- หน้าแรก
- คุณหนูใหญ่ออกไปตั้งแผงดูดวงอีกแล้ว
- บทที่ 30 นางเชื่อแล้ว
บทที่ 30 นางเชื่อแล้ว
บทที่ 30 นางเชื่อแล้ว
บทที่ 30 นางเชื่อแล้ว
เมิ่งหย่งซือมองดูเซียวอวิ๋นจั๋วด้วยความตกตะลึง พลางครุ่นคิดไม่หยุดว่า ตนเองเคยเจอนางที่ไหนมาก่อนหรือไม่...
เหตุใดแม่นางแซ่เซียวถึงได้รู้เรื่องราวของนางอย่างทะลุปรุโปร่งเช่นนี้?
"มีหมอหลวงไม่น้อยมาดูอาการให้น้องชายของท่านแล้วใช่หรือไม่?" เซียวอวิ๋นจั๋วกล่าวอีก
"ถูกต้อง" เมิ่งหย่งซือผงกศีรษะเบาๆ
"เพียงแต่... เหตุใดแม่นางถึงต้องสืบเรื่องราวในบ้านของข้า? ท่าน... จงใจเหมาขนมทั้งหมด หรือว่าเป็นเพราะตั้งใจมาดักรอข้า?"
ช่วงนี้ที่บ้านมีเรื่องวุ่นวายมากมาย นางไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน วันนี้ก็เพิ่งจะตัดสินใจมาที่นี่กะทันหัน! แม่นางแซ่เซียวไม่น่าจะสืบรู้ความเคลื่อนไหวของนางได้...
เซียวอวิ๋นจั๋วเห็นท่าทางหวาดระแวงของนาง ในใจก็รู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง
ก่อนจะมาเมืองหลวง นางสร้างชื่อเสียงในแถบกวนซีไว้ไม่น้อย โดยเฉพาะหมู่บ้านและตำบลที่ไปบ่อยๆ ชาวบ้านในนั้นล้วนให้ความเคารพนับถือนาง ต่างรู้กิตติศัพท์อันโด่งดังของเจ้าสำนักเสินอิ่นอย่างนาง!
แต่พอมาที่นี่ ทุกอย่างต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่!
คนพวกนี้ สายตาที่มองนางเหมือนกำลังมองสิบแปดมงกุฎจอมอาจหาญ
เพื่อให้ตัวเองดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น เซียวอวิ๋นจั๋วเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ท่าทางสุขุมเยือกเย็น เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงลึกลับว่า "แม่นางเมิ่ง ข้าได้พบท่านที่นี่ในวันนี้ เป็นเพราะลิขิตสวรรค์นำพา ท่านรู้เพียงแค่ว่า ข้าสามารถรักษาอาการป่วยของน้องชายท่านได้ก็พอแล้ว"
"..." เมิ่งหย่งซือรู้สึกว่าตัวเองอาจจะเจอกับ... คนบ้า?
แม่นางน้อยผู้นี้อายุรุ่นราวคราวเดียวกับนาง ดวงตาดำขลับฉายแววไร้เดียงสาบริสุทธิ์ แต่ท่าทางโอ้อวดนั้นช่างน่าขันสิ้นดี!
"ท่าน... ท่านเป็นคุณหนูบ้านไหน? ข้าจะส่งคนไปส่งท่านกลับบ้านนะ..."
เมิ่งหย่งซือมองนางด้วยความสงสาร ในใจคิดว่า แม่นางแซ่เซียวผู้นี้สมองคงมีปัญหา จึงไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน นางคงหนีออกมาได้ พอเห็นขนมน่ากินก็ก้าวขาไม่ออก ซื้อมาตั้งกองพะเนิน ยัดใส่ท้องแบบไม่กลัวตาย...
ก็น่าสงสารอยู่เหมือนกัน
เมิ่งหย่งซือพูดพลาง ก็ไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้นัก
คนสติไม่สมประกอบแบบนี้ อารมณ์อาจจะไม่มั่นคง เหมือนน้องชายของนาง... เกิดพลั้งมือทำร้ายนางเข้าคงไม่ดี
เซียวอวิ๋นจั๋วขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เจ็บใจที่สวรรค์ไม่ได้สร้างให้นางมีรูปลักษณ์เหมือนเซียนผู้เมตตา
"ช้าก่อน!" เซียวอวิ๋นจั๋วยื่นมือออกไปทันที
"ขอเศษเงินข้าสักหน่อย"
"ท่าน... ยังจะขอทานอีกหรือ?" เมิ่งหย่งซือตกใจ
"แม่นาง เสื้อผ้าบนตัวท่าน ขนมข้างกายท่าน... ล้วนราคาแพงระยับ ทำไมถึงยังมีนิสัยชอบแบบนี้..."
โรคประหลาดในโลกนี้ ช่างมีเยอะจริงๆ!
"ถ้าท่านไม่ให้ข้าก็คงต้องลงมือแย่งเองแล้ว!" เซียวอวิ๋นจั๋วถูกคำพูดของนางยั่วโมโหจนหน้าแดงก่ำ แทบจะรักษามาดที่แสร้งทำมาหลายปีไว้ไม่อยู่
เมิ่งหย่งซือขมวดคิ้ว
ก็แค่เศษเงินไม่กี่แดง ถือว่าทำบุญก็แล้วกัน!
นางหันไปบอกให้สาวใช้ล้วงถุงเงิน หยิบเศษเงินก้อนเล็กส่งให้ เซียวอวิ๋นจั๋วรับไว้อย่างรวดเร็ว พอเห็นอีกฝ่ายจะไป ก็รีบเอ่ยขึ้นทันทีว่า
"แม่นางเมิ่ง ในเมื่อข้ารับเงินของท่านมาแล้ว ก็จะทำนายให้ท่านสักหน่อย"
สีหน้าของเมิ่งหย่งซือดูอึดอัดเล็กน้อย นางออกมาข้างนอก ไม่ได้ออกมาเพื่อดูดวงเสียหน่อย
แต่เกี้ยวของนางยังอยู่ห่างจากตรงนี้ไปหลายวา หากตัวเองรีบร้อนจะไป แต่อีกฝ่ายตามตอแยไม่เลิก ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมายเช่นนี้มิยิ่งดูแย่หรอกหรือ?
"แม่นางเมิ่งอาภัพคู่ครอง" เซียวอวิ๋นจั๋วรีบพูดขึ้นก่อน
เมิ่งหย่งซือชะงักไป
"ดูจากโหงวเฮ้งของแม่นาง ช่วงหนึ่งปีมานี้แม่นางน่าจะเจอเรื่องช้ำใจมาไม่น้อย รอบกายมีดอกท้อบานสะพรั่ง แต่ล้วนไม่ใช่คู่แท้ โดยเฉพาะบุรุษที่ดูตัวด้วยช่วงนี้ ยิ่งเป็นดวงชงกับแม่นางเมิ่ง เป็นเคราะห์ดอกท้ออย่างแท้จริง หากหลบไม่พ้น ชีวิตนี้ของท่านพังทลายแน่" เซียวอวิ๋นจั๋วพูดต่อ
เมิ่งหย่งซือใจหายวาบ
ได้ยินเซียวอวิ๋นจั๋วพูดต่อว่า "ขอดูมือของท่านหน่อยได้หรือไม่ ให้ข้าดูให้ละเอียด?"
เมิ่งหย่งซือไม่รู้ว่านึกถึงอะไรขึ้นมา ตอนนี้อยากจะไปแต่ก็ลังเล สุดท้ายด้วยความไม่แน่ใจ ก็ยังยื่นมือออกมา
เซียวอวิ๋นจั๋วมองดูเส้นลายมือของนางอย่างละเอียด แล้วกล่าวว่า "เนินศุกร์บนฝ่ามือของแม่นางมีเส้นเลือดเขียวปูดโป่งเล็กน้อย ปกติเบื่ออาหาร กินอะไรไม่ค่อยลงใช่หรือไม่?"
"ใช่..." ใจของเมิ่งหย่งซือดิ่งวูบ
"กลางฝ่ามือเย็นเฉียบ สีฝ่ามือซีดขาว ไฟธาตุหัวใจไม่พอ ไฟธาตุหัวใจอ่อนทำให้พลังหยางพร่อง ร่างกายท่านมีความเย็นสะสมหนัก เคยมีหมอบอกหรือไม่ว่า วันหน้าท่านจะมีบุตรยาก?" เสียงของเซียวอวิ๋นจั๋วเบาลงมาก
เมิ่งหย่งซือตกใจ รีบชักมือกลับทันที สายตาลนลานมองนางแวบหนึ่ง "ท่าน... ท่านไปสืบมาจากไหน!"
นางปวดท้องระดูอย่างหนักทุกครั้ง ต่อมาท่านแม่ตามหมอมาตรวจ บอกว่านางจะมีบุตรยากในวันหน้า ตอนนั้นท่านแม่ตกใจมาก จ่ายเงินก้อนโตปิดปากหมอคนนั้นไว้ ดังนั้นนอกจากพวกนางสองแม่ลูก ก็ไม่มีใครรู้อีกแล้ว!
หากแพร่งพรายออกไป...
และเพราะสุขภาพของนางไม่ดี ท่านแม่จึงเป็นห่วงเรื่องการแต่งงานของนางมาก ก่อนที่น้องชายจะป่วย ท่านแม่เล็งไว้หลายคน ล้วนมีฐานะปานกลาง แต่หลังจากทยอยสืบดู ก็ตัดคนที่ไม่น่าไว้ใจออกไปหลายคน... ต่อมาท่านแม่ถูกใจลูกชายสายตรงของท่านน้าที่มาขอพึ่งพิง แสดงท่าทีว่าจะยกลูกสาวให้...
ลูกพี่ลูกน้องคนนั้นดูท่าทางสุภาพเรียบร้อย เพียงแต่บ้านท่านน้าไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง อยู่ไกลมาก ท่านแม่บอกว่ารอใกล้หมั้นหมายค่อยบอกความจริงกับลูกพี่ลูกน้อง หากยินดีแต่ง ก็จะเพิ่มสินเดิมให้...
แต่นางคิดว่า ไกลขนาดนั้น หากวันหน้านางได้รับความลำบากก็ไม่มีใครช่วยเป็นธุระให้ ดังนั้นในใจนางจึงไม่สงบมาโดยตลอด
แต่ทว่า แม่นางน้อยคนนี้ กลับพูดเรื่องเคราะห์ดอกท้อออกมาอีก...
อีกฝ่ายถึงขนาดมองเห็นปัญหาสุขภาพของนาง ทำให้นางจำต้องเชื่อ
"แม่นางแซ่เซียว หรือว่าท่านจะเป็นหมอ?" เมิ่งหย่งซือลองหยั่งเชิงถาม
"ข้าชอบให้ท่านเรียกข้าว่าปรมาจารย์มากกว่า มองข้าเป็นผู้วิเศษเหนือโลก" เซียวอวิ๋นจั๋วรีบสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง
"ตอนนี้เชื่อคำพูดของข้าหรือยัง? หากยังไม่เชื่อ ท่านบอกวันตกฟากมา ข้าจะดูดวงชะตาทั้งชีวิตของท่านให้กระจ่างแจ้ง ให้ท่านตาสว่างไปเลย"
"ไม่ต้องแล้ว!" เมิ่งหย่งซือไม่กล้า "ข้าเชื่อท่านแล้ว..."
เมื่อครู่ยังรู้สึกว่าดวงตาคู่นี้ใสซื่อไร้เดียงสา ตอนนี้... กลับรู้สึกขนลุกพิกล
ราวกับว่าถูกนางจ้องมองเช่นนี้ บนตัวไม่มีความลับใดๆ หลงเหลืออยู่เลย!
"แม่นางแซ่เซียว เชิญคุยกันในเกี้ยวเถิด" เมิ่งหย่งซือเอ่ยอย่างระมัดระวัง พูดจบประโยคนี้ ก็รู้สึกว่าตัวเองช่างกล้าหาญนัก ที่กล้าเชิญคนแปลกหน้ากลับบ้านด้วยกัน
"ตกลง" เซียวอวิ๋นจั๋วพยักหน้ารับ หันกลับไปมองกองขนมมหึมารอบๆ หิ้วมาเพียงสองห่อมอบให้เมิ่งหย่งซือ จากนั้นก็กล่าวอีกว่า
"รบกวนสาวใช้ข้างกายท่านไปจ้างคนจากร้านขนม ให้ส่งของที่เหลือทั้งหมดนี้ ไปที่จวนสกุลเซียวที"
"จวนสกุลเซียว? จวนสกุลเซียวไหน?" เมิ่งหย่งซืออึ้งไป
"ก็จวนสกุลเซียวที่ถูกริบบรรดาศักดิ์นั่นแหละ" เซียวอวิ๋นจั๋วไม่ได้ปิดบังแม้แต่น้อย
เมิ่งหย่งซืออ้าปากค้าง รีบใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากไว้ เพียงแต่ดวงตาที่เบิกกว้างเล็กน้อย เป็นเครื่องพิสูจน์ความตกตะลึงของนางในตอนนี้!
"ข้าได้ยินมาว่า... คุณหนูของตระกูลเซียวที่หายตัวไปหลายปีกลับมาแล้ว หรือว่าจะเป็น..." เมิ่งหย่งซือแทบไม่อยากเชื่อ ตระกูลเซียวนั้นหากไม่ถูกริบบรรดาศักดิ์ ก็ถือว่าสูงส่งยิ่งนัก! แม้แต่บ้านนางก็เทียบไม่ติด!
แม่นางแซ่เซียวที่ดูเพี้ยนๆ ผู้นี้... ดูลึกลับพิลึก แถมยังจะมาแย่งเงินนางอีก บอกว่าเป็นนักเลงพเนจรดูจะเหมาะสมกว่าเสียอีก!