เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 บริการปลุกยามเช้าฟรี

บทที่ 47 บริการปลุกยามเช้าฟรี

บทที่ 47 บริการปลุกยามเช้าฟรี


บทที่ 47 บริการปลุกยามเช้าฟรี

สุราสองชนิดที่หลี่ฉางอันผสมก่อนหน้านี้แม้จะออกฤทธิ์รุนแรง ทว่าฤทธิ์ของมันก็มาเร็วไปเร็วเช่นกัน

ยิ่งเมื่อสองดรุณีน้อยได้ปลดปล่อยอารมณ์สุดเหวี่ยงไปกับการร่ายรำตามบทเพลงของหลี่ฉางอันจนเหงื่อซึมกายด้วยแล้ว

เพียงครึ่งเค่อ ฤทธิ์สุราก็สลายไปเกือบหมดสิ้น

หลังจากแช่กายในบ่อน้ำพุร้อนแล้ว ความง่วงงุนก็ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา

เมื่อเห็นหญิงสาวทั้งสองทยอยกลับเข้าห้องของตนไปแล้ว ภายในลานเรือน เอี้ยง้วยยกจอกสุราชั้นเลิศขึ้นจิบอย่างแช่มช้อย ก่อนจะทอดสายตางดงามจับจ้องมายังร่างของหลี่ฉางอัน

“ท่าร่ายรำที่เจ้าสอนพวกนาง ก็นับว่าน่าสนใจอยู่บ้าง”

หลี่ฉางอันเผยรอยยิ้มสบายๆ พลางกล่าวตอบ “ก็แค่กระโดดโลดเต้นไปเรื่อย จะนับเป็นท่าร่ายรำได้อย่างไร?”

มุมปากของเอี้ยง้วยประดับด้วยรอยยิ้มที่คล้ายจะมีแต่ก็ไม่มี พลางเอ่ยว่า “ดูเจ้าจะดีต่อแม่นางน้อยเสี่ยวเจียวนั่นเป็นพิเศษเลยนะ”

เมื่อเอี้ยง้วยเอ่ยถึงเรื่องนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่ฉางอันก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น

“เจ้าช่างสังเกตจริงๆ”

กล่าวจบ เขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ในใจของเด็กน้อยผู้นั้นเก็บงำเรื่องราวไว้มากมาย ความรู้สึกอัดอั้นตันใจก็มากเกินไป ในร่างกายจึงมีไอความหม่นหมองก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ แล้ว”

“หากไม่หาวิธีระบายมันออกมา ไม่ช้าก็เร็ว...วันข้างหน้าย่อมบ่มเพาะจนเกิดเป็นอาการป่วยไข้อื่นได้”

เอี้ยง้วยเอ่ยเสียงเรียบ “เช่นนั้น ที่เจ้าจงใจจัดฉากในวันนี้ขึ้น ก็เพื่อให้แม่หนูอึ้งย้งนั่นมาช่วยให้เสี่ยวเจียวระบายมันออกมางั้นหรือ?”

หลี่ฉางอันจิบสุรา พลางยิ้มบาง  “มิใช่ว่าดีแล้วหรอกหรือ? เด็กสาวในวัยของพวกนาง การได้คึกคะนองปลดปล่อยหลุดโลกบ้างเป็นครั้งคราวก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย”

เอี้ยง้วยเผยรอยยิ้มงดงาม “หลุดโลก... เจ้าใช้คำเปรียบเปรยได้เห็นภาพดีจริง”

นางยกมือขวาขึ้นเล็กน้อย ภายใต้การชักนำของพลังปราณ สุราในกาพลันแยกออกเป็นสองสาย ไหลรินลงสู่จอกของหลี่ฉางอันและของตนเองอย่างพอดิบพอดี

หลี่ฉางอันกลับมิได้แสดงความแปลกใจต่อการกระทำของนาง ราวกับคุ้นชินกับภาพนี้เสียแล้ว

ปลายนิ้วของเขายังคงกรีดกรายบนสายฉินเป็นครั้งครา ทำให้เสียงท่วงทำนองทุ้มนุ่มและผ่อนคลายล่องลอยต่อเนื่อง บรรเลงบทเพลงแผ่วเบาเคล้าคลอหมู่ดาวในราตรีกาล

สุราหนึ่งกา กับคนสองคน

ใช้บทเพลงเป็นเครื่องเคียง…

ภาพเหตุการณ์นี้กลับมิได้ทำให้เกิดความรู้สึกน่าเบื่อหน่ายแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับมอบความสุขสงบและชโลมจิตใจ

ท่ามกลางเสียงฉินที่แผ่วเบา เอี้ยง้วยแหงนหน้าขึ้นมองจันทราสุกสว่างที่ถูกห้อมล้อมด้วยดวงดาวพร่างพราวบนท้องฟ้า

จากนั้นดวงตางามคู่นั้นก็ละกลับมาจับจ้องไปที่ร่างของหลี่ฉางอันอีกครั้ง

แม้จะเป็นจันทราดวงเดิม ทว่าด้วยเหตุผลกลใดมิทราบ ในความรู้สึกของเอี้ยง้วย นางกลับรู้สึกว่ายิ่งมองหลี่ฉางอัน ก็ยิ่งรู้สึกถูกตาต้องใจ

ภายใต้ฟ้ายามราตรี กลิ่นหอมนานาพรรณของสุราชั้นเลิศผสมผสานกับกลิ่นหอมของบุปผาในลานเรือน โชยพัดมาตามสายลม ขับกล่อมให้เสียงฉินประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ค่อยๆ ล่องลอยไปทั่วทั้งลานเรือน

กาลเวลาในยามนี้ดุจดังแผ่นกระจกเงา ที่สะท้อนไว้ซึ่งความสงบสุขและงดงาม

รุ่งอรุณของวันใหม่…

ยามที่ท้องฟ้ายังขมุกขมัว ควันไฟบางเบาก็เริ่มลอยขึ้นจากปล่องไฟในครัว

หลังจากการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มตลอดคืน ทั้งอึ้งย้งและเสี่ยวเจียวต่างก็ตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เปล่งปลั่งสดใส มีเลือดฝาด แลดูมีชีวิตชีวา

เมื่อเตรียมสำรับอาหารเช้าเสร็จสิ้น อึ้งย้งก็เดินตรงไปยังห้องของหลี่ฉางอัน และผลักประตูเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว

“ซี้ด! โอ๊ย! เจ็บๆๆ! ยัยเด็กบ้า นี่เจ้าเกิดปีจอหรืออย่างไร? มีบ้านไหนเขาปลุกคนด้วยการกัดแบบเจ้ากันหา?”

“เหอะ ก็ใครใช้ให้เจ้ามัวแต่นอนเป็นปลาเค็มอยู่เล่า? มัวแต่โอ้เอ้อยู่นั่นแหละ เดี๋ยวกับข้าวดีๆ ก็กลายเป็นของเซ่นหมดพอดี!”

ครู่ต่อมา…

เสี่ยวเจียวมองหลี่ฉางอันที่เดินออกจากห้องมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง มือข้างหนึ่งก็นวดคลึงหัวไหล่อยู่ตลอดเวลา แล้วหันไปมองอึ้งย้งที่เดินเชิดหน้าอย่างผู้มีชัยอยู่ด้านหลัง เห็นภาพนั้นแล้ว นางก็อดแย้มยิ้มออกมามิได้

หลี่ฉางอันจัดการล้างหน้าล้างตาเสร็จก็ทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งหิน มือยังคงลูบคลำรอยกัดบนบ่าด้วยสีหน้าจนปัญญา

จริงอยู่... การที่อึ้งย้งเป็นเด็กสาวร่าเริงสดใสนับเป็นเรื่องดี…

ทว่าบางครั้ง การที่ร่าเริงสดใส ‘เกินไป’ ก็สร้างปัญหาให้เขาอยู่เหมือนกัน

ตัวอย่างเช่น... สิทธิในการนอนหลับเต็มอิ่มจนตื่นเองตามธรรมชาติของเขาไม่มีอีกต่อไปแล้ว

โดยพื้นฐานแล้ว ขอเพียงเตรียมอาหารเช้าเสร็จ อึ้งย้งก็จะบุกเข้ามาในห้องของหลี่ฉางอันราวกับไม่มีผู้ใดอยู่ แล้วมอบ ‘บริการปลุกยามเช้า’ ให้เขาฟรีๆ

และวิธีการให้บริการนี้ ก็คือการใช้ปากกัดให้ตื่นโดยตรง

ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา บนร่างกายของหลี่ฉางอันจะต้องมีรอยฟันสดใหม่หนึ่งรอยเพิ่มขึ้นทุกวัน และรอยนั้นจะคงอยู่ไปจนถึงตอนเที่ยงจึงจะค่อยๆ จางหายไป

ความรู้สึกนี้... สำหรับเขาแล้วช่างเป็นความทุกข์ระทมที่มิอาจบรรยายเป็นคำพูดได้…

เมื่อเหลียวมองอึ้งย้งที่กำลังยิ้มร่าอยู่ข้างๆ หลี่ฉางอันก็อดคิดในใจไม่ได้ว่า

รอให้ซื้อเคล็ดวิชาหรือทักษะยุทธ์ประเภท ‘หลอมกาย’ จากระบบได้เมื่อใด เขาจะหมั่นฝึกฝนมันอย่างบ้าคลั่ง

ตั้งปณิธานแน่วแน่...ว่าจะต้องฝึกฝนกายเนื้อให้แข็งแกร่งคงกระพัน จนทำให้ฟันของอึ้งย้งต้องร่วงหมดปากให้จงได้!

ทว่า…

ทันทีที่อาหารคำแรกถูกส่งเข้าปาก…

สัมผัสโอชะที่แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ก็ทำให้ความหงุดหงิดขุ่นเคืองทั้งหมดของหลี่ฉางอันมลายหายไปในทันที

ช่างอร่อยเลิศล้ำจริงๆ

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ อึ้งย้งและเสี่ยวเจียวก็เริ่มเก็บกวาดข้าวของ

ส่วนเอี้ยง้วยนั้น นางก้าวเข้าห้องของหลี่ฉางอันไปอย่างเป็นธรรมชาติ ในมือถือเสื้อผ้าที่หลี่ฉางอันเปลี่ยนออกเมื่อคืนนี้

หลี่ฉางอันนั่งอยู่บนม้านั่งหิน มือข้างหนึ่งเท้าคาง ทอดสายตามองหญิงสาวทั้งสามที่เริ่มง่วนอยู่กับกิจวัตรประจำวันของพวกนาง

แม้ว่าภาพเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นสำหรับตัวเขาเองหรือสำหรับหญิงสาวทั้งสาม จะกลายเป็นเรื่องที่คุ้นชินไปเสียแล้ว

ทว่า การที่ได้ลืมตาตื่น เปิดประตูออกมาในยามเช้า แล้วได้เห็นภาพของเหล่าหญิงงามกำลังสาละวนอยู่กับงานต่างๆ

ความสุขอันเปี่ยมล้นเช่นนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่ปุถุชนคนธรรมดามิอาจจินตนาการถึงได้อย่างแน่นอน

หลังจากดื่มด่ำกับภาพตรงหน้าจนพอใจ หลี่ฉางอันก็ลุกขึ้นไปหยิบข้าวของบางอย่างที่เพิ่งซื้อหามาเมื่อวาน

จากนั้นก็เริ่มลงมือทำอะไรบางอย่าง

เมื่ออึ้งย้งและหญิงสาวอีกสองคนเสร็จงานของตัวเอง เมื่อเห็น ‘ชิงช้าไม้’ ตั้งเด่นอยู่ในลานเรือน ดวงตาของพวกนางพลันเปล่งประกายขึ้นมาทันที

อึ้งย้งถึงกับโคจรวิชาตัวเบาพุ่งไปยังเบื้องหน้าของหลี่ฉางอันเป็นคนแรก

เมื่อเห็นท่าทีของนาง หลี่ฉางอันก็ยื่นมือออกไปกดศีรษะของอึ้งย้งไว้

“ข้าเป็นคนทำ ข้าย่อมได้นั่งเป็นคนแรก”

กล่าวจบ หลี่ฉางอันก็พลิกตัวเข้าไปนั่งบนชิงช้าแล้วเริ่มแกว่งไกวไปมา

ด้วยแรงเฉื่อย ร่างของหลี่ฉางอันที่นั่งอยู่บนชิงช้าก็แกว่งไปมาอยู่กลางอากาศ

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายลมเย็นที่พัดปะทะใบหน้า บนมุมปากของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจ

อึ้งย้งกอดอกพลางมองหลี่ฉางอันที่กำลังเล่นชิงช้าด้วยสายตาดูแคลน

“เป็นบุรุษตัวโตเสียเปล่า มานั่งเล่นชิงช้า เจ้าไม่รู้จักอายบ้างหรือไร?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่ฉางอันก็ตอบกลับเสียงเรียบ “มีอะไรน่าอายกัน? นี่เรียกว่าการรักษาหัวใจของความเป็นเด็กไว้ต่างหาก”

อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย นับตั้งแต่จบชั้นประถมมา ของเล่นอย่างชิงช้านี่หลี่ฉางอันก็ไม่เคยได้แตะต้องอีกเลย

พอได้กลับมาเล่นตอนนี้ เขากลับไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่าอายแม้แต่น้อย

ตรงกันข้าม กลับรู้สึกสนุกสนานอย่างน่าประหลาด

เมื่อคิดได้ดังนี้ หลี่ฉางอันก็อดทอดถอนใจออกมามิได้...

บุรุษนั้น ต่อให้ตายก็ยังเป็นเด็กหนุ่มอยู่วันยังค่ำ!

ทว่า ในขณะที่อึ้งย้งและเสี่ยวเจียวกำลังยืนล้อมรอบชิงช้าตัวใหม่ที่หลี่ฉางอันเพิ่งสร้างเสร็จ และเอี้ยง้วยที่กำลังเอนกายนั่งมองอย่างเกียจคร้านอยู่ด้านข้างนั้น…

อีกด้านหนึ่ง ณ ใจกลางเมืองฉางซาน

ภายในโรงเตี๊ยมเหิงไหล ร่างในอาภรณ์สีแดงเพลิงร่างหนึ่งกำลังนั่งพิงกรอบหน้าต่าง สายตาจับจ้องอยู่กับตำราในมือ

และบนหน้าปกของตำราเล่มนั้น ปรากฏตัวอักษรไม่กี่ตัวที่เขียนไว้ด้วยลายพู่กันอันทรงพลัง

《จ้าวตำหนักจอมเผด็จการหลงรักข้า》

ด้านล่างของตำราเล่มนั้น บนโต๊ะที่ปูรองด้วยผ้าไหมอย่างดี มีถ้วยชาที่ส่งไอสีขาวลอยอ้อยอิ่งขึ้นเป็นสาย

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงบนใบหน้าของผู้มาเยือน เผยให้เห็นความงามที่สามารถสยบผู้คนได้ทั้งใต้หล้า…

จบบทที่ บทที่ 47 บริการปลุกยามเช้าฟรี

คัดลอกลิงก์แล้ว