- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 90 คู่สร้างคู่สม
บทที่ 90 คู่สร้างคู่สม
บทที่ 90 คู่สร้างคู่สม
บทที่ 90 คู่สร้างคู่สม
อวี๋สวินเกอถึงได้กินข้าวอย่างสงบ อวี๋ชิงซานถ้าอยากจะทำตัวดี เขาก็เป็นพ่อที่เพอร์เฟกต์ที่สุดในโลกได้ อ่อนโยน เข้าใจลูก ใจกว้าง ให้เกียรติ และตั้งใจฟังทุกคำพูดของลูกสาว
ส่วนอี้ชิวกั่วที่เป็นพวกปากตรงกับใจ ก็ถามอวี๋สวินเกอตรงๆ ว่าพาเธอไปเปิดหูเปิดตาที่ดันเจี้ยนหน่อยได้ไหม
อวี๋สวินเกอดื่มซุปโดยไม่เงยหน้า "แม่รู้ไหมว่าตอนนี้ค่าเข้าดันเจี้ยนครั้งหนึ่งเท่าไหร่?"
อี้ชิวกั่วถามด้วยความอยากรู้ "แม่ได้ยินมาว่าค่าตั๋วหลายแสน จริงหรือเปล่า?"
ทุกวันนี้มีข่าวเรื่องดันเจี้ยนออกมาไม่เว้นแต่ละวัน ในฮอตเสิร์ชตอนนี้ อันดับหนึ่งยังคงเป็นเรื่องพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้ อันดับสองคือดันเจี้ยน ส่วนสกิล อุปกรณ์ และยา อยู่รองลงไป
หลังเกมรุกรานอย่างเป็นทางการ คนทั้งโลกกลายเป็นผู้เล่น แม้ช่วงแรกจะวุ่นวายไปบ้าง แต่ทางการก็เคลื่อนไหวรวดเร็ว ไม่นานก็ใช้กำลังจัดการพวกก่อความวุ่นวาย แล้วประกาศเรื่องดันเจี้ยนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคน
มีแรงเหลือเฟือจะก่อเรื่องใช่ไหม? ไปอาละวาดในดันเจี้ยนสิ ดรอปเงินดรอปของด้วยนะ
ดันเจี้ยนที่ปรากฏในที่สาธารณะยังพอว่า สำนักงานกิจการพิเศษจะส่งคนมาประจำการ ยุติธรรมเหมือนร้านอาหาร ใช้บัตรประชาชนกดบัตรคิวรอเข้า อยากตั้งทีมตีด้วยกันก็กดคิวด้วยกัน เข้าไปแล้วจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ แต่ออกมาแล้วต้องกดบัตรคิวใหม่
ดันเจี้ยนเล็กๆ จุคนได้มากสุด 20 คน จะให้คนธรรมดาเข้า 19 คน เหลือที่ว่างสุดท้ายไว้ให้เจ้าหน้าที่ หนึ่งเพื่อข่มขวัญ สองเพื่อป้องกันพวกเห็นแก่ตัวที่เข้าไปแล้วไม่ยอมออกมา
ดันเจี้ยนพวกนี้ต้องใช้บัตรประชาชนกดคิว ตอนจะเข้าก็ต้องตรวจบัตรอีกที พวกตั๋วผีหมดสิทธิ์
แต่ดันเจี้ยนที่โผล่ในพื้นที่ส่วนตัว ล้วนถูกเอกชนยึดครอง บางคนซ่อนไว้ให้ญาติพี่น้องเข้า บางคนมอบให้ทางการ ทางการก็จะเช่าดันเจี้ยนนั้น บางคนก็เปิดบริการเอง เก็บค่าเข้า
ตั๋วค่าเข้าพวกนี้ราคาพุ่งกระฉูดในตลาดมืด
ยิ่งกว่าตั๋วคอนเสิร์ตศิลปินดังเสียอีก
แต่ก็ไม่ถึงกับหลายแสนหรอก น้ำยารักษาระดับต้น 3 ขวด หรือ 3 เหรียญเงินก็เข้าได้แล้ว
อวี๋สวินเกอพูดว่า "ค่าเข้าครั้งละน้ำยารักษาระดับต้น 3 ขวด หรือ 3 เหรียญเงิน แม่มีไหม ถ้ามีฉันพาไปเดินเล่นได้ แต่เรื่องตีมอนสเตอร์ฝันไปเถอะ ฉันดูแลไม่ไหวหรอก โดนข่วนทีเดียวเลือดหายไป 40-50 แต้มเลยนะ"
อี้ชิวกั่วรีบล้มเลิกความคิด "งั้นช่างเถอะ"
เธอรู้นิสัยลูกสาวดี เงินค่าตั๋วคงต้องให้เธอออกเอง ลูกสาวคนนี้มีข้อเสียอยู่อย่างเดียว คือขี้เหนียวเหมือนเธอไม่มีผิด
อวี๋สวินเกอไม่สนว่าพวกเขาจะคิดยังไง กินข้าวเสร็จก็ส่งแขก
น่ารำคาญชะมัด ทำไมต้องมาอยู่ใกล้กันขนาดนี้ด้วย!
เธอเริ่มคิดว่าจะจัดการสองคนนี้ทิ้งเมื่อไหร่ดี ยังไงก็หมดประโยชน์แล้ว ตอนนี้เกมรุกรานเต็มรูปแบบ จัดการคนสักคนสองคนให้หายไปเงียบๆ ไม่ใช่เรื่องยาก ขณะที่คิด สายตาที่มองแผ่นหลังของอวี๋ชิงซานและอี้ชิวกั่วก็เริ่มมีการประเมิน
จะใช้วิธีไหนลงมือดี? จะถือโอกาสลากอวี๋สวินฮวนลงหลุมไปด้วยได้ไหม? หรือใช้ความตายของพวกเขาทำให้ซูอี้ถงกับอวี๋สวินฮวนแตกคอกัน? มีสกิลคำสาปอะไรที่ใช้ชีวิตญาติพี่น้องสาปแช่งคนได้บ้างไหมนะ?
อี้ชิวกั่วรู้สึกเสียวสันหลังวาบ หันมองซ้ายมองขวา ถามสามี "คงไม่มีใครรู้ว่าเรามียาอยู่กับตัว แล้วจ้องจะเล่นงานเราหรอกนะ?"
อวี๋ชิงซานขมวดคิ้ว รู้สึกว่าเป็นไปได้ ทั้งสองรีบเร่งฝีเท้ากลับบ้านทันที
ระหว่างทาง เขาพิจารณาพฤติกรรมช่วงนี้ ไม่ว่าจะเรื่องยา หรือช่วยอวี๋สวินฮวนเคลียร์ปัญหาตระกูลหลิน ล้วนเป็นอวี๋สวินเกอที่เสียสละ อืม... ยังทำดีไม่พอ อวี๋สวินเกอหลอกง่าย ขอแค่ทำให้เธอซึ้งใจ เลือดขึ้นหน้าเธอก็ยอมควักหัวใจออกมาให้
แต่ถ้าไม่ได้ทำดีกับเธอนานๆ เธอก็จะเริ่มเย็นชา
อวี๋ชิงซานคิดว่าจะกลับไปคุยกับอวี๋สวินฮวนเรื่องนี้
แต่อวี๋สวินฮวนฟังการวิเคราะห์ของอวี๋ชิงซานแล้วกลับไม่ใส่ใจ ยิ่งเขาใช้ชีวิตในบ้านตระกูลซูอย่างยากลำบากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตระหนักว่าอวี๋สวินเกอดีกับเขาแค่ไหน
เขาพูดแทนอวี๋สวินเกอด้วยความจริงใจว่า "พ่อครับ ไม่จำเป็นหรอก พี่เขาก็นิสัยแบบนั้น ขี้เหนียวไปหน่อย แต่ถ้ามีเรื่องใหญ่จริงๆ เขาไม่ลืมพวกเราหรอก คาดว่าคงต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่างที่หนักหนา เขาเลยไม่ได้บอก"
อวี๋ชิงซานนึกถึงตอนที่ลูกสาวเป็นคนบอกเรื่องเกมกับพวกเขา ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดมากไป ลูกสาวก็ยังมีประโยชน์และใส่ใจครอบครัวอยู่
อวี๋สวินฮวน "สิบอันดับแรกในตารางเลเวลเป็นคนของสำนักงานกิจการพิเศษหมด พรสวรรค์ของพี่เขาก็มีประโยชน์ น่าจะเป็นสำนักงานกิจการพิเศษพาไปเก็บเลเวลในดันเจี้ยน พวกเราไปไม่ได้หรอก"
อวี๋ชิงซาน "อืม ก็ได้ ลูกรู้ไว้ก็พอแล้ว จริงสิ คนในสตูดิโอของลูกไล่ออกไปหรือยัง? รีบไล่ไปซะ เป็นโรคสกปรกแบบนั้นยังจะเก็บไว้ทำไม เกิดติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง?"
อวี๋สวินฮวนกำโทรศัพท์แน่น ส่งเสียงอือออรับคำแล้วรีบวางสาย เขากลัวว่าถ้าวางช้ากว่านี้จะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ และกลัวยิ่งกว่าว่าซูอี้ถงจะเข้ามาได้ยินบทสนทนานี้เมื่อไหร่ก็ได้
สองวันมานี้เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของซูอี้ถงได้อย่างชัดเจน ความผิดปกติทางอารมณ์ ทั้งไม่อยากจะเชื่อ สิ้นหวัง โกรธแค้น ตื่นตระหนก ช่างคุ้นตาเหลือเกิน เมื่อคืน ซูอี้ถงแทบไม่ได้นอนทั้งคืน เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าเธอจ้องมองแผ่นหลังเขาตลอดคืน
ถึงขั้น... ซูอี้ถงถึงขั้นถอดกางเกงเขาออกดูอยู่พักหนึ่ง จากนั้นในห้องก็มีเสียงหัวเราะเย็นชาของเธอดังขึ้น เสียงหัวเราะนั้นปนเปไปด้วยความดูถูก ความโกรธที่ถูกหลอก และความเยาะเย้ย
บาดลึกจนอวี๋สวินฮวนอยากจะกระโดดหนี แต่เขาก็อดทนไว้
เมื่อเช้า ผู้เล่นคนที่เคยมาตรวจสอบพรสวรรค์ของเขามาที่บ้านอีกแล้ว เขารู้ดีว่าคราวนี้มาเพื่อตรวจสอบว่าข้างชื่อเขา มีคำสาปปริศนาติดอยู่หรือเปล่า หลังจากผู้เล่นคนนั้นกลับไป ซูอี้ถงก็นั่งอยู่บนโซฟาคนเดียวนานมาก
อวี๋สวินฮวนหาข้ออ้างไปฝึกทำอาหาร แล้วก็รับสายจากอวี๋ชิงซานในครัว
หลังจากวางสาย เขาก็ทำท่าทางสบายใจทำอาหารต่อ พลิกสเต๊ก ทาซอสอย่างเบามือ ปากก็ฮัมเพลงเบาๆ
ผ่านเงาสะท้อนของเครื่องครัวข้างๆ เขาเห็นแล้วว่า มีเงาร่างหนึ่งยืนมองเขาอยู่ไม่ไกล
ซูอี้ถงไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาเดินเพ่นพ่านในอาณาเขตของเธอ ปกติถ้าไม่เรียกใช้ คนรับใช้พวกนั้นจะอยู่ที่ตึกรอง ในบ้านมีแค่เธอกับอวี๋สวินฮวน
อวี๋สวินฮวนข่มความหวาดกลัวในใจ สวมบทบาทหนุ่มน้อยไร้เดียงสาต่อไป
ผลคือตกดึก จู่ๆ ซูอี้ถงก็กอดอวี๋สวินฮวนบอกว่าอยากมีลูก
วินาทีนั้น อวี๋สวินฮวนรู้สึกหนาวเหน็บในใจ แต่กลับรู้สึกว่าเขากับซูอี้ถงช่างเป็นคู่สร้างคู่สมที่เหมาะสมกันที่สุด
เขารู้ว่าซูอี้ถงคิดอะไรอยู่ ก็แค่เอาโรคนี้มาติดเขา ถึงเวลาจะได้ชิงลงมือก่อน โยนความผิดว่าเขาเป็นคนเอามาติดเธอ ไม่เพียงลากเขาลงเรือลำเดียวกัน ยังใช้ความรู้สึกผิดของเขาบีบคั้นให้เขาทำงานให้ ถึงตอนนั้นพวกเขาก็เป็นผู้ร่วมชะตากรรม โชคของเขาบวกกับความสามารถและอำนาจของเธอ จะค่อยๆ งัดตระกูลซูทั้งตระกูลได้
เพราะเขาก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
โรคนี้เธอกล้าให้คนตระกูลซูรู้ไหม? เธอไม่กล้า
เหมือนที่เขาไม่กล้าให้คนตระกูลอวี๋รู้เหมือนกัน
พวกเราช่างเป็นคู่สร้างคู่สมกันจริงๆ
อวี๋สวินฮวนกอดซูอี้ถงด้วยความดีใจ จูบเส้นผมเธออย่างทะนุถนอม "ดีจังเลยครับ"
ไปตายซะเถอะมึง