- หน้าแรก
- แม่ทัพอันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์โจว
- บทที่ 76 เข้ารับราชการ?
บทที่ 76 เข้ารับราชการ?
บทที่ 76 เข้ารับราชการ?
บทที่ 76 เข้ารับราชการ?
"ทะลวงถึงผู้ฝึกยุทธระดับหนึ่งแล้วหรือ?" หลี่หนานจือกล่าวอย่างประหลาดใจเล็กน้อย "ท่านยังบอกว่าเขาเป็นคนไร้ค่า ในเวลาสั้นๆ เช่นนี้ จากคนธรรมดาสามัญ กลับทะลวงถึงผู้ฝึกยุทธระดับหนึ่งได้ นี่ก็นับว่ามีพรสวรรค์มากแล้วมิใช่หรือ!"
หลิ่วมู่ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า "การทะลวงถึงผู้ฝึกยุทธระดับหนึ่งมีอะไรน่าตกใจ เขาหาเงินให้จวนแม่ทัพได้ไม่น้อย หลินหว่านมีน้ำยาชุบกายชั้นเลิศให้เขาใช้ไม่จำกัด... ที่เขายกระดับได้รวดเร็วเพียงนี้ ก็เป็นเพราะอาศัยโอสถเท่านั้น! แต่การที่สามารถชุบกระดูกแขนได้เกือบทั้งข้างในเวลาอันสั้นเช่นนี้ ความเจ็บปวดจากการชุบกระดูกนั้นหาใช่เรื่องน่าอภิรมย์ไม่ นับว่าเขาก็มีความอดทนอยู่บ้าง!"
"เช่นนั้นก็รับเขาเป็นศิษย์สิ!" หลี่หนานจือเอ่ยปาก
"ข้าประกาศไปแล้วว่าการรับศิษย์ครั้งนี้ จะตัดสินจากการทดสอบด้วยตนเอง!" หลิ่วมู่กล่าว "หากเขามีใจ ก็สามารถไปเข้าร่วมการทดสอบได้ แต่ถึงแม้จะเป็นผู้ฝึกยุทธระดับหนึ่งด้วยกัน การที่เขาจะโดดเด่นขึ้นมาก็เป็นเรื่องยากยิ่งนัก! เขาไม่มีประสบการณ์ต่อสู้จริงเลยแม้แต่น้อย พลังฝีมือทั่วร่างล้วนมาจากการประโคมโอสถ! ท้ายที่สุดแล้วก็ยังด้อยกว่าอยู่บ้าง!"
ระหว่างที่พวกเขากำลังสนทนากัน เฉินเสวียนก็ได้นำเค้กมาถึงเชิงบันไดแล้ว
เฉินเสวียนแอบเหลือบมองหลินหว่านที่อยู่ข้างๆ หลินหว่านพยักหน้าให้เฉินเสวียน
จากนั้นเฉินเสวียนก็คุกเข่าลง
คนที่อยู่ข้างหลังเขาก็รีบคุกเข่าตามลงไป ทุกคนต่างตัวสั่นเทา!
ใช่แล้ว เหล่าคนครัวของจวนแม่ทัพเหล่านี้ล้วนมีสถานะเป็นทาส หากไม่ใช่เพราะเฉินเสวียน ชั่วชีวิตนี้พวกเขาก็คงไม่มีโอกาสได้พบเจอบุคคลสูงศักดิ์เช่นนี้
"ไพร่ฟ้าเฉินเสวียน ถวายบังคมฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี ขอไทเฮาทรงพระเจริญพันปี พันพันปี!"
"คารวะท่านปรมาจารย์กระบี่ ท่านฮูหยินปรมาจารย์กระบี่ คารวะท่านขุนนางทุกท่าน!"
เฉินเสวียนกล่าวจบก็โขกศีรษะคำนับ!
"ลุกขึ้นเถิด!" ฮ่องเต้น้อยตรัสอย่างกระตือรือร้น "เฉินเสวียน เจ้าลุกขึ้น รีบบอกเรามาว่า สิ่งที่อยู่ข้างหลังเจ้าคือสิ่งใด!"
เฉินเสวียนลุกขึ้น จากนั้นเขาก็มองไปยังไทเฮาแล้วกล่าวว่า "นี่คือเค้กวันเกิด เป็นสิ่งที่ไพร่ฟ้าตั้งใจทำขึ้นเพื่อไทเฮาโดยเฉพาะ เพื่อถวายพระพรในวโรกาสเจริญพระชนมายุครบแปดสิบพรรษาของไทเฮา!"
กล่าวถึงตรงนี้ เฉินเสวียนก็สูดหายใจเข้าลึกๆ เขาหยิบเทียนที่ทำจากน้ำผึ้งออกมาสองสามเล่ม!
"นี่คือสิ่งใดอีกเล่า?" ฮ่องเต้น้อยตรัสถามอย่างใคร่รู้
"กราบทูลฝ่าบาท นี่คือเทียนที่ทำจากน้ำผึ้ง กระหม่อมจะจุดเทียนแปดเล่ม เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนพระชนมายุแปดสิบพรรษาพ่ะย่ะค่ะ!" เฉินเสวียนกล่าว "ไทเฮาสามารถเสด็จมาหน้าเค้กวันเกิดด้วยพระองค์เอง เพื่อตั้งจิตอธิษฐานในวันคล้ายวันพระราชสมภพ จากนั้นจึงเป่าเทียนให้ดับ แล้วค่อยแบ่งเค้กกันเสวย! เพื่อเป็นสีสันเล็กๆ น้อยๆ ในงานพ่ะย่ะค่ะ!"
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเสวียน บนพระพักตร์ของเหยี่ยนสี่ไทเฮาก็ปรากฏแววสนพระทัยและยินดี
ในงานเลี้ยงวันพระราชสมภพนี้ มีพิธีการที่ไม่เคยมีมาก่อนเพิ่มเข้ามา ความขุ่นข้องพระทัยที่ถูกหลิ่วมู่ตำหนิก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะเลือนหายไปหลายส่วน
นางแย้มพระสรวล "น่าสนใจดีนี่ เจ้าจงจุดเทียนขึ้นเถิด!"
เฉินเสวียนรีบจุดเทียนแล้วปักลงบนเค้ก
เปลวไฟลุกโชนขึ้น ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน ยิ่งขับเน้นบรรยากาศของพิธีให้ดูขลังยิ่งขึ้น!
"ขอเชิญไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ!" เฉินเสวียนรีบกล่าว
เหยี่ยนสี่ไทเฮาลุกขึ้น เสด็จลงจากบันไดทีละก้าว มาหยุดอยู่เบื้องหน้าเค้ก
"ขอเชิญไทเฮาตั้งจิตอธิษฐานพ่ะย่ะค่ะ!" เฉินเสวียนกล่าว
เหยี่ยนสี่ไทเฮาประนมมือขึ้นแล้วตรัสว่า "อายเจียขอให้ต้าโจวของเรา ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล บ้านเมืองสงบสุข!"
"แปะ แปะ แปะ!"
เฉินเสวียนรีบปรบมือ!
คนอื่นๆ ต่างมองเฉินเสวียนอย่างงุนงง
เฉินเสวียนรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เขาจึงกระแอมแล้วกล่าวว่า "ไทเฮา บัดนี้ทรงเป่าเทียนให้ดับได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ใช้พระโอษฐ์เป่าได้เลย!"
เหยี่ยนสี่ไทเฮาพยักพระพักตร์ นางทรงเป่าลมเบาๆ เทียนก็ดับลง!
ตลอดกระบวนการนี้ หลี่หนานจือที่อยู่เบื้องบนมองด้วยความอิจฉายิ่งนัก นางมองหลิ่วมู่ที่อยู่ข้างๆ แล้วกล่าวว่า "วันเกิดของข้าปีนี้ก็ใกล้จะถึงแล้ว ถึงตอนนั้น ข้าก็อยากได้เค้กวันเกิดแบบนี้บ้าง!"
หลิ่วมู่กล่าว "ตามใจเจ้าทุกอย่าง ถึงเวลาก็ให้เฉินเสวียนทำให้เจ้าชิ้นหนึ่งก็แล้วกัน!"
บนพระพักตร์ของเหยี่ยนสี่ไทเฮาก็ปรากฏรอยพระสรวลเช่นกัน นางแย้มพระสรวลพลางมองเฉินเสวียนแล้วตรัสถามว่า "ได้แล้วหรือยัง?"
"เค้กวันเกิดนี้ มีดแรกต้องให้เจ้าของวันเกิดเป็นผู้ตัดด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ!" เฉินเสวียนกล่าวถึงตรงนี้ เขาก็มองไปทางเฉินเหยียนแล้วร้องว่า "พี่ใหญ่!"
เฉินเหยียนรีบเดินไปข้างหน้า สองมือประคองมีดไม้เล่มหนึ่งไว้
เหยี่ยนสี่ไทเฮาหยิบมีดขึ้นมาแล้วตรัสถาม "จะตัดอย่างไร!"
"ตามพระทัยเลยพ่ะย่ะค่ะ!" เฉินเสวียนกล่าว
เหยี่ยนสี่ไทเฮาทรงใช้มีดตัดลงไป
"เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เฉินเสวียนกล่าว "รบกวนไทเฮาเสด็จกลับที่ประทับ ไพร่ฟ้าจะแบ่งเค้กนี้ให้ทุกท่านได้ลิ้มลองพ่ะย่ะค่ะ!"
"ทำได้ดีมาก น่าสนใจ!" เหยี่ยนสี่ไทเฮาแย้มพระสรวล
เฉินเสวียนเริ่มแบ่งเค้กวันเกิด พวกขันทีและนางกำนัลรู้งานนัก พวกเขาเดินเข้ามาช่วยโดยมิต้องให้บอก นำเค้กที่แบ่งแล้วขึ้นไปถวายแด่เหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูงบนแท่นประทับก่อน!
ฮ่องเต้น้อยและหลี่หนานจืออดไม่ได้ที่จะลองชิมก่อนเป็นคนแรก
แทบจะในทันที ทั้งสองก็มีสีหน้าตื่นตะลึง!
ของหวาน มักจะทำให้ผู้คนอารมณ์ดีได้เสมอ
"เฉินเสวียน เจ้ามีของอร่อยเช่นนี้ แต่กลับซ่อนเอาไว้เสียมิด!" หลี่หนานจือมองเฉินเสวียนแล้วกล่าว
เฉินเสวียนรีบกล่าว "ท่านหญิงหลิ่ว เป็นเพราะข้าต้องเตรียมงานเลี้ยงถวายไทเฮา จึงเกิดแรงบันดาลใจคิดค้นของหวานชนิดนี้ขึ้นมาได้ และเพิ่งจะทำสำเร็จเมื่อไม่กี่วันมานี้เองขอรับ!"
เมื่อเค้กถูกแจกจ่ายออกไป ทุกคนที่ได้ลิ้มลองล้วนแสดงสีหน้าตื่นตะลึง
ทำเอาเหล่าขุนนางที่ยังไม่ได้รับต่างก็ตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ!
รอจนกระทั่งแบ่งเค้กเสร็จสิ้น เฉินเสวียนจึงเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก!
"เฉินเสวียน!" ในขณะนั้นเอง ฮ่องเต้น้อยก็ตรัสขึ้น "เจ้าขึ้นมานี่!"
"หืม?" ทุกคนต่างตกใจ รวมทั้งเหยี่ยนสี่ไทเฮาด้วย นางขมวดพระขนงมองฮ่องเต้น้อยที่อยู่ข้างๆ!
"ฝ่าบาทไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ! ไพร่ฟ้าชั้นต่ำเช่นนี้ จะเข้าใกล้พระวรกายของฝ่าบาทได้อย่างไร!" หวังขุยรีบลุกขึ้นกล่าว "หากเด็กคนนี้คิดไม่ซื่อขึ้นมา..."
"เราคือฮ่องเต้แห่งต้าโจว การใกล้ชิดกับราษฎรมีสิ่งใดมิได้ ส่วนเรื่องที่เขาจะคิดไม่ซื่อนั้น... ที่นี่มีปรมาจารย์กระบี่อยู่ ยังจะต้องกลัวอะไรอีก!" ฮ่องเต้น้อยตรัสเสียงเรียบ "เฉินเสวียน เรารับสั่งให้เจ้ามาข้างกายเรา!"
เฉินเสวียนรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที แต่ในตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงฝืนใจเดินขึ้นไป!
ฮ่องเต้น้อยมองเฉินเสวียนอย่างชื่นชม จากนั้นจึงหันไปตรัสกับไทเฮา "งานเลี้ยงวันเกิดวันนี้ พระมารดาพอพระทัยหรือไม่พะยะค่ะ!"
เหยี่ยนสี่ไทเฮามองเฉินเสวียน ในยามนี้นางถึงกับรู้สึกว่า การที่ต้องบีบคั้นเฉินเสวียนจนตายเพียงเพื่อป้ายเขี้ยวสมุทรนั้น ช่างน่าเสียดายอยู่บ้าง!
นางแย้มพระสรวลเล็กน้อย "อายเจียพอใจยิ่งนัก สมควรได้รับรางวัล!"
"สมควรได้รับรางวัลอย่างยิ่ง!" ฮ่องเต้น้อยตรัส "เฉินเสวียน เจ้ามีความคิดที่จะเข้ารับราชการหรือไม่?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังขุยที่อยู่เบื้องล่างก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป เขารีบลุกขึ้นกล่าวว่า "ฝ่าบาทไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ! เด็กคนนี้แม้จะมีฝีมือการทำอาหารที่ไร้เทียมทาน แต่ผู้ที่จะเป็นขุนนางนั้นต้องบริหารกิจการบ้านเมือง เขาเป็นเพียงสามัญชนไร้ซึ่งยศฐาบรรดาศักดิ์ จะเข้ารับราชการไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นเสียงนั้น ก็มีคนหลายคนลุกขึ้นกล่าวพร้อมกัน "หม่อมฉันเห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
"หม่อมฉันเห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
…
ในขณะเดียวกัน ซือถูสวินก็เอ่ยขึ้นมาว่า "ฝ่าบาท ท่านอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายกล่าวมีเหตุผล เฉินเสวียนมีคุณงามความชอบในวันนี้ ย่อมสมควรได้รับรางวัล แต่การเข้ารับราชการนั้น ไม่เหมาะสมพ่ะย่ะค่ะ!"
"ฝ่าบาท!" ในขณะนั้นเอง หลี่หาน เสนาบดีกรมคลัง ได้ลุกขึ้นกล่าวว่า "หม่อมฉันคิดว่าไม่มีสิ่งใดไม่เหมาะสม ในกรมคลังกำลังมีตำแหน่งว่างอยู่พอดี ให้เฉินเสวียนมารับตำแหน่งที่นั่นจะดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"