- หน้าแรก
- ฉันเกษียณจากเกมสยองขวัญ มาเป็นผู้ช่วยตัวประกอบ
- บทที่ 201 ใช้ชีวิตเปื่อยๆ ในวันสิ้นโลก 2
บทที่ 201 ใช้ชีวิตเปื่อยๆ ในวันสิ้นโลก 2
บทที่ 201 ใช้ชีวิตเปื่อยๆ ในวันสิ้นโลก 2
บทที่ 201 ใช้ชีวิตเปื่อยๆ ในวันสิ้นโลก 2
แมวน้อยงุนงง แมวน้อยไม่เข้าใจ
แมวน้อยมองดูแสงวิญญาณระยิบระยับรอบตัวโฮสต์ ร้านค้าที่สะอาด ใหม่เอี่ยม และไม่ควรจะมีอยู่ในโลกใบนี้อย่างเด็ดขาด ก็ผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า
หน้าต่างใสสะอาด พอเห็นมัน แม้แต่กลิ่นอากาศที่ปลายจมูก ก็ดูเหมือนจะสดชื่นขึ้นมาหลายส่วน
จู๋อินมองดูแล้ว รู้สึกเหมือนขาดอะไรไป
พอกระพริบตา ป้ายร้านก็ปรากฏขึ้นบนประตูกระจกที่สวยงามสะอาดตา และดูเปราะบางอย่างยิ่ง
บนนั้นมีตัวหนังสืออ้วนกลมขนาดใหญ่ไม่กี่ตัวเขียนว่า "ร้านของบาร์บาร่า"
เหนือคำว่าบาร์บาร่า มีรูปแมวน้อยสีชมพูแสนสวย หน้าตาเหมือนบาร์บาร่าเปี๊ยบ
บาร์บาร่าอ้าปากค้าง
มันเงยหน้ามองโฮสต์ "นี่ นี่คือจะ..."
จู๋อิน: "ฉันเปิดร้านเล็กๆ ในวันสิ้นโลก เป็นไง? เหมาะมากใช่ไหม?"
"ตัวเอกคนอื่นเขามีระบบบริหารร้านค้ากันทั้งนั้น บาร์บาร่า ในฐานะระบบเหมือนกัน เธอจะยอมแพ้พวกเขาไม่ได้นะ"
"เอ๊ะ? ฉันเหรอ?" บาร์บาร่ามึนงง แต่ภายใต้สายตาให้กำลังใจของโฮสต์ ก็ยังกระดิกหาง
"อื้ม!"
หนึ่งคนหนึ่งแมวเดินเข้าไปในร้าน
พอเข้าร้านมา ทางขวาคือเคาน์เตอร์บริการที่เจ้าของร้านประจำอยู่
ทางซ้ายคือโซนพักผ่อนสำหรับลูกค้าขนาดเกือบยี่สิบตารางเมตร มีโต๊ะเก้าอี้วางอยู่หลายชุด
เพราะไม่ชอบสีสันที่ดูอึมครึมของโลกนี้เอามากๆ สีหลักของทั้งร้านจึงเป็นสีเขียวหญ้า
ติดผนังมีตู้ขายของอัตโนมัติวางเรียงกันอยู่ รวมทั้งหมดสิบเครื่อง
สินค้าในเครื่องคือไข่หมุนบาร์บาร่าที่มีท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู
นี่คือสินค้าที่ขายในร้าน
ร้านของบาร์บาร่า เปิดกิจการอย่างเป็นทางการ!
.
ฉูเหยียนจ้องมอง "ร้านค้า" แห่งนั้นมาพักใหญ่แล้ว
ไม่มีใครมองข้ามมันไปได้
ในโลกที่มืดมิดเช่นนี้ สิ่งปลูกสร้างที่สว่างไสวและสะอาดตาขนาดนั้น แทบจะบอกกับทุกคนอย่างโจ่งแจ้งว่า: ฉันมีปัญหา!
ตรงนั้นเดิมทีเป็นปั๊มน้ำมัน
ไม่มีใครรู้ว่าปั๊มน้ำมันหายไปไหน และร้านค้าประหลาดนี้โผล่มาเมื่อไหร่
ซูเหิงเดินมาข้างกายเขา
เขาก็มองร้านค้านั้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ: ชาติที่แล้ว ไม่เห็นมีร้านค้าแบบนี้ปรากฏขึ้นมาเลย
หรือว่า จะเกี่ยวกับการที่เขากลับชาติมาเกิดใหม่ด้วย?
สรุปก็คือ ทั้งสองคนระมัดระวังตัวมาก ไม่ได้ผลีผลามเข้าไปใกล้
คนที่ค้นพบร้านค้าไม่ได้มีแค่ทีมของพวกเขา
แต่ความคิดของทุกคนคล้ายๆ กัน: สิ่งที่ผิดปกติย่อมมีเลศนัย
ตอนนี้เป็นปีที่สามของวันสิ้นโลกแล้ว คนที่ไม่ระวังตัว ส่วนใหญ่ก็กลายเป็นอาหารซอมบี้ไปหมดแล้ว
อุตส่าห์รอดมาจนถึงตอนนี้ ไม่ได้ตายด้วยมือซอมบี้ แต่กลับมาตายในที่แปลกๆ แบบนี้คงไม่คุ้ม
ภายในร้านที่ถูกผู้คนนับไม่ถ้วนแอบสังเกตการณ์
ด้านหลังเคาน์เตอร์บริการ มีเก้าอี้เอนหลังขนาดใหญ่ บนนั้นปูด้วยผ้าห่มขนสัตว์ที่จู๋อินได้มา ผ้าห่มผืนนี้เป็นของขวัญที่อวิ๋นซีให้เธอในโลกภารกิจเซียนก่อนหน้านี้ ว่ากันว่าทำมาจากหนังของสัตว์อสูรอะไรสักอย่างทั้งผืน
เอาเป็นว่า ผ้าห่มผืนนี้ขาวราวหิมะไม่มีสิ่งเจือปน กันน้ำกันไฟ ฝุ่นไม่เกาะ นุ่มนิ่มสุดๆ พอล้มตัวลงนอน ร่างทั้งร่างก็เหมือนจมลงไปในชั้นเมฆ จนมองไม่เห็นตัวคน
จู๋อินนอนอยู่ในนั้น ถือหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อหนังสือว่า "ฉันเปิดร้านขายของชำในวันสิ้นโลก"
เธอไม่ได้อ่านคนเดียว แต่ยังให้บาร์บาร่าอ่านด้วย ดูซิว่าคนอื่นเขาเป็นเจ้าของร้านกันยังไง
บาร์บาร่าพูดเสียงเบา "โฮสต์ สองวันแล้วนะ ไม่มีลูกค้าสักคนเลย"
ในฐานะระบบ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญขนาดนี้ เจ้าตัวระบบเลยตื่นเต้นมาก
"หรือว่า ฉันออกไปเรียกลูกค้าดีไหม?"
จู๋อินขำกับท่าทางของมัน "เธอจะรีบไปทำไม เดี๋ยวพอถึงคราววาสนาต้องกัน ลูกค้าก็จะมาเองแหละ"
วาสนาบทจะมาก็มาเลย
จู๋อินหาวหวอด เอาหนังสือปิดหน้า "บาร์บาร่า ลูกค้ามาแล้ว ฉันนอนก่อนนะ"
บาร์บาร่า: ?
ลูกค้ามาแล้วคุณนอนก่อนเนี่ยนะ?
มันไม่ใช่มั้ง?
ต้องให้บาร์บาร่าลุยเดี่ยวจริงๆ เหรอเมี๊ยว!
สวีเจียหยวนตาพร่ามัวเป็นพักๆ
ความเจ็บปวดแล่นริ้วที่แผ่นหลังและแขนซ้าย วันนี้เธอออกไปหาอาหารตามปกติ แล้วไปเจอซอมบี้กลุ่มเล็กๆ ในตึกของชุมชนเก่าแห่งหนึ่ง
โชคร้ายคือ ในกลุ่มซอมบี้นั้น มีซอมบี้ระดับสูงตาสีแดงอยู่ตัวหนึ่ง
สวีเจียหยวนสู้ไม่ไหว ถูกต้อนเข้าไปในห้องบนชั้นสาม แต่ประตูถูกพังเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ทางออกถูกซอมบี้อุดไว้ เธอไม่มีทางเลือก จึงเปิดหน้าต่างกระโดดลงมา
สมรรถภาพร่างกายที่ได้รับการเสริมแกร่งทำให้เธอไม่ถึงกับตกลงมาจากชั้นสามแล้วตาย แต่แขนซ้ายน่าจะหัก และแผ่นหลังก็ได้รับบาดเจ็บ
ที่ตาพร่ามัว เป็นเพราะความหิว
ขาดแคลนอาหารเป็นเวลานาน ขาดสารอาหาร แถมยังได้รับบาดเจ็บ
เธอกัดฟันแน่น ไม่ให้ตัวเองเป็นลมไป
ถ้าเป็นลม ก็จบเห่จริงๆ
ทันใดนั้นภาพตรงหน้าก็สว่างวาบ
เธอมองเห็นร้านค้าประหลาดแห่งนั้น
สวีเจียหยวนเองก็รู้เรื่องร้านค้านี้
เธอไม่ได้เข้าร่วมทีมผู้มีพลังพิเศษ แต่อาศัยอยู่ในแหล่งรวมผู้รอดชีวิตที่ค่อนข้างใหญ่ เริ่มแรกเมื่อสองวันก่อนก็มีคนพูดถึงร้านค้าที่สะดุดตาแห่งนั้นแล้ว
พวกเขาเป็นพวกฉายเดี่ยวที่กระจัดกระจาย ไม่มีใครกล้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง
แต่ดูเหมือนทางฐานทัพเองก็ไม่มีความเคลื่อนไหว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด
สวีเจียหยวนตั้งใจจะถอยห่างตามสัญชาตญาณ แต่จมูกของเธอพลันได้กลิ่นหอมชนิดหนึ่ง—กลิ่นเนื้อย่าง!
กลิ่นของเนื้อย่าง!
ไม่ใช่เนื้อสังเคราะห์ในวันสิ้นโลก และไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่เก็บไว้นานจนมีกลิ่นตุๆ
มันคือเนื้อสดๆ เข้มข้น กลิ่นไขมันแตกตัวด้วยความร้อนสูง ดมแค่ทีเดียวก็เหมือนได้เห็นภาพเนื้อที่กำลังย่างอยู่กับตา!
เธอเดินไม่ไหวแล้ว
คนเราในภาวะอ่อนแอ พลังใจย่อมเปราะบางจนทนทานไม่ไหว
เธอคิดอย่างมึนงงว่า ต่อให้ต้องตาย ถ้าได้กินเนื้อสักคำก่อนตาย ก็ดูเหมือนจะคุ้มค่าแล้ว
บาร์บาร่านั่งยองๆ อยู่บนเคาน์เตอร์บริการ ดวงตาเป็นประกายจ้องมองมนุษย์ผู้หญิงที่เดินโขยกเขยกเข้ามาใกล้
"ยินดีต้อนรับ!" เสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่ร่าเริงดังขึ้น
สวีเจียหยวนสะดุ้งเฮือก เหมือนจู่ๆ ก็ตื่นเต็มตา
แต่ในเวลานี้ ประตูกระจกเปิดออกโดยอัตโนมัติ ลมเย็นสดชื่นจากในร้านพัดมาปะทะตัวเธอ
ความหิวโหย ความเจ็บปวด อาการวิงเวียน สถานะด้านลบทั้งหมด ดูเหมือนจะหายไปกับสายลมระลอกนี้
เธอเบิกตากว้าง มองดูร้านค้าที่เหลือเชื่อแห่งนี้
เสียงเด็กที่สดใสเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู "คุณลูกค้า ยินดีต้อนรับสู่ร้านของบาร์บาร่า! ฉันคือเจ้าของร้าน บาร์บาร่า"
สวีเจียหยวนเบิกตากว้าง สบตากับดวงตากลมโตของแมว
ไม่เคยได้ยินแมวพูดได้ ปกติคงต้องสยองขวัญแน่ๆ
แต่แมวน้อยตรงหน้า นั่งยองๆ ด้วยท่าทางเรียบร้อยอยู่บนเคาน์เตอร์ ไม่ดุร้าย และไม่น่ากลัวเลยสักนิด
แถม!
น้องเป็นแมวน้อยสีชมพูด้วยนะเออ! บนตัวยังมีกลีบดอกไม้ลอยออกมาอีก!
น้องยังต้อนรับเธออย่างสุภาพด้วย
สวีเจียหยวนสงสัยว่าตัวเองอาจจะใกล้ตายแล้ว เหมือนเด็กขายไม้ขีดไฟ สร้างภาพฝันราวกับเทพนิยายขึ้นมาก่อนตาย
เธอหัวเราะสั้นๆ แล้วพึมพำว่า "ได้หลับตาลงในที่ที่สะอาดและสบายแบบนี้ ก็ดูเหมือนจะไม่เลวนะ"
บาร์บาร่าเอียงคอมองเธอ ความต้องการมีชีวิตรอดของลูกค้าดูจะต่ำไปหน่อยนะ
มันเอ่ยปากว่า "คุณลูกค้า คุณเป็นลูกค้าคนแรกของร้าน นี่คือวาสนาระหว่างเรา ทางร้านขอมอบเครื่องดื่มให้คุณฟรีหนึ่งแก้ว"
"มีน้ำให้ดื่มด้วย..." สวีเจียหยวนคิดในใจ ภาพลวงตานี้ช่างรู้ใจจริงๆ
เห็นแค่แมวน้อยเทินแก้วไว้บนหัว กระโดดลงมาจากเคาน์เตอร์อย่างคล่องแคล่ว
การเคลื่อนไหวใหญ่โตขนาดนี้ แก้วบนหัวมันกลับมั่นคง ไม่สั่นไหวเลยสักนิด
บาร์บาร่าเดินมาตรงหน้าเธอ "ให้คุณลูกค้า แอบบอกให้นะ นี่เป็นของขวัญที่ล้ำค่ามากๆ เลยนะ มอบให้แค่ผู้มีวาสนาคนแรกเท่านั้น"
สวีเจียหยวนยื่นมือไปรับ ยื่นไปได้ครึ่งทาง ก็เห็นหลังมือที่มีรอยถลอกของตัวเอง ในซอกเล็บมีทั้งดินและฝุ่น
จู่ๆ เธอก็รู้สึกเกรงใจขึ้นมา แก้วใบนั้นช่างสะอาดเหลือเกิน
แมวน้อยเบิกตากลมโตมองเธออย่างสงสัย ดูเหมือนจะงุนงงว่าทำไมเธอถึงไม่ดื่ม
สวีเจียหยวนคิดในใจว่าวันสิ้นโลกแล้วจะมาดัดจริตอะไร รับมาแล้วเห็นของเหลวใสสะอาดแก้วหนึ่ง
มิน่าแมวน้อยถึงบอกว่าเป็น "ของขวัญที่ล้ำค่ามาก" น้ำที่สะอาดขนาดนี้!
เธอเลียมุมปากที่แห้งแตก ขยับเข้าไปใกล้ๆ อย่างระมัดระวัง แล้วจิบเบาๆ หนึ่งคำ
เธอตั้งใจจะค่อยๆ ดื่ม
แต่ร่างกายที่ขาดน้ำและสารอาหารมานาน แถมยังเต็มไปด้วยบาดแผล พอได้ดื่มน้ำนี้เข้าไปคำแรก ก็กรีดร้องด้วยความกระหายอย่างบ้าคลั่ง เธอเผลอดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว
แล้วก็ต้องตะลึงงัน
พลังงานอุ่นวาบสายหนึ่งก่อตัวขึ้นจากท้อง แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
อวัยวะภายในที่เปราะบาง ร่างกายที่ผอมแห้ง บาดแผลบนกระดูกและผิวหนัง... ทั้งหมดนี้ถูกพลังงานสายนี้ซ่อมแซมอย่างรวดเร็ว
"ฉัน..."
ภายในเวลาไม่ถึงไม่กี่สิบวินาที เธอเห็นกับตาว่าแผลบนแขนตกสะเก็ด หลุดลอก และกลายเป็นผิวเรียบเนียน
แขนซ้ายก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
เธอมองบาร์บาร่าด้วยความตกตะลึง
แมวน้อยพูดอย่างภูมิใจว่า "น้ำแก้วนี้ เป็นของขวัญที่โฮสต์... พี่สาวของฉัน มอบให้ลูกค้าคนแรกที่เข้าร้าน คุณลูกค้า ชอบไหม?"