เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 250 นิสัยการเล่นไพ่ของเธอเหมือนอุปกรณ์ระดับสีเทา

บทที่ 250 นิสัยการเล่นไพ่ของเธอเหมือนอุปกรณ์ระดับสีเทา

บทที่ 250 นิสัยการเล่นไพ่ของเธอเหมือนอุปกรณ์ระดับสีเทา


บทที่ 250 นิสัยการเล่นไพ่ของเธอเหมือนอุปกรณ์ระดับสีเทา

ป้าหวังราวกับได้ฟังเรื่องสยองขวัญ พูดด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลว่า: "แม่หนู ป้าจะบอกให้นะ รีบกลับไปขอโทษแม่เดี๋ยวนี้เลย! เร็วเข้า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ!"

คุณลุงที่นั่งตรงข้ามพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง: "นี่ไม่ต่างอะไรกับตบหน้าแม่เธอตรงๆ เลยนะ"

เถ้าแก่เนี้ยที่เอาน้ำมาเสิร์ฟให้อวี๋สวินเกอก็ร่วมวงสนทนาด้วย: "อกตัญญูมีสามประการ การขัดจังหวะไพ่สีล้วนของพ่อแม่คือหนึ่งในนั้น"

ป้าทางขวาส่ายหน้าถอนหายใจ: "วันไหนถ้าฉันตาย ลูกชายฉันเผากงเต๊กเป็นไพ่สีล้วน 11 ตัวบวกแดงกลางมาให้ ฉันคงทุบโลงแตกปีนขึ้นมาจากใต้ดินแน่"

ป้าหวังคิดครู่หนึ่ง รู้สึกว่าตัวเองมีคำเปรียบเปรยที่ดีกว่า: "พวกวัยรุ่นเล่นหมากรุกเครื่องบินเป็นใช่ไหม? นี่ก็เหมือนเครื่องบินของพวกเธอมาจ่อหน้าบ้านแล้ว แต่โดนตีกลับไปจุดเริ่มต้นนั่นแหละ เธอว่าเธอโกรธไหม?"

อวี๋สวินเกอบรรลุแล้ว: ...ตอนเด็กๆ ครั้งแรกที่เธอลงมือต่อยอวี๋สวินฮวนก็เพราะตอนเล่นหมากรุกเครื่องบิน เขาตีเครื่องบินของเธอที่เดินมาถึงหน้าบ้านแล้วกลับไปนั่นแหละ

คุณลุงเห็นอวี๋สวินเกอสีหน้าเคร่งเครียดราวกับถูกตัดสินประหารชีวิต ก็ถามด้วยความเป็นห่วง: "แม่แท้ๆ หรือเปล่า?"

อวี๋สวินเกอ: "...ไม่ใช่ค่ะ"

คุณลุง & ป้าหวัง & ป้าหลิว & เถ้าแก่เนี้ย & ลุงป้าโต๊ะข้างๆ ที่แอบฟังอยู่ พูดพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย: "งั้นจบเห่!"

ซ้อมร้องประสานเสียงกันอยู่เหรอพวกคุณ! พร้อมเพรียงกันเชียว!

อวี๋สวินเกอออกจากบ้านตอนบ่าย 3 โมง เดินเข้าห้องสันทนาการไม่ถึง 5 โมง ก่อนนั่งลงโต๊ะไพ่คิดว่าจะศึกษากติกาแล้วลองเล่นสักสองสามตาค่อยกลับ ผลปรากฏว่าเล่นยาวโต้รุ่งยันเช้า... ทุกคนล้วนเป็นผู้เล่น เลเวลก็ไม่ใช่น้อยๆ โต้รุ่งแค่นี้สบายมาก

ระหว่างทางถูหลานบุกมาหาด้วยความโมโห ถามว่าจะกลับบ้านไหม แต่สุดท้ายโดนอีกโต๊ะที่ขาดขาหนึ่งคนลากตัวไป

10 โมงเช้าวันถัดมา จ้าวซูอิ่งมาถึงห้องสันทนาการ เดินเงียบๆ ไปที่ข้างโต๊ะ

ตอนนี้อวี๋สวินเกอและถูหลานรวมโต๊ะเดียวกันแล้ว เพื่อความสะดวกในการเล่นไพ่ ถูหลานยังจงใจขยายร่างให้สูงประมาณร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ในปากยังคาบอมยิ้มไว้อย่างมืออาชีพ ข้างกายหนึ่งคนหนึ่งมังกรมีชานมเย็นวางอยู่คนละแก้ว ดูโปรเฟสชั่นแนลสุดๆ

อวี๋สวินเกอขมวดคิ้วจั่วไพ่ ไพ่คว่ำหน้า ใช้นิ้วโป้งถูไปมา สุดท้ายเปิดออกด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์แล้วทิ้งลงไป: "สามหมื่น!"

จ้าวซูอิ่ง: "……" จบกัน เสาหลักของหัวเซี่ย จบกัน!

จ้าวซูอิ่งกระแอมเบาๆ: "เสี่ยวอวี๋ กินข้าวยัง?"

อวี๋สวินเกอมองเธอแวบหนึ่ง: "มาได้ไงเนี่ย? กินแล้ว เธอล่ะกินยัง?"

จ้าวซูอิ่งถามอีก: "ได้ดูข้อความส่วนตัวกับ SMS ที่ฉันส่งไปให้ไหม?"

อวี๋สวินเกอ: "ยังเลย ยุ่งจะตาย มีอะไรเหรอ? ไหนบอกว่าบ่ายสามค่อยไปสอนไม่ใช่เหรอ?"

จ้าวซูอิ่ง: "...ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ภาพเธอกับถูหลานเล่นไพ่นกกระจอกถูกถ่ายทอดสดออกไปแล้ว"

มือที่กำลังจั่วไพ่ของอวี๋สวินเกอชะงัก มิน่าล่ะตอนนั้นเธอถึงรู้สึกเหมือนมีคนแอบมอง นึกว่าโดนคนผ่านทางแอบถ่ายรูป ยังอุตส่าห์นั่งตัวตรงเก๊กสวยอยู่เลย

จ้าวซูอิ่งกลั้นขำพูดว่า: "อื้ม รวมไปถึงตอนที่เธอหลอกกินไพ่ เล่นทีเผลอไม่ยอมให้ถูหลานแตะไพ่ที่เธอจะกิน จั่วไพ่ผิดเอาไพ่ที่น็อกได้ทิ้งลงไปแล้วจะขอเปลี่ยน พอเพื่อนร่วมโต๊ะไม่ยอมก็พยายามใช้เงินติดสินบนให้พวกเขาแกล้งทำเป็นไม่เห็น... ทั้งหมดนี้ ถ่ายทอดสดออกไปหมดแล้ว ทุกคนบอกว่านิสัยการเล่นไพ่ของเธอเหมือนอุปกรณ์ระดับสีเทาเลย..."

ขยะชัดๆ!!

อวี๋สวินเกอไม่ขมวดคิ้วสักนิด ถามว่า: "แล้วฝีมือการเล่นไพ่ของฉันล่ะ? เซียนไพ่แต่กำเนิดใช่ไหม?"

จ้าวซูอิ่งสะอึกไปนิด บอกความจริงไปตามตรง: "...พวกเขาบอกว่ารอเมื่อไหร่ที่เธอไม่เรียงไพ่เป็นท่อนๆ ค่อยมาคุยเรื่องฝีมือ"

ถูหลานที่อยู่ข้างๆ แอบเอารถไฟขบวนน้อยของไพ่นกกระจอกตรงหน้าตัวเองมาชิดกันเงียบๆ

อวี๋สวินเกอวางไพ่ลงด้วยสีหน้าจริงจัง พูดว่า: "ดีมาก ฉันประกาศเลยว่าฉันเลิกเล่นแล้ว"

ถูหลานและเพื่อนร่วมโต๊ะอีกสองคนมองมาด้วยสายตาอาฆาต

ถูหลานโวยวาย: "เจ้าเห็นว่าตัวเองน็อกไม่ได้ถึงพูดแบบนี้ใช่ไหม?!"

อวี๋สวินเกอ: "ฮะ! ตลก เป็นไปได้ไง! เล่นต่อ! เสี่ยวจ้าว รบกวนหาตัวคนไลฟ์หน่อย ปิดให้ที"

จ้าวซูอิ่ง: "ตอนฉันเข้ามาจัดการไปแล้ว แต่ที่ถ่ายทอดสดออกไปแล้ว ห้ามไม่ได้หรอก นอกจากเราจะแบนเธอ"

อวี๋สวินเกอ: "...ขอบใจ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้"

อวี๋สวินเกอและถูหลานถูกจ้าวซูอิ่งหิ้วออกจากห้องสันทนาการพาไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านอาหาร

หลังเรียนรู้วิธีเล่นไพ่นกกระจอก อวี๋สวินเกอก็เริ่มเสียใจนิดๆ ที่ตอนนั้นขายสี่หมื่นให้อู้เริ่นไป ถ้าสี่หมื่นยังอยู่ เรียงเป็นสามหมื่น สี่หมื่น ห้าหมื่น ก็จะได้ดูข้อมูลของของสิ่งนี้ได้แล้วไม่ใช่เหรอ?

เฮ้อ แต่ตอนนั้นนอกจากสามหมื่นกับห้าหมื่น เธอก็มีแค่หกถงที่ได้จากอู้เริ่น ไพ่ตระกูลหมื่นยังไงก็ต้องแยกส่วน

จ้าวซูอิ่งมองดูอวี๋สวินเกอกินข้าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังครุ่นคิดเรื่องสำคัญระดับชาติ

เธอวางตะเกียบ รินไวน์แดงให้อวี๋สวินเกอ: "เสี่ยวอวี๋ เครียดเกินไปหรือเปล่า?"

อวี๋สวินเกอนึกถึงไพ่นกกระจอกก็นึกถึงไพ่สีล้วน นึกถึงไพ่สีล้วนก็นึกถึงอู้เริ่น: "อื้ม..."

แม้เธอจะไม่ได้ตรวจสอบพรสวรรค์ของอู้เริ่น——ไม่ใช่แค่อู้เริ่น พรสวรรค์ของลูเซียเธอก็ไม่กล้าตรวจสอบ ทุกครั้งที่มีความคิดนี้เธอจะรู้สึกถึงวิกฤต——แต่เลเวลของอู้เริ่นตั้ง 120 เชียวนะ!

วันนั้นเพราะเห็นแก่ไพ่นกกระจอกบนตัวเธอถึงไม่ได้ลงมือจริงๆ ถ้าอู้เริ่นเอาจริงขึ้นมา... การฆ่าเธอก็แค่เรื่องพลิกฝ่ามือ...

นี่มันไม่ต่างอะไรกับเพิ่งออกจากหมู่บ้านมือใหม่ก็ไปแหยมกับบอสตัวสุดท้ายของเกมเลย

ต่อให้เธอจะโยนความผิดไปให้อวี๋สวินฮวน แต่อวี๋สวินฮวนก็ไม่ได้ไปเจ๋อหลาน ถ้าอวี๋สวินฮวนไปเจ๋อหลานได้ รับรองเธอจะจับเขาโยนไปตรงหน้าอู้เริ่นเป็นคนแรก ให้อู้เริ่นระบายอารมณ์!

แถมหลังจากถูกอู้เริ่นได้กลิ่นมังกรบนตัว ใจเธอก็ตุ๊มๆ ต่อมๆ ไม่กล้าแม้แต่จะไปขายมูลมังกรที่เจ๋อหลานอีก

ถ้าทำให้กลิ่นมังกรฟุ้งกระจายไปทั่วเจ๋อหลานได้ก็คงดี... เอ๊ะ?!

อวี๋สวินเกอเบิกตากว้าง ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ?

เธอถามจ้าวซูอิ่ง: "สำนักงานกิจการพิเศษมีคนวิจัยน้ำหอมไหม?"

จ้าวซูอิ่งไม่ต้องเปิดข้อมูลดู ตอบได้ทันที: "มีสิ มีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งตอนทดสอบรอบเบต้าเลือกเผ่าจิ้งจอกจันทรา ได้เรียนรู้อะไรมาเยอะแยะ หลังจบเบต้าก็ไม่ได้ทิ้ง เพราะมีพรสวรรค์ วิจัยของดีๆ ออกมาได้ตั้งเยอะ"

อวี๋สวินเกอไม่ได้บอกรายละเอียดมากนัก: "งั้นเอากลิ่นตัวคนมาทำเป็นน้ำหอมได้ไหม?"

จ้าวซูอิ่ง: "เรื่องนี้ฉันต้องถามก่อน"

ไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็ได้รับคำตอบ: "ได้ แต่กลิ่นจะอยู่ได้แค่ 3 ชั่วโมง"

พอแล้ว! ถึงตอนนั้นเธอจะเอาน้ำหอมชนิดนี้ผสมลงไปในน้ำยาวิเศษที่มีอัตราการใช้ค่อนข้างสูง แล้วเอาไปวางขายในโรงประมูลที่เจ๋อหลาน แล้วค่อยหาวิธีเปลี่ยนหรือกลบกลิ่นบนตัวถูหลานอีกที...

อย่างแย่ที่สุด เธอเก็บไว้ใช้ตอนหนีตายในเวลาคับขัน ปาออกไปเหมือนอาวุธลับเพื่อรบกวนการตัดสินใจของผู้ไล่ล่าก็ได้นี่นา

สำหรับเรื่องเร่งด่วนอวี๋สวินเกอไม่ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง กินข้าวเสร็จอวี๋สวินเกอก็ลากจ้าวซูอิ่งไปหาผู้เล่นที่เชี่ยวชาญการปรุงเครื่องหอมคนนั้น

พอเจอหน้าอวี๋สวินเกอก็ตรวจสอบพรสวรรค์ของอีกฝ่าย พอแน่ใจว่าไม่มีปัญหาถึงบอกความต้องการของตัวเอง: "ฉันอยากได้น้ำหอมกึ่งสำเร็จรูปขวดหนึ่ง พอฉันตัดสินใจได้แล้วว่าจะให้เป็นกลิ่นของใคร ค่อยหยดเหงื่อ น้ำตา หรือน้ำลายของคนคนนั้นลงไป แบบนี้ทำได้ไหม?"

ชายหนุ่มตอบว่า: "ทำได้ครับ แต่วิธีทำแบบนี้จะซับซ้อนกว่า ราคาก็เลยจะแพงกว่าหน่อย"

อวี๋สวินเกอสั่งทำทันที 100 ขวด อีกฝ่ายไม่เอาเหรียญทอง ขอแค่ช่วงหนึ่งสัปดาห์นี้ตอนเธอมาสอน ให้ช่วยแก้ค่าโชคของเขาทุกวันก็พอ

สำหรับอวี๋สวินเกอ ข้อเสนอนี้คุ้มค่ากว่าจ่ายเงินซะอีก เธอตอบตกลงทันที

จบบทที่ บทที่ 250 นิสัยการเล่นไพ่ของเธอเหมือนอุปกรณ์ระดับสีเทา

คัดลอกลิงก์แล้ว