เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 92 ระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด!

บทที่ 92 ระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด!

บทที่ 92 ระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด!


"ตูม!"

ศิลายั้นหวงสั่นสะเทือนไปทั้งก้อน ลายสวรรค์สีดำบนนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ราวกับกำลังเรียงตัวกันเป็นลวดลายบางอย่าง

การเปลี่ยนแปลงนี้นับว่ายิ่งใหญ่เกินไปจริงๆ!

แรงสั่นสะเทือนของศิลายั้นหวง ส่งผลให้เจดีย์ยั้นหวงทั้งหลังสั่นไหวไปด้วย ทำให้บริเวณรอบข้างราวกับเกิดแผ่นดินไหว

คาดว่าผู้คนจำนวนมากคงแตกตื่นตกใจ

"ปล่อยมือ!" เสียงร้องอุทานของลูกไก่เหลืองดังขึ้น

หลี่เทียนมิ่งเองก็สัมผัสได้เช่นกัน หากเขาไม่ได้ใช้แขนทมิฬข้างซ้ายรับแรงกระแทกจากพลังปราณระดับนี้ แขนทั้งข้างของเขาคงระเบิดไปแล้ว

อันตรายเกินไปจริงๆ

แม้จะเป็นเช่นนั้น พายุที่ทะลวงเข้ามาในตอนนี้ ก็เพียงพอที่จะฉีกกระชากกายานรกนิรันดร์ของเขา!

และก่อนหน้านั้น มันจะทำลายการแนบวิญญาณของเจียงเฟยหลิงจนแตกสลาย

โชคดีที่แขนทมิฬยังพอต้านทานไหว

ดังนั้น หลี่เทียนมิ่งจึงรีบชักแขนทมิฬกลับมาแทบจะในทันที ตัดขาดเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเขากับศิลายั้นหวง

เขาจึงรักษาชีวิตรอดมาได้

ในเวลานี้ ทั้งสองคนกับอีกหนึ่งตัวต่างก็ขวัญหนีดีฝ่อ

"เมื่อกี้ข้าเห็นว่าลายสวรรค์สีดำพวกนั้นเหมือนจะก่อตัวเป็นรูปภาพอะไรสักอย่าง น่าเสียดายที่ข้าต้านทานพายุพลังปราณระดับนี้ไม่ไหว" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"ข้าก็เห็นเหมือนกัน รู้สึกว่ามันมหัศจรรย์มาก และน่าตื่นตะลึงนิดหน่อย แสดงว่าศิลายั้นหวงนอกจากพลังปราณแล้ว ยังมีความลับอื่นซ่อนอยู่" เจียงเฟยหลิงกล่าวเสียงเบา

"อย่าไปแตะมันอีกเชียว ไม่งั้นได้ตายแน่" ลูกไก่เหลืองกล่าวอย่างกังวล

สิ่งที่มันพูดไม่ผิด หลี่เทียนมิ่งประเมินได้ว่า ตัวเขาในตอนนี้ยังไม่อาจต้านทานพายุระดับนี้ได้

หากคิดจะสำรวจความลับของศิลายั้นหวงจริงๆ คงยังไม่ใช่ตอนนี้

"เมื่อกี้เจ้ายังทำท่าอวดดีอยู่เลย ไฉนตอนนี้ถึงปอดแหกเสียแล้ว" หลี่เทียนมิ่งเยาะเย้ย

"ข้าปอดแหก? ข้าทำเพื่อพวกเจ้าต่างหาก จะได้ไม่ต้องมาตายตกตามกันอยู่ที่นี่ โดยที่ยังไม่ได้ปั๊มลูกออกมาสักคน" ลูกไก่เหลืองหัวเราะ หึหึ

"ไก่กระจอกก็คือไก่กระจอก ยังจะหาข้ออ้างมากลบเกลื่อนความขี้ขลาดของตัวเองอีก" หลี่เทียนมิ่งกล่าวอย่างรังเกียจ

"เหอะ!"

หลี่เทียนมิ่งตัดใจเรื่องการสำรวจศิลายั้นหวงไปชั่วคราว สิ่งสำคัญเร่งด่วนในตอนนี้คือการฝึกฝนอยู่ที่นี่

เพียงแค่อดทนให้ได้ครึ่งชั่วยาม ก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าเขาครอบครองระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด

เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากเจียงเฟยหลิง ทุกอย่างก็ดูง่ายดายขึ้นจริงๆ

ยามที่พายุพลังปราณทะลักเข้าสู่ร่างกาย นางถึงขั้นช่วยเขาแบ่งเบามันได้

เมื่อโคจรคัมภีร์นรกนิรันดร์ หลี่เทียนมิ่งและอิ๋งฮั่วก็เข้าสู่สภาวะการฝึกฝน เริ่มดูดซับและย่อยสลายพลังปราณฟ้าดินอันมหาศาลเหล่านั้น

"หลิงเอ๋อร์ ได้ยินว่าเจ้าไม่ได้เกิดจากราชันจู้เจ๋อ เจ้ารู้ชาติกำเนิดของตนเองหรือไม่?" หลี่เทียนมิ่งถามด้วยความห่วงใย

จากการแนบวิญญาณ เขารู้สึกว่าแม้เจียงเฟยหลิงจะเกิดมาโดยไร้สัตว์ประจำตัว แต่ความสามารถที่ผนึกอยู่ในเล็บของนางนั้น ช่างน่าอัศจรรย์เกินไป

"ไม่รู้สิ ท่านพ่อบอกว่าเก็บข้ามาได้ เก็บได้ตั้งแต่วันแรกที่คลอด สายสะดือเพิ่งจะขาดไปหมาดๆ เลย"

เมื่อพูดถึงชาติกำเนิด นางก็ดูโศกเศร้าเล็กน้อย เพราะท้ายที่สุดแล้วนางก็ไม่มีแม้กระทั่งพ่อแม่ที่แท้จริง

"เก็บได้ที่ไหน?"

"สมรภูมิเฉินยวน"

สมรภูมิเฉินยวนอีกแล้ว

สมรภูมิเฉินยวน คือสถานที่ที่มหัศจรรย์ที่สุดในทวีปยั้นหวง เรื่องราวเหลือเชื่อมากมายล้วนเกิดขึ้นในสมรภูมิเฉินยวน

ตัวอย่างเช่น หลี่เทียนมิ่งที่อยู่ในเขตเว่ยหลาน กลับได้รับวิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มาได้

"หลิงเอ๋อร์ช่างน่าสงสาร แต่ไม่เป็นไร ต่อไปพี่ชายอิ๋งฮั่วจะมอบความรักที่เทียบเท่าบิดาให้เจ้าเอง ให้เจ้าได้พบที่พึ่งทางจิตวิญญาณ" ลูกไก่เหลืองกล่าวปลอบใจ

"ข้าไม่เอาหรอก ตัวแค่นี้ เป็นน้องชายข้ายังพอว่า" เจียงเฟยหลิงหัวเราะคิกคัก

"......"

เมื่อถูกเจียงเฟยหลิงตอกกลับซ้ำๆ ลูกไก่เหลืองก็ได้แต่แหงนหน้าคำรามก้องฟ้า

มันทำได้เพียงระบายความอัดอั้นใส่พายุพลังปราณ โคจรคัมภีร์นรกนิรันดร์ กลืนกินและเปลี่ยนสภาพพายุพลังปราณจากวงแหวนชั้นในสุดอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากนั้น ทั้งเขาและหลี่เทียนมิ่ง รวมทั้งเจียงเฟยหลิง ต่างจดจ่ออยู่กับการฝึกฝน

หลี่เทียนมิ่งลืมเรื่องครึ่งชั่วยามไปแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องใช้เวลาครึ่งชั่วยามเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

เพราะสิ่งที่เขาต้องการพิสูจน์คือ เขาคือผู้มีระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด เขาคือผู้ที่สามารถฝึกฝนอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีใครเข้ามาได้แห่งนี้ตลอดไป!

บนร่างของเขาและลูกไก่เหลือง เริ่มมีเปลวเพลิงอันร้อนแรงลุกโชน วังวนเปลวเพลิงปรากฏขึ้นบนร่าง ห่อหุ้มพวกเขาเอาไว้ภายใน

พายุพลังปราณนับไม่ถ้วนที่ดูเหมือนดุร้าย แท้จริงแล้วกลับไม่มีแรงต่อต้านใดๆ

ยังไม่ทันที่พวกมันจะฉีกกระชากหลี่เทียนมิ่ง ก็ถูกหลี่เทียนมิ่งใช้วังวนเปลวเพลิงนี้ดูดซับเข้าไปเสียก่อน

ต่อให้พายุพลังปราณจะเป็นเหมือนสัตว์ยักษ์เทียมฟ้า ก็ยังถูกคัมภีร์นรกนิรันดร์บดขยี้จนกลายเป็นผุยผง แล้วรวบรวมไว้ในต้นกำเนิดนรก

ต้นกำเนิดนรกของหนึ่งคนและหนึ่งไก่ กำลังขยายตัวด้วยความเร็วที่น่าหวาดหวั่น พูดตามตรง การขยายตัวเช่นนี้รวดเร็วยิ่งกว่าการกินหยกอัคคีสดๆ เสียอีก

ทุกสิ่งทุกอย่างนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า การมาสำนักยั้นหวงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง การมาเขตสวรรค์ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง!

มีเพียงแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการฝึกฝนเช่นนี้เท่านั้น จึงจะมีทรัพยากรมากพอที่จะให้หลี่เทียนมิ่งแสดงความได้เปรียบของสัตว์ใหญ่โบราณอลเวง เพื่อไล่ตามฝีเท้าของคู่ต่อสู้ในอดีตได้ทัน!

บางที วันที่จะไล่ตามพวกเขาทัน หรือแม้กระทั่งแซงหน้าคนรุ่นเดียวกัน อาจอยู่ไม่ไกลแล้ว

ศิลายั้นหวง มอบความหวังอันไร้ที่สิ้นสุดให้กับหลี่เทียนมิ่ง!

ระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด?

ไม่มีปัญหาเลยสักนิด!

ตอนนี้ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นแล้ว เร่งฝึกฝนให้เต็มที่ก็พอ!

......

หลี่เทียนมิ่งเองก็ไม่รู้ว่า ตอนที่ศิลายั้นหวงสั่นสะเทือนนั้น ได้ก่อให้เกิดความโกลาหลใหญ่โตเพียงใด

ตอนที่เขาสัมผัสศิลายั้นหวง ทุกคนต่างคิดว่าเขากำลังรนหาที่ตาย

เพราะเขตสวรรค์มีกฎห้ามศิษย์สัมผัสศิลายั้นหวงอย่างเด็ดขาด เนื่องจากในประวัติศาสตร์ ศิษย์ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ต่อให้เป็นอัจฉริยะที่เก่งกาจเพียงใด ล้วนตกตายกันหมด ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่คนเดียว

ตายคาที่..

การที่หลี่เทียนมิ่งสัมผัสศิลายั้นหวง แท้จริงแล้วเป็นเพียงชั่วพริบตาเดียว ชั่วพริบตานั้น เหล่าอัจฉริยะแห่งเขตสวรรค์ยังไม่ทันได้ตอบสนอง

พวกเขายังไม่ทันได้สาปแช่งว่าหลี่เทียนมิ่งรนหาที่ตาย เขาก็ปล่อยมือแล้ว และดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากนั้น หลี่เทียนมิ่งยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่งขัดสมาธิลงฝึกฝนในวงแหวนชั้นในสุดวงที่ห้าหน้าตาเฉย

"พายุพลังปราณ ทำไมถึงไม่ฉีกร่างเขา?"

"เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่ได้มีศิษย์ที่มีระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอดปรากฏตัวมานานเท่าไหร่แล้ว?"

"ข้าอยากถามว่า ไอ้คนไร้พรสวรรค์นี่มีดีอะไร หรือว่าศิลายั้นหวงจะมีปัญหา?"

"เจ้าลองขึ้นไปดูสิ เดี๋ยวก็รู้"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลายคนก็เริ่มกระสับกระส่าย พวกเขาไม่อยากจะเชื่อว่าหลี่เทียนมิ่งจะทำถึงขั้นนี้ได้ จึงทำได้เพียงโทษว่าเป็นปัญหาที่ศิลายั้นหวง

"ข้าไปเอง"

ไม่นานก็มีคนจำนวนไม่น้อยเข้าไป ในจำนวนนั้นมีศิษย์ที่มีระดับความเข้ากันได้ระดับสามเดินเข้าไปในเขตของระดับสี่ ผลปรากฏว่าเพิ่งจะเริ่มฝึกฝน ก็ต้องวิ่งเหงื่อแตกพลั่กออกมากันแทบทุกคน

ข้อสรุปคือ..ศิลายั้นหวงไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย

พวกเขาเคยรับมือกับพายุพลังปราณในวงแหวนที่สี่มาแล้ว ย่อมรู้ดีว่าการที่หลี่เทียนมิ่งสามารถฝึกฝนในวงแหวนชั้นในสุด แถมยังสร้างความเคลื่อนไหวใหญ่โตขนาดนี้ได้นั้น มันเหลือเชื่อเพียงใด

ประเด็นสำคัญคือ นี่คือคนที่พวกเขาดูถูกเหยียดหยาม ความแตกต่างในใจมันมากมายเกินไป!

คนที่เมื่อครู่ยังพูดจาถากถาง ตอนนี้หน้าเขียวคล้ำกันเป็นแถว ราวกับอมอุจจาระไว้ในปาก

นอกจากการส่ายหน้าบอกว่าเป็นไปไม่ได้ นอกจากการมองหลี่เทียนมิ่งด้วยสายตาเย็นชาแล้ว ดูเหมือนพวกเขาจะทำอะไรไม่ได้เลย

"เกิดเรื่องอะไรขึ้น!"

ที่ทางขึ้นบันไดชั้นสองของเจดีย์ยั้นหวง จู่ๆ ก็มีเสียงเย็นชาของผู้หญิงดังขึ้น

พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้น มีสาวงามสองนางในชุดกระโปรงยาวสีขาวราวหิมะเดินนวยนาดลงมาจากด้านบน

คนนำหน้าเป็นหญิงงามวัยกลางคน หน้าตาสะสวยแต่เย็นชาราวภูเขาน้ำแข็ง รูปร่างสูงระหงมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ แต่ด้วยบารมีที่เย็นชาเกินไป ศิษย์เขตสวรรค์ทั่วไปจึงไม่กล้าแม้แต่จะมองนาง

นางคืออาจารย์สวรรค์แห่งเขตสวรรค์ หลิวเซว่เจียว

ด้านหลังของนาง ยังมีดรุณีโฉมงามล่มเมือง นางดูสงบเสงี่ยมและอ่อนโยน ราวกับดอกบัวขาวที่เติบโตจากโคลนตมแต่ไม่แปดเปื้อน อาบน้ำในสายธารใสแต่ไม่ยั่วยวน ไม่ใกล้ไม่ไกล ยากจะคาดเดา

มือหยกของนางจับราวบันได เดินตามหลังหลิวเซว่เจียวลงมาอย่างแช่มช้อย

แววตาของนางมีความสงสัยเล็กน้อย มองดูความเคลื่อนไหวที่ชั้นหนึ่งของเจดีย์ยั้นหวง

หากหลี่เทียนมิ่งไม่ได้ฝึกฝนอย่างจดจ่อปานนั้น หันกลับมามองสักนิด เขาจะพบว่ามู่ชิงชิงและอาจารย์ของนาง หลิวเซว่เจียว ได้ลงมาแล้ว

"ข้าถามพวกเจ้าว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เอะอะโวยวาย ไม่รู้จักกาลเทศะ!" สายตาของหลิวเซว่เจียวเย็นเยียบ กวาดมองไปที่ทุกคน เหล่าอัจฉริยะแห่งเขตสวรรค์ต่างน้ำท่วมปาก ทำได้เพียงก้มหน้า

"ท่านอาจารย์ โปรดดูทางนั้น" หนึ่งในลูกหลานตระกูลใหญ่ชี้ไปทางหลี่เทียนมิ่ง

"นั่นคือ!" เมื่อสายตาของหลิวเซว่เจียวตกกระทบลงบนร่างของหลี่เทียนมิ่ง ใบหน้าที่เย็นชาของนางก็ราวกับละลายลง แสดงความตกตะลึงอย่างที่สุดออกมา

วังวนเปลวเพลิงบดบังใบหน้าของหลี่เทียนมิ่ง ทำให้นางยังดูไม่ออกในทันทีว่าเป็นใคร

"นั่นคือศิษย์คนไหน ถึงกล้าท้าทายระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด? ในเขตสวรรค์ มีอัจฉริยะที่เก่งกาจปานนี้ตั้งแต่เมื่อใด?" ริมฝีปากแดงของหลิวเซว่เจียวเผยอขึ้นเล็กน้อย บนใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความตกตะลึง

ข้างกายนาง มู่ชิงชิงที่รู้ดีว่าหลินเสี่ยวถิงเคยล้มเหลวในการท้าทายระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด แววตาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาลเช่นกัน

นางขมวดคิ้วเรียวงาม มองดูแผ่นหลังของเด็กหนุ่มในเปลวเพลิงผู้นั้น ดูเหมือนจะมีความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างเจือจางอยู่

"อาจารย์หลิวต้องรู้จักเขาแน่ เขาได้พบอาจารย์หลิวที่ตำหนักสืบสานแล้ว" มีคนตอบ

"เว่ยกั๋วฮ่าว?" หลิวเซว่เจียวกล่าว แต่นางก็เต็มไปด้วยความสงสัย เพราะนางรู้สึกว่าเว่ยกั๋วฮ่าวก็ไม่น่าจะมีพรสวรรค์ขนาดนี้

"ท่านอาจารย์ คือหลี่เทียนมิ่ง" อีกคนหนึ่งตอบ

"หลี่เทียนมิ่งคือใคร?" หลิวเซว่เจียวชะงักไปครู่หนึ่ง นึกไม่ออกชั่วขณะว่าชื่อของอัจฉริยะฟ้าประทานคนไหนในเขตสวรรค์ที่ชื่อว่าหลี่เทียนมิ่ง

ทว่าเมื่อมู่ชิงชิงที่อยู่ข้างกายนางได้ยินชื่อนี้ ร่างอ้อนแอ้นของนางก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที จากนั้นดวงตาก็เบิกกว้าง มองดูเด็กหนุ่มในเปลวเพลิงด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ

ความตกตะลึงในชั่วพริบตานี้ ทำให้นางดูไม่สวยงามเหมือนก่อน

เพราะความไม่อยากเชื่อของนาง ทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยวไปบ้าง

"เป็นไปไม่ได้ พวกเจ้าจำคนผิดแล้วกระมัง!" มู่ชิงชิงควบคุมตัวเองไม่อยู่ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาสั่นเครือเล็กน้อย

ภายใต้แขนเสื้อยาว กำปั้นทั้งสองของนางกำแน่น เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนแขน

นี่เป็นครั้งที่สองในรอบสามปี ที่นางรู้สึกตื่นตระหนก

ครั้งแรก คือตอนงานประลองจัดอันดับ ตอนที่หลี่เทียนมิ่งเอาชนะหลินเซียวเซียว

แววตาของเขา ทำให้นางรู้สึกถึงภัยคุกคาม

เด็กหนุ่มที่ถูกเหยียบย่ำ ถูกบดขยี้จนตาย นางลืมเลือนเขาไปนานแล้ว จะคาดคิดได้อย่างไรว่าเขาจะสามารถกลับมาผงาดได้อีกครั้ง?

และครั้งที่สองนี้ ทำให้นางต้องเก็บความดูถูกเหยียดหยามกลับไป ความเย้ยหยันในใจมลายหายไปจนสิ้น!

เมื่อมองดูหลี่เทียนมิ่งที่กำลังฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งอยู่ข้างศิลายั้นหวงในตอนนี้ แม้นางจะเป็นคนจิตใจหนักแน่นมาตลอด แต่ในเวลานี้กลับรู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ

"จำไม่ผิดหรอก เขาอยู่ที่นี่มาสักพักแล้ว เมื่อครู่เขากับเว่ยหลิงเซวียนแห่งจวนตระกูลเว่ย ยังเกิดข้อขัดแย้งกันอยู่เลย"

"ขัดแย้งเรื่องอะไร?"

หลิวเซว่เจียวในที่สุดก็นึกถึงเขาออกแล้ว

ตัวตลกที่ถูกอาจารย์สวรรค์ทุกคนรังเกียจในตำหนักสืบสาน หากไม่ใช่เพราะรองเจ้าวังมู่หยางปรากฏตัว หลี่เทียนมิ่งคงเข้าเขตสวรรค์ไม่ได้ด้วยซ้ำ

นี่เพิ่งผ่านไปกี่วัน คนไร้พรสวรรค์บันลือโลก พลิกผันกลายเป็นว่าที่อัจฉริยะอันดับหนึ่งคนใหม่ของเขตสวรรค์ ที่จะมาแทนที่หลินเสี่ยวถิงงั้นหรือ?!

นางหรี่ตาลง นึกถึงคำพูดที่ตัวเองเคยพูดกับหลี่เทียนมิ่งไว้ที่ตำหนักสืบสาน

ชั่วขณะนั้น รู้สึกเจ็บที่ใบหน้าขึ้นมาตะหงิดๆ

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 92 ระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด!

คัดลอกลิงก์แล้ว