- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 230 ยังมีความดีอีก 4 ส่วน
บทที่ 230 ยังมีความดีอีก 4 ส่วน
บทที่ 230 ยังมีความดีอีก 4 ส่วน
บทที่ 230 ยังมีความดีอีก 4 ส่วน
ปฏิกิริยาแรกของอวี๋สวินเกอคือฝีมือขโมยที่ว่องไว แต่ในวินาทีถัดมาก็รู้สึกว่าไม่ใช่: "ถูกเอาไปผ่านผลึกสกิลเหรอ? เกี่ยวข้องกับสกิลพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้หรือเปล่า?"
ลู่เชียอวิ้น: "เบื้องต้นสงสัยว่าจะเป็นแบบนั้น แต่เรายังไม่มีหลักฐาน ข้อสรุปจากการวิเคราะห์ภายในของพวกเราคือ อาจจะมีพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้บางอย่างที่เมื่อยืมสกิลหรือของอย่างอื่นของอีกฝ่ายมาหลายๆ ครั้ง ก็จะสามารถยึดมาเป็นของตัวเองได้ แน่นอนว่ายังมีความเป็นไปได้อื่นอีก เราทำได้แค่ป้องกันไว้ก่อน"
หลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้น การซื้อขายและแจกจ่ายผลึกสกิลทั้งหมดก็เข้มงวดขึ้นอย่างมาก
คิ้วของอวี๋สวินเกอขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว: "ฉันมีสกิลหนึ่งขายให้สำนักงานกิจการพิเศษตลอด สกิลของฉันจะมีโอกาสเกิดเรื่องไหม?"
ลู่เชียอวิ้น: "ไม่หรอกค่ะ วางใจเถอะ นับตั้งแต่เกิดเรื่องนั้นขึ้น ผลึกสกิลที่พวกคุณขายให้สำนักงานกิจการพิเศษ เราจะคัดเลือกเจ้าหน้าที่ที่เชื่อถือได้ร้อยเปอร์เซ็นต์มารับผิดชอบการใช้ผลึกสกิลเหล่านี้ อย่างเช่นหลังจากผู้ซื้อตกลงซื้อ พวกเขานัดเวลากันเอง แล้วเจ้าหน้าที่ของเราจะเป็นคนร่ายสกิลให้"
อวี๋สวินเกอยิ้มรับแต่เพียงภายนอก บอกว่าอย่างนี้ก็วางใจได้ แต่ในใจกลับตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า ผลึกสกิลของ [มีความสุขอีกแล้วสินะ] จะส่งให้ไม่ได้อีกแล้ว
รอย้อนกลับไปวันที่ 15 ส่งผลึกสกิลเสร็จ เธอจะไปหาก็อบลินที่เจ๋อหลานเพื่อแลกเหรียญทอง จากนั้นจะไปคุยกับสำนักงานกิจการพิเศษ เคลียร์บัญชีปัจจุบันให้เรียบร้อย แล้วบอกวิธีแลกเหรียญทองให้สำนักงานกิจการพิเศษรู้ล่วงหน้า ต่อไปจะไม่ขายผลึกสกิล [มีความสุขอีกแล้วสินะ] อีกแล้ว...
ใครจะรู้ว่าเงื่อนไขเบื้องต้นของการขโมยสกิลคืออะไร? เกิดเป็นการสร้างความสัมพันธ์แล้วสุ่มเลือกสกิลของอีกฝ่ายล่ะ?
กระทั่งเธอลองจินตนาการให้กว้างขึ้น เกิดปัญหามาจากต้นทางล่ะ? เกิดคนที่สร้างผลึกสกิลเปล่ามีสกิลอื่นที่สำนักงานกิจการพิเศษตรวจสอบไม่พบล่ะ?
เป็นไปได้ทั้งนั้น
เพื่อความปลอดภัย ต่อไปเธอไม่เพียงจะไม่ขายผลึกสกิล [มีความสุขอีกแล้วสินะ] อีก แม้แต่สกิลสำคัญของเธอ เธอก็จะไม่ทำเป็นผลึกสกิลออกมาอีกแล้ว
ตอนนี้เธอมีถูหลานอยู่ในมือ แถมยังมีเกียรติยศจากอันดับคุ้มครอง มีพลังปกป้องตัวเองแล้ว ไม่จำเป็นต้องขายผลึกสกิลเพื่อปกป้องตัวเองอีกต่อไป
อวี๋สวินเกอกดความคิดเหล่านี้ลงไป แล้วถามลู่เชียอวิ้นว่า: "งั้นถ้าฉันอยากซื้อ มีเงื่อนไขอะไรไหม? ซื้อจากพวกคุณได้ไหม?"
ลู่เชียอวิ้นตอบ: "ขายให้คุณได้ค่ะ แต่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องไปลงทะเบียนที่สำนักงานกิจการพิเศษ ว่าแต่คุณจะซื้อกี่ก้อนคะ?"
อวี๋สวินเกอ: "ขายได้เท่าไหร่คะ?"
ลู่เชียอวิ้นชะงักไปนิด: "...3 ก้อน?"
อวี๋สวินเกอ: "แค่ 3 ก้อนเหรอ? อยากได้อะไร? อุปกรณ์หรือเหรียญทอง?"
ถูหลานเงยหน้าขึ้นจากชามข้าว: "เอามูลมังกรไหม? สดๆ เลยนะ"
พวกลู่เชียอวิ้น: "..."
อวี๋สวินเกอกดหัวมังกรน้ำแข็งน้อยกลับลงไปในชามข้าว: "น้ำยาก็ได้นะ"
มีเสิ่นอวี้สืออยู่ด้วย อวี๋สวินเกอไม่กังวลว่าคนพวกนี้จะกล้าโกงเธอ แค่สกิลพรสวรรค์ของเสิ่นอวี้สือ บวกกับนิสัยไม้แข็งไม่อ่อนของแก คนพวกนี้เอาใจแกแทบไม่ทัน
อวี๋สวินเกอถอดแหวนที่อวี๋สวินฮวนให้เธอบนนิ้วออกมา: "วงนี้ แลกได้กี่ก้อน?"
ลู่เชียอวิ้นหยิบขึ้นมาดูค่าสถานะ: "4 ก้อน รอสักครู่นะคะ"
พูดจบ ก็หันไปมองหญิงสาวที่นั่งข้างๆ ยังไม่ทันเอ่ยปาก อีกฝ่ายก็ยื่นมาให้ก้อนหนึ่ง
หลังจากอวี๋สวินเกอได้ผลึกเปล่ามาสี่ก้อน ก็หยิบน้ำยาในตัวออกมาวางเต็มโต๊ะ ล้วนเป็นน้ำยาที่ไม่ค่อยมีคนใช้ [หน่วงเวลาความเสียหาย], [ลางสังหรณ์] ก็รวมอยู่ในนั้นด้วย: "ยังมีอะไรอยากแลกอีกไหม?"
ไม่กี่นาทีต่อมา คนอื่นๆ ก็ขายผลึกเปล่าในมือให้อวี๋สวินเกอ รวมๆ แล้วอวี๋สวินเกอรับมาได้สิบห้าก้อน
การซื้อขายเสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็ว
เสิ่นอวี้สือไม่ได้ออกเสียงตลอดกระบวนการ เพียงแค่ตอนที่อวี๋สวินเกอเริ่มเสนอการซื้อขาย เธอก็ลดความเร็วในการกินข้าวลงเงียบๆ ท่าทีแบบนี้ก็ถือว่าชัดเจนแล้ว
...
อวี๋สวินเกอไม่กล้าอ้อยอิ่งอยู่ที่บ้านเสิ่นอวี้สือนาน เรื่องผลึกสกิลต้องรีบจัดการ ไม่ว่าจะย้อนอดีตไปส่งผลึก หรือการเจรจากับสำนักงานกิจการพิเศษ อวี๋สวินเกอก็ไม่กล้าถ่วงเวลา
ดังนั้นเธอจึงพักที่บ้านเสิ่นอวี้สือแค่สองคืน คืนวันที่ 19 เธอกับถูหลานก็เตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน ก่อนไปเสิ่นอวี้สือมอบรางวัลจากสำนักงานกิจการพิเศษของอีกหลายวันข้างหน้าให้เธอไปเลย
แถมยังเขียนตารางฝึกซ้อมให้อีกสองหน้า บอกว่าเมื่อไหร่ที่ทำได้ตามมาตรฐานในนี้ ค่อยมาถามใหม่ว่าขั้นต่อไปต้องฝึกยังไง
อวี๋สวินเกอให้ถูหลานช่วยถ่ายมูลมังกรไว้ที่บ้านเสิ่นอวี้สือสองลังใหญ่เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ
เดินออกจากตรอกเลี้ยวโค้ง จนกระทั่งมองไม่เห็นเสิ่นอวี้สือที่ยืนส่งอยู่หน้าประตูรั้วแล้ว อวี๋สวินเกอถึงเปิดหน้าจอโฮโลแกรมเกม แล้วส่งน้ำยาล้ำค่าสารพัดชนิดให้อีกห้าสิบขวด
ถูหลานถามด้วยความสงสัย: "ทำไมไม่ให้ต่อหน้าล่ะ?"
อวี๋สวินเกอ: "มันเลี่ยนเกินไป..."
ถูหลาน: "เลี่ยนตรงไหน แปลกคนจริง"
อวี๋สวินเกอ: คำพูดที่คนแก่อาจจะพูดส่งเดชเมื่อสิบกว่าปีก่อน เธอยังจำได้ขึ้นใจและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด นี่มันยังไม่เลี่ยนอีกเหรอ?
หน้าประตูรั้ว เสิ่นอวี้สือที่กำลังเดินกลับหยุดฝีเท้า เปิดกล่องจดหมายในเกม เห็นน้ำยาข้างใน เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็ยิ้มออกมา
นิสัยเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ใครดีด้วย ก็ต้องรีบตอบแทนทันที
ยังดีที่เด็กคนนี้ยังจำตรรกะเบี้ยวๆ ที่เธอสอนตอนเด็กได้
ระหว่างขับรถกลับบ้าน ถูหลานก็คอยเซ้าซี้ถามเรื่องคุณฟ่านเซียงเซียงกับอวี๋สวินเกอ
อวี๋สวินเกอพูดอย่างจนใจ: "ไหนบอกว่าสนใจแต่คนเก่งไง?"
ถูหลานเถียงฉอดๆ: "ใช่สิ นางใช้ฝีมือทำอาหารพิชิตข้าแล้วไง"
อวี๋สวินเกอมองทางด่วนที่ทอดยาวไร้จุดสิ้นสุดเบื้องหน้า พลิกฟื้นความทรงจำที่ฝังลึกออกมา ลิ้มรสอย่างละเอียด เนิ่นนานกว่าเธอจะเอ่ยปาก: "เธอรู้ใช่ไหมว่าไม่ว่าเจอเรื่องอะไรหรือเจอใครฉันก็ชอบซ่อนไพ่ตายเอาไว้น่ะ?"
ถูหลาน: "ข้ารู้ ต่อให้เป็นข้า ก็ไม่รู้เรื่องของเจ้าทั้งหมด"
อวี๋สวินเกอหัวเราะให้กับน้ำเสียงน้อยใจของถูหลาน: "อื้ม ไม่มีใครรู้พลังที่แท้จริงทั้งหมดของฉัน แต่เธอต้องเป็นคนที่เข้าใจฉันที่สุดในโลกแน่นอน"
ถูหลานถูกง้ออย่างง่ายดาย: "แล้วไงต่อ?"
อวี๋สวินเกอเล่าต่อ: "ที่ฉันชอบซ่อนฝีมือไว้ ก็เพราะย่าฉัน หรือก็คือฟ่านเซียงเซียงเป็นคนสอนฉันนี่แหละ"
เหมือนชาติก่อน ไม่ว่าเธอจะซาบซึ้งแค่ไหน ไม่ว่าเธอจะเชื่อใจพวกอวี๋สวินฮวนแค่ไหน เธอก็ไม่เคยทุ่มเททั้งหมดที่มีให้อวี๋ชิวซาน อี้ชิวกั่ว หรืออวี๋สวินฮวน
ไม่ว่าจะเป็นตอนก่อนเกมรุกรานโลกที่แบ่งเงินหามาได้ให้พวกอวี๋ชิวซานแค่บางส่วน หรือหลังเกมรุกรานโลกที่ไม่บอกทุกโอกาสที่ได้รับให้อวี๋สวินฮวนรู้ การกระทำเหล่านี้ โดยเนื้อแท้แล้ว ล้วนมาจากการสั่งสอนของเสิ่นอวี้สือทั้งสิ้น
อวี๋ชิวซานเคยทำสายตาผิดหวังมองเธอไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ตัดพ้อว่าทำไมใจของเธอถึงด้านชาไม่อบอุ่นสักที
อวี๋สวินเกอเคยจมอยู่กับความเจ็บปวดและความสงสัยในตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนเพราะประโยคนี้ แต่ทุกครั้งที่เธอเจ็บปวดดิ้นรน เริ่มทบทวนตัวเองว่าเธอเลือดเย็นจริงๆ หรือเปล่า เธอมักจะนึกถึงคำพูดที่เสิ่นอวี้สือพูดกับเธอใต้ร่มไม้ในวันนั้นเสมอ
เสิ่นอวี้สือ: "คนอื่นดีกับหลาน 5 ส่วน หลานตอบแทน 6 ส่วนก็พอแล้ว ต่อให้หลานตอบแทนแค่ 5 ส่วนหรือ 4 ส่วน หลานก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว"
อวี๋สวินเกอตอนเด็ก: "ทำไมต้องขี้เหนียวด้วยคะ? หนูก็ให้เต็ม 10 ส่วนได้นี่นา"
เสิ่นอวี้สือ: "อย่าทำแบบนั้น สวินเกอ ทำแบบนั้นไม่ได้ ยังมีความดีอีก 4 ส่วน หลานต้องเก็บไว้ให้ตัวเอง"
อวี๋สวินเกอตอนเด็ก: "แต่ว่า... แต่ว่าใครดีกับหนู หนูก็อยากดีตอบนี่คะ ผิดตรงไหนเหรอ?"
เสิ่นอวี้สือ: "หลานเล่นไพ่เป็นไหม?"
อวี๋สวินเกอตอนเด็ก: "เป็นค่ะ ตอนตรุษจีนแม่อี้เคยสอน"
เสิ่นอวี้สือ: "ดี ฟังย่านะ ย่าคงอยู่กับหลานตลอดไปไม่ได้ ย่าจะสอนวิธีเล่นพื้นฐานให้หลานอย่างหนึ่ง ต่อให้ตอนนี้หลานฟังไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร จำใส่ใจไว้
"ให้หลานมองชีวิตเหมือนการเล่นไพ่ตานึง ทุกอย่างที่หลานมีรวมถึงความรู้สึกของหลานคือไพ่ในมือ อย่าจับคู่กับใครพร่ำเพรื่อ พยายามรอให้คนอื่นลงไพ่ก่อน คนอื่นลงหนึ่งใบ หลานค่อยลงตามหนึ่งใบ คนอื่นลงไพ่คู่ หลานค่อยลงไพ่คู่ คนอื่นทำกับหลานยังไง หลานก็ทำกับคนอื่นอย่างนั้น
"หลานห้ามให้ใครรู้ว่าในมือมีไพ่อะไรบ้าง ไพ่ระเบิดต้องเก็บไว้ใช้ในเวลาสำคัญ ไพ่โจ๊กเกอร์ยิ่งต้องกำไว้ให้แน่น นั่นคือไพ่ตายของหลาน นอกจากหลานจะมั่นใจว่า พอลงโจ๊กเกอร์แล้ว หลานจะชนะทุกคนบนโต๊ะไพ่ได้
"ความลับที่ไม่อยากให้ใครรู้ ก็อย่าบอกใคร ต่อให้พ่อแม่หรือน้องชายมาถาม หลานก็ห้ามบอก"
อวี๋สวินเกอตอนเด็ก: "แล้วหนูบอกย่าได้ไหมคะ?"
เสิ่นอวี้สือ: "ไม่ ย่าก็ไม่ได้ ถ้าจะมีใครสักคนที่หลานต้องเชื่อใจอย่างหมดเปลือก คนคนนั้นต้องเป็นตัวหลานเองเท่านั้น"