- หน้าแรก
- มหาเทพหมื่นพิภพ
- บทที่ 25 เนตรลวงวิญญาณ
บทที่ 25 เนตรลวงวิญญาณ
บทที่ 25 เนตรลวงวิญญาณ
บทที่ 25 เนตรลวงวิญญาณ
หลี่เทียนมิ่งถูกกระแสวนสีดำนั้นดูดกลืน หลี่เทียนมิ่งร่วงลงมาจนมึนงงไปหมด
"ที่นี่คือ?" เขาพลันลุกขึ้นยืน พบว่าตนเองอยู่ในห้องลับแห่งหนึ่ง สี่ด้านเป็นผนังสีดำ แผ่นหินใต้เท้าก็แข็งเป็นพิเศษ มีเพียงเพดานเท่านั้นที่มีช่องทางวงกลม ผนังของช่องทางนั้นทำจากวัสดุทองสัมฤทธิ์ น่าจะเป็นบ่อน้ำนั้น
"ข้าน่าจะอยู่ใต้บ่อน้ำ"
ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ในห้องลับที่ปิดสนิทแห่งนี้ เขาพบของสองสิ่ง สิ่งหนึ่งคือแหล่งกำเนิดเทพที่ตกลงมาจากด้านบนเมื่อครู่ ส่วนอีกสิ่งหนึ่งวางอยู่ตรงหน้าเขา ดูเหมือนว่าจะเป็นลูกทรงกลมที่ทำจากหยกขาว มันกลมเกลี้ยงขาวสะอาดและส่องแสงระยิบระยับ
ลูกหยกขาวทรงกลมนี้เองที่ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ ทำให้ภายในห้องลับไม่มืดมิดจนเกินไป
"เจ้าดูสิว่านี่คืออะไร?" หลี่เทียนมิ่งนำลูกไก่เหลืองออกมาจากพื้นที่ประจำตัว บอกตามตรงว่าเขารู้สึกว่าลูกหยกขาวทรงกลมนี้ค่อนข้างประหลาด จึงไม่กล้าผลีผลาม
"ที่นี่มีของจริงๆ ด้วยรึ?" ลูกไก่เหลืองเดินวนรอบลูกหยกขาวทรงกลมนั้นหนึ่งรอบ สุดท้ายก็กล่าวว่า "ประหลาดไม่น้อย เจ้าลองคลำหาดูเองเถิด เอาแหล่งกำเนิดเทพมาให้ข้า ข้าอดใจรอที่จะวิวัฒนาการไม่ไหวแล้ว"
"ที่นี่เลยรึ?"
"ก็ต้องที่นี่สิ! พ่อของเจ้ายังอยู่ข้างนอกโน่น ใครจะรู้ว่าพวกมันจะบุกเข้ามาเมื่อไหร่" ลูกไก่เหลืองเหลือกตากล่าว
การหลอมรวมแหล่งกำเนิดเทพเพื่อวิวัฒนาการ กระบวนการนี้ส่วนใหญ่ดำเนินการโดยสัตว์ประจำตัว หากวิวัฒนาการสำเร็จ เมื่อทำการปลูกฝังอีกครั้ง พลังสายเลือดที่เพิ่มขึ้นของสัตว์ประจำตัวก็จะปรับเปลี่ยนร่างกายของผู้ควบคุมสัตว์ด้วย กระบวนการวิวัฒนาการนี้ หลี่เทียนมิ่งเพียงแค่ต้องคอยคุ้มกันอยู่ข้างๆ เท่านั้น
"พวกมันคิดว่าข้าเป็นแค่สัตว์ประจำตัวชั้นหนึ่ง คงคิดว่าข้าหลอมรวมแหล่งกำเนิดเทพนี้ไม่ได้แน่"
"แต่หารู้ไม่ การวิวัฒนาการที่ข้าพูดถึง จริงๆ แล้วมันคือการทะลุผ่านพันธนาการสายเลือดของตัวเองต่างหาก" ลูกไก่เหลืองกล่าวอย่างดูแคลนและลำพองใจ
"เอาเถอะ อย่าโม้เลย" หลี่เทียนมิ่งส่งแหล่งกำเนิดเทพให้เขา แน่นอนว่าเขาไม่กังวลเลยว่าลูกไก่เหลืองจะจัดการกับแหล่งกำเนิดเทพนี้ไม่ได้
แม้ว่าเขาจะเคยได้ยินมาว่ากระบวนการที่สัตว์ประจำตัวดูดกลืนแหล่งกำเนิดเทพเพื่อวิวัฒนาการนั้นมีตัวแปรมากมาย โดยพื้นฐานแล้วต้องการความช่วยเหลือจากผู้อาวุสในการคุ้มกัน ในประวัติศาสตร์มีกรณีวิวัฒนาการล้มเหลวมากมาย แม้กระทั่งตัวอย่างการตายในระหว่างกระบวนการวิวัฒนาการก็ยังมี สัตว์ประจำตัวของคนหนุ่มสาวโดยทั่วไปไม่กล้าวิวัฒนาการตามลำพัง แต่เขารู้สึกว่าวิหคเพลิงนรกนิรันดร์ตนนี้ไม่น่าจะมีปัญหานั้น เขา(มัน)กินได้แม้กระทั่งแร่วิญญาณดิบๆ
ลูกไก่เหลืองได้รับแหล่งกำเนิดเทพก็ร่าเริงยินดีอย่างหาที่เปรียบมิได้ แววตานั้นราวกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นสุดรัก
"เจ้าลองศึกษาลูกกลมๆ นี่ดูก่อน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ข้าจะได้เริ่ม" อย่าเห็นว่าเขาทำตัวเหมือนไม่ทุกข์ไม่ร้อน จริงๆ แล้วก็เป็นห่วงเป็นใยอยู่ไม่น้อย แหล่งกำเนิดเทพอยู่ในมือแล้วยังอุตส่าห์อดทนไว้ได้
หลี่เทียนมิ่งเองก็อดใจรอไม่ไหวเช่นกัน ตอนนี้เขายืนอยู่ข้างลูกหยกขาวทรงกลมนั้นแล้ว
"บ่อน้ำนี้ใช้แหล่งกำเนิดเทพเป็นกุญแจ หลังจากเข้ามาแล้ว ก็มีเพียงลูกหยกขาวทรงกลมนี้เท่านั้น ถ้าอย่างนั้นมูลค่าของสิ่งนี้จะต้องมากกว่าแหล่งกำเนิดเทพหลายเท่าแน่" หลี่เทียนมิ่งกล่าว
"นั่นก็ต้องดูว่า เจ้ามีวาสนาพอที่จะได้มันไปหรือไม่"
"อืม"
หลี่เทียนมิ่งพยักหน้า เขาเตรียมตัวพร้อมแล้ว ยื่นมือออกไปสัมผัสลูกหยกขาวทรงกลมนั้น ความรู้สึกเมื่อสัมผัสคือเย็นเยียบ แต่ก็ไม่มีความรู้สึกต่อต้านใดๆ ดังนั้นเขาจึงหยิบลูกหยกขาวทรงกลมนี้ขึ้นมาพิจารณาตรงหน้า
ก็เห็นเพียงว่าลูกหยกขาวทรงกลมนี้บริสุทธิ์และกลมเกลี้ยงอย่างยิ่ง บนพื้นผิวไม่มีตำหนิใดๆ เลย หลี่เทียนมิ่งพลิกดูอยู่หลายรอบ รู้สึกว่ามันก็เหมือนกับหยกธรรมดาทั่วไป ดูเหมือนจะไม่มีอะไรประหลาด
ในขณะนั้นเอง พลันมีดวงตาปรากฏขึ้นบนลูกหยกขาวทรงกลม!
ดวงตานี้ปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สบตากับเขาโดยตรง ราวกับว่ามีคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขากะทันหัน!
ทันทีที่ดวงตาของเขาและดวงตาบนลูกทรงกลมสบตากัน ในหัวของหลี่เทียนมิ่งก็ดังอื้ออึง ชั่วขณะหนึ่งราวกับฟ้าดินหมุนคว่ำ โลกหล้าพลิกตลบ จากนั้นก็มีเสียงดังสนั่น เขารู้สึกมึนงง ในพริบตาถัดมา เขาราวกับมาอยู่ในโลกที่มีเพียงแสงสีขาวโดยรอบมีเพียงแสงจ้าที่สว่างจนแสบตา มองไม่เห็นสิ่งใดเลย ข้างหูราวกับมีคนนับไม่ถ้วนกระซิบกระซาบ ผู้คนนับหมื่นนับพันราวกับอยู่ตรงหน้า แต่ก็ราวกับอยู่ไกลถึงขอบฟ้า
"ณ ดินแดนมายาสวรรค์ ข้าคือผู้สูงสุุด ในภพภูมิลี้ลับ ข้าคือผู้นำทางเจ้ามา!"
พลันมีเสียงกึกก้องเช่นนี้ดังขึ้นระหว่างฟ้าดิน ทุกถ้อยคำราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ที่ระเบิดในสมองของหลี่เทียนมิ่ง เพียงพอที่จะทำให้เขาจดจำได้อย่างชัดเจน
ประโยคนี้มีข้อมูลอยู่สองส่วน ส่วนแรกย่อมมาจากเจ้าของลูกหยกขาวนี้ เขาอ้างว่าตนเองเป็นผู้สูงสุดในดินแดนมายาสวรรค์ น่าเสียดายที่หลี่เทียนมิ่งไม่เคยได้ยินชื่อสถานที่แห่งนี้มาก่อน
ประโยคที่สองนั้นลึกลับนัก 'ในภพภูมิลี้ลับ ข้าคือผู้นำทางเจ้ามา' หมายความว่าอย่างไรกัน? ตอนแรกเขามาที่นี่เพื่อสมุนไพรใสวิญญาณ จากนั้นได้พบกับเจียงเฟยหลิงจึงได้รู้ว่าที่นี่มีแหล่งกำเนิดเทพ และเพราะดวงตาที่แขนทมิฬข้างซ้าย เขาจึงสามารถค้นพบบ่อน้ำนี้ได้ นี่นับว่าถูกคนผู้นี้ชักนำมาที่นี่ในภพภูมิลี้ลับได้อย่าไรกัน?
"คนหนุ่มเอ๋ย เมื่อใดที่เจ้าปลูกฝัง 'คัมภีร์สวรรค์จิตวิญญาณ' ของข้าจนถึงระดับ 'เนตรสุดขั้วสวรรค์' 'แก่นวิญญาณ' ก็จะเปิดออกอย่างแท้จริง เมื่อถึงตอนนั้น เจ้าก็จะสามารถมายังดินแดนมายาสวรรค์ เพื่อติดตามปาฏิหาริย์ของข้าได้!"
นี่เป็นอีกประโยคที่ทำให้ในหัวดังลั่น
ประโยคนี้แฝงรายละเอียดไว้มากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ประการแรก คนผู้นี้ทิ้งสิ่งที่เรียกว่า 'คัมภีร์สวรรค์จิตวิญญาณ' เอาไว้ ฟังจากชื่อแล้วน่าจะเป็นคัมภีร์ประเภทหนึ่ง
จากนั้นต้องให้หลี่เทียนมิ่งปลูกฝังจนถึงระดับ 'เนตรสุดขั้วสวรรค์' สิ่งที่เรียกว่า 'แก่นวิญญาณ' จึงจะเปิดออกอย่างแท้จริง เมื่อถึงตอนนั้นหลี่เทียนมิ่งจึงจะสามารถไปถึงสถานที่ที่เรียกว่า 'ดินแดนมายาสวรรค์' ได้
สิ่งที่เรียกว่า 'แก่นวิญญาณ' นั้น เขารู้สึกว่าน่าจะเป็นลูกหยกขาวทรงกลมในมือนี้ ก็คือดวงตานั่นเอง
หลังจากนั้น หลี่เทียนมิ่งยังไม่ทันได้ตั้งตัว โลกสีขาวโพลนนี้ก็ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พลันมีม่านหมอกสีทองจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ตรงหน้า ม่านหมอกสีทองเหล่านั้นแปรเปลี่ยนไปมา สุดท้ายกลับกลายเป็นอักขระสีทองทีละตัว
"คัมภีร์สวรรค์จิตวิญญาณ ขั้นที่หนึ่ง 'เนตรลวงวิญญาณ'" หลี่เทียนมิ่งอ่านท่องไปตามอักขระเหล่านั้น
อักขระสีทองนี้มีมากและซับซ้อนอย่างยิ่ง แต่ทุกครั้งที่เขาอ่านหนึ่งคำ อักขระตัวนั้นก็จะถูกสลักไว้ในสมองของเขาราวกับจดจำได้อย่างชัดเจน ประมาณหนึ่งเค่อต่อมา เขาจึงอ่านท่องอักขระทั้งหมดจนจบ
บัดนี้ คัมภีร์ 'เนตรลวงวิญญาณ' ฉบับสมบูรณ์ ได้ถูกสลักไว้ในใจของเขาอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่มีทางลืมเลือนได้เลย
"เมื่อปลูกฝังเนตรลวงวิญญาณจนสำเร็จ ก็จะสามารถเปิดคัมภีร์สวรรค์จิตวิญญาณ ขั้นที่สองได้" เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
หลี่เทียนมิ่งยังคงรู้สึกสับสนอยู่บ้าง เขาส่ายหัวไปมา พลันพบว่าโลกสีขาวนั้นหายไปแล้ว เขากลับมาอยู่ในห้องลับ ลูกหยกขาวทรงกลมในมือยังคงอยู่ แต่ดวงตาที่ปรากฏขึ้นเมื่อครู่ได้หายไปแล้ว
"เจ้าทำอะไรน่ะ ท่องคัมภีร์อยู่ตั้งนาน ข้าก็นึกว่าเจ้าจะไปบวชเสียอีก" ลูกไก่เหลืองที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้างมองเขา
หลี่เทียนมิ่งใช้เวลานานกว่าจะตั้งสติได้ เขาพินิจดูลูกหยกขาวทรงกลมในมืออยู่นาน แสงสว่างบนสิ่งนี้เริ่มหม่นลง ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ อีก
การสืบทอดสิ้นสุดลงแล้ว อาจจะต้องรอให้หลี่เทียนมิ่งสามารถทะลุผ่านคัมภีร์สวรรค์จิตวิญญาณได้ก่อน สิ่งนี้จึงจะมีปฏิกิริยาอีกครั้ง
"เจ้ารู้จักสถานที่ที่เรียกว่าดินแดนมายาสวรรค์หรือไม่?" หลี่เทียนมิ่งถาม เขามั่นใจว่าตนเองก็พอมีความรู้ อ่านหนังสือจากสำนักยั้นหวงมาไม่น้อย แต่ก็ไม่เคยได้ยินชื่อสถานที่แห่งนี้
"ไม่รู้"
"ข้าดูเหมือนจะได้รับวาสนาครั้งใหญ่"
"วาสนาอะไรรึ?"
"คัมภีร์เล่มหนึ่งที่เรียกว่า 'คัมภีร์สวรรค์จิตวิญญาณ' คล้ายกับกลวิธีของผู้ควบคุมสัตว์ 'สายควบคุมจิต'" หลี่เทียนมิ่งกล่าว
'สายควบคุมจิต' เป็นสายพันธุ์หายากของสัตว์ประจำตัว โดยทั่วไปจะมีระดับชั้นสูงมาก ว่ากันว่าหลิวชิงก็คือผู้ควบคุมสัตว์ 'สายควบคุมจิต' ที่หายาก มีสัตว์ประจำตัว 'สายควบคุมจิต' การดำรงอยู่เช่นนี้มีพลังในการล่อลวงจิตวิญญาณและจิตใจ ยากที่จะป้องกัน สามารถล่อลวงคู่ต่อสู้ระหว่างการต่อสู้ได้ หรือแม้กระทั่งควบคุมจิตวิญญาณ
"ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ลองปลูกฝังดูสิ รอข้าหลอมรวมแหล่งกำเนิดเทพเสร็จ แล้วค่อยมาดูผลลัพธ์การปลูกฝังของเจ้า"
เขาเริ่มหลอมรวมแหล่งกำเนิดเทพนั้นแล้ว!
อย่างไรเสียเขาก็ยังต้องการเวลาอีกสักหน่อย หลี่เทียนมิ่งจึงนั่งลง และทำความเข้าใจ 'คัมภีร์สวรรค์จิตวิญญาณ' ขั้นที่หนึ่ง 'เนตรลวงวิญญาณ' นี้อย่างจริงจัง
"นี่คือคัมภีร์ ไม่ใช่วิชายุทธ์"
ผู้ควบคุมสัตว์ 'สายควบคุมจิต' ก็มี 'วิชายุทธ์ควบคุมจิต' บางอย่างเช่นกัน หลี่เทียนมิ่งก็เคยเห็นมาบ้าง แต่มันไม่ใช่ประเภทเดียวกับคัมภีร์สวรรค์จิตวิญญาณที่เขาจดจำได้ในตอนนี้ 'วิชายุทธ์ควบคุมจิต' ต้องอาศัยพื้นฐานของผู้ควบคุมสัตว์ 'สายควบคุมจิต' จึงจะสามารถใช้ได้ คนทั่วไปไม่สามารถฝึกฝนได้ แต่คัมภีร์สวรรค์จิตวิญญาณนี้กลับใช้วิธีการหล่อหลอมดวงตา เพื่อสร้างตนเองให้กลายเป็นผู้ควบคุมสัตว์ 'สายควบคุมจิต' โดยตรง
คัมภีร์ที่เหนือจินตนาการเช่นนี้ น่าจะจัดอยู่ในประเภท 'คัมภีร์พิเศษ'
คัมภีร์มีสองประเภท นอกจากคัมภีร์พิเศษแล้ว อีกประเภทหนึ่งคือ 'คัมภีร์ระดับขั้น' ที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น 'คัมภีร์โลหะลึกลับ' 'คัมภีร์นรกนิรันดร์' ล้วนเป็นคัมภีร์ระดับขั้น คัมภีร์ระดับขั้นใช้เปลี่ยนพลังปราณฟ้าดินให้เป็นพลังสัตว์ ทะลุผ่านระดับขั้น ควบแน่นแหล่งกำเนิดวิญญาณ ถือเป็นรากฐานของการบำเพ็ญเพียร สำคัญยิ่งกว่าวิชายุทธ์เสียอีก
หลี่เทียนมิ่งเคยได้ยินมาว่าคนรุ่นก่อนยังได้สร้างคัมภีร์พิเศษบางอย่างขึ้นมา ที่สามารถสร้างจากความว่างเปล่า เพิ่มเติมเข้าไปในระบบของคัมภีร์ระดับขั้นได้ วันนี้เขาได้เห็นกับตาแล้ว ตัวอย่างเช่น คัมภีร์สวรรค์จิตวิญญาณนั้นไม่ขัดแย้งกับคัมภีร์นรกนิรันดร์เลยแม้แต่น้อย
เขาเริ่มครุ่นคิดถึงวิธีการปลูกฝัง 'เนตรลวงวิญญาณ' นี้
"น่ากลัวเล็กน้อย เทียบเท่ากับการเปิด 'เส้นชีพจรมายา' เพื่อให้พลังสัตว์ไหลผ่านในลูกตา เส้นชีพจรมายามีขนาดเล็กมาก ต้องแผ่ขยายไปทั่วทั้งลูกตา นี่ไม่ใช่การทะลุผ่าน แต่เป็นการบุกเบิกขึ้นมา หากล้มเหลวเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ดวงตาถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง"
"ขั้นที่หนึ่ง เนตรลวงวิญญาณ ในดวงตาข้างเดียว จะต้องเปิดเส้นชีพจรมายาถึงแปดสิบเอ็ดสาย เพื่อให้พลังสัตว์สามารถโคจรในดวงตาได้"
"วิธีการปลูกฝังที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ มีอันตรายมหาศาล ผู้ที่ไม่มีพรสวรรค์พิเศษด้านดวงตา ไม่มีทางฝึกฝนได้เลย"
"แต่ทว่า หากฝึกฝนสำเร็จ ดวงตานี้ก็จะกลายเป็นเนตรลวงวิญญาณ ต่อให้ไม่ใช่ผู้ควบคุมสัตว์ 'สายควบคุมจิต' ก็สามารถสร้างผลกระทบแบบ 'ควบคุมจิต' ได้ หรืออาจจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ควบคุมสัตว์ 'สายควบคุมจิต' เสียอีก"
"เพียงแค่เนตรลวงวิญญาณก็ซับซ้อนถึงเพียงนี้แล้ว ไม่รู้ว่า 'เนตรสุดขั้วสวรรค์' ที่สามารถทำให้แก่นวิญญาณเปิดดินแดนมายาสวรรค์ได้นั้น จะเป็นขั้นที่เท่าไหร่กัน?"
หลี่เทียนมิ่งมีลางสังหรณ์ว่า ของที่เขาได้รับมานี้ อาจเป็นของล้ำค่าชิ้นใหญ่จริงๆ ก็ได้ ขอเพียงฝึกฝนได้สำเร็จ จะต้องมีประโยชน์อย่างมหาศาลแน่นอน
"รู้สึกเหมือนเป็นของล้ำค่าที่ไม่มีใดเปรียบ ไม่รู้ว่าเมื่อเทียบกับวิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ข้าเคยได้รับมาก่อนจะเป็นอย่างไร?" เขาค่อนข้างรู้สึกว่าโชคของตนเองนั้นดีไม่เลว จากลางสังหรณ์ที่หก 'แก่นวิญญาณ' ในมือนี้อาจไม่ด้อยไปกว่าวิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เลย
ยิ่งไปกว่านั้น นี่เขายังได้มันมาจากสถานที่ธรรมดาๆ อีกด้วย
"ในภพภูมิลี้ลับนี้ ช่างมีความนัยซ่อนอยู่จริงๆ" เขารู้สึกว่าตนเองพบเจอกับเรื่องราวในภพภูมิลี้ลับมากเกินไปแล้ว ตัวอย่างเช่นการพบเจอกับเจียงเฟยหลิง ก็ให้ความรู้สึกเช่นนี้
เขาเริ่มเชื่อเล็กน้อยแล้วว่า การที่ตนเองได้ 'แก่นวิญญาณ' นี้มา ไม่ใช่เพียงเพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะเจ้าของแก่นวิญญาณนี้กำลังเรียกหาเขาจากภพภูมิลี้ลับ
"เริ่มฝึกฝนดูสักตั้ง!"
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หัวใจของเขาก็เต้นแรงอย่างตื่นเต้น รู้สึกราวกับว่าตนเองเป็นบุตรแห่งสวรรค์ ความรู้สึกนี้ช่างยอดเยี่ยม แต่คิดเพลินๆ สักครู่ก็พอแล้ว เพราะหากลำพองใจเกินไป ก็ไม่รู้ว่าจะพลาดท่าล้มลงอีกครั้งเมื่อใดอีก
เมื่อสามปีก่อนนั้น เขาก็ล้มอย่างเจ็บหนักมาแล้วครั้งหนึ่ง
ดังนั้นในพจนานุกรมของเขา จึงไม่มีคำว่าบุตรแห่งสวรรค์
มีเพียง แข็งแกร่งขึ้น และแก้แค้น!
…
-สองสิงห์:ผู้แปล-