เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 86 ขายผักราคาเนื้อ

บทที่ 86 ขายผักราคาเนื้อ

บทที่ 86 ขายผักราคาเนื้อ


บทที่ 86 ขายผักราคาเนื้อ

เฉินเสวียนกล่าว "ข้าแจ้งเรื่องกับฮูหยินใหญ่ไปแล้วขอรับ แต่นางบอกว่าจะเตรียมให้ข้าเอง!"

"อ้อ!" ฉินเสวี่ยเอ๋อร์กล่าว "เจ้าคิดจะใช้อาวุธอันใดรึ?"

"คงจะเป็นมีดสั้นขอรับ!" เฉินเสวียนกล่าว

"เจ้าใช้มีดสั้นเป็นด้วยรึ?" ฉินเสวี่ยเอ๋อร์มองเฉินเสวียนอย่างประหลาดใจ

"เมื่อครั้งยังเยาว์วัยไม่มีอะไรทำ ก็เคยทำมีดสั้นไม้เล่นเองขอรับ เมื่อเทียบกับอาวุธอื่น สิ่งนี้น่าจะถนัดมือกว่าเล็กน้อย!" เฉินเสวียนกล่าว

"เจ้าเสียเปรียบที่ไม่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เยาว์วัย ผู้ฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่แม้ในวัยเด็กจะยังไม่เริ่มฝึกฝนกายาหรือชุบกระดูก แต่ก็ล้วนเริ่มฝึกการใช้อาวุธกันแล้ว!" ฉินเสวี่ยเอ๋อร์กล่าว "ข้าเองก็ฝึกกระบี่มาตั้งแต่เล็ก พอทะลวงเข้าสู่ผู้ฝึกยุทธระดับหนึ่งแล้ว ก็เข้าใจในเจตจำนงแห่งกระบี่ได้อย่างรวดเร็ว!"

"เมื่อเจ้าเจอท่านอ๋องน้อยหลี่หนานซิง ก็จำไว้ว่าให้หนีห่างจากเขาสักหน่อย เขาคือตัวเต็งที่จะคว้าอันดับหนึ่งในครั้งนี้!" ฉินเสวี่ยเอ๋อร์กล่าว "เขาคืออัจฉริยะที่มีชื่อเสียงของเมืองหลวง ถึงแม้จะเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธระดับหนึ่ง แต่ว่ากันว่าเจตจำนงแห่งกระบี่ของเขาบรรลุถึงขอบเขตใจกระบี่ขั้นที่สองแล้ว"

เฉินเสวียนพยักหน้า เขาก้มหน้าลงครุ่นคิด

ตามที่ฉินเสวี่ยเอ๋อร์กล่าวมา ดูเหมือนว่าหากต้องสู้กันซึ่งๆ หน้า ตนคงสู้หลี่หนานซิงไม่ได้เป็นแน่ และตามที่นางกล่าว หลังจากผ่านการทดสอบรอบแรกไปแล้ว จะเป็นเพียงการคัดเลือกคนออกมาจำนวนหนึ่ง จากนั้นจึงจะมีการทดสอบรอบที่สอง!

รอบที่สอง เฉินเสวียนคาดว่าน่าจะเป็นการต่อสู้แบบตัวต่อตัว

หากหลี่หนานซิงเก่งกาจถึงเพียงนั้นจริง ความยากลำบากที่ตนจะเอาชนะเขาซึ่งๆ หน้าได้ ดูเหมือนจะสูงมาก!

ดังนั้นเฉินเสวียนจึงใคร่ครวญว่า การไปทำความรู้จักกับคนเหล่านั้นไว้บ้างก็ดี ถึงเวลาหากพวกเขามีเจตนาร้ายต่อตน เมื่ออยู่ในป่าเขา ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะล่อสังหารพวกเขาทั้งหมดให้สิ้นซาก เพื่อกำจัดอุปสรรคก่อนจะถึงรอบที่สอง!

แต่บัดนี้ สำหรับพลังต่อสู้ที่แท้จริงของตนนั้น เฉินเสวียนเองก็ยังไม่แน่ใจนัก แม้แต่หลินหว่านก็ยังไม่แน่ใจ

วิถีแห่งนักรบ เดิมทีก็ค่อนข้างพิเศษอยู่แล้ว

จะสู้ได้หรือไม่ ดูเหมือนจะต้องลงมือจริงๆ ถึงจะรู้

ทั้งสามคนขึ้นรถม้า ฉินเสวี่ยเอ๋อร์เห็นเฉินเสวียนกำลังครุ่นคิดอยู่ จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"เมื่อวานนี้ ข้าเจอหลี่หนานซิงแล้ว หลี่หนานซิงผู้นั้นประกาศกร้าวว่าจะสังหารข้า!" เฉินเสวียนตอบ

"หืม?" ฉินเสวี่ยเอ๋อร์และหลี่เสวี่ยเยวียนสีหน้าเปลี่ยนไป หลี่เสวี่ยเยวียนถาม "เจ้าได้บอกเรื่องนี้กับฮูหยินใหญ่แล้วหรือไม่?"

เฉินเสวียนพยักหน้า "เมื่อวานหลังจากกลับถึงจวนแม่ทัพ ข้าก็บอกกับฮูหยินใหญ่แล้วขอรับ!"

เมื่อคืนขณะที่บำเพ็ญคู่ เขาก็ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้กับหลินหว่าน หลังจากที่หลินหว่านได้ฟัง ก็ไม่ได้ประหลาดใจนัก ทั้งยังไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมาก

"เช่นนั้นก็ลำบากแล้ว!" ฉินเสวี่ยเอ๋อร์กล่าว "เจ้ากำลังกังวลเรื่องเขารึ?"

เฉินเสวียนส่ายหน้า "ก็ไม่ได้กังวลเรื่องเขาหรอกขอรับ ข้ากำลังคิดว่า...ถ้าข้าสังหารเขา จะมีปัญหาตามมาหรือไม่!"

สีหน้าของฉินเสวี่ยเอ๋อร์เปลี่ยนไป "เฉินเสวียน ข้าแนะนำว่าเจ้าอย่าทำเช่นนั้นเลยดีกว่า ไม่ต้องพูดถึงว่าเจ้าจะทำได้หรือไม่ อย่างไรเสียเขาก็เป็นบุตรชายของท่านอ๋องเสียน หากตายไปจริงๆ ทันทีที่ถูกรู้ว่าเป็นฝีมือเจ้า ท่านอ๋องเสียนจะต้องเอาชีวิตเจ้าให้ได้แน่!"

"ถึงแม้ข้าจะได้เป็นศิษย์สายตรงของปรมาจารย์กระบี่ก็ไม่มีประโยชน์รึ?" เฉินเสวียนถาม

"ถึงแม้เจ้าจะเป็นศิษย์สายตรงของปรมาจารย์กระบี่ เขาก็ต้องหาทางแก้แค้นอย่างแน่นอน!" ฉินเสวี่ยเอ๋อร์กล่าว

เฉินเสวียนครุ่นคิด "หมายความว่า ถ้า...ไม่มีใครรู้ ก็ไม่เป็นไรแล้วใช่หรือไม่ขอรับ!"

ฉินเสวี่ยเอ๋อร์: "..."

หลี่เสวี่ยเยวียนมองเฉินเสวียนอย่างประหลาดใจ!

อันที่จริงแล้ว ในสายตาของนาง การที่เฉินเสวียนมีความคิดเช่นนี้ ก็นับว่าน่ากลัวมากแล้ว นั่นคือบุตรชายของท่านอ๋องเสียนเชียวนะ!

ระหว่างที่สนทนากัน รถม้าอสูรก็มาถึงถนนบุปผาสายหนึ่ง นอกรถม้า บรรยากาศคึกคักยิ่งนัก!

"คุณชาย มาเที่ยวสิเจ้าคะ!"

"มาสิจ๊ะมาจ๋า สาวๆ ของเรางามหยดย้อยหอยหวานนะจ๊ะ!"

กลิ่นเครื่องหอมฉุนกึกปะทะเข้าจมูกของเฉินเสวียน จนเขาทนแทบไม่ไหว!

เขายังอดไม่ได้ที่จะยื่นศีรษะออกไปมองข้างนอก!

บนถนนสายนี้ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยสถานเริงรมย์ บนระเบียงชั้นบนเต็มไปด้วยสตรีที่แต่งกายงดงามฉูดฉาด แต่งหน้าจัดจ้าน เมื่อเห็นเฉินเสวียนยื่นศีรษะออกมา!

พวกนางก็โบกผ้าเช็ดหน้าในมืออย่างใจกว้าง!

"น้องชาย มาเล่นกับพี่สาวสิจ๊ะ!"

มีคนตะโกนเรียกเฉินเสวียนโดยตรง "น้องชายรูปงาม มาหาพี่สาวสิ พี่สาวไม่คิดเงินเจ้า"

พวกนางใจกว้างและมั่นใจ!

ไม่เหมือนกับในชาติก่อน ที่สถานที่เช่นนี้มักจะซ่อนอยู่หลังประตูมืดๆ

"นี่...มันสวรรค์ของลูกผู้ชายชัดๆ!" เฉินเสวียนพึมพำในใจ

ทันใดนั้น เฉินเสวียนก็รู้สึกเจ็บแปลบที่เอว เขารีบหดศีรษะกลับเข้ามาแล้วกล่าว "คุณหนูรอง เจ็บๆๆ!"

"หึ!" ฉินเสวี่ยเอ๋อร์ถลึงตาใส่เฉินเสวียนแล้วกล่าว "ในรถคันนี้มีหญิงงามสองคนยังไม่พอให้เจ้าดูอีกรึ? ต้องไปดูพวกแป้งฝุ่นไร้รสนิยมพวกนั้นให้ได้! ข้าเสียใจที่พาเจ้ามาจริงๆ!"

"เอ่อ!" เฉินเสวียนกระแอมเบาๆ "ข้าแค่สงสัยน่ะขอรับ!"

"ห้ามสงสัย!" ฉินเสวี่ยเอ๋อร์ถลึงตาใส่เฉินเสวียน "ต่อไปถ้าข้ารู้ว่าเจ้ามาเที่ยวที่แบบนี้อีก ข้าจะจับเจ้าตอนเสีย!"

เฉินเสวียน: "..."

"คุณหนูรอง ท่านเป็นกุลสตรีผู้สูงศักดิ์ ไฉนจึงเอ่ยถึงเรื่องน่าอายเช่นนี้อยู่เรื่อยเล่าขอรับ!" เฉินเสวียนกล่าว

"ทำไมรึ?" ฉินเสวี่ยเอ๋อร์จ้องเขม็งไปที่เฉินเสวียน!

"ก็ไม่มีอะไรขอรับ เพียงแต่ฟังแล้วรู้สึกน่ากลัวเท่านั้น!" เฉินเสวียนกล่าว

ระหว่างที่สนทนากัน พวกเขาก็มาถึงหน้าตึกที่ใหญ่ที่สุดตึกหนึ่ง หลังจากจอดรถม้าเรียบร้อยแล้ว เฉินเสวียนก็เงยหน้าขึ้นมอง บนตึกมีอักษรขนาดใหญ่สามตัวเขียนไว้โดดเด่นเป็นสง่า!

"หอหลันเซียง!"

หอหลันเซียงแห่งนี้ดูหรูหรากว่ามาก ไม่มีใครออกมาเรียกลูกค้าบนถนน ระเบียงชั้นสองก็ไม่มีหญิงงามโบกผ้าเช็ดหน้า!

เฉินเสวียนรู้สึกว่าที่นี่ขาดรสชาติไปหน่อย

เฉินเสวียนถามอย่างใคร่รู้ "ที่นี่ขายศิลปะไม่ขายเรือนร่างหรือขอรับ?"

"แน่นอน สตรีของหอหลันเซียง ล้วนมีความสามารถพิเศษ ทั้งรูปโฉมและรูปร่างก็งดงามมาก!" ฉินเสวี่ยเอ๋อร์กล่าว "แต่พวกนางกลับขายศิลปะไม่ขายเรือนร่าง!"

เฉินเสวียนถอนหายใจ

"เจ้าถอนหายใจทำไม? ดูเหมือนเจ้าจะผิดหวังกับเรื่องนี้มากนะ?" มือของฉินเสวี่ยเอ๋อร์วางลงบนเอวของเฉินเสวียนอีกครั้ง!

"ไม่มีอะไรขอรับ ข้าแค่รู้สึกว่ากลิ่นหอมที่นี่มันฉุนจมูก ตอนนี้อยากจะกลับแล้ว!" เฉินเสวียนกล่าว

"หึ!" ฉินเสวี่ยเอ๋อร์จึงยอมปล่อยมือ จากนั้นทั้งสามคนก็เดินเข้าไปที่ประตู

ฉินเสวี่ยเอ๋อร์หยิบถุงเงินออกมา จากในนั้นหยิบเงินสามสิบตำลึงยื่นให้พ่อเล้าที่หน้าประตู!

"แขกผู้มีเกียรติสามท่าน!" พ่อเล้าขานรับเสียงยาว!

ในไม่ช้า ก็มีสตรีที่ดูเหมือนแม่เล้าคนหนึ่งเดินออกมา หลังจากที่เห็นฉินเสวี่ยเอ๋อร์และหลี่เสวี่ยเยวียน แววตาของนางก็ฉายแววผิดหวังเล็กน้อย แล้วจึงกล่าว "เชิญทั้งสามท่านตามข้ามา!"

ภายในหอหลันเซียงแห่งนี้กว้างขวางมาก หลังจากที่เฉินเสวียนเดินเข้าไป เขาก็ขมวดคิ้วถาม "เหตุใดท่านจึงให้เงินไปสามสิบตำลึงเล่าขอรับ!"

"นี่เป็นกฎของหอหลันเซียง!" ฉินเสวี่ยเอ๋อร์กล่าว "เข้ามาในหอแห่งนี้ ต้องจ่ายค่าเข้าคนละสิบตำลึง"

"บ้าเอ๊ย! แค่ค่าเข้าก็ตั้งสิบตำลึงแล้วรึ? อย่างอื่นยังต้องจ่ายเพิ่มอีกต่างหาก? แถมยังเป็นแค่การขายศิลปะไม่ขายเรือนร่างอีก? นี่มันขายผักราคาเนื้อชัดๆ!" เฉินเสวียนสบถ

ฉินเสวี่ยเอ๋อร์ขมวดคิ้วแล้วกล่าว "เจ้ากำลังพึมพำอะไรอยู่รึ?"

"ข้าแค่สงสัยว่าคุณหนูรองคุ้นเคยกับที่นี่ดีเหลือเกิน...คุณหนูรอง ท่านคงไม่ได้สนใจสตรีในหอหลันเซียงนี่หรอกนะขอรับ!" เฉินเสวียนมองฉินเสวี่ยเอ๋อร์แล้วถาม

จบบทที่ บทที่ 86 ขายผักราคาเนื้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว