- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 340 [ฉันบอกว่าขนมสายไหมไม่หมดอายุก็คือไม่หมดอายุ]
บทที่ 340 [ฉันบอกว่าขนมสายไหมไม่หมดอายุก็คือไม่หมดอายุ]
บทที่ 340 [ฉันบอกว่าขนมสายไหมไม่หมดอายุก็คือไม่หมดอายุ]
บทที่ 340 [ฉันบอกว่าขนมสายไหมไม่หมดอายุก็คือไม่หมดอายุ]
อวี๋สวินเกอเงยหน้ามองเฟิงชางที่อยู่ไม่ไกล นางยืนอยู่นอกบาเรียของยอดหอคอย กำลังมองเธอและเมียร์แคทอีกตัวที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอ สายตาของนางกวาดไปมาระหว่างเธอกับเมียร์แคทตัวนั้น ราวกับมองเท่าไหร่ก็ไม่พอ
สีหน้าเรียบเฉยอดกลั้น แต่สวมบทบาทเฟิงหรานมาตั้งหลายปี ใช้ชีวิตอยู่กับเฟิงชางทุกวัน เธอจะไม่เห็นความปีติยินดีในแววตาของเฟิงชางได้ยังไง
เธอมองตามสายตาเฟิงชางไปที่เมียร์แคทตัวนั้น ด้านหลังของเมียร์แคทปรากฏกระดูกปีกขวาที่เกิดจากการรวมตัวของแสงสีส้มแดง จุดหักเหของกระดูกปีกสูงพอๆ กับหัวเมียร์แคท กระดูกปีกขวามีกระดูกย่อย 4 ท่อน เหมือนเลข "7" สี่ตัวเรียงจากใหญ่ไปเล็กโดยเริ่มจากไหล่ ปลายกระดูกปีกห้อยลงมาถึงเข่าเมียร์แคท แสงสว่างไม่เจิดจรัสเท่าส่วนบน
เวลานี้ กระดูกปีกซ้ายก็รวมตัวเสร็จสมบูรณ์ เหมือนภาพสะท้อนในกระจกของปีกขวา
บนกระดูกปีกเริ่มมีขนนกแสงสีส้มแดงงอกออกมา ขนนกเหล่านี้ต่างจากขนฮูกโอ๊ก มันไม่แนบชิดไปกับกระดูก แต่จะพลิ้วไหวไปตามลม ขนนกที่เกิดจากละอองแสงกระจายตัวออกเล็กน้อยเมื่อต้องลมราตรี พลิ้วไหวไปในทิศทางเดียวกัน ราวกับเปลวไฟที่ไหลริน!
ฮูกโอ๊กที่มีปีกสีส้มแดงมีเป็นพันๆ ตัว ขอแค่ไม่มีตำหนิ ปีกสีส้มแดงกับปีกสีส้มแดงก็แทบไม่มีความแตกต่าง ปีกสีส้มแดงของ "เฟิงหราน" ก็เป็นแบบนี้ แต่ใช้ชีวิตด้วยกันมาสิบปี เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่า ปีกแสงสีส้มแดงบนหลังเมียร์แคทตัวนั้นเป็นของเฟิงมู่
เฟิงมู่... นั่นคือเฟิงมู่! นางไม่ใช่วิญญาณวีรชนเฟิงมู่ที่มีจิตสำนึกหลงเหลือ แต่นางคือผู้พิชิตหอคอยมาโดยตลอด?!
แต่ผู้เล่นทุกคนก่อนเข้าหอคอยได้ใช้สกิล [ทำบัตรปลอม] ปลอมแปลงข้อมูลของตัวเอง ต่อให้นาฬิกาพกของเธอก็ตรวจสอบข้อมูลไม่ได้
สามร้อยปีผ่านไป เธอลืมข้อมูลที่ทุกคนปลอมแปลงไปหมดแล้ว คนเดียวที่เธอพอจะจำได้ก็คือเมียร์แคทที่ใส่สโนว์บอร์ดตัวนั้น
อวี๋สวินเกอหลับตาลงด้วยความรู้สึกซับซ้อน
[ยอมรับ ฉันยอมรับ!]
เธอมี [พระจันทร์เกรี้ยวกราด] มี [สติสัมปชัญญะสมบูรณ์] มี [ความต้านทานทางวิญญาณ] [ช่วงเวลาย้อนกลับ] [คอยดูเถอะ ฉันจะกลับบ้านสักเที่ยว] มีวิธีการมากมาย มีพลังเร้นลับมหาศาล และยังมี [นักล่าจิตใจ] ที่เล่นเกมแลกวิธีการต่างๆ ได้
เธอไม่มีทางทิ้งปีกแสงสีส้มแดง และเธอจะไม่มีวันแพ้
ความรู้สึกที่กระดูกปีกค่อยๆ งอกออกมาจากด้านหลังนั้นชัดเจนมาก เธอไม่ต้องปรับตัวหรือเรียนรู้วิธีใช้ปีกอีกแล้ว เวลาสามร้อยปีในการเป็นฮูกโอ๊กทำให้เธอคุ้นเคยกับปีกไม่ต่างจากคุ้นเคยกับแขนขาตัวเอง
และในหัวเธอก็ฉายภาพสกิลทั้ง 5 ของ [ขนมสายไหม] อย่างรวดเร็ว
สุดท้ายหยุดอยู่ที่สกิลหนึ่งที่เธอค่อนข้างไม่อยากได้
[ข้าบอกว่าไม่หมดอายุก็คือไม่หมดอายุ]: ชุบชีวิตสิ่งมีชีวิตที่ตายไม่เกิน 1 วัน เวลาร่าย 5 นาที คูลดาวน์ 10 วันตามเวลาธรรมชาติ (คูลดาวน์ของสกิลนี้ไม่สามารถลดทอนได้ด้วยวิธีการใดๆ; เวลาคูลดาวน์จะเริ่มนับหลังจากชุบชีวิตสำเร็จ)
สกิลที่ทำเพื่อคนอื่นโดยสมบูรณ์
สกิลนี้ใช้กับตัวเองไม่ได้ เวลาส่วนใหญ่เธอฉายเดี่ยว เป้าหมายเดียวที่อาจจะได้ใช้คือถูหลาน แต่ถูหลานตายปุ๊บก็จะกลับไปเป็นไข่มังกรที่เกาะมังกร สกิลชุบชีวิตที่ต้องร่ายนาน 5 นาทีนี้ไม่ได้ใช้แน่นอน
อาจจะทำเป็นผลึกสกิลฝากไว้ที่ถูหลานเผื่อฉุกเฉินได้ไหม? แต่ไม่รู้ว่าสกิลชุบชีวิตในพรสวรรค์อมตะของเธอทำงานเร็วแค่ไหน จะพอให้ถูหลานใช้ [ข้าบอกว่าไม่หมดอายุก็คือไม่หมดอายุ] กับเธอทันหรือเปล่า
เทียบกับสกิลชุบชีวิตนี้ อวี๋สวินเกออยากได้อีกสี่สกิลที่เพิ่มเลือดและบัฟสถานะมากกว่า
แต่ถ้ามองตามความเป็นจริง สกิลนี้เป็นสกิลที่ล้ำค่าที่สุดในบรรดาห้าสกิล อวี๋สวินเกอพอใจแล้ว
เมื่อพิธีกรรมเสร็จสิ้นสมบูรณ์ อวี๋สวินเกอลืมตาขึ้น พบว่าเมียร์แคททั้ง 6 ตัวต่างยอมรับปีกแห่งแสงของวิญญาณวีรชนฮูกโอ๊ก
ไม่มีใครปฏิเสธพลังของปีกฮูกโอ๊กและสกิลพรสวรรค์หนึ่งสกิลได้
ส้มแดงสอง ดำหนึ่ง เขียวมรกตหนึ่ง น้ำเงินเข้มหนึ่ง ขาวบริสุทธิ์หนึ่ง
ปีกของสามตระกูลใหญ่ เฟิง เถา ซง ครบถ้วน เมียร์แคทที่ใส่สโนว์บอร์ดดันได้ปีกสีเขียวมรกต
ปีกแห่งแสงสยายออกที่ด้านหลังของเมียร์แคทแต่ละตัว ลมราตรีพัดผ่าน ขนแสงพลิ้วไหว ปีกแต่ละข้างกางออกยาวพอๆ กับความสูงของเมียร์แคท รอให้พวกเขากลับคืนสู่ขนาดตัวเดิม ปีกก็จะยิ่งใหญ่ขึ้น เมื่อกางปีกออกเต็มที่ ปีกน่าจะกว้างเกือบสี่เมตร
เพียงแต่ปีกอันงดงามที่ประกอบขึ้นจากขนแสงมาปักอยู่บนหลังเมียร์แคท... ดูยังไงก็ขัดตา
ให้ความรู้สึกเหมือนสัตว์เลี้ยงขโมยชุดราตรีของเจ้านายมาใส่ สรุปสั้นๆ ก็คือ——เมียร์แคทหลงเข้าไปในเกมแต่งตัวตุ๊กตา
พิธีกรรมจบลง อวี๋สวินเกอยังไม่พบความผิดปกติใดๆ ไม่ว่าจะบนหน้าต่างสถานะหรือความรู้สึกของร่างกาย
เมียร์แคททั้งหกมองหน้ากัน ทุกคนพบว่าทรายจันทราในนาฬิกาหายไปหมดแล้ว ภารกิจจบแล้ว เลิกงานก่อนเวลาได้ไหม?
แต่ในบาเรียใช้สกิลไม่ได้
เมื่อ "จักรพรรดิฮูก" องค์นั้นก้าวออกมาข้างหน้า เตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง เมียร์แคททั้ง 6 ตัวก็ขยับตัว กางปีกด้านหลัง พุ่งออกจากบาเรียหอคอย แยกย้ายกันหนี!
ไม่หนีตอนนี้ จะหนีตอนไหน?
——"จับเป็น!!"
ฮูกโอ๊กทั้งหมดกรูกันเข้ามา สกิลต่างๆ ระเบิดกลางอากาศ แม้แต่เฟิงชางก็ลงมือ แต่ส่วนใหญ่เป็นสกิลควบคุม
คราวที่แล้วตอนเอลฟ์โลหิตพิชิตหอคอย จักรพรรดิฮูกไม่ได้ออกคำสั่งแบบนี้ ครั้งนี้จะจับพวกเขาเห็นชัดว่าเพื่อทรายจันทรา ตอนพวกเขารับปีก "จักรพรรดิฮูก" องค์นี้ก็คอยชำเลืองมอง [โชคชะตาไม่ตรงเวลา] เป็นระยะ
คนอื่นๆ บ้างก็ใช้สกิล บ้างก็บีบหินวาร์ปแตกอย่างเด็ดขาด แต่ฝ่ายหลังถูกสกิลของ "จักรพรรดิฮูก" ขัดขวางทันที จำต้องเปลี่ยนมาใช้สกิลฝ่าวงล้อมออกไป
ก่อนออกจากหอคอย อวี๋สวินเกอยังคิดอยู่เลยว่า ถ้าหลังพิชิตหอคอยได้เจอเถาซูในโลกความเป็นจริง จะต้องหาวิธีใช้สกิลของ [เทพธนู] ไปแลก [ของใหม่ประจำเดือน] ของเขามาให้ได้ น่าเสียดายที่เถาซูไม่อยู่
อวี๋สวินเกอหันหลังบินหนี เดิมทียังคิดว่าปฏิบัติการครั้งนี้ราบรื่นจะประหยัดผลึกสกิลที่ได้จากติ้งไห่ได้ แต่พอออกจากบาเรีย ก็ถูกบีบให้ใช้ผลึกสกิลไปหลายก้อนติดต่อกัน
[ฉันจะมาตายที่นี่ไม่ได้] และ [ข้าไม่อยากตายเลยสักนิด] ใช้ไปหมดแล้ว แต่เธอไม่ได้ใช้สกิลของจอมเสเพลหนีไป สายตาของเธอจับจ้องไปที่เมียร์แคทที่มีปีกแสงสีส้มแดงเหมือนเธอ
หลังจากฝ่าวงล้อมออกมาได้ เธอก็ไล่ตามเมียร์แคทที่มีปีกแสงสีส้มแดงเหมือนเธอไม่ปล่อย ระหว่างทางไม่รู้ว่าเมียร์แคทตัวนั้นใช้สกิลอะไร หายตัวไปช่วงสั้นๆ อวี๋สวินเกอต้องใช้สกิลติดตามระดับ B [สุนัขล่าเนื้อดมกลิ่น] ที่ได้มาในเกาะถึงตามทัน
เมียร์แคทตัวนั้นเอียงตัวหลบก้อนหินที่ร่วงลงมาจากเกาะลอยฟ้า หันกลับมามองเธอแวบหนึ่ง แววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มลึกซึ้ง เหมือนตอนที่เฟิงมู่พาเธอลัดเลาะไปในป่าเซินไห่
อวี๋สวินเกอตะโกนลั่น: "ตอนนี้เธอหัวเหมือนเบาะจักรยาน แถมขอบตายังดำปิ๊ดปี๋! อย่ามาทำเท่นักจะได้ไหม?!"
เมียร์แคทข้างหน้า: "......"
เมียร์แคทสองตัวหยุดลงเหนือเกาะลอยฟ้าที่เปลี่ยวร้างแห่งหนึ่ง อวี๋สวินเกอมองอีกฝ่าย ถามว่า: "เธอคือใคร?"
"เฟิงมู่" หัวเราะเบาๆ: "เฟิงหราน จำข้าไม่ได้แล้วเหรอ? ข้าคือเฟิงมู่ไง"
อวี๋สวินเกอปฏิเสธทันทีอย่างไม่ลังเล: "เป็นไปไม่ได้ ไม่เร็วขนาดนี้หรอก พวกเขา..."
พูดถึงตรงนี้ เธอก็พบว่าเนื้อหาต่อจากนี้เธอพูดออกมาไม่ได้ ปากของเธอหายไปในพริบตา บนผิวหนังเรียบเนียนตรงนั้นปรากฏลวดลายลูกโอ๊กเต้นตุบๆ สองสามอัน ผ่านไปไม่กี่วินาทีถึงกลับคืนสภาพ เธอจับปากที่เพิ่งโผล่กลับมาด้วยความตื่นตระหนก