- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 165 ขอบใจนะ ขอบใจเธอจริงๆ
บทที่ 165 ขอบใจนะ ขอบใจเธอจริงๆ
บทที่ 165 ขอบใจนะ ขอบใจเธอจริงๆ
บทที่ 165 ขอบใจนะ ขอบใจเธอจริงๆ
เธอในตอนนี้ยังต้องการการคุ้มครองจากตระกูลซู
แม้เลเวลของเธอจะขึ้นไปถึงเทียร์แรกแล้ว สกิลโจมตีของเธอก็มีไม่น้อย... แต่ค่าสถานะของเธอต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกินไป เธอปกป้องตัวเองไม่ได้
พรสวรรค์ระดับ S ของเธอเป็นทั้งสมบัติล้ำค่าและอันตราย นอกจากว่าเธอจะออกจากตระกูลซูแล้วเข้าร่วมขั้วอำนาจอื่นทันที แต่ผลตอบแทนที่นั่นย่อมเทียบไม่ได้กับที่ตระกูลซูมอบให้ ต่อให้เป็นสำนักงานกิจการพิเศษก็ให้ไม่ได้
แต่รู้ก็ส่วนรู้ บางครั้งคนเราไม่ได้อยู่ด้วยเหตุผล แต่อยู่ด้วยทิฐิที่สุมอยู่ในอก
ถ้าตอนนี้ชีวิตเธอราบรื่น บางทีเธออาจจะทนได้ เพราะเธอรู้ว่าขอแค่ยอมกล้ำกลืนความน้อยใจไปก่อน วันหน้ามีอำนาจเมื่อไหร่ค่อยเอาคืนทบต้นทบดอก แต่ตอนนี้ชีวิตเธอไม่ได้ดีเด่อะไร เธอจึงบังคับตัวเองให้แบกรับมากไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว มันโหดร้ายกับตัวเองเกินไป...
สองปีก่อนเธอเคยทน เคยคุกเข่ามาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เธอจะเป็น "เด็กดี" และ "ลูกรัก" ไม่ได้อีก ถ้าตอนนี้เธอยอมยกมังกรเจียวให้ ก็เท่ากับยกโอกาสพลิกเกมให้คนอื่น
ซูอี้ถงยกมือขึ้น เช็ดคราบน้ำตาจางๆ บนใบหน้าออกอย่างนุ่มนวล น้ำเสียงราบเรียบ: "พวกพ่อกำลังพยายามจะทำแบบเดียวกันไม่ใช่เหรอคะ? ขังฉันไว้ ปฏิบัติกับฉันเหมือนอุปกรณ์หรือไอเทมชิ้นหนึ่ง"
"อยากได้มังกรเจียว ก็ลบชื่อฉันออกจากตระกูลซูก่อนสิคะ"
อวี๋สวินฮวนจูงมือซูอี้ถงเดินออกจากห้องหนังสือ ออกจากตึกใหญ่ตระกูลซู เดินกลับไปยังเรือนหอหลังเล็กของพวกเขา
ตลอดทาง ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกัน ลมร้อนในคืนฤดูร้อนพัดผ่าน มือที่กุมกันแน่นยิ่งร้อนระอุ แต่ไม่มีใครยอมปล่อยมือ
ในใจอวี๋สวินฮวนสับสนวุ่นวาย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นซูอี้ถงเจ็บปวดขนาดนี้ เขาถึงขั้นรู้สึกว่า ตอนที่ซูอี้ถงเสียหูข้างสุดท้ายไป เธอยังไม่เจ็บปวดเท่านี้เลย
ตอนนั้นความโกรธของซูอี้ถงมีมากกว่าความเจ็บปวด แต่คืนนี้ ความเจ็บปวดของซูอี้ถงมีมากกว่าความโกรธอย่างเทียบไม่ติด หรืออาจจะไม่มีความโกรธเลยด้วยซ้ำ มีแต่ความหมดอาลัยตายอยาก
ตกดึก ทั้งสองคนนอนมองเพดานอยู่บนเตียง
จู่ๆ อวี๋สวินฮวนก็พูดขึ้นว่า: "ความจริงผมเกลียดคุณนะ"
ซูอี้ถง: "อยากโดนเฆี่ยนอีกแล้วเหรอ?"
อวี๋สวินฮวน: "ผมรู้ว่าความจริงผมเป็นคนผิดต่อคุณก่อน... คือว่า เรามาเจรจากันใหม่ได้ไหม?"
ซูอี้ถง: "ดูท่าจะอยากโดนจริงๆ สินะ"
พูดจบก็ลุกขึ้นนั่ง หยิบแส้ออกมาจากกระเป๋าเกมแล้วชี้ไปที่พื้น "ไปคุกเข่าตรงนั้น!"
อวี๋สวินฮวนรีบกลิ้งตัวไปครึ่งรอบ ถอยห่างจากซูอี้ถง รีบพูดรัวเร็วว่า: "ผมมีขนนกอันหนึ่ง ได้มาก่อนทำสัญญากับคุณ สามารถดูดซับโชคลาภของคนคนหนึ่งได้ ขอแค่คุณยอมทำสัญญาฉบับใหม่กับผม ผมจะให้คุณ อย่างน้อยก็อย่าให้ผมไร้ศักดิ์ศรีขนาดนั้น เช่น ทุกเดือนขอแค่ให้ผมส่งรายได้ให้คุณครึ่งเดียว ส่วนอื่นๆ ผมยอมฟังคุณหมด... ผมก็ไม่อยากโดนปฏิบัติเหมือนเป็นอุปกรณ์หรือไอเทมเหมือนกันนะ"
ซูอี้ถงชะงักไป ในความมืด เธอจ้องอวี๋สวินฮวนเขม็งอยู่นาน แล้วพูดว่า: "นายนี่เจ้าเล่ห์จริงๆ นายจงใจเลือกเสนอข้อแลกเปลี่ยนตอนนี้ใช่ไหม? คิดว่าฉันจะสงสารนายเพราะเจอเรื่องคล้ายๆ กันเหรอ? หึ เสียใจด้วย ทำให้นายผิดหวังแล้วล่ะ ฉันไม่สงสาร คนอย่างนาย ถ้าได้ดีขึ้นมาคนแรกที่จะฆ่าก็คือฉัน"
เธอยังสงสารตัวเองไม่ทันเลย จะไปสงสารอวี๋สวินฮวนได้ยังไง?
อวี๋สวินฮวนถอนหายใจ: "คุณฉลาดจริงๆ... ผมพบว่าผมหาข้อเสียและจุดอ่อนของคุณไม่เจอเลย"
ซูอี้ถงเก็บแส้แล้วล้มตัวลงนอน: "เอาขนนกมา เดือนกันยายนอุปกรณ์และไอเทมที่นายหาได้ส่งให้ฉันแค่ครึ่งเดียวพอ"
อวี๋สวินฮวนผ่อนคลายแขนขา นอนแผ่หลาเป็นตัวอักษร "ต้า" (大) บนเตียง: "งั้นคุณเฆี่ยนผมให้ตายไปเลยเถอะ"
ซูอี้ถง: "......"
หรือเธอจะเฆี่ยนจนเขาติดใจไปแล้วจริงๆ?
อวี๋สวินฮวน: "หลังจากได้มังกรเจียวแล้ว คุณต้องหาวิธีหามังกรให้ผมสักตัว มังกรอะไรก็ได้ ต่อให้เป็นมังกรปลอมๆ แบบมังกรเจียวก็ได้ ผมถึงจะให้ขนนกคุณ"
ซูอี้ถงยื่นมือ: "ฉันตกลง"
อวี๋สวินฮวนวางขนนกลงบนฝ่ามือซูอี้ถง
ทั้งสองไม่ได้ทำสัญญาใหม่ อวี๋สวินฮวนนอนเอามือประสานท้ายทอย ในใจด่าตัวเอง สุดท้ายกลายเป็นเขาที่ยอมถอยก่อน ซูอี้ถงสิ ตั้งแต่ต้นจนจบอ่อนข้อให้แค่ไม่กี่วินาทีเอง...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ในความมืดมีเสียงซูอี้ถงดังขึ้น: "ขนนกอันนี้ เดิมทีนายเตรียมจะใช้กับฉันใช่ไหม?"
"อื้ม"
"งั้น ที่นายยอมถอยให้ เพราะสงสารฉันสินะ?"
"คงงั้นมั้ง"
อวี๋สวินฮวนนอนหันหลังให้ซูอี้ถงมองแสงจันทร์นอกหน้าต่าง เขาไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกของตัวเองยังไง เขาเกลียดซูอี้ถงจริงๆ ต่อให้เป็นตอนนี้ก็ยังเกลียดอยู่ เมื่อกี้เขาก็ตั้งใจจะหลอกใช้ซูอี้ถงจริงๆ
เลือดของซูอี้ถงเอามาไม่ได้ง่ายๆ เธอกลัวคนอื่นจะรู้ความลับเรื่องโรคของเธอ เธอระวังตัวตลอดเวลาไม่ให้เลือดไหลออกไปข้างนอก แม้แต่ผ้าอนามัยยังเผาทิ้ง ดังนั้นขนนกอันนั้นเขาไม่มีทางใช้กับซูอี้ถงได้
เดิมคิดว่าเวลานี้เธอต้องอ่อนแอแน่ๆ เขาจะใช้ขนนกที่ไม่มีประโยชน์อันนี้มาแลกผลประโยชน์ให้ตัวเองสักหน่อย ผลคือโดนซูอี้ถงมองทะลุปรุโปร่ง
แต่จะบอกว่าเป็นแผนการทั้งหมดก็ไม่ใช่ อวี๋สวินฮวนมีความจริงใจผสมอยู่เสี้ยวหนึ่ง
ต่อให้อวี๋สวินฮวนไม่อยากยอมรับ แต่ลึกๆ ในใจเขารู้ดี นิสัยของซูอี้ถงดึงดูดเขาอยู่ตลอดเวลา... ให้ตายเถอะ
ปากเขามักจะเออออไปกับคำพูดของอวี๋ชิวซานว่าผู้หญิงควรเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ลึกๆ ในใจเขากลับชอบผู้หญิงที่เข้มแข็ง เด็ดขาด ทะเยอทะยาน มีความสามารถ และไม่ยอมก้มหัวให้ใครมาตลอด
ถ้าไม่มีเรื่องบังเอิญเหล่านั้น ถ้าพวกเขาปกติดีกันทั้งคู่ตั้งแต่แรก บางทีตอนนี้พวกเขาอาจจะมีความสุขมากก็ได้
คนเลวก็โหยหาความรักเหมือนกัน คนเลวยิ่งโหยหาความรักที่แท้จริงมากกว่าคนที่มีความรู้สึกเปี่ยมล้นเสียอีก เพราะสำหรับพวกเขา มันเป็นสิ่งที่หาได้ยากและไกลตัวเหลือเกิน
......
อวี๋สวินเกอยังไม่รู้ว่าอวี๋สวินฮวนมีรสนิยมแบบนี้ ไม่งั้นเธอคงต้องหาทางไปเตือนซูอี้ถงให้เพลาๆ มือลงหน่อย กลัวว่าจะไปเฆี่ยนจนอวี๋สวินฮวนฟินซะงั้น
เช้าตรู่พอลืมตาตื่นเธอก็ต้องตกใจ ภาพร่างเงาของถูหลานที่ขยายใหญ่จนคับห้องปรากฏอยู่ตรงหน้า
ต่างจากท่าทางอ่อนโยนน่ารักในยามปกติ ถูหลานในตอนนี้แผ่รังสีอำมหิตเต็มที่ ดวงตามังกรลุกโชนด้วยเปลวไฟมังกรสีฟ้าเยือกเย็น เปลวไฟน้ำแข็งลามเลียไปจนถึงหางตา พลิ้วไหวโดยไร้ลม ลุกโชนโชติช่วง ราวกับมีพลังเวทปะทะกันอย่างรุนแรงอยู่ภายใน เกล็ดมังกรทุกชิ้นมีแสงแห่งเวทมนตร์ไหลเวียน
อวี๋สวินเกอเคลื่อนย้ายพริบตาออกไปนอกห้องโดยสัญชาตญาณ นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นทั้งชุดนอน
วินาทีถัดมา ในห้องก็มีเสียงหัวเราะของถูหลานดังลั่น
อวี๋สวินเกอ: "......"
หลังจากเสียเวลาสั่งสอนถูหลานไปยกหนึ่ง เธอก็เริ่มจัดกระเป๋าเตรียมตัว พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางไปเมืองทะเลสาบจันทร์แล้ว วันที่ 1 กันยายนต้องไปตีมังกรเจียว เธอต้องรีบจัดการเรื่องของเฮตช์พาให้เสร็จก่อนหน้านั้น
ช่วงหลายวันนี้เธอเรียนรู้ขนบธรรมเนียมและมารยาทของเผ่าจิ้งจอกจันทราจนแม่นยำ ถึงขั้นเรียนรู้อักษรรูนเวทมนตร์ตามที่เฮตช์พาขอ แผนที่เมืองทะเลสาบจันทร์เธอก็จำได้ขึ้นใจ เส้นทางหนีก็วางแผนไว้หมดแล้ว เธอเตรียมอุปกรณ์ใส่หนังสือ ถึงขนาดเตรียมบันไดลิงไปด้วย จะได้ปีนขึ้นปีนลงหยิบหนังสือสะดวก
ถูหลานถือก้อนไอศกรีมบินวนอยู่ข้างๆ: "เธอจะไปไหน?"
อวี๋สวินเกอ: "เมืองทะเลสาบจันทร์ เธอรู้จักไหม?"
ถูหลาน: "เมืองหลักของเผ่าจิ้งจอกจันทรา?"
อวี๋สวินเกอ: "ใช่ ถ้าราบรื่น พรุ่งนี้เย็นก็น่าจะกลับมาแล้ว"
ถูหลาน: "แล้วถ้าไม่ราบรื่นล่ะ?"
อวี๋สวินเกอไม่อยากปักธงตายให้ตัวเอง คำพูดประเภท "ฉันจะรีบกลับมากินข้าวเย็นกับเธอนะ" "ไม่มีทางไม่ราบรื่นหรอก ฉันเป็นใคร?" "ไม่ต้องห่วง รอฉันกลับมาที่บ้านนะ" เธอจะไม่พูดสักคำเดียว!
อวี๋สวินเกอ: "ฮ่าๆ หือ? อ่า จะพูดยังไงดี มันพูดยากนะ"
ถูหลานนึกว่าอวี๋สวินเกอไม่มีความมั่นใจ แม้เธอจะไม่รู้ว่าเมืองทะเลสาบจันทร์มีอันตรายอะไร แต่เธอตัดสินใจจะให้กำลังใจเพื่อน
"ไม่ต้องห่วง ไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไรหรอกน่า~! ทุกอย่างจะต้องราบรื่น เธอเป็นใคร เธอคือเพื่อนของฉันถูหลานเชียวนะ! ไปเถอะ ฉันจะรอเธอกลับมากินข้าวเย็นด้วยกันที่บ้าน!"
มือของอวี๋สวินเกอที่ยื่นออกไปหวังจะห้ามไม่ให้เธอพูดเพิ่งยื่นออกไปได้ครึ่งทาง ถูหลานก็พูดจบประโยคไปเรียบร้อยแล้ว...
เธอชักมือกลับเงียบๆ
ขอบใจนะ ขอบใจเธอจริงๆ