เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ป่าเขารกร้าง

บทที่ 23 ป่าเขารกร้าง

บทที่ 23 ป่าเขารกร้าง


บทที่ 23 ป่าเขารกร้าง

เห็นได้ชัดว่า พวกเขากำลังจะลงมือแล้ว

"พูดตามตรง อันที่จริงข้ารู้จักคฤหาสน์เหลยจุน" คำพูดนี้ของหลี่เทียนมิ่ง ทำให้เจียงเทาต้องหรี่ตาลง และยังไม่ลงมือในทันที

"รู้จักคฤหาสน์เหลยจุน แล้วยังกล้าทำเช่นนี้ ตกลงว่าเจ้าสติไม่ดี หรือว่าอยากตายมานานแล้วกันแน่?" เจียงเทาเอ่ยถาม

"ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง ข้าเพียงแค่อยากจะบอกว่า คฤหาสน์เหลยจุน... นับเป็นอะไรได้?" หลี่เทียนมิ่งกล่าวพร้อมรอยยิ้มเรียบเฉย

"บังอาจ!" แม้แต่เจียงเทายังไม่กล้ากล่าววาจาเช่นนี้ เขารู้สึกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้คงเสียสติไปแล้วเป็นแน่

"ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าเป็นคนขี้ขลาดมากต่างหาก" ขณะที่หลี่เทียนมิ่งกล่าว เขาก็ชูหยกประดับที่องค์หญิงชิงมอบให้ตนเองออกมา หากไม่แสดงมันออกมาตอนนี้ พวกเขาคงลงมือสังหารแล้ว

"หยกประดับแห่งราชวงศ์! นั่นมันจู้เจ๋อสีคราม เป็นขององค์หญิงชิง!" เจียงเทาพลันนิ่งอึ้งไปในบัดดล

หลี่เทียนมิ่งยังไม่ทันได้สังเกตอย่างละเอียด พอได้ยินเขาบรรยาย จึงเหลือบมองแวบหนึ่ง พลันเห็นว่าบนหยกประดับนั้นเป็นรูปจู้เจ๋อสีครามตัวหนึ่งจริงๆ ว่ากันว่าสัตว์ประจำตัวสายพันธุ์จู้เจ๋อ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นถึงชั้นหก

นี่คือสายเลือดที่สูงส่งอย่างแท้จริง!

"ข้าคือคนขององค์หญิงชิง การที่ข้าจะรับแหล่งกำเนิดเทพนี้ไป มีปัญหาอันใดหรือไม่?" หลี่เทียนมิ่งเอ่ยถาม

คนเหล่านี้ย่อมไม่ทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของหลี่เทียนมิ่ง เขาจงใจแสร้งทำเป็นลึกลับ ซึ่งกลับได้ผลอย่างมาก เพราะการที่สามารถเป็น 'คนขององค์หญิงชิง' ได้นั้น ย่อมหมายความว่าพื้นเพตระกูลต้องไม่ธรรมดา ไม่ร่ำรวยก็สูงส่งอย่างที่สุด ย่อมไม่มีทางเป็นเพียงชาวป่าชาวดอยแถบนี้เป็นแน่

"มิน่าเล่า เจ้าถึงได้มีพลังต่อสู้ถึงเพียงนี้" เจียงเทากัดฟันกรอด แววตาฉายแววครุ่นคิด ลังเลไม่แน่นอน

"ข้าจำหน้าตาของท่านไว้แล้ว วันนี้ท่านกล้าแย่งชิงแหล่งกำเนิดเทพนี้กับข้า รอจนกลับไปถึงเมืองเยี่ยนตู้เสียก่อน ค่อยมาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น?" หลี่เทียนมิ่งกล่าวเสียงเรียบ

"ท่านกล่าวล้อเล่นแล้ว ในเมื่อเป็นท่านที่ชิงแหล่งกำเนิดเทพมาจากจระเข้ยักษ์สันดาบได้ คฤหาสน์เหลยจุนของพวกเราย่อมไม่กล้าบังอาจแย่งชิง เพียงแต่ ไม่ทราบว่าข้าจะขอรบกวนถามสักประโยคได้หรือไม่ ว่าบิดาของท่านคือผู้ใด?" เจียงเทากล่าว

"บิดาข้าน่ะหรือ? เขาเป็นผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ท่านย่อมต้องรู้จักอย่างแน่นอน" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"คือยอดฝีมือท่านใด?"

"ท่านก็เดาเอาเองเถิด!" หลี่เทียนมิ่งแกว่งหยกประดับในมือ ผลักเจียงอี้หลินออกไป แล้วกล่าวว่า "เป็นสตรีอย่าได้ป่าเถื่อนนักเลย คิดแต่จะต่อสู้ฆ่าฟัน ช่างไม่เป็นกุลสตรีเสียเลย"

เจียงอี้หลินโกรธจนใบหน้าซีดเผือด แต่ทว่านางก็ได้แต่เก็บความโกรธไว้แต่ไม่กล้าเอ่ยปาก แม้แต่บิดาของนางยังต้องเกรงกลัวหยกประดับชิ้นนี้ นับประสาอะไรกับนาง

"ลาก่อน!" หลี่เทียนมิ่งเดินจากไปอย่างองอาจ พร้อมกับแหล่งกำเนิดเทพในมือ

"ท่านพ่อ ปล่อยเขาไปไม่ได้นะเจ้าคะ หากว่าหยกประดับนั่นเขาเก็บมาได้เล่า!" เจียงอี้หลินรีบกล่าว

"เป็นไปไม่ได้ที่จะเก็บได้ ของล้ำค่าเช่นนี้ องค์หญิงชิงไม่มีทางทำหล่นหายเป็นแน่ ต้องเป็นคนที่นางให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดเท่านั้น จึงจะประทานหยกประดับแห่งราชวงศ์ให้! เจ้าหนุ่มนั่นไม่แสดงความหวาดกลัวพวกเราเลยตั้งแต่ต้นจนจบ หากไม่ใช่เพราะมีที่พึ่งพิงที่แข็งแกร่ง จะเป็นไปได้อย่างไร?" เจียงเทากล่าว

"ถ้าอย่างนั้น ก็ปล่อยให้เขาเอาแหล่งกำเนิดเทพไปโดยไม่ทำอะไรหรือเจ้าคะ?" เจียงอี้หลินกล่าวอย่างน้อยใจ

"มิฉะนั้นจะทำอย่างไรได้? เดิมทีก็เป็นเขาที่แย่งมันมาจากเงื้อมมือของจระเข้ยักษ์สันดาบ"

แม้จะอัดแน่นไปด้วยโทสะ แต่ก็ไม่มีที่ให้ระบาย ช่างน่าเจ็บใจจนอยากร่ำไห้แต่ไร้น้ำตาเสียจริง

ในจังหวะนั้นเอง ก็มีคนอีกสามคนเหินร่างมา ลงยังข้างทะเลสาบ ทั้งสองฝ่ายต่างก็มองเห็นกันและกันในทันที

"เจียงอี้หลิน เจ้าได้แหล่งกำเนิดเทพไปแล้วหรือ?" ผู้ที่เอ่ยวาจาคือเด็กหนุ่มหน้าตาหมดจดผู้หนึ่ง เขากำลังขี่เสือดาวฟ้าแลบตัวมหึมา พริบตาเดียวก็พุ่งปราดมาถึงเบื้องหน้าพวกเจียงเทา

"คารวะท่านอาเจียง" ผู้มาเยือนย่อมเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลิวเชียนหยาง เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเจียงอี้หลิน แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะทักทายเจียงเทาก่อนเป็นอันดับแรก

ณ เบื้องหลังของหลิวเชียนหยาง ปรากฏร่างของเจ้าเมืองหลีหัวหลี่เหยียนเฟิง และภรรยาคนใหม่ของเขานางหลิวชิง ที่กำลังเดินเคียงคู่กันมา

"ท่านอาเจียง เหตุใดจึงปรากฏตัวอย่างเปิดเผยเช่นนี้เล่า?" หลิวชิงเอ่ยถามด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย

ตามหลักการแล้ว การแย่งชิงแหล่งกำเนิดเทพเป็นเรื่องของคนรุ่นเยาว์ ผู้อาวุโสไม่ควรปรากฏตัว เพียงแค่คอยคุ้มกันอยู่ห่างๆ ก็เพียงพอแล้ว

ในเมื่อสูญเสียแหล่งกำเนิดเทพไปแล้ว อารมณ์ของเจียงเทาก็ย่อมไม่ดีนัก จึงกล่าวว่า "เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แหล่งกำเนิดเทพถูกคนนอกชิงตัดหน้าไปแล้ว"

"เป็นไปได้อย่างไรกัน?" หลิวชิงกล่าวอย่างเคลือบแคลง

"คนนอกรึ? นี่มันป่าเขารกร้าง ทั้งยังเป็นเขตแดนของเมืองหลีหัว ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะมีคนนอกมาถึงที่นี่" หลี่เหยียนเฟิงกล่าว

พวกเขาก็มาเพราะได้ยินเสียงของจระเข้ยักษ์สันดาบเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นหลี่เหยียนเฟิงก็ทราบที่ตั้งของทะเลสาบแห่งนี้ดี เพราะที่นี่คือจุดหมายต่อไปของเขาอยู่แล้ว ไม่คาดคิดว่าพอใกล้จะมาถึง กลับเกิดความเคลื่อนไหวใหญ่โตถึงเพียงนี้

"เป็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง เขาอ้างว่าเป็นคนขององค์หญิงชิง เขาได้แหล่งกำเนิดเทพไปจากในทะเลสาบ ลูกสาวของข้าสู้เขาไม่ได้ ข้าก็คิดจะชิงแหล่งกำเนิดเทพกลับมาตัดสินใจทีหลัง แต่โชคร้ายที่เขาแสดงหยกประดับที่องค์หญิงชิงประทานให้"

เจียงเทาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง อีกฝ่ายมีผู้หนุนหลังที่ยิ่งใหญ่นัก การทดสอบคนรุ่นเยาว์ของคฤหาสน์เหลยจุนในครั้งนี้ เท่ากับเป็นการปูทางให้ผู้อื่นโดยแท้

แหล่งกำเนิดเทพนี้เป็นผู้อาวุโสของคฤหาสน์เหลยจุนที่ค้นพบ แต่เขาไม่ได้แตะต้อง ปล่อยให้คนรุ่นเยาว์มาแย่งชิงกันเอง ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่ามีคนขององค์หญิงชิงโผล่มาชุบมือเปิบไป

"แข็งแกร่งมากหรือ? สัตว์ประจำตัวของเขาคืออะไร?" หลิวเชียนหยางมีสีหน้าย่ำแย่ เขาหมายมั่นปั้นมือกับแหล่งกำเนิดเทพนั้นอย่างยิ่ง ไม่เคยหวั่นเกรงคู่แข่งหน้าไหน แต่ผลลัพธ์ในตอนนี้กลับเหมือนถูกสาดน้ำเย็นเข้าใส่หน้า

"เขาไม่ได้ใช้สัตว์ประจำตัว"

"ระดับขั้น... คาดว่าคงพอๆ กับข้ากระมัง" เจียงอี้หลินก้มหน้ากล่าว

"ถ้าพวกท่านไม่เชื่อ ก็ลองตามไปทางนี้เถิด คนผู้นั้นเพิ่งจากไป" เจียงเทาพลันกล่าวขึ้น

"เช่นนั้นหรือ?" หลิวชิงและหลี่เหยียนเฟิงสบตากัน ในเมื่อต้องเห็นด้วยตาตนเอง พวกเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ทั้งสามคนรีบมุ่งหน้าตามทิศทางที่หลี่เทียนมิ่งจากไปทันที

"ท่านพ่อ เหตุใดจึงให้พวกเขาตามไปเล่าเจ้าคะ? หากหลิวเชียนหยางชิงแหล่งกำเนิดเทพไปได้ ต่อไปเขาก็ยิ่งข่มข้าได้น่ะสิ" เจียงอี้หลินกล่าวอย่างไม่พอใจ

"ช่วยไม่ได้ จำต้องให้คนอื่นไปเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มนั่น มิฉะนั้นหากกลับไปแล้วข้าจะอธิบายอย่างไร? หากมีเพียงข้าผู้เดียว พวกเขาก็อาจจะไม่เชื่อคำพูดข้า ดีไม่ดีอาจจะกล่าวหาว่าข้ายักยอกแหล่งกำเนิดเทพไว้เอง" เจียงเทากล่าว

"อีกประการหนึ่ง หากคิดจะแย่งชิงแหล่งกำเนิดเทพนี้จริงๆ ก็เท่ากับเป็นการล่วงเกินองค์หญิงชิง" ท่านอาของเจียงอี้หลินกล่าว

"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" เจียงอี้หลินพยักหน้า

"ฝีมือของเด็กหนุ่มผู้นั้น เทียบกับหลิวเชียนหยางแล้วเป็นเช่นใด?"

"แม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้สัตว์ประจำตัว แต่ก็คงสู้หลิวเชียนหยางไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ อย่างไรเสียหลิวเชียนหยางก็ใกล้จะทะลวงสู่ขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณแล้ว ส่วนคนเมื่อครู่ เพียงแค่อาศัยเกราะประหลาดบนแขนซ้ายถึงเอาชนะข้าได้ คุณสมบัติพลังสัตว์ของเขาน่าสะพรึงกลัวก็จริง แต่ก็ยังไม่นับว่ารุนแรงกล้าแข็ง"

...

หลังจากถูกบีบให้ต้องออกจากทะเลสาบ หลี่เทียนมิ่งก็จงใจวิ่งอ้อมเป็นวงกว้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตามมาทัน

ด้วยอาศัยสายสัมพันธ์เร้นลับระหว่างเขากับสัตว์ประจำตัว หลี่เทียนมิ่งสัมผัสได้ว่าลูกไก่เหลืองกำลังใกล้เข้ามา ชีวิตของพวกเขาผูกพันกัน ดังนั้นจึงสามารถรับรู้ได้ว่าบัดนี้อีกฝ่ายยังคงปลอดภัยดี

จริงดังคาด ลูกไก่เหลืองปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางพงไพร เขาหัวเราะฮ่าๆ พลางเอ่ยว่า "สหาย ได้แหล่งกำเนิดเทพมาครองหรือยัง! ข้าจะบอกให้ การ 'จูงหมา' ครั้งนี้ ข้าหยอกล่อเจ้าจระเข้ยักษ์สันดาบนั่นจนเลือดแทบกระอัก มันไม่มีทางจับข้าได้หรอก!"

"เสียงเบาหน่อย" ด้านหลังยังไม่แน่ใจว่ามีคนติดตามมาอีกหรือไม่ หลี่เทียนมิ่งรีบดึงตัวเขาไว้ แล้วถามว่า "ล่อจระเข้ยักษ์สันดาบไปไกลแค่ไหน?"

"มันไล่ข้าไม่ทันหรอก แต่คาดว่าอีกไม่นานก็คงย้อนกลับไปที่ทะเลสาบ มีเรื่องอะไรรึ?"

"หลังจากข้าได้แหล่งกำเนิดเทพมา ก็เจอคนของคฤหาสน์เหลยจุนเข้า ต้องอาศัยหยกประดับขององค์หญิงชิงจึงเอาตัวรอดมาได้ชั่วคราว" หลี่เทียนมิ่งกล่าวอย่างครุ่นคิด

"เช่นนั้นจะมัวรออะไรอยู่เล่า รีบไปกันเถอะ กลับไปซ่อนตัวที่เมืองหลีหัว" ลูกไก่เหลืองมองเห็นแหล่งกำเนิดเทพในอกเสื้อของหลี่เทียนมิ่งแล้ว เขาอยากลิ้มลองมันมานานจนน้ำลายแทบไหล

หลี่เทียนมิ่งขมวดคิ้ว กล่าวว่า "หากไปตอนนี้ ถ้าเจ้าหลอมรวมแหล่งกำเนิดเทพไปแล้ว พวกเราก็จะไม่มีโอกาสได้กลับไปดูบ่อน้ำนั่นอีก ความมั่งคั่งย่อมต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง กลับไปดูกันอีกสักครั้งเถอะ"

สถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงก็จริง แต่หลี่เทียนมิ่งก็ยังไม่อยากที่จะทิ้งบ่อน้ำนั้นไป บัดนี้เขาได้รวมตัวกับลูกไก่เหลืองแล้ว ทั้งจระเข้ยักษ์สันดาบก็ยังไม่กลับมา แถมพวกเจียงอี้หลินที่อยู่ข้างทะเลสาบก็น่าจะจากไปแล้ว จึงยังพอมีโอกาสให้เสี่ยงอยู่บ้าง

"ไม่เป็นไร ดวงตาที่สามของข้าได้เปรียบยามอยู่ในทะเลสาบ ขอเพียงซ่อนตัวเข้าไป พวกเขาก็ใช่ว่าจะหาข้าพบ"

"เช่นนั้นก็รีบเลยสิ ช่างน่าตื่นเต้นยิ่งนัก" เจ้าตัวแสบนี่ก็เป็นพวกไม่กลัวตายเช่นกัน เขาเองก็อยากเห็นเป็นอย่างยิ่งว่าแหล่งกำเนิดเทพจะสามารถเปิดบ่อน้ำนั้นได้หรือไม่

"อ้อมกลับไป"

เพราะเกรงว่าจะถูกติดตามเป็นเส้นตรง หลี่เทียนมิ่งและลูกไก่เหลืองจึงจงใจอ้อมเป็นวงใหญ่ เมื่อพวกเขากลับมาถึงทะเลสาบ ก็พบว่าจระเข้ยักษ์สันดาบยังไม่กลับมาจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณโดยรอบก็ไร้ซึ่งผู้คนแล้ว

"เข้าไป"

พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ดำดิ่งลงสู่ผืนน้ำในทันที ทะเลสาบนี้กว้างใหญ่ไพศาล เมื่อพวกเขาจมหายลงไป ก็แทบจะไม่ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวใดๆ

แต่ทว่า ในจังหวะที่พวกเขาเพิ่งจมลงไปใต้ผิวน้ำ หลี่เทียนมิ่งก็พลันเห็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งขี่เสือดาวฟ้าแลบปรากฏตัวขึ้นที่ริมทะเลสาบ

"หลิวเชียนหยาง"

หลี่เทียนมิ่งมองเห็นเขาจากใต้น้ำ แต่หลิวเชียนหยางย่อมไม่มีทางมองเห็นหลี่เทียนมิ่งอย่างแน่นอน

หลังจากนั้น ก็มีคนอีกสองคนปรากฏตัว เป็นหลี่เหยียนเฟิงและภรรยาใหม่ของเขาหลิวชิงจริงๆ สตรีผู้งดงามยั่วยวนนางนี้สวมอาภรณ์รัดรูป เผยให้เห็นส่วนโค้งส่วนเว้าที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างชัดเจน ภูเขาหัวหลิงนั้นเดิมทีก็ร้อนระอุอยู่แล้ว การปรากฏตัวของนางยิ่งทำให้บรรยากาศร้อนแรงขึ้นไปอีก

"หาคนขององค์หญิงชิงนั่นไม่พบ พวกเจียงอี้หลินจงใจชี้ทางผิดให้พวกเราหรือเปล่า" หลิวเชียนหยางมีอารมณ์ฉุนเฉียว แหล่งกำเนิดเทพถูกคนนอกชิงตัวไป เขาย่อมกระวนกระวายเป็นธรรมดา

"ก็เป็นไปได้"

พวกเขาหาหลี่เทียนมิ่งไม่พบ เห็นได้ชัดว่าตั้งใจกลับมาเพื่อสอบถามพวกเจียงอี้หลินให้ชัดเจนอีกครั้ง แต่ทว่าพวกเจียงอี้หลินไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว

หลี่เทียนมิ่งลอบคิดในใจว่าช่างโชคดีนัก โชคดีที่เขารีบอ้อมทันทีที่จากมา มิฉะนั้นอาจถูกทั้งสามคนนั่นจับได้จริงๆ บัดนี้เขาไม่กลัวหลิวเชียนหยางแล้ว แต่กลัวว่าหลี่เหยียนเฟิงจะไม่แม้แต่จะเกรงใจองค์หญิงชิง และลงมือแย่งชิงแหล่งกำเนิดเทพไปดื้อๆ

ตอนนี้พวกเขายังไม่พบตัวเขา แต่ทว่าหากพวกเขามุ่งหน้ามายังทะเลสาบ ก็ยังนับว่ามีความเสี่ยงอยู่บ้าง ในยามนี้ หลี่เทียนมิ่งยิ่งต้องตัดสินใจลองดู ว่าจะสามารถเปิดบ่อน้ำนั้นได้หรือไม่

แต่ว่า ก็มีเรื่องที่น่าสนใจยิ่งกว่าเกิดขึ้น

ในยามที่หลิวเชียนหยางปรากฏตัวขึ้นที่ริมทะเลสาบ ณ อีกฟากหนึ่งของทะเลสาบ อสูรยักษ์ที่ดุร้ายและเกรี้ยวกราดตนหนึ่งก็พุ่งกลับมา นั่นคือจระเข้ยักษ์สันดาบ เห็นได้ชัดว่ามันตระหนักได้แล้วว่าแหล่งกำเนิดเทพอาจจะถูกขโมยไปแล้ว

ในวินาทีที่มันพุ่งออกมา มันก็พุ่งเป้าไปที่หลิวเชียนหยางซึ่งอยู่อีกฝั่งของทะเลสาบในทันที

หลิวเชียนหยางกำลังขี่เสือดาวฟ้าแลบอยู่ เสือดาวฟ้าแลบเป็นสัตว์ประจำตัวชั้นเลิศ ทั้งยังมีรูปร่างใหญ่โต จึงดึงดูดจิตสังหารอันดุร้ายของจระเข้ยักษ์สันดาบในทันที

ในชั่วขณะนั้น จระเข้ยักษ์สันดาบก็คำรามลั่น พุ่งทะยานลงสู่ทะเลสาบ ก่อให้เกิดมวลน้ำมหาศาลสาดกระเซ็นไปทั่วฟ้า พุ่งตรงเข้าใส่เสือดาวฟ้าแลบ!

-สองสิงห์:ผู้แปล- “มาลุ้นกันตอนต่อไป!”

จบบทที่ บทที่ 23 ป่าเขารกร้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว