- หน้าแรก
- ฉันเกษียณจากเกมสยองขวัญ มาเป็นผู้ช่วยตัวประกอบ
- บทที่ 1 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 1
บทที่ 1 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 1
บทที่ 1 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 1
บทที่ 1 ฉันเป็นบัตเลอร์ให้ประธานจอมเผด็จการ 1
"ปัง!"
"เพล้ง!"
จู๋อินชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินไปข้างหน้า
บัตเลอร์จางที่อยู่ข้างกายเธอสีหน้าไม่เปลี่ยน ราวกับไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวที่ดังมาจากด้านใน เขาหัวเราะร่าพลางกล่าวว่า "คุณจู๋อิน ที่นี่คือที่พักของนายน้อยและนายน้อยหญิง หลังจากคุณมารับช่วงต่องานของผมแล้ว หน้าที่หลักคือ..."
"หานชิงจือ เธอสำเหนียกสถานะของตัวเองไว้หน่อยจะดีกว่า!" เสียงเกรี้ยวกราดของผู้ชายในห้องขัดจังหวะคำพูดของบัตเลอร์จาง
น้ำเสียงฟังดูไพเราะใช้ได้ เพียงแต่ฟังดูแล้วออกจะบ้าคลั่งไปหน่อย
รอยยิ้มของบัตเลอร์จางชะงักไปเล็กน้อย ความเร็วในการพูดพลันเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน มองดูจู๋อินด้วยสายตาที่จริงใจและเมตตา
"บัตเลอร์จู๋อิน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป คุณคือบัตเลอร์ของคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น รายละเอียดงานผมส่งเข้าอีเมลของคุณแล้ว ผมยังต้องกลับไปรายงานนายท่านที่บ้านใหญ่ ขอตัวก่อนนะ!"
เขาพูดรัวเร็ว ฝีเท้าก็คล่องแคล่ว แผ่นหลังที่หันกลับไปอย่างรีบร้อน ดูไม่ออกเลยว่าเป็นคนแก่ที่อายุใกล้จะหกสิบแล้ว
"โฮสต์ จากการวิเคราะห์ท่าทางและสีหน้าตอนวิ่งหนีของบัตเลอร์จาง ตอนนี้เขาอารมณ์ดีมาก" คนทั่วไปมองไม่เห็น แต่บนไหล่ของจู๋อินมีก้อนแสงสีชมพูขนาดเท่ากำปั้นคนปกติเกาะอยู่
ก้อนแสงคือคู่หูที่สำนักงานทะลุมิติจัดสรรให้จู๋อินเพื่อช่วยเธอทำภารกิจ ระบบบาร์บาร่า
ทำไมบัตเลอร์จางถึงดีใจขนาดนั้น หนึ่งคนหนึ่งระบบต่างรู้ดี
เพราะก่อนจู๋อินจะมา บัตเลอร์จางเป็นบัตเลอร์ของคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น บัตเลอร์จางอ้างว่าแก่แล้วเรี่ยวแรงไม่พอ ถึงได้มีจู๋อินเข้ามาแทน
สองคนที่กำลังทะเลาะกันอยู่ในวิลล่าตอนนี้ ก็คือตัวเอกของโลกนี้
เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่จู๋อินมาถึงแผนกตัวประกอบของสำนักงานทะลุมิติ บาร์บาร่าค่อนข้างตกใจ นึกว่าเธอมาผิดที่
เพราะรูปร่างหน้าตาของคู่หูคนใหม่ของมันช่างโดดเด่นเหลือเกิน เมื่อเทียบกับแผนกตัวประกอบที่ยากจนและไร้อนาคต แผนกยอดฮิตอย่างแสงจันทร์ขาวหรือแผนกขวัญใจมหาชนดูจะเหมาะกับเธอมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
มันยืนยันกับจู๋อินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าเธอไม่ได้มาผิดที่จริงๆ
ระหว่างที่คุยกัน หนึ่งคนหนึ่งระบบก็มาถึงหน้าประตูห้องโถงที่เกิดการทะเลาะวิวาท
จู๋อินจัดแขนเสื้อเล็กน้อย เตรียมจะเข้าไปทักทาย ทันทีที่โผล่หน้าออกไป วัตถุปริศนาสีขาวก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
จู๋อิน: ?
เท้าหมุนหลบอย่างแคล่วคล่อง หลีกหนีภัยร้ายที่พุ่งเข้ามา หูได้ยินเสียงกระเบื้องแตกดังเพล้ง เพ่งมองไป ก็เห็นว่าเป็นถ้วยชาที่มีลักษณะดีเยี่ยมใบหนึ่ง
เจ้าตัวยังไม่ทันจะได้แสดงความคิดเห็น ระบบก็ร้องเสียงหลงออกมาแล้ว
"ภารกิจมือใหม่ควรจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์สิ! สถานการณ์อันตรายแบบนี้มันไม่สมเหตุสมผล โฮสต์ฉันได้บันทึกวิดีโอเก็บหลักฐานส่งให้ระบบหลักแล้ว เดี๋ยวค่าชดเชยจะเข้าบัญชีพร้อมกับคะแนนสรุปภารกิจ"
"...อันตราย?" จู๋อินกระพริบตา ที่แท้สำนักงานทะลุมิติ ก็เรียกสิ่งนี้ว่าอันตรายเหรอ?
เธออดหัวเราะออกมาไม่ได้ และไม่ปฏิเสธลาภลอยนี้ "โอเค ขอบใจนะบาร์บาร่า"
บาร์บาร่าเขินอายนิดหน่อย แต่น้ำเสียงจริงจังมาก "โฮสต์ไม่ต้องขอบคุณ สำนักงานทะลุมิติของเราผ่านการพัฒนาและก้าวหน้ามาหลายปี ระบบสวัสดิการพนักงานของเราสมบูรณ์แบบมาก ฉันแค่ทำตามกฎระเบียบเท่านั้น"
ความเคลื่อนไหวในห้องก็เงียบลงเพราะเหตุไม่คาดฝันนี้
เสิ่นตงจวินเห็นจู่ๆ มีหัวคนโผล่มาที่หน้าประตูก็ตกใจ พอเห็นว่าไม่โดนคน ถึงได้วางใจ สีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที
เขาถามเสียงเย็นชา "เธอเป็นใคร"
จู๋อินเผลอสังเกตการจัดวางและการตกแต่งภายในห้องโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว สายตาจับจ้องไปที่ตัวเอกทั้งสอง
คนที่สวมสูทผูกไทร์คือพระเอกเสิ่นตงจวิน ยืนอยู่ทางด้านขวาของโซฟา เสื้อผ้าที่เนี้ยบกริบตอนนี้ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมออกหนึ่งเม็ด
เขาเกิดมาคิ้วคมเข้มดวงตาเป็นประกาย โครงหน้าฟ้าประทาน เพียงแต่หน้าตาดูบูดบึ้งไปหน่อย
บนโซฟามีหญิงสาวสวมชุดกระโปรงสีขาวนั่งอยู่ ดวงตากลมโต สีตาสีอ่อน ผิวขาวผ่องไร้ที่ติ ผมลอนสีน้ำตาลเกาลัดทิ้งตัวนุ่มนวลอยู่ด้านหลัง
จู๋อินขยับจมูกเล็กน้อย เธอรู้สึกว่านางเอกดูเหมือนเค้กช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ ที่หอมนุ่มนิ่ม
เค้กชิ้นเล็ก... อ้อคือนางเอกหานชิงจือ หน้าซีดเผือด เผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของพระเอกด้วยท่าทีเฉยเมย
จู๋อินเผชิญหน้ากับสายตาที่มองมาของทั้งสองคน พร้อมฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบแปดซี่ "สวัสดีค่ะนายน้อย สวัสดีค่ะนายน้อยหญิง บัตเลอร์จางกลับไปที่บ้านใหญ่แล้ว ฉันคือบัตเลอร์คนใหม่ จู๋อิน รับผิดชอบมารับช่วงต่องานของบัตเลอร์จางค่ะ"
พอได้ยินดังนั้น สีหน้าของหานชิงจือก็ยิ่งซีดลงไปอีก
เธอไม่พูดอะไร เพียงแค่ปรายตามองเสิ่นตงจวินอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง แล้วหันหน้าหนีไม่สนใจทั้งสองคน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
จู๋อินสงสัย เค้กชิ้นเล็กโกรธแล้ว ทำไมกันนะ?
สีหน้าของเสิ่นตงจวินก็ดูไม่ดี แน่นอนว่าสีหน้าเขาบูดบึ้งมาตลอด จู๋อินเองก็ดูไม่ออกว่าต่างจากก่อนหน้านี้ตรงไหน
"บัตเลอร์คนใหม่ เธอเนี่ยนะ?" เสิ่นตงจวินกวาดตามองเธออย่างเย็นชา พลางแค่นหัวเราะ
"เรียนจบหรือยังเนี่ยเรา?"
อ้อ เธอโดนดูถูกซะแล้ว
ยังไม่ทันได้แสดงความคิดเห็น บาร์บาร่าที่เกาะอยู่บนไหล่ของจู๋อินก็ตะโกนเสียงดังลั่น "หนอย! บังอาจมาดูถูกพวกเรา โฮสต์ เอาของที่พวกเราเตรียมไว้ออกมา!"
แน่นอนว่า เจ้าก้อนกลมตัวแค่นั้น ต่อให้เสียงดังแค่ไหนก็มีขีดจำกัด
จู๋อินหยิบปึกเอกสารที่หนา...ขนาดนั้นออกมาจากกระเป๋าอย่างชำนาญ ทั้งหมดล้วนเป็นใบประกาศนียบัตรวิชาชีพต่างๆ
ยื่นส่งไปให้ สีหน้ามั่นใจสุดๆ
เสิ่นตงจวินรับมา กวาดตามอง เลิกคิ้ว รู้สึกแปลกใจพอสมควร
คิดไม่ถึงว่า ตาแก่นั่น ครั้งนี้จะยอมทุ่มทุนขนาดนี้เชียว?
แต่นี่ก็ไม่สามารถทำให้เขามองจู๋อินเปลี่ยนไปได้ น้ำเสียงยังคงเย็นชา
"เธอมีวุฒิการศึกษาและทักษะวิชาชีพที่ดีขนาดนี้ ไปที่ไหนก็มีชีวิตที่ดีได้ ทำไมต้องเอาตัวมาเกลือกกลั้วกับโคลนตมพวกนี้ด้วย?"
จู๋อินไม่ค่อยเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
เธอแปลกใจมาก "สภาพแวดล้อมของตระกูลเสิ่น แย่ถึงขนาดต้องใช้คำว่าโคลนตมมาเปรียบเปรยเลยเหรอคะ?"
คำพูดนี้ทำให้หานชิงจือที่ก้มหน้าอยู่หัวเราะออกมาหนึ่งเสียง
เสิ่นตงจวินยังคงหน้าบูด จ้องมองจู๋อินอย่างเย็นชา "ไม่ต้องมาแกล้งโง่ คุณสมบัติแบบเธอ มาที่ตระกูลเสิ่นเพื่อหวังอะไร พวกเรารู้อยู่แก่ใจกันดี"
เขาโยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะ "เธอกลับไปบอกเสิ่นซิ่นว่า เลิกใช้ลูกไม้พวกนี้สักที ฉันไม่หลงกลหรอก"
เสิ่นซิ่น!
พอกล่าวถึงชื่อนี้ จู๋อินก็บรรลุแล้ว
ในฐานะผู้ทำภารกิจ ข้อมูลที่เธอได้รับล้วนเกี่ยวข้องกับตัวเอก
เสิ่นซิ่น พ่อแท้ๆ ของพระเอก ผู้ชายสารเลว ควบตำแหน่งพ่อสารเลว
แม่ของเสิ่นตงจวินเสียชีวิตตอนที่เขาอายุห้าขวบ เสิ่นตงจวินเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของปู่ ผู้เฒ่าเสิ่น
เสิ่นซิ่นลุ่มหลงในสุรานารี ไม่เคยถามไถ่เรื่องเสิ่นตงจวิน เขาเป็นลูกชายคนเดียวของผู้เฒ่าเสิ่น จึงคิดเอาเองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่หลังจากผู้เฒ่าเสียชีวิต ตระกูลเสิ่นทั้งหมดจะต้องเป็นของตัวเอง
จนกระทั่งเสิ่นตงจวินบรรลุนิติภาวะ ผู้เฒ่าสอนกลยุทธ์ต่างๆ ในสนามธุรกิจ ถ่ายทอดเส้นสายที่สั่งสมมาหลายปีให้หลานชาย ดูท่าทางจะข้ามหัวลูกชายไม่ได้ความ แล้วมอบกิจการครอบครัวให้หลานชายโดยตรง
พ่อสารเลวถึงได้เริ่มร้อนรน
เขาไม่ใช่สามีที่ได้มาตรฐาน ความสัมพันธ์กับภรรยาเก่าไม่ดี การตายของแม่เสิ่นตงจวิน เขาก็มีส่วนต้องรับผิดชอบอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
เขาไม่ใช่พ่อที่ได้มาตรฐานเช่นกัน ไม่เคยห่วงใยลูกชายอย่างเสิ่นตงจวินเลยแม้แต่น้อย
ความสัมพันธ์พ่อลูกเหรอ? แน่นอนว่าไม่มี
เสิ่นซิ่นไม่สงสัยเลยสักนิด ว่าวันที่ตัวเองแก่ตัวนอนอยู่บนเตียงคนป่วย อย่าว่าแต่กตัญญูเลย เสิ่นตงจวินคงแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะดึงปลั๊กออกด้วยมือตัวเอง
แน่นอนว่า จู๋อินไม่ได้สนใจความสัมพันธ์ระหว่างสองพ่อลูกนั่น
ที่เธอรู้จักเสิ่นซิ่น ก็เพราะบทบาทพ่อสารเลวคนนี้ ในความรักระหว่างพระเอกนางเอก และในภารกิจปัจจุบันของเธอ รับบทเป็นตัวปั่นป่วนและตัวร้ายที่เป็นเพียงเบี้ยใช้แล้วทิ้ง
เสิ่นซิ่นถูกผู้เฒ่าทอดทิ้ง ตอนแรกพยายามจะซ่อมแซมความสัมพันธ์กับเสิ่นตงจวิน
ถ้าสำเร็จ เขาก็จะสามารถทำเรื่องอย่างครึ่งชีวิตแรกเกาะพ่อกิน ครึ่งชีวิตหลังเกาะลูกกิน ได้อย่างงดงาม
ผลลัพธ์แน่นอนว่าล้มเหลว
หลังจากทางนี้ไปต่อไม่ได้ เขาก็เริ่มมีความคิดชั่วร้ายขึ้นมาอีก
—---
(*บัตเลอร์ คือ ผู้ที่ควบคุมดูแลการทำงานของพนักงานอื่นๆ ในบ้านหรือที่พัก เช่น แม่บ้าน พ่อครัว หรือคนสวน โดยดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ปัจจุบันรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการส่วนบุคคล ดูแลจัดการบ้านเรือน หรืออำนวยความสะดวกในโรงแรมหรู)