้ฉันก็บอกแล้ว รู้สึกว่าลูกนางโดนตามใจจนเสียคน จริงอย่างที่คิด เด็กเปรตย่อมมีพ่อแม่เปรต]
[มีแต่ฉันที่จุดสนใจแปลกกว่าชาวบ้านเหรอ? เซินเซินตัวใหญ่กว่าอินอินตั้งรอบหนึ่ง แย่งของสู้ไม่ได้เฉย]
[คอมเมนต์บนเพิ่งมาใหม่ใช่ไหม?]
[ถ้าคุณได้ดูตอนต้น เธอคว่ำกล่องที่สูงเท่าตัวเธอได้ คุณว่าไงล่ะ?]
[นี่คือเด็กที่แค่เดินบนถนน ดอกไม้ยังร่วงใส่ตัว มะพร้าวกลิ้งมาหากองแทบเท้า อย่าใช้สายตาของเด็กธรรมดามองน้อง]
เซินเซินยังคงร้องโหยหวน
ลู่หัวเวยโอ๋เขา
จู๋อินขยับตัว ส่งสัญญาณให้หลินหลางปล่อยเธอลง
หลินหลางปล่อยเธอ
จู๋อินเดินไปตรงหน้าเซินเซิน ภายใต้สายตาระแวดระวังของลู่หัวเวย เธอกระซิบประโยคหนึ่งข้างหูเขา
เสียงร้องไห้โหยหวนของเซินเซินหยุดชะงักกึก
เพราะหยุดกะทันหันเกินไป เลยสะอึกออกมาทีหนึ่ง
พอมองดูดีๆ บนหน้าแห้งสนิท น้ำตาสักหยดก็ไม่มี
จู๋อินปรายตามองเขาแวบหนึ่ง เดินกลับไปหาหลินหลาง
หลินหลางสงสัย "อินอิน เมื่อกี้หนูพูดอะไร? ทำไมได้ผลชะงัดนัก?"
จู๋อินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "อ๋อ หนูบอกเขาว่า ร้องอีกที หนูจะทุบให้"
หลินหลาง "..."
คนอื่นๆ "..."
ลู่หัวเวยอดไม่ได้ที่จะพูดว่า "หนูเป็นเด็กผู้หญิงแท้ๆ เอะอะก็จะทุบคน มันไม่ค่อยมีมารยาทมั้ง?"
จู๋อิน "คุณ—"
"ลูกชายคุณ เป็นเด็กผู้ชายแท้ๆ ร้องไห้เรี่ยราด ก็ดูไม่ค่อยเหมาะสมเหมือนกันนะคะ" หลินหลางยิ้มขัดจังหวะจู๋อิน รับช่วงต่อสู้แทนเอง
เธอเอาตัวบังจู๋อินไว้ข้างหลัง
มีน้าอยู่ ยังไม่ต้องถึงมือหนูหรอก