- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 80 รักๆ ใคร่ๆ
บทที่ 80 รักๆ ใคร่ๆ
บทที่ 80 รักๆ ใคร่ๆ
บทที่ 80 รักๆ ใคร่ๆ
ชาติที่แล้วสถานการณ์สงบลงอย่างรวดเร็ว ผู้เล่นที่เรียนเล่นแร่แปรธาตุในช่วงทดสอบเบต้าเริ่มออกมาขายน้ำยารักษาระดับต้นที่ปรุงเอง ทางการก็เริ่มปล่อยของล็อตใหญ่ออกมาช่วยผู้เล่นทุกคนผ่านพ้นวิกฤตช่วงแรก ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีปัจจุบันก็ผลิตยาที่มีผลรักษาออกมาได้หลายรูปแบบ ทั้งแบบฉีด แบบเม็ด แบบแคปซูล ฯลฯ
แต่ตลาดที่มีผู้เล่นกว่าพันล้านคน ต่อให้เร็วแค่ไหนก็ต้องใช้เวลา ของพวกนี้ไม่เหมือนเข็มขัดที่ต่อให้รวยแค่ไหนก็ใส่ได้แค่เส้นเดียว คนซื้อไปแล้วส่วนใหญ่ก็จะไม่ซื้ออีก แต่ยาฟื้นฟูเลือดเป็นของใช้แล้วหมดไป วางขายปุ๊บก็หมดปั๊บ ตลาดน้ำยารักษาระดับต้นน่าจะเดือดไปอีกอย่างน้อยครึ่งเดือน
เธอตั้งใจว่าจะหาทางขายให้ซูอี้ถงอีกสักล็อตในเร็วๆ นี้
เธอไม่เชื่อหรอกว่าตระกูลซูจะจนตรอกขนาดนั้น ตระกูลที่เตรียมการมาตั้งแต่การทดสอบเบต้าครั้งแรก น้ำยาเล่นแร่แปรธาตุไม่พอก็ยังมีผ้าพันแผลฉุกเฉิน อย่างแย่ที่สุดก็ยังมีอาหารที่ปรุงจากสกิลทำอาหาร ทั้งหมดล้วนเป็นทางออก
ตอนนี้กำลังดี เธอได้เงิน ช่วยอวี๋สวินฮวนแก้ปัญหาเรื่องตระกูลหลิน ได้บุญคุณจากทั้งอวี๋สวินฮวนและซูอี้ถง แถมยังสร้างภาพจำให้ตระกูลซูว่าเธอมีเส้นสาย ที่สำคัญที่สุดคือคำพูดคำจาของเธอยังแฝงความห่วงใยพวกเขาอยู่ตลอดเวลา
ญาติที่ดีแบบนี้หาได้ที่ไหน?
พอคิดว่าตัวเองขุดหลุมฝังพวกเขาทั้งต่อหน้าและลับหลังขนาดนี้ แต่พวกเขากลับซาบซึ้งใจน้ำตาไหลพราก อวี๋สวินเกอก็รู้สึกสบายทั้งกายและใจ เธอรู้สึกได้ชัดเจนว่าความเจ็บปวดและความแค้นในใจกำลังได้รับการเยียวยา
อวี๋สวินเกอไม่ได้บอกอวี๋สวินฮวนเป็นพิเศษว่าเธอช่วยเขาเคลียร์ปัญหาตระกูลหลิน เรื่องแบบนี้เขาค้นพบเองได้ การ "ทวงบุญคุณ" จะดูจงใจเกินไป
หลังกินมื้อเช้าเธอเก็บบ้านแมวเข้ากระเป๋าเกมแล้วขับรถออกจากบ้าน สลัดคนสะกดรอยตามไม่กี่คนทิ้ง แล้วจอดรถไว้ใกล้ทางเข้าตลาดมืด
หาที่ลับตาใช้สกิลปลอมตัวแล้วไปดาวเคราะห์เจ๋อหลาน เธอปรุงยาบ่อยเลยไม่ขัดสนเรื่องยา แต่เพื่อแสดงให้เห็นว่ายานี้ได้มายากลำบาก เธอเลยไปเรียนกับอาจารย์วิญญาณสาว 50 นาที แบ่งยาที่ตระกูลซูต้องการใส่กล่องเก็บของสองใบแล้วค่อยกลับดาวเคราะห์สีน้ำเงิน
ด้วยเหตุนี้ เธอจึง "ฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย" นำยา 2,000 ขวดไปส่งให้ตระกูลซู แลกทองคำกลับมา 600 ชั่ง
แม้จะใช้ระบบจดหมายในเกมส่งของให้ซูอี้ถงได้ แต่เธอก็ยังอยากยื่นหมูยื่นแมวกับมือ หลักๆ คืออยากไปดูว่าบ้านตระกูลซูมีอุปกรณ์ใหม่อะไรเพิ่มมาบ้างไหม
พอเข้าบ้านเธอก็ใช้สกิลตรวจสอบพรสวรรค์ของอวี๋สวินฮวนตามความเคยชิน
แล้วก็ต้องนิ่งอึ้งกับสกิลที่ 4 และ 5 ของเขาในตอนนี้
ช่างขาวสะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นประโยชน์ต่อทั้งตนเองและผู้อื่นเสียนี่กระไร
แต่คำอธิบายสกิลสองบรรทัดนี้หลังจากตรวจสอบแล้วกลับกลายเป็นภาพลวงตา ไม่นานก็มีเส้นสีดำขีดฆ่าคำอธิบายสองบรรทัดนั้นทิ้ง ด้านล่างปรากฏตัวหนังสือตัวเล็กๆ ที่เป็นของจริงขึ้นมา นั่นคือข้อมูลที่แท้จริงของสกิลพรสวรรค์
อวี๋สวินเกอแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น การปลอมแปลงแบบนี้คงไม่ได้ทำเพื่อหลอกคนที่นานๆ จะเจอหน้ากันทีอย่างเธอหรอก ส่วนใหญ่น่าจะทำไว้รับมือตระกูลซู จะเปิดโปงก็ยังไม่ใช่ตอนนี้
เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือสัญลักษณ์รูปหยดเลือดสีแดงหลังชื่อตัวละครของอวี๋สวินฮวนและซูอี้ถง
เพียงแต่หยดเลือดสีแดงของอวี๋สวินฮวนดูจางๆ เหมือนภาพลวงตา ส่วนของซูอี้ถงดูชัดเจนกว่า
เธอเพ่งสมาธิไปที่หยดเลือดนั้น ใช้ความคิดตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด
[คำสาปปริศนาระดับ I]: ผลการรักษาทั้งหมดลดลง 5%; เลือดไม่สามารถฟื้นฟูอัตโนมัติ; สามารถแพร่เชื้อได้;
โธ่เอ๊ย คำสาปอะไรกัน นี่มันโรคชัดๆ!
รักกันมากสินะ! นี่มันเอดส์ชัดๆ!
อวี๋สวินเกอกลั้นขำ ทักทายซูอี้ถง อวี๋สวินฮวน และคนอื่นๆ ตามมารยาท แล้วปฏิเสธคำชวนกินมื้อเที่ยงของตระกูลซู อ้างว่าต้องรีบไปจ่ายเงินงวดสุดท้ายแล้วรีบชิ่งหนี
เธอกลัวว่าถ้าอยู่นานกว่านี้จะหลุดขำออกมา
ระดับ I ไม่รู้ว่าต่อไปพออาการหนักขึ้นระดับจะเพิ่มขึ้นไหม? แต่พอนึกถึงประโยคที่ว่าสามารถแพร่เชื้อได้ ดูท่าวันหน้าเธอต้องระวังหน่อย เดี๋ยวสองคนนี้รู้ตัวว่าติดคำสาปแล้วเกิดบ้าคลั่งอยากแก้แค้นสังคม แพร่เชื้อใส่คนรอบตัวไปทั่วจะซวยเอา
แค่ไม่รู้ว่าอวี๋สวินฮวนกับซูอี้ถงรู้ตัวหรือยัง ถ้ารู้แล้ว... คงสนุกพิลึก
แต่พอนึกถึงหยดเลือดที่ดูจางๆ เหมือนสกิลที่ 4 และ 5 ของพรสวรรค์เทพแห่งอาหาร เธอสงสัยว่าอวี๋สวินฮวนอาจจะรู้ตัวแล้ว และชิงปิดบังเรื่องนี้ไว้ก่อน?
เธอเก็บความสงสัยไว้ในใจ ตั้งใจว่าจะจับตาดูปฏิกิริยาของคนพวกนี้ต่อไป เธอขับรถออกจากบ้านตระกูลซู ระหว่างทางยังแวะไปเดินเล่นที่ตลาดมืดสักสิบนาทีค่อยกลับบ้าน
เอาบ้านแมวไปวางที่สวนหลังบ้าน ล้างหน้าล้างตาแล้วบังคับตัวเองให้นอนพักสักสองสามชั่วโมง เมื่อเช้ามืดเธอรอเกมรุกราน เมื่อวานซืนเช้ามืดเธอไปควักดวงตามาร รวมๆ แล้วเธอไม่ได้นอนมาสองวันสองคืนแล้ว
แม้ร่างกายจะเป็นข้อมูลดิจิทัล แต่ก็ยังมีสถานะผิดปกติเกิดขึ้นได้ ไม่อย่างนั้นอวี๋สวินฮวนกับซูอี้ถงจะป่วยได้ยังไง? ก่อนหน้านี้เธอก็เคยติดสถานะอ่อนแอขั้นรุนแรงเพราะใช้เคลื่อนย้ายพริบตาบ่อยเกินไปไม่ใช่เหรอ?
พักผ่อน ต้องพักผ่อน...
หลับตาได้ห้านาที กว่าจะเคลิ้มหลับ คำอธิบายสกิลบรรทัดนั้นก็แวบเข้ามาในหัว อวี๋สวินเกอสะดุ้งตื่นขึ้นมาขำอีกรอบ...
......
อวี๋สวินฮวนรู้ตัวจริงๆ หลังเกมรุกรานอย่างเป็นทางการ สิ่งแรกที่เขาทำคือตรวจสอบพรสวรรค์ของตัวเอง เผื่อจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น แต่ปาฏิหาริย์ไม่มี กลับเจอคำสาปบ้าบออะไรก็ไม่รู้
แม้จะไม่รู้ว่าคำสาปปริศนานี้คืออะไร แต่แค่คำว่าสามารถแพร่เชื้อได้ก็เพียงพอให้อวี๋สวินฮวนระวังตัวแจแล้ว ตอนนั้นซูอี้ถงรีบออกไปหารือกับพวกซูไป๋เก่อเรื่องรับมือสถานการณ์ แทบจะในวินาทีที่ซูอี้ถงออกจากห้อง เขาก็ใช้คราบที่ลอกมาจากตุ๊กตาชาเปลี่ยนสีปิดบังข้อมูลคำสาปนี้ทันที
จนกระทั่งสว่าง ซูอี้ถงยุ่งกับการนำลูกน้องบุกดันเจี้ยน ส่วนเขาใจลอยฝึกสกิลทำอาหารอยู่ในครัว
เขาอยากไปตรวจร่างกาย แต่เรื่องตระกูลหลินเพิ่งเกิดขึ้น ซูอี้ถงต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของเขาแน่ เขาไปโรงพยาบาลเองไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ไว้ใจเพื่อนพวกนั้น เกิด... เกิดผลตรวจกลายเป็นหลักฐานมัดตัวล่ะ? นั่นเท่ากับส่งเนื้อเข้าปากเสือชัดๆ
คิดไปคิดมา เขาก็รู้สึกว่าอวี๋ชิงซานไว้ใจได้ที่สุด เมื่อกี้ตอนอวี๋สวินเกอมา เขาอยากหาโอกาสคุยกับเธอ ให้เธอเอาเลือดของเขาไปให้อวี๋ชิงซาน แต่อวี๋สวินเกอยุ่งมาก แม้แต่เวลานั่งดื่มน้ำยังไม่มี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคุยส่วนตัวกับเขา...
ยิ่งคิดอวี๋สวินฮวนก็ยิ่งนั่งไม่ติด คำสาปนี้มีแค่เขาคนเดียวที่เป็นหรือเปล่า? น่าเสียดายที่เขาไม่มีไอเทมหรือสกิลตรวจสอบ...
พอนึกถึงเกม เขาก็ทักข้อความส่วนตัวหาอวี๋ชิงซานทันที
[อวี๋สวินฮวน]: พ่อ ทำอะไรอยู่ครับ
[อวี๋ชิงซาน]: กำลังหาดันเจี้ยนอยู่
[อวี๋สวินฮวน]: มาบ้านตระกูลซูหน่อยได้ไหมครับ?
[อวี๋ชิงซาน]: เป็นอะไรไป? เกิดเรื่องอะไรขึ้น?
อวี๋สวินฮวนยังไม่ทันตอบ ซูอี้ถงก็พาคนคนหนึ่งเข้ามาในห้อง บอกว่าเป็นเพื่อนของเธอ จะแนะนำให้รู้จักกันหน่อย
แต่อวี๋สวินฮวนรู้ดี นี่คือคนที่ซูอี้ถงหามาตรวจสอบพรสวรรค์ของเขา คำว่าเพื่อน เป็นแค่ข้ออ้างสวยหรูเพื่อรักษาน้ำใจเท่านั้น