- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 320 หอคอย · เจ็ดปี
บทที่ 320 หอคอย · เจ็ดปี
บทที่ 320 หอคอย · เจ็ดปี
บทที่ 320 หอคอย · เจ็ดปี
ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้ จนเธอเริ่มสงสัยว่าเหลียงอวี๋ชวนฉวยโอกาสด่าเธอด้วยปากตัวเองเพื่อให้สะใจหรือเปล่า
อวี๋สวินเกอพบว่าเหลียงอวี๋ชวนมีความเป็นพระเอกนิยายมากกว่าพวกพระเอกจริงๆ เสียอีก ใครด่าเธอคำเดียวเธอต้องฆ่าทิ้งหมด
ความจริงเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับอวี๋สวินเกอหรอก แต่ไม่รู้เหลียงอวี๋ชวนไปรับคำสั่งอะไรมาจากที่บ้าน เวลาพวกเธอจำต้องออกภารกิจด้วยกัน ใครด่าอวี๋สวินเกอคำเดียว เธอจะฆ่าทิ้งทันที
ฆ่าก็ฆ่าไปสิ แต่ดันจำคำด่าได้แม่นยำทุกคำ แถมยังต้องทวนให้ฟังอีกรอบ...
เธอบอกเหลียงอวี๋ชวนไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร งานสำคัญกว่า! อยากฆ่าค่อยกลับมาฆ่าทีหลัง ช่วยดูกาลเทศะหน่อย!
เมื่อก่อนเธออยู่วงการบันเทิง โดนด่าแรงกว่านี้เยอะ ด่าพ่อล่อแม่ สารพัดสัตว์เลื้อยคลาน ด่าพ่อแม่เธอแล้วไง เธอชอบฟังคน... ไม่ใช่สิ พ่อแม่เธอใจกว้างจะตาย ไม่ถือสาหรอก
แต่ทุกครั้งที่เธอพูดแบบนี้ เหลียงอวี๋ชวนจะชูนิ้วก้อยใส่เธอ แล้วเอานิ้วโป้งกดปลายนิ้วก้อยไว้
เหมือนตอนนี้ อวี๋สวินเกอหันกลับไปดู ก็เป็นไปตามคาด เหลียงอวี๋ชวนทำท่านั้นใส่อีกแล้ว แถมบนหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้มแบบ AI ที่สื่อความหมายว่า "เธอเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลเหลียง ฉันจะโกรธเธอไม่ได้"
อวี๋สวินเกอ: ...
คนที่น่าโมโหและน่าตายที่สุดคือเธอนั่นแหละ! ไอ้สารเลว ไอ้ลูกเต่า!!
ถูหลานนอนหมอบอยู่บนหัวอวี๋สวินเกอ ฟังอย่างสนุกสนาน
เหลียงอวี๋ชวนนี่อัจฉริยะจริงๆ กระโดดไปมาบนเส้นความอดทนของอวี๋สวินเกอได้เก่งมาก
หลายปีมานี้อวี๋สวินเกอไม่เคยญาติดีกับเหลียงอวี๋ชวนเลย บางครั้งเหลียงอวี๋ชวนมาขอประลองฝีมือ เธอก็ซัดเหลียงอวี๋ชวนจนน่วมชนิดที่ว่าต่อให้เติมเลือดแล้วยังลุกไม่ขึ้นไปครึ่งค่อนวัน ทุกครั้งที่ซัดเสร็จยังแอบจดแต้มเงียบๆ ปากก็พึมพำว่าเอาคืนสิบเท่า
แม้เหลียงอวี๋ชวนจะโมโหและไม่พอใจ แต่เพราะฝีมืออวี๋สวินเกอเหนือกว่าเธอ ปากไม่ยอมรับ แต่ใจยอมรับ
และยิ่งอวี๋สวินเกอล้มเธอได้เร็วเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งบูชาอวี๋สวินเกอมากขึ้น เธอพัฒนาเร็วขนาดนี้แล้ว ทำไมยังตามคนคนนี้ไม่ทันอีก!
อวี๋สวินเกอสงสัยว่าตัวเองซ้อมเธอจนเธอฟินหรือเปล่า ถึงขั้นคิดว่าตัวเองน่าจะเก็บเงินค่าซ้อมมือด้วย แม้การซ้อมเหลียงอวี๋ชวนฟรีๆ จะสะใจ แต่ปฏิกิริยาของเหลียงอวี๋ชวนมักทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองขาดทุนย่อยยับ
ในจุดนี้ เหลียงอวี๋ชวนกับถูหลานคล้ายกันนิดหน่อย
เธอเก่งกว่าฉัน งั้นต่อให้นิสัยเธอแย่แค่ไหน ก็เข้าใจได้ นั่นคือนิสัยของผู้แข็งแกร่ง
แต่ถ้าเธอด้อยกว่าฉัน ความใจกว้างของเธอคือความขี้ขลาด การยอมถอยของเธอคือความหวาดกลัว
เพราะอวี๋สวินเกอเก่งพอ ความระมัดระวังของเธอในสายตาเหลียงอวี๋ชวน จึงเปลี่ยนจากขี้ขลาดตาขาวในตอนแรก กลายเป็น "ฉันไม่ได้ว่าเธอนะ แต่เธอน่ะคิดรอบคอบเกินไป!" ในตอนนี้
แต่ยอมรับก็ส่วนยอมรับ พูดก็ส่วนพูด เรื่องที่ควรทำเธอก็ทำไม่ขาด...
ไม่พอใจก็ฆ่า โกรธก็ฆ่า ไม่มีอะไรทำก็ฆ่า
กลับถึงรังลับของทั้งสามคน อวี๋สวินเกอเดินเข้าประตูก็ประกาศกับจ้าวซูอิ่งทันที: "คราวหน้าขอภารกิจเดี่ยว ฉันจะไม่ร่วมทีมกับยัยนี่แล้ว"
จ้าวซูอิ่งไม่เถียง ยิ้มบริการอย่างดี ยื่นวัสดุ 52 ชนิดให้ อวี๋สวินเกอหุบปากทันที นี่คือวัสดุชุดสุดท้ายสำหรับ [ฤดูใบไม้ผลิไม่สายเกิน] และ [นักฆ่าเหรียญทอง] ขาดแค่นี้เธอก็จะลองลงมือปรุงเองได้แล้ว
เหลียงอวี๋ชวนที่ตามหลังมา รับมีดสนับมือเล่มใหม่จากจ้าวซูอิ่งแล้วมองอวี๋สวินเกอด้วยสายตาเหมือนผู้ใหญ่มองเด็กไม่รู้จักโต มองไม่พอ ยังส่ายหน้ายิ้มๆ อีก——พฤติกรรมปัญญาอ่อนแบบนี้ถูหลานเป็นคนสอน
อวี๋สวินเกอหลับตาสูดหายใจลึก คว้าหัวถูหลานที่กำลังทำท่าเดียวกันใส่เธอไว้แล้วพูดว่า: "ขืนส่ายหน้ายิ้มใส่ฉันแบบนี้อีก ฉันจะบิดหัวเธอให้หลุด"
ถูหลาน: "อา ฟินขนาดนั้นเลยเหรอ?"
อวี๋สวินเกอหิ้วหางถูหลานขึ้นมา หมุนตัว ตั้งท่าม้า หมุนแขนเหวี่ยงถูหลานรอบตัวเจ็ดรอบ แล้วทุ่มออกไปสุดแรง——ฉันเลือกนาย ไปตายซะเถอะ! ปิกาจู... เอ้ย ปิกาหลาน!
ชีวิตรันทดแบบนี้ เธอทนมาเจ็ดปี พอได้แล้ว!
แต่สกิลของเธอก็เพิ่มขึ้นมาหลายอย่าง
ภารกิจที่จ้าวซูอิ่งช่วยรับมา เธอเน้นขอสกิลสายยิงและสกิลบัฟเพิ่มสถานะให้ตัวเอง ถ้าผู้ว่าจ้างหาไม่ได้จริงๆ ก็ขอเป็นยาวิเศษและโลหะที่ต้องการ
แต่เวลาเธอไปรับภารกิจเองข้างนอก เธอจะใช้ตัวตนอื่น และเน้นขอสกิลสายต่อสู้ระยะประชิด
ประสบการณ์ในสนามรบ 5 ปีของเซียงจ้งยังคงส่งผลกระทบต่อเธอ ในสนามรบบางครั้งอาวุธพัง เก็บอะไรได้ก็ต้องใช้ ดังนั้นเธอจึงไม่ชอบถูกจำกัดด้วยอาวุธชนิดใดชนิดหนึ่ง เธอชอบสะสมสกิลที่ช่วยระเบิดพลังของตัวเองในชั่วพริบตา หรือใช้ได้กับอาวุธส่วนใหญ่
แต่ของดีหายาก เจ็ดปีผ่านไป พวกเธอใช้เวลาเกือบครึ่งไปกับการหลบหนีการไล่ล่า มีเวลาทำภารกิจจริงๆ แค่นิดเดียว สกิลที่ได้ส่วนใหญ่เป็นระดับ C มีระดับ B แค่ 4 สกิล ระดับ A แค่ 1 สกิล ระดับ S ไม่เคยเห็นแม้แต่เงา
หนังสือสกิลในหอคอยมีที่มาหลากหลาย บางเล่มวิญญาณวีรชนที่ตายในหอคอยสกัดประสบการณ์ของตัวเองออกมาทำ บางเล่มเป็นสกิลที่เผ่าต่างถิ่นที่เข้ามาพิชิตหอคอยแล้วตายในหอคอยทำหล่นไว้
ตัวละครที่เกิดจากความทรงจำของสิ่งมีชีวิตอื่นสร้างหนังสือสกิลไม่ได้ อย่างเช่นเถาเหมียน ตัวจริงเขายังอยู่ดีมีสุขนอกหอคอย เถาเหมียนในหอคอยแม้จะดูสมจริง เหมือนร่างแยกของตัวจริง แต่เขาแยกของจากร่างต้นมาให้คนอื่นไม่ได้
แต่อวี๋สวินเกอพบว่า ตัวละครที่เกิดจากความทรงจำเหล่านี้ ไม่ได้ดูปลอมหรือแข็งทื่อไปกว่าวิญญาณวีรชนที่ถูกผนึกอยู่ในหอคอยเลย
ความทรงจำคือตาข่ายขนาดใหญ่ที่ถักทอตัวละครเหล่านี้ขึ้นมา ยิ่งฮูกโอ๊กตัวไหนเป็นที่รู้จักมาก เส้นใยที่ถักทอพวกเขาก็ยิ่งมาก ฮูกโอ๊กเหล่านั้นก็จะยิ่งดูสมจริงและมีชีวิตชีวา
ส่วนตัวละครที่มีตัวตนอยู่ในความทรงจำของคนแค่ไม่กี่สิบกี่ร้อยคน จะเลือนรางและอิสระ ชีวิตของพวกเขาไม่มีภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ
มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป อวี๋สวินเกอก็บอกไม่ได้ว่าได้บทบาทแบบไหนดีกว่ากัน
ภายในหอคอยคือโลกที่ดำเนินไปได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่สมจริงเฉยๆ หลายปีมานี้เธอเดินทางไปทั่วเพื่อตัดแสงจันทร์รวบรวมพลังเร้นลับ เธอสงสัยว่าในหอคอยแห่งนี้ อาจซ่อนส่วนหนึ่งของเซินไห่ที่แตกสลายเอาไว้ ไม่งั้นจะบรรจุวิญญาณที่ตายไปนานขนาดนี้ได้ยังไง? แต่ความสงสัยก็คือความสงสัย เธอยังหาหลักฐานยืนยันไม่ได้
ตอนนี้ปลายปีรูอินคอร์ 7206 แล้ว หลายปีมานี้พวกเธอสามคนมองการรุกรานครั้งนี้จากมุมมองของคนนอก ทำให้เห็นอะไรหลายอย่างชัดเจนขึ้น
ในช่วงแรกที่ม่านแสงดันเจี้ยนปรากฏขึ้น ความคืบหน้าของเจ๋อหลานล่าช้ามาก ช่วงเวลานี้เปรียบเสมือนช่วงโปรโมชั่นสำหรับมือใหม่ของฮูกโอ๊ก พอเริ่มปลดล็อกม่านแสงดันเจี้ยน เผ่าต่างถิ่นระดับสูงเข้าสู่เซินไห่ยึดครองดันเจี้ยนได้หนึ่งแห่ง ส่งกำลังพลเข้ามาผ่านดันเจี้ยนได้มากขึ้น ความคืบหน้าก็จะรวดเร็วขึ้นทันตาเห็น
"ช่วงโปรโมชั่นมือใหม่" ของเซินไห่คือ 5 ปี เพราะส่วนใหญ่เป็นพื้นดิน ม่านแสงดันเจี้ยนที่เกิดจากสปอร์เห็นได้ชัดเจน ทำให้พวกเขากวาดล้างดันเจี้ยนได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ดาวเคราะห์สีน้ำเงินสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก แม้การทดสอบเบต้าจะทำให้หลายคนได้รับพรสวรรค์ล่วงหน้า แต่ความแตกต่างใหญ่ที่สุดระหว่างดาวเคราะห์สีน้ำเงินกับเซินไห่คือ พื้นที่มหาสมุทรของดาวเคราะห์สีน้ำเงินกว้างใหญ่เกินไป ม่านแสงดันเจี้ยนจำนวนมากซ่อนอยู่ใต้ทะเล...
ถ้าความคืบหน้าไม่ราบรื่น เป็นไปได้สูงที่ดาวเคราะห์สีน้ำเงินจะยื้อเวลาได้น้อยกว่าเซินไห่เสียอีก