- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 280 มิน่าโลงแก้วถึงสว่าง เพราะมีตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นอนอยู่ข้างในนี่เอง!
บทที่ 280 มิน่าโลงแก้วถึงสว่าง เพราะมีตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นอนอยู่ข้างในนี่เอง!
บทที่ 280 มิน่าโลงแก้วถึงสว่าง เพราะมีตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นอนอยู่ข้างในนี่เอง!
บทที่ 280 มิน่าโลงแก้วถึงสว่าง เพราะมีตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นอนอยู่ข้างในนี่เอง!
เธอรู้ว่าเหลียงพั่วโจวต้องมีวิธีสัมผัสถึงตัวเธอแน่ๆ ดูจากการที่เขาสามารถสาปแช่งเหลียงอวี๋ชวนผ่านสายเลือดได้ก็รู้แล้วว่าเขาไม่ธรรมดา
แต่เหลียงพั่วโจวกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไร อวี๋สวินเกอเลยเปิดกล่องอาหารอีกกล่อง วางไว้ข้างโลงแก้ว: "ตามคำสาบาน ฉันเอาโครงกระดูกของมิยาสมาให้แล้ว ฉันจะนับหนึ่งถึงสิบ ถ้าแกไม่ให้เกล็ดมังกรย้อนกับฉัน แกก็เตรียมตัวตายได้เลย 10, 9, 8..."
โลงแก้วของเหลียงพั่วโจวสว่างขึ้นอย่างรวดเร็ว เร็วกว่าเปิดเครื่องมือถือซะอีก พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นหน้าก็อบลินยักษ์ลอยอยู่เหนือหัว เขาก็สัมผัสได้ถึงพันธะสัญญาแห่งคำสาบาน ซึ่งพิสูจน์ว่าอีกฝ่ายเอาโครงกระดูกของมิยาสมาให้เขาแล้วจริงๆ
เหลียงพั่วโจว: "...ผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วเนี่ย?"
ทำไมเขารู้สึกเหมือนเพิ่งหลับไปแวบเดียวเอง?! [ครึ่งหลับ] ยังไม่ได้เวลาตื่นแม้แต่วินาทีเดียว แสดงว่าเขาหลับไปไม่ถึง 10 วันตามเวลาธรรมชาติ...
อวี๋สวินเกอ: "6, 5..."
เหลียงพั่วโจวสัมผัสได้ว่าพันธะสัญญาแห่งอัญมณีสัตยาบันเริ่มจะทำงานแล้ว เขาเองก็นึกไม่ถึงว่าคนคนนี้จะรอดชีวิตกลับมาได้จริงๆ เขาจำต้องแยกเกล็ดมังกรที่ผนึกไว้ในร่างกายออกมา ในพริบตา เกล็ดมังกรสีขาวรูปจันทร์เสี้ยวก็ "ลอย" ออกมาจากรูปปั้นหิน
——[เกล็ดมังกรย้อนของบรรพบุรุษมังกร] (สมบัติล้ำค่า) (เฉพาะเผ่ามังกร)
[กึ่งหลับกึ่งตื่น] (SS), [เสียงสะท้อนแห่งจิตใจ] (SS), [เสียงคำรามมังกรปีศาจ] (ระดับ S), [ระบำมังกร] (ระดับ S)...
มีสกิลมากถึงหลายสิบชนิด ต่ำสุดก็ระดับ A เธอกวาดตามองกึ่งหลับกึ่งตื่นและเสียงสะท้อนแห่งจิตใจคร่าวๆ ก็เดาได้แล้วว่าสกิลควบคุมเวลากับอ่านใจของเหลียงพั่วโจวมาจากไหน
อวี๋สวินเกอถามยืนยันกับถูหลานในใจว่าเป็นของจริง หลังจากนั้นเธอก็ใช้สกิลยิงผลักดันโลงแก้วออกไป พอเกล็ดมังกรย้อนตกลงบนพื้น เธอใช้กรงขังสายฟ้าครอบมันไว้ ให้ถูหลานตรวจสอบระยะใกล้จนแน่ใจว่าไม่มีความผิดปกติใดๆ ถึงค่อยคว้าเก็บเข้ากระเป๋าเกม
พอกลับมาดูเหลียงพั่วโจวในโลงแก้ว เห็นเพียงสถานะกลายเป็นหินบนตัวเขากำลังค่อยๆ คลายออก
เลือดและมานาของตัวละครกำลังค่อยๆ เพิ่มขึ้น แม้จะแค่วินาทีละ 0.01% แต่นี่ก็เป็นสัญญาณของการฟื้นตัวแล้ว
ร้ายกาจจริงๆ ที่แท้ก็ซ่อนกับดักไว้อีกชั้น การฟื้นคืนชีพของเหลียงพั่วโจวไม่จำเป็นต้องใช้โครงกระดูกของมิยาสเลย แค่แยกเกล็ดมังกรออกมาก็ได้แล้ว ไม่แน่ว่าที่เขากลายเป็นหิน และมีภูมิคุ้มกันการโจมตีกายภาพและเวทมนตร์ทั้งหมด อาจจะเป็นผลดีและผลเสียจากการใช้ร่างกายผนึกเกล็ดมังกรไว้ก็ได้
มิน่าโลงแก้วถึงสว่าง เพราะมีตาเฒ่าเธอเล่ห์นอนอยู่ข้างในนี่เอง!
อวี๋สวินเกอควักปืนออกมาเล็งไปที่โลงแก้วขนาดเท่าพื้นรองเท้าและเหลียงพั่วโจวที่อยู่ข้างใน ถามว่า: "แกยังมีอะไรจะพูดอีกไหม?"
เธอถึงขั้นเตรียมแผนสำรองไว้ พาเขาและมิยาสมาที่เจ๋อหลาน ความตั้งใจแรกของเธอคือเผื่อมิยาสมีลูกไม้อะไร เธอจะได้ใช้ไพ่นกกระจอกล่อขาใหญ่แถวนี้มาจัดการมิยาส ใครจะไปรู้ว่าหลบหลุมพรางของมิยาสได้แล้ว เหลียงพั่วโจวยังซ่อนไม้เด็ดไว้อีก
เธอเปิดหน้าต่างเกม ค้นหาชื่อเหลียงพั่วโจว เลื่อนลงไปล่างสุด ก็เจอ [เหลียงพั่วโจว] เลเวล 0 จริงๆ เผ่าพันธุ์ไซเรน ดูรูปโปรไฟล์ก็คือตานี่แหละ
ว่าแล้วเชียว พอฟื้นคืนชีพก็ล็อกอินเข้าเกมเลยสินะ
เหลียงพั่วโจวพูดว่า: "แม้จะไม่รู้ว่าเธอเอาเกล็ดมังกรไปทำไม แต่ฉันขอบอกไว้ก่อน... ฉันต้องเตือน... ไม่ใช่สิ ฉันหวังดีเตือนสหายตัวน้อย อย่าใช้วัตถุของเผ่ามังกรโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่งั้นจะโดนผลสะท้อนกลับ"
อวี๋สวินเกอถึงบางอ้อ มิน่าล่ะชาติก่อนตระกูลซูถึงเป็นคนขายเลือดมังกร เธอนึกว่าตระกูลเหลียงสู้ตระกูลซูไม่ได้ ที่แท้พวกเขาถอยออกมาเองเหรอ?
เธอทำหน้าเย็นชาพูดว่า: "ไม่ต้องมาแกล้งหวังดี มีอะไรจะพูด?"
เหลียงพั่วโจวพูดว่า: "แต่เธอสาบานไว้แล้วว่า ตราบใดที่ตระกูลเหลียงไม่ทำร้ายเธอ เธอก็ทำร้ายคนตระกูลเหลียงไม่ได้"
จริงด้วย อวี๋สวินเกอสัมผัสได้ถึงพันธนาการแห่งคำสาบานแล้ว
เธอเก็บปืน แต่ไม่ได้รู้สึกเสียดาย
พันธนาการแห่งคำสาบานกลับทำให้เธอโล่งใจอย่างแท้จริง การล็อกอินเข้าเกมบวกกับพันธนาการแห่งคำสาบาน การยืนยันสองชั้นนี้ ทำให้เธอมั่นใจในเรื่องหนึ่ง——ไซเรนในโลงแก้วนี้คือเหลียงพั่วโจวคนตระกูลเหลียงจริงๆ ไม่ใช่มิยาส
อวี๋สวินเกอพูดอย่างใจเย็น: "แกเชื่อไหมว่าฉันสามารถล่อเผ่าต่างถิ่นที่มีพลังไม่ด้อยไปกว่ามิยาสมาโจมตีที่นี่ได้ทุกเมื่อ?"
ขอแค่เอาไพ่นกกระจอกออกมา ถ้าไม่มาก็แล้วไป แต่ถ้ามาต้องเป็นตัวโหดแน่นอน ถึงตอนนั้นเธอหนีได้ ส่วนเหลียงพั่วโจวเหรอ? ขอโทษที ลืมไปเลย
เหลียงพั่วโจว: "ปืนอยู่ในมือเธอ เธอจะผายลมอะไร... ฉันหมายความว่า ท่านพูดอะไรข้าน้อยก็เชื่อหมดแหละ! ฉันเชื่อว่าเธอมีวิธีหลบเลี่ยงคำสาบาน ฉันยังมีข้อตกลงอีกอย่าง เป็นทางรอดที่ฉันแอบทำไว้โดยไม่ให้มิยาสรู้ ตอนนี้ฉันควบคุมเวลาไม่ได้ อ่านใจไม่ได้แล้ว เธอวางใจฟังฉันพูดได้!"
อวี๋สวินเกอ: ...คนคนนี้พอไม่มีสกิลย้อนเวลา ปากไวว่าสมองจริงๆ แฮะ
"เดี๋ยว" อวี๋สวินเกอหยิบผลึกสกิลของเปาจื่อออกมาบีบแตกต่อหน้าเหลียงพั่วโจว
ตอนนี้เหลียงพั่วโจวไม่มีบัฟภูมิคุ้มกันสกิลต่างๆ แล้ว แกอ่านใจไม่ได้แล้วใช่ไหม? ตาฉันอ่านบ้าง!
เธอปิดฝากล่องอาหารที่ใส่มิยาส เก็บเข้ากระเป๋าเกม แล้วสร้างกรงขังสายฟ้าครอบกล่องอาหารที่ใส่เหลียงพั่วโจวไว้ ถึงถามว่า: "แกบอกมาก่อน ซากวาฬยักษ์นั่นมันเรื่องอะไรกันแน่ มิยาส เขาตายแล้วจริงๆ เหรอ?"
"มิยาสใช้วิธีพิเศษซ่อนโครงกระดูกของตัวเองไว้ในซากวาฬยักษ์ ฉันรู้แค่นี้แหละ แก่นแท้และกุญแจสำคัญของแผนการเขาไม่มีทางบอกฉันหรอก ถ้าฉันรู้ฉันคงจัดการเขาไปนานแล้ว... หน้าที่ของฉันมีแค่ชักนำเธอไปหาเขา และบอกวัสดุที่ต้องใช้ในพิธีกรรม ฉันก็แค่ลูกจ้าง
"แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ วันแรกที่ฉันกับเมียช่วยเขาไว้ พวกเราก็แอบเก็บเลือดและเนื้อของเขาไว้ สมัยนั้นไม่มีความรู้ ตอนนั้นพวกเราอยากลองชิมรสชาติหางปลาจริงๆ เมียฉันตั้งกระทะน้ำมันรอแล้วด้วยซ้ำ ผลปรากฏว่า... โอเคๆๆ ฉันพูดเรื่องสำคัญแล้ว เธอวางปืนลงก่อน!
"ต่อมาฉันถูกเขาเปลี่ยนเป็นไซเรน ปลุกพลังพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้ ฉันเลยแอบเขียนประวัติชีวิตของเขา
"ดังนั้น ฉันเลยเห็นจุดจบของเขาตั้งแต่เรื่องราวของพวกเธอยังไม่เริ่ม แม่เจ้าโว้ย แพ้ยับเยิน!
"เขาเหมือนประวัติชีวิตของฉัน เขาก็มีจุดจบสองแบบ แต่ของฉันชนะสองครั้ง ส่วนเขาล่ะ? เขาแพ้รวด! ความแตกต่างอยู่ที่ ถ้าเขาเจอคนที่เขาตามหา เขาจะไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสความหวานก่อนขมด้วยซ้ำ แพ้ตั้งแต่เริ่มเลย
"ส่วนฉัน ขอแค่คนที่ฉันเจอคือคนที่มิยาสต้องการ และฉันทำตามบทของมิยาสวางแผนเล่นงานเธออย่างสุดกำลัง ฉันและตระกูลเหลียง ถึงจะมีความหวัง"
นี่หมายความว่าไง จุดจบสองแบบ หมายถึงชาติก่อนกับชาตินี้เหรอ? คือเธอกับอวี๋สวินฮวน? แต่นี่มันบั๊กเกินไปแล้ว หรือว่าคำทำนายอื่นก็มีหลายจุดจบเหมือนกัน?
"จุดจบสองแบบ แกไม่รู้เหรอว่าคนที่มาหาแกคือใครกันแน่?"
"ใช่ ประวัติชีวิตนั่นมันหยาบเกินไป ที่ควรย่อไม่ย่อ ที่ฉันอยากรู้ดันเขียนผ่านๆ"
อวี๋สวินเกอถามด้วยความสงสัย: "มิยาสไม่ได้ให้แกใช้สกิลสรุปประวัติชีวิตของเขาให้เขาดูเหรอ?"
"เปล่า เขาเหมือนเธอเปี๊ยบ... ฉลาดเป็นกรด! ไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น" เหลียงพั่วโจวตอบ
"และเขาไม่ชอบสกิลทำนายชะตาที่บอกผลลัพธ์ของเหตุการณ์หรือบุคคลตรงๆ แบบนี้ เขาบอกว่าพวกนี้เหมือนการตอกฝาโลง พอเห็นแล้ว ทุกการกระทำจะได้รับอิทธิพลจากมัน กลับจะถูกโชคชะตาผลักดันไปสู่เส้นทางในคำทำนาย เขาชอบให้โชคชะตาให้เบาะแส แล้วเขาไปหาทางออกเอาเองมากกว่า"