- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 235 [แปดถง]
บทที่ 235 [แปดถง]
บทที่ 235 [แปดถง]
บทที่ 235 [แปดถง]
อู้เริ่นโยนอัญมณีหนึ่งเม็ด สมุดบันทึกหนึ่งเล่ม และน้ำหอม 11 ขวดให้อวี๋สวินเกอทันที
อวี๋สวินเกอเก็บอัญมณีและน้ำหอมให้เรียบร้อย เปิดสมุดบันทึกของอู้เริ่นตรวจสอบอย่างคร่าวๆ พบว่าครึ่งเล่มแรกล้วนเป็นการอธิบายการจัดการกับสมุนไพร วิธีสกัดสารสำคัญ และวิธีกำจัดส่วนที่ไม่ต้องการออกจากสารสำคัญนั้น สามหน้าสุดท้ายถึงจะเป็นเรื่องวิธีควบแน่นสารสำคัญจากสมุนไพรเหล่านี้ให้กลายเป็นอัญมณี
นี่ไม่ใช่แค่สูตรปรุงยาธรรมดาๆ แต่ข้างในยังเต็มไปด้วยความรู้มากมาย อวี๋สวินเกอกดความดีใจไว้ เก็บสมุดบันทึก มองไปที่อู้เริ่น ส่งสัญญาณให้เธอพูดต่อ
เกี่ยวกับสกิลระดับ A อู้เริ่นให้ทางเลือกเธอแค่ทางเดียว: "[หมอกมาเยือน] ท่าไม้ตายของตระกูลหางหมอก หลังเรียนรู้แล้วสามารถกลายร่างเป็นหมอกหนา ขอบเขตของหมอกกำหนดโดยค่าปัญญาของเจ้า หมอกมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง และจับตัวได้ยากยิ่ง
"สกิลประเภทติดตามทั้งหมดเมื่อเจอกับหมอกหนาจะสูญเสียทิศทางโดยอัตโนมัติ สกิลเป้าหมายเดี่ยวส่วนใหญ่ที่โจมตีใส่หมอกหนาจะถูกลดความเสียหายลง เพราะการโจมตีโดนหมอกก็เท่ากับโจมตีโดนผิวหนังของเจ้าเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น
"สกิลนี้ก็มีข้อเสียเหมือนกัน คือสกิลโจมตีหมู่จะข่มสกิลนี้ไม่มากก็น้อย แน่นอน ทุกสกิลก็เหมือนกันหมด ขอแค่ผู้ใช้แข็งแกร่งพอ ก็ไม่มีคำว่าถูกข่ม ขอแค่พลังป้องกันของเจ้ามากพอ เจ้าทนรับความเสียหายจากการโจมตีหมู่เหล่านั้นได้ สกิลนี้ก็จะไม่มีจุดอ่อน"
อวี๋สวินเกอตกลงรับสกิลนี้อย่างไม่ลังเล ก็เหมือนที่อู้เริ่นพูด ขอแค่แข็งแกร่งพอก็ไม่มีคำว่าถูกข่ม อีกอย่างข้อดีของสกิลนี้โดดเด่นเกินไป! เธอพอใจมาก
หลังจากอู้เริ่นหยิบหนังสือสกิลเล่มนั้นออกมา อวี๋สวินเกอแทบจะกึ่งรับกึ่งแย่งเอาหนังสือสกิลนั้นมาไว้ในมือ จากนั้นเธอก็ส่งมอบ [สี่หมื่น] ให้กับจักรพรรดิจันทราอู้เริ่นอย่างไม่รีรอ
จักรพรรดิองค์นี้ก็ไม่รู้เป็นบ้าอะไร รับไพ่นกกระจอกไปแล้วก็ไม่รีบพลิกดู กลับแหงนหน้าหลับตาใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ตัวอักษรบนนั้น ลูบเสร็จก็ทำหน้าหงุดหงิดไม่สบอารมณ์
อวี๋สวินเกอก็ไม่ได้เสียเวลาสังเกตมากความ เธอพูดว่า "ยินดีที่ได้ทำธุรกิจด้วย" แล้วหันหลังวิ่งสุดฝีเท้าไปยังทิศทางของเมืองทิวาขั้วโลก หมอกหนายังไม่จางหาย ทำให้ความเร็วของเธอลดลงไปมาก
หินหนีตายประหยัดได้ก็ประหยัด ของสิ่งนี้เธอไม่เคยเห็นในโรงประมูลด้วยซ้ำ มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ อีกอย่างมีห่วงวิญญาณอัคคีอยู่ในมือ ต่อให้อู้เริ่นลงมือกับเธอจริงๆ เธอก็สามารถรับการโจมตีตรงๆ สักทีแล้วค่อยใช้หินหนีตายได้สบายๆ
จักรพรรดิจันทราอู้เริ่นมองแผ่นหลังของเธอแวบหนึ่ง ก็ไม่ได้ไล่ตามไป ขุมกำลังเบื้องหลังของอีกฝ่ายซับซ้อนเกินไป ไม่รู้ว่ามีไพ่ตายซ่อนไว้อีกเท่าไหร่ วิธีการสกปรกของชาแมนมิโนทอร์มีเยอะแยะ ต้องระวังไว้ก่อน เผ่ามังกรยิ่งเป็นตัวตึงระดับเฮฟวี่เวต
อีกอย่างด้วยนิสัยเจ้าเล่ห์แสนกลของก็อบลินตนนี้ ในเมื่อนางเลือกจะทำการค้ากับตน นางย่อมไม่แพร่งพรายเรื่องการค้าของพวกนางออกไป และยิ่งไม่กล้าสาดโคลนใส่ตน นางเอาของตนไปตั้งเยอะขนาดนั้น นางจะแก้ตัวได้เหรอ?
หลังจากอวี๋สวินเกอวิ่งออกจากเขตหมอกหนา ก็นำนาฬิกาพกกลับมาคล้องคอ เคลื่อนย้ายพริบตาเป็นระยะ วิ่งไปพลางเรียนรู้ [หมอกมาเยือน] ไปพลาง จนกระทั่งเห็นหนังสือสกิลที่อู้เริ่นให้มาสลายกลายเป็นควันสีเทาเธอถึงวางใจ
หลังจากเลี้ยวโค้งหลบสายตาอู้เริ่นไปหลายรอบ เธอก็ใช้คาถาพรางตา+เคลื่อนย้ายพริบตาตรงไปยังวงเวทย์เคลื่อนย้ายในเมืองทันที
อวี๋สวินเกอนำของทั้งหมดที่ได้จากอู้เริ่น—ไพ่นกกระจอก, สมุดบันทึก, อัญมณีสองเม็ด และน้ำหอม 10 ขวดนั้น—ออกมาจากกระเป๋ากอดไว้ในอ้อมอก
จากนั้นจึงฉีดพรม [ฉันไม่มีเวลาอาบน้ำจริงๆ] ไปทั่วร่าง แม้แต่พื้นรองเท้าก็ไม่ละเว้น—กดใช้ [ฤดูใบไม้ผลิไม่สายเกิน]—แล้วเก็บของทั้งหมดรวมถึงน้ำหอมที่เหลืออยู่ครึ่งขวดกลับเข้ากระเป๋า
จ่ายค่าธรรมเนียมเหรียญทอง ตัวก็กลับมายังเมืองยาส พอออกจากเมืองก็เริ่มเคลื่อนย้ายพริบตาไปยังทิศทางของภูเขาไฟใต้ทะเล
เมื่อลงสู่ทะเลลึก เธอถึงจะมีอารมณ์มาครุ่นคิดถึงไพ่นกกระจอกใบใหม่ที่ได้มา——[แปดถง]
ลูกโอ๊กสองแถวเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ แถวละสี่ลูก ทำให้เธอนึกถึงไพ่นกกระจอกใบแรกที่ขโมยมาจากจักรพรรดิจันทราอู้เริ่นก่อนหน้านี้ก็เป็นไพ่ตระกูลถง...
เธอหยิบ [หกถง] กับ [แปดถง] มาวางชนกัน ทำไมของจักรพรรดิจันทราอู้เริ่นถึงมีแต่ไพ่ถงนะ...
นึกถึงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและหงุดหงิดของจักรพรรดิจันทราอู้เริ่นตอนลูบเจอ [สี่หมื่น]... ฮ่าๆ นางคงอยากจะสะสมไพ่ตองหรือไพ่เรียงสินะ?
พอกลับมาดูแผ่นกระดูกในมือตัวเอง รอยยิ้มของอวี๋สวินเกอก็แข็งค้าง เธอไม่มีแม้แต่ไพ่คู่สักคู่เดียว...
ตอนนี้แผ่นกระดูกในมืออวี๋สวินเกอมีสี่ใบแล้ว:
[หกถง] และ [แปดถง] ที่ได้จากจักรพรรดิจันทราอู้เริ่น;
[สามหมื่น] ที่ขุดได้จากก้นทะเล;
[ห้าหมื่น] ที่แมวคาบกลับมาไว้ในบ้านแมว
ดูเหมือนเยอะ แต่พอเอามาวางรวมกัน กลับไม่ได้เรื่องสักอย่าง... แถมถ้าไม่มีฟันปลอมนักมายากล แต่ละใบก็กินช่องกระเป๋าไปหนึ่งช่อง ซ้อนทับกันก็ไม่ได้
และในวินาทีนี้ เธอถึงเพิ่งจะรู้ว่าวินาทีที่ได้ [สี่หมื่น] มาเมื่อครู่นี้ เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เธอได้ยินคืออะไร
แต้มเกียรติยศของเธอเพิ่มขึ้น 100,000 แต้ม!
แต่ข้างหลังยังมีบันทึกอีกหลายรายการ คือเพิ่มอีก 100,000 แต้ม แล้วก็ถูกหักออกไป 100,000 แต้ม
นี่น่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการที่เธอได้ [แปดถง] มา แล้วส่งมอบ [สี่หมื่น] ออกไป นี่มันแต้มเกียรติยศเชียวนะ ยิ่งทำให้เธออยากรู้สรรพคุณของแผ่นกระดูกพวกนี้มากขึ้นไปอีก
แม้เวลาปลอมตัวจะเหลืออีกสี่สิบกว่านาที แต่อวี๋สวินเกอไม่กล้าอ้อยอิ่งอยู่ในเจ๋อหลานต่อ เธอเจียดเวลาตอบกลับจ้าวซูอิ่งไปประโยคหนึ่งว่า "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น" แล้วรีบกลับมายังดาวเคราะห์สีน้ำเงินทันที พอปั๊มเหรียญทองเสร็จดูเวลาก็เพิ่งจะบ่าย
อาศัยช่วงเวลามื้อเย็นยังพอทำธุระได้อีกอย่าง เธอเปิดหน้าจอแชท หาเลขาเสี่ยวจ้าวของตัวเอง
[อวี๋สวินเกอ]: เสี่ยวจ้าว ออกมากินข้าวกันไหม? มีธุรกิจใหญ่จะคุยด้วย
[จ้าวซูอิ่ง]: เหล่าเกอ ธุรกิจใหญ่อะไรเหรอคะ?
[อวี๋สวินเกอ]: ...ฉันแนะนำให้เธอเลิกใช้คำเรียกที่เชยระเบิดระเบ้อแบบนี้ซะ ธุรกิจของฉันนี่เกี่ยวพันถึงการที่ฉันจะบอกพวกเธอเรื่องวิธีใช้ทองคำแลกเหรียญทองในเจ๋อหลานล่วงหน้าได้หลายเดือนเลยนะ
[จ้าวซูอิ่ง]: เจ๊ ชอบร้านอาหารร้านไหนคะ? เสี่ยวจ้าวจะจองโต๊ะเดี๋ยวนี้เลย
[อวี๋สวินเกอ]: …………
[จ้าวซูอิ่ง]: เสี่ยวจ้าวอยู่นี่ เสี่ยวจ้าวอยู่ตลอด เชิญสั่งมาได้เลยค่ะ
[อวี๋สวินเกอ]: ฉันชอบท่าทางพยศๆ ของเธอมากกว่านะ
[จ้าวซูอิ่ง]: เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ! ไม่ว่าข้างนอกฉันจะมีบารมีแค่ไหน พอกลับมาที่นี่ ฉันจะเป็นเสี่ยวจ้าวของท่านตลอดไป
[อวี๋สวินเกอ]: พอเถอะ... พอได้แล้ว... ฉันขนลุกไปทั้งหัวแล้ว เธอจองร้านอาหารเถอะ เจอกันแล้วค่อยคุย ฉันกินอะไรก็ได้
[จ้าวซูอิ่ง]: เสี่ยวจ้าวพร้อมให้บริการค่ะ ∠(°ゝ°)!
พอปิดหน้าจอแชท จ้าวซูอิ่งไม่ประชุมต่อแล้ว การประชุมย่อยของลาชั้นเลิศแห่งสำนักงานกิจการพิเศษนี่ ไม่ประชุมก็ไม่เสียหายอะไร!
ทำไมพวกเขาต้องมาเสียเวลาถกเถียงกันตรงนี้ว่าทำไมจู่ๆ อันดับหนึ่งในทำเนียบความมั่งคั่งถึงมีเหรียญทองเพิ่มขึ้นมาเยอะขนาดนี้ คำถามนี้ไร้สาระสิ้นดี จะให้คนเขาบริจาคออกมาเหรอไง? ส่วนเรื่องแต้มเกียรติยศของอวี๋สวินเกอ เจ้าตัวไม่อยากพูด จะไปบีบคอถามเธอได้เหรอ?
เธอลุกขึ้นยืนทันที ท่ามกลางสายตาตกตะลึงปนบูชาของสมาชิกในกลุ่มทั้ง 16 ตัวที่เหมือนจะบอกว่า "ในที่สุดเธอก็บ้าไปแล้วสินะ?" แล้วพูดกับหลี่ฉางอิงที่นั่งหัวโต๊ะว่า: "อวี๋สวินเกอตามหาฉัน บอกว่าจะบอกวิธีใช้ทองคำแลกเหรียญทองล่วงหน้า ต้องคุยรายละเอียด ขอโทษด้วย การประชุมนี้ ฉันคงอยู่ได้ถึงแค่นี้!"
คิ้วที่ขมวดมุ่นของหลี่ฉางอิงคลายออกทันที: "อื้ม เธอไปทำงานเถอะ อย่ามาเสียเวลาที่นี่ ไปเถอะๆ"
จ้าวซูอิ่งเสยผม ยิ้มและพยักหน้าให้สมาชิกในห้องประชุมทั้ง 16 ตัว แล้วเดินจากไปอย่างสง่างาม
[พวกเราคือลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของสำนักงานกิจการพิเศษ] (สมาชิก 17 คน)
"ผู้เฒ่าหลี่เปลี่ยนสีหน้าไวจริงๆ..."
"ฉันจะโกรธแล้วนะ!"
"พรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้ของยัยนั่นชื่อ [มาสิ แน่จริงก็ฆ่าฉันสิ] หรือเปล่า?"
"ไม่ ชื่อว่าความสง่างามไม่มีวันล้าสมัยต่างหาก"
"ยัยนั่นไม่น่าเล่นสายโจมตีระยะไกล น่าจะไปเป็นแทงก์ สกิลยั่วยุนี่ใช้ได้ดีเกินไปแล้ว!!"
"เสี่ยวจ้าวนี่น่าโมโหชะมัด..."
"พวกเราเตะหล่อนออกจากกลุ่มกันเถอะ?"
"หล่อนเป็นหัวหน้ากลุ่ม... ตอนแรกก็หล่อนนี่แหละที่ลากพวกเราเข้ามา..."
"งั้นไม่เป็นไร"