- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 295 ทำไมดูเหมือนขยะจัง?
บทที่ 295 ทำไมดูเหมือนขยะจัง?
บทที่ 295 ทำไมดูเหมือนขยะจัง?
บทที่ 295 ทำไมดูเหมือนขยะจัง?
อวี๋สวินเกอมองประโยคที่ว่า "วิญญาณที่เป็นอิสระจะไม่มีวันถูกหนามที่ชื่อว่าความสูงส่งกักขัง ไม่จำเป็นต้องขึ้นแท่นบูชา ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งแกล้งทำ พวกเราคือโจรที่ซ่อนอยู่ในเงามืด รู้จักตัวเอง แล้วสนุกสุดเหวี่ยงไปเลย" แล้วเหม่อลอยไปชั่วครู่
เธอยกมือขึ้นลูบไล้ตัวอักษรบนหน้าต่างโฮโลแกรม เนิ่นนานกว่าเธอจะถอนหายใจยาว แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ
ดีจริงๆ ปาร์ตี้คนเดียว!
เธอชอบ
พรสวรรค์ใหม่มีทั้งได้และเสีย ความน่าเสียดายที่สุดคือต่อไปเธอจะขโมยค่าสถานะและอุปกรณ์จากคนเดิมแบบไร้ขีดจำกัดไม่ได้อีกแล้ว และไม่มีสกิลติดตัวที่ทำให้อีกฝ่ายลืมเรื่องของหายภายในวันนั้นด้วย แต่สองสกิลใหม่ที่เพิ่มเข้ามาก็ทรงพลังมากพอที่จะชดเชยส่วนที่ขาดไป
เธอพิจารณาอย่างละเอียด หลังจากเสียดายอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่าความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ถือว่าแย่
เมื่อก่อน [ฉันจะเอานี่ เอานั่น และก็เอาโน่น] เอื้อต่อการเล่นงานพวกอวี๋สวินฮวน พอเปลี่ยนเป็น [ข้าอยากก้าวหน้าเหลือเกิน] แม้จะมีข้อจำกัดว่าขโมยเป้าหมายเดิมสำเร็จได้แค่สิบครั้ง แต่ในทางกลับกันข้อจำกัดที่ห้ามลงมือกับผู้อ่อนแอก็หายไป แถมอัตราความสำเร็จก็เพิ่มขึ้น การใช้จ่ายลดลง แถมยังขโมยความลับได้อีก โดยเนื้อแท้แล้ว ไม่เพียงไม่กระทบต่อการเพิ่มความแข็งแกร่งของเธอ แต่ยังมีประโยชน์มากขึ้นด้วยซ้ำ
อีกอย่าง เกิดวันหน้าพรสวรรค์นี้ถูกเปิดเผยออกไป ผลกระทบด้านลบและความตื่นตระหนกที่ [ปาร์ตี้คนเดียว] ก่อขึ้น ก็เทียบไม่ได้กับ [เทพโจร]
จาก [เทพโจร] สู่ [ปาร์ตี้คนเดียว] ระดับของพรสวรรค์เพิ่มขึ้น แต่ถ้อยคำของสกิลกลับดูถ่อมตนลงอย่างเห็นได้ชัด ความถ่อมตนนี้ในสายตาอวี๋สวินเกอไม่ใช่ความขี้ขลาดตาขาว แต่กลับเข้ากับทัศนคติ นิสัย และการกระทำของอวี๋สวินเกอมาโดยตลอดอย่างยิ่ง
เหมือนที่เสียงนั้นบอก——"ความโอหังคือบทนำของความพินาศ การขึ้นสู่บัลลังก์เทพคือจุดเริ่มต้นของการร่วงหล่น"
อวี๋สวินเกอใช้นาฬิกาพกซ่อนพรสวรรค์ใหม่ไว้อีกครั้ง ยังคงใช้ [ฟันเฟืองแห่งโชคชะตา] เป็นไม้กันหมาเหมือนเดิม
รายชื่อแชทกะพริบไม่หยุด ทั้งคนคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยต่างส่งข้อความมาทักทาย
แม้แต่อวี๋สวินฮวน ซูอี้ถง เหลียงพั่วโจว และคนอื่นๆ ก็ส่งข้อความมาแสดงความยินดี
หลังจากรับมือคนพวกนี้เสร็จ เธอเปิดข้อความส่วนตัวของจ้าวซูอิ่ง วัสดุที่นี่จำนวนมากเสียหาย และมีครบทุกสายวิชาชีพ เธอตั้งใจจะขายส่วนหนึ่งให้สำนักงานกิจการพิเศษ
ถือโอกาสขายดันเจี้ยนอพาร์ตเมนต์นี้ไปพร้อมกับอพาร์ตเมนต์ให้สำนักงานกิจการพิเศษเลยแล้วกัน ยังไงก็ไม่มีประโยชน์อะไรมากแล้ว
ร้อนเงินจะแย่ เธอไม่ได้จนกรอบขนาดนี้มานานแล้ว ในกระเป๋ามีแค่สิบกว่าเหรียญทอง ทรัพย์สินแค่นี้ เธอแทบจะไม่มีปัญญาจ่ายค่าวาร์ปไปเจ๋อหลานแล้ว
[จ้าวซูอิ่ง]: ยินดีด้วยนะ
[อวี๋สวินเกอ]: ตามถูหลานไปเก็บตกมาได้น่ะ
[จ้าวซูอิ่ง]: มีของดีอะไรที่ฉันพอจะซื้อได้ไหม?
[อวี๋สวินเกอ]: มีนิดหน่อย
[จ้าวซูอิ่ง]: ท่านประธานอวี๋ ตอนนี้อยู่ไหนคะ? เดี๋ยวฉันไปรับ
[อวี๋สวินเกอ]: ส่งโลเคชั่นให้ในวีแชตแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงค่อยมานะ ขอเคลียร์พื้นที่ก่อน
[จ้าวซูอิ่ง]: ลูกพี่ วางใจเถอะ เรื่องนี้ฉันจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ คุณเก็บกวาดให้สะอาดหน่อย อีกชั่วโมงฉันค่อยไป
[อวี๋สวินเกอ]: ???
ช่วงนี้จ้าวซูอิ่งเครียดเรื่องงานหนักขึ้นหรือเปล่าเนี่ย?
เธอช่วยกันกับถูหลานแยกประเภทและเก็บของบนพื้น ระหว่างนั้น อวี๋สวินเกอก็ชมเชยผลงานของถูหลานในวันนี้อย่างหนัก เด็กน้อยต้องการคำชม โดยเฉพาะเด็กดีที่ทั้งเก่งทั้งฉลาดแบบนี้
ปริมาณน้ำที่เติมเต็มตัววาฬยักษ์ได้นั้นมหาศาลมาก และมันไม่ได้ซึมลงดิน สุดท้ายแข็งเป็นก้อนน้ำแข็งกองพะเนินเป็นภูเขาย่อมๆ อวี๋สวินเกอสั่งซื้อแท็งก์น้ำทางออนไลน์ ให้ส่งมาทางกล่องจดหมาย
แท็งก์น้ำสูงสามเมตร สุดท้ายต้องใช้ถึงสี่ใบกว่าจะยัดลงไปหมดแบบทุลักทุเล
ข้อมูลหลังละลายน้ำแข็งแสดงว่า: [น้ำทะเลที่มีส่วนผสมซับซ้อน]
อวี๋สวินเกอชี้ไปที่ของเกลื่อนพื้น: "ของพวกนี้เธอชอบอันไหนหยิบไปได้เลย"
ถูหลานทิ้งตัวลงกลิ้งบนหนังวาฬผืนยักษ์ทันที: "อันนี้ได้ไหม?"
อวี๋สวินเกอตอบตาไม่กะพริบ: "ได้ เอาไปเล่นสิ"
เธอรู้ว่าหนังวาฬผืนนี้ไม่ธรรมดาแน่ ดูจากที่ถูหลานตีตั้งนานยังไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ก็รู้แล้วว่าเป็นของดี แต่สำหรับถูหลาน เธอไม่ขี้เหนียวหรอก
อวี๋สวินเกอเริ่มเก็บรวบรวมสมุนไพรและวัสดุวิศวกรรมทั้งหมดก่อน สมุนไพรส่วนใหญ่หมดสภาพไปแล้ว เหี่ยวเฉาบ้าง ไหม้เกรียมบ้าง แต่ก็ยังมีค่าในการวิจัย ชิ้นส่วนวิศวกรรมก็เหมือนกัน
หลังจากตรวจสอบทีละชิ้น เธอก็ใส่ลงในลังข้างๆ ของพวกนี้ส่วนใหญ่เธอรู้สรรพคุณ ยิ่งเป็นของที่รู้สรรพคุณยิ่งขายได้อย่างปลอดภัย ไม่มีอะไรอ่อนไหว ขายได้
ลวดลายเวทมนตร์และยันต์สลายไปในน้ำหมดแล้วขายไม่ได้——ต่อให้ขายได้เธอก็ไม่ขายของสำคัญที่ใช้ในพิธีกรรมกลืนกินพรสวรรค์หรอก
แผ่นหนังและกระดาษยันต์ที่รองรับลวดลายเวทมนตร์พวกนี้ อวี๋สวินเกอดูไม่ค่อยเข้าใจ แต่ระหว่างพิธีกรรมพวกมันไม่ได้มีบทบาทอะไรมาก ร่วงหล่นอยู่บนพื้น บางทีก็ถูกกระแสน้ำพัดปลิวไปมา ขายได้เหมือนกัน
สรุปสุดท้าย เยี่ยมมาก ขายได้หมดเลย! แค่ต้องล้างสักหน่อย
ยังมีเถ้ากระดูกที่มิยาสทิ้งไว้หลังตาย นอกจากส่วนที่เปียกน้ำ อวี๋สวินเกอแบ่งส่วนที่เหลือออกเป็นสามส่วน
ส่วนหนึ่งใส่ในจานอาหาร รอ 72 ชั่วโมงแล้วให้หายไปพร้อมจานอาหาร ส่วนหนึ่งเธอเก็บไว้กับตัว รอคราวหน้าใช้ [พระจันทร์เกรี้ยวกราด] ย้อนเวลากลับไปอดีต ค่อยเอาไปทิ้งในที่ลับตาคน รอ 48 ชั่วโมงให้มันถูกทิ้งลงในกระแสเวลาที่ปั่นป่วน ส่วนสุดท้าย โปรยลงมหาสมุทรแปซิฟิกให้ปลากิน
ถ้าขนาดนี้ยังฟื้นคืนชีพได้อีก เธอก็ยอมใจแล้ว
ปากจ้าวซูอิ่งบอกอีกหนึ่งชั่วโมงค่อยมา แต่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ทักเรียกท่านประธานอวี๋ในวีแชตแล้ว
อวี๋สวินเกอขนของสามลังใหญ่ออกมาจากดันเจี้ยน เปิดประตูให้จ้าวซูอิ่งเข้ามา ฝ่ายหลังเข้ามาเห็นม่านแสงดันเจี้ยนกลางห้องนั่งเล่น ก็ยิ้มอย่างไม่แปลกใจ: "รู้แล้วว่าคุณต้องซ่อนไว้อีกอัน"
เธอมองของสามลังใหญ่ที่อวี๋สวินเกอวางไว้บนพื้น เงียบไปนาน: "อืม... ไปเก็บมาจากไหนคะเนี่ย?" ทำไมดูเหมือนขยะจัง?
อวี๋สวินเกอเห็นสีหน้าจ้าวซูอิ่งก็ร้อนรน ไม่นะ เมื่อก่อนแม้แต่อาหารระดับ D พวกเธอยังเอานี่นา! เดี๋ยวนี้ของพวกนี้ไม่เข้าตาแล้วเหรอ? มาตรฐานสูงขนาดนี้ ต่อไปขยะพวกนั้นเธอจะเอาไปขายใคร?! เธอรีบนำเสนอขายทันที
จ้าวซูอิ่งรู้สึกเสียวสันหลังวาบกับความกระตือรือร้นของอวี๋สวินเกอ เธอถ่ายรูปส่งให้ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ถามทีละชิ้น เห็นแก่ว่าคุณภาพของสิ่งของไม่เลวเลยจริงๆ สุดท้ายก็เหมาหมดในราคา 300 ทอง
แม้ของพวกนี้จะเป็นวัสดุระดับสูงหรือระดับท็อปที่ล้ำค่าจริงๆ แต่การอัปเกรดพรสวรรค์ได้ใช้มูลค่าหลักของมันไปหมดแล้ว ขายได้ 300 ก็ถือว่าดีแล้ว
หลังจากได้รับ 300 เหรียญทอง อวี๋สวินเกอถึงกับนับทวนหลายรอบอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนค่อยเก็บเข้ากระเป๋า
ทำเอาจ้าวซูอิ่งมองจนปวดใจ แม่เจ้า เด็กคนนี้จนกรอบขนาดนี้เลยเหรอ? เธอถาม: "...อยากมาทำที่ติ้งไห่ไหม เงินเดือนสูงนะ"
อวี๋สวินเกอรีบโบกมือ: "ฉันเก็บขยะขายก็ดีอยู่แล้ว"
สุดท้ายก็คืออพาร์ตเมนต์และดันเจี้ยนเลเวล 10 แห่งนี้ อวี๋สวินเกอเสนอราคา: "ผลึกสกิลเปล่า 500 ก้อน ขายขาดให้พวกคุณเลย"
จ้าวซูอิ่งไม่ได้ลังเลนาน ก็ตอบตกลง ราคานี้เกินเพดานในใจเธอไปนิดหน่อย แต่ไม่ใช่ว่ารับไม่ได้
ความจริง นับตั้งแต่อวี๋สวินเกอกึ่งขายกึ่งให้ป้ายคำสั่งกองทัพแก่ติ้งไห่ ติ้งไห่ก็ติดหนี้บุญคุณก้อนโตกับอวี๋สวินเกอแล้ว