- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นยอดคน
- บทที่ 15 เงินตรากับสันดานมนุษย์ (13) —— จริงเท็จยากแยกแยะ
บทที่ 15 เงินตรากับสันดานมนุษย์ (13) —— จริงเท็จยากแยกแยะ
บทที่ 15 เงินตรากับสันดานมนุษย์ (13) —— จริงเท็จยากแยกแยะ
บทที่ 15 เงินตรากับสันดานมนุษย์ (13) —— จริงเท็จยากแยกแยะ
สุ่ยเหมี่ยวร้อนใจดั่งไฟเผาตอนตามตำรวจไปที่เกิดเหตุ ไม่รู้ทำไม เธอมีลางสังหรณ์รุนแรงว่าคนที่ถูกแทงคือเฉินม่อ เธอไม่อยากให้สัมผัสที่หกของตัวเองเป็นจริงเลย
เจ็ดนาทีต่อมา รถพยาบาลยังมาไม่ถึงคลินิกสัตว์เลี้ยง มีคนมุงดูอยู่รอบๆ ยกมือถือถ่ายคลิปกันไม่หยุด
"ตำรวจมาแล้ว!" ใครสักคนตะโกนขึ้น ฝูงชนถอยออกไป ตำรวจเริ่มกันคนออก สุ่ยเหมี่ยวรีบเข้าไปในร้าน พบว่าคนที่นอนจมกองเลือดอยู่คือเฉินม่อจริงๆ
"เฉินม่อ!" สุ่ยเหมี่ยวรีบพุ่งเข้าไปคุกเข่าลงข้างเธอ เฉินม่อได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว เธอกำลังหายใจหอบถี่ ไม่กล้าขยับตัวมาก พยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้ตื่นเต้น กลัวแผลจะเลือดไหลไม่หยุด
โชคดีที่รถพยาบาลตามหลังรถตำรวจมาติดๆ เจ้าหน้าที่รีบหามเปลเข้ามายกเฉินม่อขึ้นรถ สุ่ยเหมี่ยวได้รับมอบหมายจากอู๋ต้าลู่ให้ตามรถพยาบาลไปโรงพยาบาล
เขาดูกล้องวงจรปิดแล้ว คนร้ายดูไม่มีประสบการณ์ ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า ทุกการกระทำอยู่ในกล้องวงจรปิดหมด
อู๋ต้าลู่ดูออกว่าเธอแวะซื้อมีดผลไม้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั่วคราว แล้วเดินเข้าร้านไปแทงเฉินม่อเลย จากนั้นก็ทิ้งมีดหนีไป
หลังตำรวจถึงที่เกิดเหตุสามนาที ก็ไล่ตามจากกล้องวงจรปิดจนจับคนร้ายได้ และสารภาพในที่เกิดเหตุทันที
ส่วนทางเฉินม่อนั้นถือว่าโชคดีในโชคร้าย ห่างหัวใจไปแค่เซ็นเดียว สุ่ยเหมี่ยวรอเฉินม่อผ่าตัดเสร็จ แต่เธอยังต้องรอดูอาการในห้อง ICU อีกหนึ่งคืนเพื่อให้แน่ใจว่าพ้นขีดอันตรายแล้วถึงจะย้ายไปห้องพักฟื้น
สุ่ยเหมี่ยวอยู่เฝ้าเฉินม่อที่โรงพยาบาลไม่ได้ พอดูเธอเข้าห้อง ICU เสร็จก็รีบติดต่ออู๋ต้าลู่ เล่าอาการเฉินม่อคร่าวๆ พอรู้ว่าเฉินม่อปลอดภัยแล้ว ทุกคนก็โล่งใจ
จากนั้นสุ่ยเหมี่ยวก็ไม่รอช้า รีบกลับสถานีตำรวจ พอไปถึง เจ้าหน้าที่ทั้งสถานีมารวมตัวกันหมด แถมยังมีหน้าใหม่หลายคน แม้แต่หวังเหว่ยก็มาด้วย
ไม่แปลกที่จะให้ความสำคัญขนาดนี้ จะว่ายังไงดี ตั้งแต่ "คดีเฉินเจี้ยนกั๋วฆ่าภรรยา" การรักษาความปลอดภัยในหลินอันก็เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ หลายปีมานี้ไม่มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นเลย ถ้าคราวนี้ดวงซวยมีคนตาย กรมตำรวจมณฑลต้องเพ่งเล็งมาที่นี่แน่ ไม่รู้กี่คนต่อกี่คนต้องรับผิดชอบ
"นี่มันเรื่องอะไรกันคะ? ทำไมคนเยอะแยะขนาดนี้?" สุ่ยเหมี่ยวลากอู๋ต้าลู่มาถาม ตามหลักแล้วผู้ต้องหาถูกตำรวจจับได้แล้ว คดีก็ดูง่ายๆ ไม่เห็นต้องเอิกเกริกขนาดนี้ เธอไม่คิดว่าหวังเหว่ยจะมาด้วย
"คนร้ายคืออดีตภรรยาของเฉินเจี้ยนกั๋ว แม่ของเฉินชั่วเฟิง หูเยี่ยน" แค่ประโยคเดียว ข้อมูลมหาศาล ทั้งคนเจ็บและคนร้ายมีความเกี่ยวข้องกับ "คดีเฉินเจี้ยนกั๋วฆ่าภรรยา" อย่างลึกซึ้ง ถ้าไม่ระวังอาจกลายเป็นข่าวดังระดับประเทศอีก สุ่ยเหมี่ยวรู้ทันทีว่าเรื่องใหญ่แล้ว
ความจริง ตอนจับผู้ต้องหาได้ก็ออกประกาศเพื่อให้ประชาชนสบายใจแล้ว ประชาชนเห็นแค่ว่าตั้งแต่เกิดเหตุจนคนร้ายถูกจับใช้เวลาแค่สิบนาที ถือว่าปิดจ๊อบได้สวย
ความท้าทายที่แท้จริงอยู่ข้างหลัง ตอนแถลงสรุปคดีต้องพูดให้กระจ่าง คาดเดาได้เลยว่าจะเกิดคลื่นลูกใหญ่แค่ไหน เพราะเรื่องราวในอดีตยังตราตรึงอยู่ในใจใครหลายคน
"ตอนนี้คดีถูกส่งต่อให้กองปราบแล้ว ผอ.หวังอยากให้พวกเราสองคนเข้าร่วมด้วย เพราะตอนนั้นพวกเราก็มีส่วนร่วมทำคดี" อู๋ต้าลู่ดูเวลา
"กองปราบใกล้จะเริ่มสอบปากคำแล้ว ไปกันเถอะ"
สุ่ยเหมี่ยวยังหายใจไม่ทันทั่วท้อง ก็ต้องรีบไปห้องสอบปากคำพร้อมอู๋ต้าลู่ พอไปถึง การสอบปากคำก็เริ่มแล้ว พวกหวังเหว่ยยืนดูอยู่นอกห้อง
"ชื่อ?"
"หูเยี่ยน"
"เพศ?"
"หญิง"
...
หูเยี่ยนให้ความร่วมมือดี ถามอะไรก็ตอบ
"เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนสี่โมงห้าสิบนาทีที่คลินิกสัตว์เลี้ยงหมิงหมิงหน่อย ทำไมคุณถึงทำร้ายเฉินม่อ?"
ทุกคนนอกห้องกลั้นหายใจรอคำตอบของหูเยี่ยน
แต่หูเยี่ยนไม่เล่นตามเกมตำรวจ เธอถามกลับว่าเฉินม่อยังรอดอยู่ไหม? "มันยังรอดอยู่ใช่ไหม? มันยังไม่ตายใช่ไหม?! สวรรค์ไม่มีตาเลยหรือไง!!!"
สีหน้าสุ่ยเหมี่ยวเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้อาจซับซ้อนกว่าที่คิด อย่างน้อยหูเยี่ยนก็พูดหมดเปลือก เพียงแต่เล่าตามความคิดของตัวเอง
"คุณตำรวจ เป็นความผิดของฉันเอง ตอนนั้นฉันไม่น่าโลภอยากได้เงินกับบ้านของหวังไฉ่เจวียน เป็นฉันเองที่ไปหาเฉินเจี้ยนกั๋ว!!"
"ฉันบอกเฉินเจี้ยนกั๋วว่า หลายปีมานี้ชั่วเฟิงไม่เคยรบกวนคุณเลย ตอนนี้เขามีแฟนแล้ว กำลังจะสร้างครอบครัว คุณที่เป็นพ่อควรจะยื่นมือมาช่วยบ้าง เฉินเจี้ยนกั๋วบอกว่าเขาเล่นหุ้นเจ๊งไปเยอะ ไม่มีเงิน"
"ฉันก็บอกว่า คุณไม่มีเงิน แต่หวังไฉ่เจวียนมีนี่ ยังไงฉันก็จะตื๊อให้เฉินเจี้ยนกั๋วออกเงินออกแรงให้ได้"
พูดถึงตรงนี้เธอก็เริ่มตื่นเต้น และยังแสดงความกลัวต่อเฉินเจี้ยนกั๋ว พูดถึงเรื่องที่เขาทำตัวสั่นเทาไปทั้งตัว: "ฉันไม่รู้ว่ามันจะบ้าคลั่งขนาดนี้!! ถ้ารู้ฉันคงไม่ไปหามัน... ชั่วเฟิงของฉันบริสุทธิ์นะ"
ทุกคนข้างนอกรู้เรื่องคดีทั้งหมดดี ย่อมรู้ว่าเฉินชั่วเฟิงทำอะไรลงไป และเขาก็ยอมรับสารภาพเองด้วย เรื่องนี้ยังมีเบื้องลึกเบื้องหลังอีกเหรอ?!
"เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาแค่รับโทรศัพท์จากเฉินม่อ รับกระเป๋านักเรียนใบหนึ่งมาจัดการ เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย!!! พ่อลูกตระกูลเฉินนั่นแหละที่เลวทรามต่ำช้า!"
"ลูกชายฉันต้องติดคุกฟรีๆ อีเฉินม่อกลับขับรถหรูอยู่บ้านหรู ไม่ยุติธรรมเลย!!"
แต่ความจริงคือเฉินชั่วเฟิงเป็นคนจัดการหัวของหวังไฉ่เจวียนกับมือ และเขาก็ชี้จุดเกิดเหตุเอง เฉินม่อเป็นเพียงคนที่ถูกเฉินเจี้ยนกั๋วข่มขู่ในเหตุการณ์นั้น
ยุ่งกันจนดึกดื่น ก็ถือว่าคลี่คลายเรื่องราวได้ "คนแก่เลอะเลือนทำเรื่องเลอะเทอะ เฉินชั่วเฟิงใกล้จะออกมาแล้ว แม่ดันต้องเข้าไปแทน!" หวังเหว่ยโมโหจนพูดไม่ออก นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
"ต้าลู่ สุ่ยเหมี่ยว พรุ่งนี้พวกคุณไปหาเฉินชั่วเฟิง ยืนยันคำให้การเขาอีกที เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบคดีนี้"
"รับทราบ!" สุ่ยเหมี่ยวฟังออกว่าหวังเหว่ยคิดว่าหูเยี่ยนในฐานะแม่ไม่เชื่อว่าลูกชายตัวเองก่ออาชญากรรม คิดว่าเขาถูกหลอก คิดไปคิดมาก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ เห็นเฉินม่ออยู่สุขสบายก็แค้นใจ วันนี้เห็นรถเฉินม่อเลยฟิวส์ขาด ลงมือแก้แค้น
วันรุ่งขึ้น สุ่ยเหมี่ยวก็ได้เจอเฉินชั่วเฟิง ก่อนเจอ สุ่ยเหมี่ยวถามผู้คุม เฉินชั่วเฟิงทำตัวดีในคุก ไม่เคยทะเลาะวิวาท ขยันทำงาน ได้ลดโทษไปครึ่งปี
สุ่ยเหมี่ยวไม่เคยเจอเฉินชั่วเฟิงมาก่อน แต่จากคำบอกเล่าของผู้คุมและการเจอหน้าครั้งแรก สัญชาตญาณบอกว่าเขาไม่ได้เต็มใจร่วมมือในเหตุการณ์ปีนั้น
ในการสอบปากคำของอู๋ต้าลู่ เฉินชั่วเฟิงยังคงยืนยันคำเดิม ตามหลักแล้วไม่มีปัญหาอะไร ในความเงียบ สุ่ยเหมี่ยวถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง: "คุณบอกว่าคุณทำตามคำสั่งเฉินเจี้ยนกั๋วจัดการกระดูกหวังไฉ่เจวียน ทำไมเฉินเจี้ยนกั๋วถึงปฏิเสธเสียงแข็ง?"
"คุณตำรวจ ผมพูดชัดเจนแล้ว เขาต้องการกันผมออกไป แต่ผมทนความรู้สึกผิดไม่ได้ ผมปิดบังไม่ได้ที่จะลอยนวลต่อไป"
"คุณได้รับโทรศัพท์จากเฉินม่อให้ไปที่โรงเรียนเธอ กระเป๋านักเรียนใบนั้นเธอก็เป็นคนให้คุณ เธอเป็นคนบอกคุณเหรอว่าเป็นคำสั่งของเฉินเจี้ยนกั๋ว?"
"เปล่า ผมไปถึงก็ขอกระเป๋าจากเธอเลย!"
ออกจากเรือนจำ อู๋ต้าลู่เห็นสุ่ยเหมี่ยวยังทำหน้าครุ่นคิด เลยถาม: "เป็นไง มีตรงไหนผิดปกติเหรอ?"
"ฉันแค่ไม่เข้าใจ แรงจูงใจของเฉินเจี้ยนกั๋วเริ่มแรกคือเพื่อผลประโยชน์ของเฉินชั่วเฟิง สมมติว่าเรื่องนี้ถูกสรุปว่าเป็นคดีหวังไฉ่เจวียนหายตัวไป เฉินเจี้ยนกั๋วในฐานะคู่สมรส มีสิทธิ์จัดการทรัพย์สินของหวังไฉ่เจวียน เขาต้องแบ่งเงินและบ้านให้เฉินชั่วเฟิงแน่ๆ"
"จริง สอดคล้องกับจิตวิทยาของเฉินเจี้ยนกั๋ว ว่าต่อสิ"
"เพราะงั้นฉันเลยคิดว่าตอนเขาจัดการศพหวังไฉ่เจวียน เขาไม่น่าจะดึงเฉินชั่วเฟิงเข้ามาเกี่ยว จริงๆ แล้วช่วงนั้นเฉินชั่วเฟิงก็ไม่ได้เข้าหมู่บ้านเจียหยวนเลย คำให้การของเฉินเจี้ยนกั๋วก็บอกว่าเขาให้เฉินม่อเอากระเป๋าไปฝัง..."
พูดถึงตรงนี้ สุ่ยเหมี่ยวชะงักไปนิด "ฉันไม่เข้าใจ ทำไมเขาถึงคิดว่าเฉินม่อจะจัดการเรื่องนี้ได้? ตอนนั้นเฉินม่อเพิ่ง 13 เองนะ"
"ตอนนั้นพวกเราก็สงสัย มันไม่สมเหตุสมผล แต่สุดท้ายเฉินชั่วเฟิงก็สารภาพเอง คำรับสารภาพ วัตถุพยานแน่นหนา เรื่องเลยจบแบบนั้น" อู๋ต้าลู่นึกถึงเรื่องปีนั้นแล้วก็ถอนหายใจ
"นี่เธอสงสัยเฉินม่อเหรอ?"
สุ่ยเหมี่ยวขึ้นรถ คาดเข็มขัดนิรภัย ส่ายหน้า: "ฉันไม่ได้สงสัยใคร ฉันแค่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันทะแม่งๆ ลองมองข้ามความสัมพันธ์ทั้งหมด ดูจากมุมมองตำรวจ เฉินเจี้ยนกั๋ว หวังไฉ่เจวียนตาย เฉินชั่วเฟิงติดคุก อวี๋ฮุ่ยฆ่าตัวตาย ตายายเฉินม่อก็ตาย คนที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับเฉินม่อไม่มีใครได้ดีสักคน ผอ.อู๋ คุณเป็นตำรวจ แวบแรกไม่สงสัยเหรอ?"
"ฟังเธอพูดแบบนี้ก็น่าสงสัย แต่เฉินเจี้ยนกั๋วฆ่าหวังไฉ่เจวียนไม่ใช่เพราะเฉินม่อแน่ๆ เริ่มแรกก็ไม่ใช่เพราะเฉินม่อ เราจะตัดสินว่าใครวางแผนร้ายเพียงเพราะเขาเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์สุดท้ายไม่ได้"
อู๋ต้าลู่มองสุ่ยเหมี่ยวที่ยังคิ้วขมวด ยิ้มออกมา คนหนุ่มสาวก็แบบนี้แหละ มักคิดว่าข้อสันนิษฐานของตัวเองถูกเสมอ ตัวเขาเมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ
"เอาเถอะ อย่าหน้าบูดหน้าบึ้งเลย ถ้าเธอรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ก็ลองไปสืบดูเอง ถือซะว่าเป็นบททดสอบแล้วกัน" ชนกำแพงเดี๋ยวก็รู้เอง
สุ่ยเหมี่ยวพยักหน้า นี่ไม่ใช่การรื้อฟื้นคดี อย่างมากก็แค่หาคำตอบให้กับข้อสงสัยของตัวเอง ไม่ต้องรีบ
"เป็นไงบ้าง? โอเคไหม?" เลิกงานแล้ว สุ่ยเหมี่ยวมาเยี่ยมเฉินม่อที่โรงพยาบาล
"ก็โอเค ดูน่ากลัว แต่แผลไม่ลึก พักสักอาทิตย์ก็น่าจะออกโรงพยาบาลได้ เมื่อเช้าตำรวจมาสอบปากคำแล้ว ฉันไม่คิดเลยว่าจะเป็นน้าหู เก้าปีแล้วนะ ทำไมฉันยังหนีเงาของเฉินเจี้ยนกั๋วไม่พ้นสักที"
สุ่ยเหมี่ยวมองเฉินม่อที่ทำหน้าหมดอาลัยตายอยาก ตบแขนเธอเบาๆ: "รอดตายมาได้ ต่อไปต้องมีโชคแน่ คนทำชั่วก็ได้รับโทษแล้ว สิ่งที่เธอต้องทำคือใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุด"
คุยไปคุยมาก็วนมาเรื่องบ้านที่หมู่บ้านเจียหยวน พูดถึงเรื่องนี้ ทั้งสองคนหน้าตาเจ็บปวด
"บ้านฉันขายไปลดราคาตั้งสี่สิบเปอร์เซ็นต์"
เฉินม่อได้ยินก็รู้สึกขมปร่าในปาก: "งั้นบ้านของฉันลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ขายออกได้ก็ขอบคุณสวรรค์แล้ว ยังมีบ้านของตายายอีกหลังก็คงขายไม่ได้ราคาแล้ว"
สุ่ยเหมี่ยวชะงักมือที่กำลังปอกส้ม: "เรื่องตายายเธอเป็นยังไงเหรอ?"
"ฮีทสโตรก!" เฉินม่อทำหน้าจนใจ
"ฉันล่ะยอมใจคนแก่จริงๆ นึกว่าอยู่ตึกสูงจะเหมือนบ้านเดิมเหรอ หน้าร้อนสี่สิบกว่าองศาแอร์ก็ไม่เปิด พัดลมยังไม่ยอมเปิด ฉันเปิดแอร์ให้ก็โดนบ่น"
"คนแก่ก็แบบนี้แหละ ไม่มีใครคิดหรอกว่าจะเกิดเรื่อง เธอจะขายบ้านทั้งสองหลังเลยเหรอ?"
"อื้ม เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ถูกหน่อยก็ช่างเถอะ บ้านมีเยอะแยะ"
สุ่ยเหมี่ยวโยนเปลือกส้มใส่เฉินม่อ ยัยคนรวยน่าหมั่นไส้!!