- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 150 [เคารพ อวยพร ล็อกตาย] (37:35:45)
บทที่ 150 [เคารพ อวยพร ล็อกตาย] (37:35:45)
บทที่ 150 [เคารพ อวยพร ล็อกตาย] (37:35:45)
บทที่ 150 [เคารพ อวยพร ล็อกตาย] (37:35:45)
ซูอี้ถงยิ้มกล่าวขอบคุณ ความจริงเธอมีความมั่นใจในฝีมือของอวี๋สวินเกออยู่แล้ว ครั้งก่อนที่ลุยเดี่ยวนั้นแม้ว่าอวี๋สวินเกอจะใช้อุปกรณ์อย่างพวกระเบิดในการจัดการมอนสเตอร์ แต่ทักษะฝีมือนั้นปิดบังกันไม่ได้
และเธอก็ได้ยินมานานแล้วว่าอวี๋สวินเกอฝึกอยู่ที่ค่ายฝึกของสำนักงานกิจการพิเศษ คิดถึงตรงนี้ เธอจึงเป็นฝ่ายเริ่มคุยเรื่องที่ว่าหลังจากทำสัญญากับมังกรเจียวเสร็จแล้วจะไปฟังบทเพลงสรรเสริญแห่งความหวังเมื่อไหร่
ถึงยังไงตอนนั้นคนของสำนักงานกิจการพิเศษก็จะมา คนของ <คนไร้นาม> ก็จะมา เพิ่มอวี๋สวินเกอมาอีกคนก็ไม่เสียหาย
อวี๋สวินเกอก็รู้มารยาท รับปากทันทีว่าตราบใดที่พวกเขายังไม่ได้มังกรเจียวมาครอบครอง เธอจะมาช่วยแน่นอน
หลินเฉิงเจ๋อ หลานเฉิง และซูอู่ที่อยู่ข้างๆ ก็เข้ามาทักทาย อวี๋สวินเกอวางตัวสงบนิ่งตลอดเวลา ตอนจับมือกับหลานเฉิงก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจหลานเฉิงเลยแม้แต่น้อย ความสุขุมนี้ไม่เพียงทำให้หลานเฉิงรู้สึกดี ซูอี้ถงกับอวี๋สวินฮวนที่อยู่ข้างๆ ก็พลอยรู้สึกสบายใจไปด้วย
ทุกครั้งที่เห็นคนอื่นแสดงความดูถูกและหวาดกลัวต่อหลานเฉิง ทั้งสองคนมักจะรู้สึกเหมือนโดนลูกหลงไปด้วยเสมอ
ระหว่างรอคนของสำนักงานกิจการพิเศษ หางตาของอวี๋สวินเกอก็เหลือบไปเห็นคำอธิบายบรรทัดหนึ่งอยู่เหนือม่านแสงดันเจี้ยน เหมือนกับตอนที่เห็นฐานที่มั่นบนต้นไม้
[เคารพ อวยพร ล็อกตาย] (37:35:45)
เธอมองดูละเอียดถึงพบว่า ด้านล่างของคำอธิบายนั้น มีแม่กุญแจแสงขนาดเท่าเล็บมืออันหนึ่ง แสงของแม่กุญแจเกือบจะทับซ้อนกับแสงของม่านแสงดันเจี้ยน คนทั่วไปแทบจะสังเกตไม่เห็น อวี๋สวินเกอก็เพิ่งเห็นสิ่งนี้หลังจากเห็นคำอธิบาย
ดูจากชื่อนี้ เป็นคนของสำนักงานกิจการพิเศษที่ล็อกดันเจี้ยนไว้เหรอ? ข้างหลังยังมีเวลานับถอยหลัง... สรุปคือพวกเขาใช้วิธีนี้ชะลอเวลาที่ต่างเผ่าพันธุ์จะออกจากดันเจี้ยนงั้นสิ?
ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด คนของสำนักงานกิจการพิเศษ 94 คนก็มาถึง
น่าจะใช้สกิลที่เกี่ยวข้องกับการซ่อนเร้น คนกลุ่มนี้ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันมาก ราวกับกระชากม่านเปิดออก เผยให้เห็นฝูงชนที่ซ่อนอยู่ด้านหลังตลอดเวลา
แต่ต่อให้กะทันหันแค่ไหนก็ไม่เท่ากับอุปกรณ์สวมใส่ของพวกเขาที่ดู "กะทันหัน" ยิ่งกว่า คนที่มาล้วนเป็นผู้เล่นระดับท็อปในปัจจุบัน ช่องอุปกรณ์ 7 ช่องใส่เต็มกันหมดแล้ว นี่ส่งผลให้การแต่งกายของทุกคนดูแปลกประหลาดยิ่งกว่าผู้เล่นตามท้องถนนเสียอีก...
12 เผ่าศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มีสไตล์การแต่งตัวและความชอบของตัวเอง อัตราการดรอปของอุปกรณ์ก็ต่ำ เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนตีได้อะไรก็ใส่อันนั้น ความแข็งแกร่งย่อมสำคัญกว่าแฟชั่น
อวี๋สวินเกอมองคนในทีมที่ใส่สูทคู่กับกระโปรงสั้นขนสัตว์ ชุดคลุมเวทมนตร์คู่กับคทาฉมวก เสื้อกั๊กหนังประณีตคู่กับรองเท้าหิมะ เกราะโซ่ที่ท่อนล่างใส่กางเกงผ้าโปร่งบางจนเห็นขนขา...
เธอรู้สึกปวดตาเหลือเกิน
แต่ทุกคนกลับดูผ่อนคลายและมั่นใจ กลิ่นอายเฉพาะตัวนี้ทำให้การจับคู่เสื้อผ้าของพวกเขาดูเหมือนคอลเลกชันใหม่ล่าสุดจากแบรนด์หรูระดับโลก
ทุกก้าวที่เดินราวกับกำลังเดินแบบอยู่บนรันเวย์
หัวหน้าทีมไม่ใช่จ้าวซูอิ่ง แต่เป็นคนสองคนที่อวี๋สวินเกอไม่เคยเห็นหน้า ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง กลิ่นอายบนตัวโดดเด่นสะดุดตามาก
อวี๋สวินเกอกวาดตามอง เห็นจ้าวซูอิ่งอยู่ที่ด้านขวาของขบวน สุภาพสตรีผู้มีความสง่างามไม่มีวันล้าสมัยท่านนี้กำลังยืนอยู่ในแถวด้วยสีหน้าจริงจัง ท่อนบนสวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหม ท่อนล่างสวมกางเกงขาสั้นขนมิ้งค์สีดำ เท้าสวมรองเท้าหนังผู้หญิง
หลังจับสังเกตสายตาของอวี๋สวินเกอที่มองมาได้ จ้าวซูอิ่งก็พยักหน้าให้เธออย่างสง่างาม
อวี๋สวินเกอหันหลังกลับเงียบๆ ถึงค่อยกล้าขำออกมา
จ้าวซูอิ่งที่อุตส่าห์เปลี่ยนมาใส่กางเกงระดับหายากสีฟ้าเพื่อมาตีมังกรเจียวโดยเฉพาะ: ...เธอจะขำก็ได้แต่ช่วยขำให้มันเบาๆ หน่อย ยัยคนไม่มีมารยาท!
คนกลุ่มนี้ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงอยู่ข้างนอก พอรวมพลเสร็จก็เข้าดันเจี้ยนทันที มีอะไรไปคุยกันข้างใน
แม้ว่าหลายคนจะอาศัยพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้ในการหางานและเข้ากิลด์ แต่เมื่ออยู่ข้างนอก กฎที่รู้กันโดยไม่ต้องพูดก็คือจะไม่ถามไถ่ว่าพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้ของคนอื่นคืออะไร
แต่ตอนนี้จะลงดันเจี้ยน ทุกคนต้องร่วมมือกัน การทำความเข้าใจกันคร่าวๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น หลังเข้าดันเจี้ยนทุกคนจึงเริ่มบอกข้อมูลของตัวเองสั้นๆ
สายรักษาหรือสายโจมตี โจมตีธาตุอะไร โจมตีระยะประชิดหรือระยะไกล บินได้ไหม ใครมีสกิลขัดจังหวะการร่ายเวทของฝ่ายตรงข้าม เป็นต้น ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้จำเป็นต้องแจ้งให้เพื่อนร่วมทีมและผู้บัญชาการทราบ
แม้แต่เพื่อนร่วมงานในสำนักงานกิจการพิเศษ ก็ใช่ว่าจะรู้สกิลของอีกฝ่าย
พอถึงตาอวี๋สวินเกอ สายตาของทุกคนก็มองมา ที่จริงตั้งแต่แรกก็มีคนไม่น้อยแอบสำรวจเธอ หลักๆ คือเพื่อมองหามังกร แต่ต่อให้ไม่เห็นมังกร ได้เห็นหน้าอวี๋สวินเกอก็ไม่ผิดหวัง ค่าเสน่ห์ 10 ที่แผ่ออร่าออกมานั้นดึงดูดให้คนอดมองเธอไม่ได้จริงๆ
อวี๋สวินเกอแอบสงสัยมาตลอดว่าที่เฮตช์พายอมสอนเธอเล่นแร่แปรธาตุ น่าจะเกี่ยวข้องกับค่าเสน่ห์ 10 ของเธอ ถ้าเป็นในเกมก็คือค่าความชอบของ NPC มีโบนัสเพิ่ม
อวี๋สวินเกอพูดว่า: "ธนู ระยะไกล ไม่มีสกิลขัดจังหวะ บินไม่ได้ แต่ระยะยิงไกลพอ โจมตีมอนสเตอร์ที่บินอยู่ได้ ถึงมังกรของฉันจะไม่ได้มา แต่เธอช่วยวาดลวดลายเวทมนตร์ให้ฉัน ตอนนี้ค่าสถานะฉันถือว่าโอเค แถมลูกธนูดอกที่เจ็ดที่ฉันยิงออกไปจะ คริแน่——!"
รอจนเธอพูดจบแล้วถอยกลับเข้าไปในแถว ก็ได้รับข้อความหลายข้อความทันที
[จ้าวซูอิ่ง]: ขายไหม?
[อวี๋สวินเกอ]: คุณรู้ตัวไหมว่าทุกครั้งที่คุณพูดแค่สองคำนี้ ฉันจะมีความรู้สึกผิดๆ ว่าตัวเองกำลังโดนลวนลาม?
[จ้าวซูอิ่ง]: ฉันขอซื้อได้ไหม?
[อวี๋สวินเกอ]: ......
คุณนี่มันเจ้าหนูจำไมจริงๆ
......
[อวี๋สวินฮวน]: พี่~ วันหลังให้มังกรตัวนั้นวาดให้ผมบ้างได้ไหม?
[อวี๋สวินเกอ]: ต้องดูอารมณ์เธอนะ พี่สั่งเธอไม่ได้
......
ทุกคนถูกจัดเข้าเรดกรุ๊ป ซึ่งต่างจากปาร์ตี้ที่มีลิมิตแค่ 5 คน เรดกรุ๊ปมีลิมิตสูงสุด 100 คน สองคนที่เดินนำหน้าเมื่อครู่คือหัวหน้าเรดและรองหัวหน้าเรด
ผู้บัญชาการสองคนแบ่งผู้เล่นออกเป็นสองทีม ผู้บัญชาการชายคนนั้นเป็นสายแทงค์ เขายืนอยู่หน้าสุด รับผิดชอบสั่งการสายโจมตีระยะประชิดทั้งหมด ผู้บัญชาการหญิงเป็นสายเวทระยะไกล เธอคุมแนวหลัง รับผิดชอบสั่งการสายระยะไกลและสายรักษา
ยังมีผู้เล่นอีกคนที่รับบทบาทเป็นหน่วยลาดตระเวน เขาจะรับผิดชอบตรวจสอบทั่วทั้งสนามในขณะที่โจมตีไปด้วย เมื่อในสนามมีความผันผวนของพลังงานที่ผิดปกติ เขาจะเตือนผู้บัญชาการ แต่สิทธิ์การตัดสินใจสุดท้ายยังอยู่ที่ผู้บัญชาการทั้งสอง
อวี๋สวินเกอ อวี๋สวินฮวน และหลินเฉิงเจ๋อถูกจัดไปอยู่กลุ่มระยะไกล ซูอู่และหลานเฉิงไปอยู่กลุ่มระยะประชิด
ส่วนซูอี้ถงถูกจัดไปอยู่กลุ่มรักษา—ต่อให้สกิล 90% ที่เธอเรียนจากหนังสือสกิลจะเป็นสกิลโจมตีก็ตาม—แต่ถ้าอยากล้มมังกรเจียว จะขาดสกิลเทพสายรักษาของเธอที่ทั้งโจมตีได้และฮีลหมู่ได้ไปไม่ได้เด็ดขาด
เพียงแต่ตอนหลานเฉิงไปกลุ่มระยะประชิดเกิดปัญหาเล็กน้อย...
คนคนนี้ทั้งก่อนเกมบุกโลกและหลังเกมบุกโลกล้วนเป็นตัวท็อป ทุกคนรู้ดีว่าบนตัวเขามี [คำสาปปริศนา] ระยะประชิดเป็นตำแหน่งที่มีโอกาสบาดเจ็บสูงมาก ดังนั้นทุกคนจึงไม่อยากยืนใกล้เขา สุดท้ายหลานเฉิงเลยถูกแยกไปอยู่หน่วยย่อยคนเดียว
สีหน้าของหลานเฉิงดูไม่ออกว่าดีใจหรือเสียใจ เขาฟังการจัดแจงอย่างสงบเสงี่ยม แต่ใครๆ ก็มองเห็นความอัปยศในแววตาของเขา
อวี๋สวินเกอชื่นชมความตกอับของศัตรูจนพอใจแล้วก็ไปหาจ้าวซูอิ่ง คนคนนี้ก็เป็นสายระยะไกล สกิลล้วนเป็นเวทมนตร์ ไม่รู้กินค่าหัวคิวไปเท่าไหร่ถึงหาหนังสือสกิลมาให้ตัวเองได้
ทั้งสองมองเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวของตัวเอง แล้วยิ้มให้กัน
อวี๋สวินเกอ: "เดี๋ยวขอฉันดูฝีมือคุณหน่อยนะ"
จ้าวซูอิ่งสีหน้าไม่เปลี่ยน: "ได้เลย ได้เลย"