เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 1

บทที่ 1 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 1

บทที่ 1 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 1


บทที่ 1 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 1

"ปัง!"

"เพล้ง!"

จู๋อินชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินไปข้างหน้า

บัตเลอร์จางที่อยู่ข้างกายเธอสีหน้าไม่เปลี่ยน ราวกับไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวที่ดังมาจากด้านใน เขาหัวเราะร่าพลางกล่าวว่า "คุณจู๋อิน ที่นี่คือที่พักของนายน้อยและนายน้อยหญิง หลังจากคุณมารับช่วงต่องานของผมแล้ว หน้าที่หลักคือ..."

"หานชิงจือ เธอสำเหนียกสถานะของตัวเองไว้หน่อยจะดีกว่า!" เสียงเกรี้ยวกราดของผู้ชายในห้องขัดจังหวะคำพูดของบัตเลอร์จาง

น้ำเสียงฟังดูไพเราะใช้ได้ เพียงแต่ฟังดูแล้วออกจะบ้าคลั่งไปหน่อย

รอยยิ้มของบัตเลอร์จางชะงักไปเล็กน้อย ความเร็วในการพูดพลันเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน มองดูจู๋อินด้วยสายตาที่จริงใจและเมตตา

"บัตเลอร์จู๋อิน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป คุณคือบัตเลอร์ของคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น รายละเอียดงานผมส่งเข้าอีเมลของคุณแล้ว ผมยังต้องกลับไปรายงานนายท่านที่บ้านใหญ่ ขอตัวก่อนนะ!"

เขาพูดรัวเร็ว ฝีเท้าก็คล่องแคล่ว แผ่นหลังที่หันกลับไปอย่างรีบร้อน ดูไม่ออกเลยว่าเป็นคนแก่ที่อายุใกล้จะหกสิบแล้ว

"โฮสต์ จากการวิเคราะห์ท่าทางและสีหน้าตอนวิ่งหนีของบัตเลอร์จาง ตอนนี้เขาอารมณ์ดีมาก" คนทั่วไปมองไม่เห็น แต่บนไหล่ของจู๋อินมีก้อนแสงสีชมพูขนาดเท่ากำปั้นคนปกติเกาะอยู่

ก้อนแสงคือคู่หูที่สำนักงานทะลุมิติจัดสรรให้จู๋อินเพื่อช่วยเธอทำภารกิจ ระบบบาร์บาร่า

ทำไมบัตเลอร์จางถึงดีใจขนาดนั้น หนึ่งคนหนึ่งระบบต่างรู้ดี

เพราะก่อนจู๋อินจะมา บัตเลอร์จางเป็นบัตเลอร์ของคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น บัตเลอร์จางอ้างว่าแก่แล้วเรี่ยวแรงไม่พอ ถึงได้มีจู๋อินเข้ามาแทน

สองคนที่กำลังทะเลาะกันอยู่ในวิลล่าตอนนี้ ก็คือตัวเอกของโลกนี้

เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่จู๋อินมาถึงแผนกตัวประกอบของสำนักงานทะลุมิติ บาร์บาร่าค่อนข้างตกใจ นึกว่าเธอมาผิดที่

เพราะรูปร่างหน้าตาของคู่หูคนใหม่ของมันช่างโดดเด่นเหลือเกิน เมื่อเทียบกับแผนกตัวประกอบที่ยากจนและไร้อนาคต แผนกยอดฮิตอย่างแสงจันทร์ขาวหรือแผนกขวัญใจมหาชนดูจะเหมาะกับเธอมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

มันยืนยันกับจู๋อินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าเธอไม่ได้มาผิดที่จริงๆ

ระหว่างที่คุยกัน หนึ่งคนหนึ่งระบบก็มาถึงหน้าประตูห้องโถงที่เกิดการทะเลาะวิวาท

จู๋อินจัดแขนเสื้อเล็กน้อย เตรียมจะเข้าไปทักทาย ทันทีที่โผล่หน้าออกไป วัตถุปริศนาสีขาวก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

จู๋อิน: ?

เท้าหมุนหลบอย่างแคล่วคล่อง หลีกหนีภัยร้ายที่พุ่งเข้ามา หูได้ยินเสียงกระเบื้องแตกดังเพล้ง เพ่งมองไป ก็เห็นว่าเป็นถ้วยชาที่มีลักษณะดีเยี่ยมใบหนึ่ง

เจ้าตัวยังไม่ทันจะได้แสดงความคิดเห็น ระบบก็ร้องเสียงหลงออกมาแล้ว

"ภารกิจมือใหม่ควรจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์สิ! สถานการณ์อันตรายแบบนี้มันไม่สมเหตุสมผล โฮสต์ฉันได้บันทึกวิดีโอเก็บหลักฐานส่งให้ระบบหลักแล้ว เดี๋ยวค่าชดเชยจะเข้าบัญชีพร้อมกับคะแนนสรุปภารกิจ"

"...อันตราย?" จู๋อินกระพริบตา ที่แท้สำนักงานทะลุมิติ ก็เรียกสิ่งนี้ว่าอันตรายเหรอ?

เธออดหัวเราะออกมาไม่ได้ และไม่ปฏิเสธลาภลอยนี้ "โอเค ขอบใจนะบาร์บาร่า"

บาร์บาร่าเขินอายนิดหน่อย แต่น้ำเสียงจริงจังมาก "โฮสต์ไม่ต้องขอบคุณ สำนักงานทะลุมิติของเราผ่านการพัฒนาและก้าวหน้ามาหลายปี ระบบสวัสดิการพนักงานของเราสมบูรณ์แบบมาก ฉันแค่ทำตามกฎระเบียบเท่านั้น"

ความเคลื่อนไหวในห้องก็เงียบลงเพราะเหตุไม่คาดฝันนี้

เสิ่นตงจวินเห็นจู่ๆ มีหัวคนโผล่มาที่หน้าประตูก็ตกใจ พอเห็นว่าไม่โดนคน ถึงได้วางใจ สีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที

เขาถามเสียงเย็นชา "เธอเป็นใคร"

จู๋อินเผลอสังเกตการจัดวางและการตกแต่งภายในห้องโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว สายตาจับจ้องไปที่ตัวเอกทั้งสอง

คนที่สวมสูทผูกไทร์คือพระเอกเสิ่นตงจวิน ยืนอยู่ทางด้านขวาของโซฟา เสื้อผ้าที่เนี้ยบกริบตอนนี้ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมออกหนึ่งเม็ด

เขาเกิดมาคิ้วคมเข้มดวงตาเป็นประกาย โครงหน้าฟ้าประทาน เพียงแต่หน้าตาดูบูดบึ้งไปหน่อย

บนโซฟามีหญิงสาวสวมชุดกระโปรงสีขาวนั่งอยู่ ดวงตากลมโต สีตาสีอ่อน ผิวขาวผ่องไร้ที่ติ ผมลอนสีน้ำตาลเกาลัดทิ้งตัวนุ่มนวลอยู่ด้านหลัง

จู๋อินขยับจมูกเล็กน้อย เธอรู้สึกว่านางเอกดูเหมือนเค้กช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ ที่หอมนุ่มนิ่ม

เค้กชิ้นเล็ก... อ้อคือนางเอกหานชิงจือ หน้าซีดเผือด เผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของพระเอกด้วยท่าทีเฉยเมย

จู๋อินเผชิญหน้ากับสายตาที่มองมาของทั้งสองคน พร้อมฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบแปดซี่ "สวัสดีค่ะนายน้อย สวัสดีค่ะนายน้อยหญิง บัตเลอร์จางกลับไปที่บ้านใหญ่แล้ว ฉันคือบัตเลอร์คนใหม่ จู๋อิน รับผิดชอบมารับช่วงต่องานของบัตเลอร์จางค่ะ"

พอได้ยินดังนั้น สีหน้าของหานชิงจือก็ยิ่งซีดลงไปอีก

เธอไม่พูดอะไร เพียงแค่ปรายตามองเสิ่นตงจวินอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง แล้วหันหน้าหนีไม่สนใจทั้งสองคน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

จู๋อินสงสัย เค้กชิ้นเล็กโกรธแล้ว ทำไมกันนะ?

สีหน้าของเสิ่นตงจวินก็ดูไม่ดี แน่นอนว่าสีหน้าเขาบูดบึ้งมาตลอด จู๋อินเองก็ดูไม่ออกว่าต่างจากก่อนหน้านี้ตรงไหน

"บัตเลอร์คนใหม่ เธอเนี่ยนะ?" เสิ่นตงจวินกวาดตามองเธออย่างเย็นชา พลางแค่นหัวเราะ

"เรียนจบหรือยังเนี่ยเรา?"

อ้อ เธอโดนดูถูกซะแล้ว

ยังไม่ทันได้แสดงความคิดเห็น บาร์บาร่าที่เกาะอยู่บนไหล่ของจู๋อินก็ตะโกนเสียงดังลั่น "หนอย! บังอาจมาดูถูกพวกเรา โฮสต์ เอาของที่พวกเราเตรียมไว้ออกมา!"

แน่นอนว่า เจ้าก้อนกลมตัวแค่นั้น ต่อให้เสียงดังแค่ไหนก็มีขีดจำกัด

จู๋อินหยิบปึกเอกสารที่หนา...ขนาดนั้นออกมาจากกระเป๋าอย่างชำนาญ ทั้งหมดล้วนเป็นใบประกาศนียบัตรวิชาชีพต่างๆ

ยื่นส่งไปให้ สีหน้ามั่นใจสุดๆ

เสิ่นตงจวินรับมา กวาดตามอง เลิกคิ้ว รู้สึกแปลกใจพอสมควร

คิดไม่ถึงว่า ตาแก่นั่น ครั้งนี้จะยอมทุ่มทุนขนาดนี้เชียว?

แต่นี่ก็ไม่สามารถทำให้เขามองจู๋อินเปลี่ยนไปได้ น้ำเสียงยังคงเย็นชา

"เธอมีวุฒิการศึกษาและทักษะวิชาชีพที่ดีขนาดนี้ ไปที่ไหนก็มีชีวิตที่ดีได้ ทำไมต้องเอาตัวมาเกลือกกลั้วกับโคลนตมพวกนี้ด้วย?"

จู๋อินไม่ค่อยเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร

เธอแปลกใจมาก "สภาพแวดล้อมของตระกูลเสิ่น แย่ถึงขนาดต้องใช้คำว่าโคลนตมมาเปรียบเปรยเลยเหรอคะ?"

คำพูดนี้ทำให้หานชิงจือที่ก้มหน้าอยู่หัวเราะออกมาหนึ่งเสียง

เสิ่นตงจวินยังคงหน้าบูด จ้องมองจู๋อินอย่างเย็นชา "ไม่ต้องมาแกล้งโง่ คุณสมบัติแบบเธอ มาที่ตระกูลเสิ่นเพื่อหวังอะไร พวกเรารู้อยู่แก่ใจกันดี"

เขาโยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะ "เธอกลับไปบอกเสิ่นซิ่นว่า เลิกใช้ลูกไม้พวกนี้สักที ฉันไม่หลงกลหรอก"

เสิ่นซิ่น!

พอกล่าวถึงชื่อนี้ จู๋อินก็บรรลุแล้ว

ในฐานะผู้ทำภารกิจ ข้อมูลที่เธอได้รับล้วนเกี่ยวข้องกับตัวเอก

เสิ่นซิ่น พ่อแท้ๆ ของพระเอก ผู้ชายสารเลว ควบตำแหน่งพ่อสารเลว

แม่ของเสิ่นตงจวินเสียชีวิตตอนที่เขาอายุห้าขวบ เสิ่นตงจวินเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของปู่ ผู้เฒ่าเสิ่น

เสิ่นซิ่นลุ่มหลงในสุรานารี ไม่เคยถามไถ่เรื่องเสิ่นตงจวิน เขาเป็นลูกชายคนเดียวของผู้เฒ่าเสิ่น จึงคิดเอาเองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่หลังจากผู้เฒ่าเสียชีวิต ตระกูลเสิ่นทั้งหมดจะต้องเป็นของตัวเอง

จนกระทั่งเสิ่นตงจวินบรรลุนิติภาวะ ผู้เฒ่าสอนกลยุทธ์ต่างๆ ในสนามธุรกิจ ถ่ายทอดเส้นสายที่สั่งสมมาหลายปีให้หลานชาย ดูท่าทางจะข้ามหัวลูกชายไม่ได้ความ แล้วมอบกิจการครอบครัวให้หลานชายโดยตรง

พ่อสารเลวถึงได้เริ่มร้อนรน

เขาไม่ใช่สามีที่ได้มาตรฐาน ความสัมพันธ์กับภรรยาเก่าไม่ดี การตายของแม่เสิ่นตงจวิน เขาก็มีส่วนต้องรับผิดชอบอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

เขาไม่ใช่พ่อที่ได้มาตรฐานเช่นกัน ไม่เคยห่วงใยลูกชายอย่างเสิ่นตงจวินเลยแม้แต่น้อย

ความสัมพันธ์พ่อลูกเหรอ? แน่นอนว่าไม่มี

เสิ่นซิ่นไม่สงสัยเลยสักนิด ว่าวันที่ตัวเองแก่ตัวนอนอยู่บนเตียงคนป่วย อย่าว่าแต่กตัญญูเลย เสิ่นตงจวินคงแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะดึงปลั๊กออกด้วยมือตัวเอง

แน่นอนว่า จู๋อินไม่ได้สนใจความสัมพันธ์ระหว่างสองพ่อลูกนั่น

ที่เธอรู้จักเสิ่นซิ่น ก็เพราะบทบาทพ่อสารเลวคนนี้ ในความรักระหว่างพระเอกนางเอก และในภารกิจปัจจุบันของเธอ รับบทเป็นตัวปั่นป่วนและตัวร้ายที่เป็นเพียงเบี้ยใช้แล้วทิ้ง

เสิ่นซิ่นถูกผู้เฒ่าทอดทิ้ง ตอนแรกพยายามจะซ่อมแซมความสัมพันธ์กับเสิ่นตงจวิน

ถ้าสำเร็จ เขาก็จะสามารถทำเรื่องอย่างครึ่งชีวิตแรกเกาะพ่อกิน ครึ่งชีวิตหลังเกาะลูกกิน ได้อย่างงดงาม

ผลลัพธ์แน่นอนว่าล้มเหลว

หลังจากทางนี้ไปต่อไม่ได้ เขาก็เริ่มมีความคิดชั่วร้ายขึ้นมาอีก

—---

(*บัตเลอร์ คือ ผู้ที่ควบคุมดูแลการทำงานของพนักงานอื่นๆ ในบ้านหรือที่พัก เช่น แม่บ้าน พ่อครัว หรือคนสวน โดยดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ปัจจุบันรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการส่วนบุคคล ดูแลจัดการบ้านเรือน หรืออำนวยความสะดวกในโรงแรมหรู)

จบบทที่ บทที่ 1 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว