เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 455 ล่าปีศาจ [2]

บทที่ 455 ล่าปีศาจ [2]

บทที่ 455 ล่าปีศาจ [2]


“…อะไรนะ?”

ไม่มีใครขยับ แม้หัวหน้ากิลด์จะออกคำสั่งแล้วก็ตาม ใครจะไปขยับได้ล่ะ ในเมื่อแทบไม่มีใครเข้าใจคำสั่งนั้นเลย

ให้ทำตามงั้นเหรอ?

ถึงจะทำตาม แล้วพวกเขาควรทำอะไรต่อ?

“กิลด์…”

“คำพูดของเขาชัดเจนแล้ว” หัวหน้ากิลด์ขัดขึ้น “แค่มองหาใครสักคนที่ปลอมตัวเป็นมนุษย์ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่มนุษย์”

เขาหยุดเล็กน้อย สายตาหันไปจับที่หัวหน้าทีมคนหนึ่ง

“คาร์เมน ฉันอยากให้เธอใช้ความสามารถของเธอมองไปรอบๆ ดู ว่ามีใครพยายามปลอมตัวเป็นสมาชิกธรรมดาไหม”

“แต่หัวหน้ากิลด์..”

“ทำตามที่ฉันบอกก็พอ ตอนนี้ฉันจะรับผิดชอบเอง”

“…..”

สุดท้าย คาร์เมนก็ยอม เธอคือหัวหน้าทีมของฝ่ายผู้พิทักษ์และเป็นคนเดียวในที่นั้นที่มีทั้งอำนาจและความสามารถจะลงมือได้ สมาชิกจำนวนมากยังหายตัวไป และหัวหน้าฝ่ายของแผนกอื่นๆ ก็ไม่อยู่ นอกจากหัวหน้าแผนกกักัน

เมื่อไม่มีใครอื่น ภาระการตรวจสอบสถานการณ์ด้วย บัญญัตินักล่าของเธอจึงตกอยู่ที่คาร์เมนเพียงคนเดียว

เพราะแบบนั้นหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเธอก็ตัดสินใจเปิดใช้งานโหนด โหนดของเธอเริ่มหมุนวนและทันทีที่มันทำงาน ภาพรอบตัวก็เริ่มบิดเบี้ยว เส้นสายยืดออกเหมือนกริดที่เคลื่อนไหว เวกเตอร์ตัดกันไปมา สีสันรอบตัวบิดงอและไหลรวมกัน ขณะเดียวกัน เธอเคาะเท้าลงกับพื้นแล้วพูดขึ้น

“ฉันจะแชร์การมองเห็นให้ทุกคน”

โหนดที่สามของเธอหมุนวน ดวงตาของทุกคนรอบตัวเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน

ไม่นาน พวกเขาก็เริ่มเห็นในมุมมองเดียวกับเธอ

หรืออย่างน้อย…ก็เกือบทั้งหมด

“แชร์ให้เขาด้วย” หัวหน้ากิลด์พูดเสริม “ไม่ต้องกังวลเรื่องใช้โหนดมากเกินไป มีฉันอยู่ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก”

ก็ต่อเมื่อหัวหน้ากิลด์พูด คาร์เมนถึงได้จำใจแชร์การมองเห็นให้กับเซธที่กำลังเดินจากไป

ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว เหมือนกับว่าไม่มีอะไรส่งผลกับเขาเลย

“อย่าเสียเวลา เริ่มค้นหาได้แล้ว” หัวหน้ากิลด์กล่าวต่อ “รักษาระยะห่างจากตัวตลกที่อยู่ไกลๆ และใช้ความโกลาหลให้เป็นประโยชน์ เห็นชัดว่าระยะของ ‘เสียงหัวเราะ’ มันมีขีดจำกัด”

เมื่อคำพูดนั้นจบลง ทุกคนก็เริ่มเคลื่อนไหว

หัวหน้ากิลด์ยืนอยู่ที่เดิม มองดูทุกคนแยกย้าย ก่อนจะค่อยๆ หันสายตาไปยังทิศที่เซธจากไป เมื่อนึกถึงการกระทำของเขาและตัวตลกในระยะไกล เขาก็อดยิ้มขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้

…น่าสนใจจริงๆ

“นายคิดยังไง?”

“…ไม่รู้สิ ฉันควรคิดยังไงล่ะ?”

โซอี้เหลือบมองไคล์ ขณะพวกเขาเคลื่อนตัวเงียบๆ ท่ามกลางความโกลาหล ทุกก้าวหนักอึ้งกว่าก้าวก่อน ภาพรอบตัวทำให้ขนลุกไปถึงแก่น และยิ่งเข้าใกล้ตัวตลกมากเท่าไร ความกดดันก็ยิ่งกดทับอกพวกเขาหนักขึ้นเท่านั้น

“ฮา…! ฮ่า! เฮ! ฮ่า!”

ตอนนี้พวกเขาเข้าใกล้พอที่เสียงหัวเราะจะชัดเจนขึ้น

ทันทีที่เข้าเขตอิทธิพลของมัน ทุกคนรู้สึกถึงความเสียววาบแปลกๆ แถวโหนด ทำให้ต้องหยุดชะงักไปชั่วครู่ แต่แล้วเสียงเย็นชาก็ดังขึ้นทันทีที่พวกเขาหยุด

“เดินต่อไป อย่าใช้โหนดมากเกินไป มีฉันอยู่พวกเขาจะไม่สังเกตเห็น”

มีอีกคนหนึ่งเคลื่อนที่อยู่ข้างพวกเขา

คลาร่า…

แม้ทั้งสองจะไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงเลือกมาด้วย แต่การมีอยู่ของเธอคือเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาเข้าใกล้พื้นที่หลักได้โดยไม่ถูกสังเกต

เมื่อมองดูเส้นเอ็นสีดำเล็กๆ ที่เกาะอยู่รอบร่าง พวกเขาสบตากัน ก่อนจะได้ยินเสียงคลาร่าอีกครั้ง

“เปิดตาให้กว้าง ตัดความคิดที่ไม่จำเป็นออกไป แล้วโฟกัสกับงานตรงหน้า”

คำพูดนั้นดึงทั้งสองกลับสู่สถานการณ์ทันที

โดยไม่เสียเวลา พวกเขาเริ่มกวาดสายตามองรอบๆ

“มองหาคนที่แกล้งเป็นมนุษย์สินะ…” ไคล์พึมพำ หรี่ตาเพ่งมองสิ่งผิดปกติรอบตัว

แต่มันไม่ง่ายเลย

ถึงจะมีความสามารถของหัวหน้าทีมช่วยอยู่ สถานที่นี้ก็ยังโกลาหลสุดๆ นอกจากเสียงหัวเราะของตัวตลก พวกเขายังได้ยินเสียงกรีดร้อง เมื่อผู้คนหยุดนิ่ง ร่างกายแตกร้าวและกลายเป็นสิ่งประหลาด

พวกเขาเห็นเลือดไหลนองพื้น และยิ่งเข้าใกล้ ทุกคนก็ยิ่งชะลอฝีเท้า ลมหายใจแทบหยุด

“ชะลอฝีเท้า”

คลาร่านำหน้า ดวงตากวาดมองพื้นที่ ก่อนที่พวกเขาจะหยุดหลังรถแวนสีดำที่ถูกเผา ทุกคนรีบหลบหลังมันในทันที เมื่อเสียงกรีดร้องดังขึ้น

“ฮ๊าาา!”

ไม่ต้องเห็นก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

สีหน้าของไคล์และโซอี้ตึงเครียด สายตาหันไปมองคลาร่าที่ขมวดคิ้วแน่น

พวกเขาไม่ได้กังวลแค่สถานการณ์รอบตัว แต่ยังกังวลเรื่องคลาร่าด้วย เธอเพิ่งกลับสู่สนามรบได้ไม่นาน ถึงตอนนี้จะดูปกติแต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอจะถลำกลับไปสู่สภาพเดิมในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาอีกหรือไม่

ถึงอย่างนั้น ทั้งสองก็ยังไม่หยุดมองหา

ต้องยอมรับว่า ความสามารถของหัวหน้าทีมนั้นน่าทึ่งมาก แม้จะอยู่ไกลขนาดนี้ เธอก็ยังแชร์การรับรู้ให้พวกเขาได้ ทำให้แยกมนุษย์กับสิ่งผิดปกติออกได้ในพริบตา

สีเหลืองคือมนุษย์ สีแดงคือสิ่งผิดปกติ

ไคล์กวาดตามองไปทั่ว ดวงตาค้นหาอย่างบ้าคลั่ง

อะไรก็ได้…

ฉันยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมหัวหน้ากิลด์ถึงฟังเซธ แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ เราต้องการเบาะแสอะไรก็ได้ ไม่งั้น…ไม่งั้นเราอาจจะไม่มีวันเคลียร์เหตุการณ์นี้ได้เลย

เขากัดริมฝีปาก เพ่งมองต่อไป โดยไม่สนใจความแสบตาที่สะสมจากการลืมกะพริบตา

เหลือง เหลือง เหลือง เหลือง…

แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็ไม่เห็นอะไรน่าสงสัย เขาหยิบมือถือขึ้นมา หวังว่าคนอื่นจะพบอะไรบ้าง แต่ก็ไม่มีข้อความใหม่ เมื่อมองไปที่โซอี้ หัวใจของไคล์ก็จมวูบ

ชิบหาย… มีใครปลอมเป็นมนุษย์จริงๆ เหรอ? หรือว่าเซธจะ…ไม่

ไคล์ส่ายหัว

เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยเริ่มงอกในใจ แต่เขาก็สลัดมันทิ้งทันที ต่อให้ทั้งโลกไม่เชื่อเซธ เขาก็จะไม่เป็นหนึ่งในนั้น

เขารู้จักเซธดีกว่าใครและถึงอีกฝ่ายจะทำตัวแปลกๆ ไคล์ก็ยังเชื่อเขา

ดังนั้น เขาจึงกวาดตามองต่อไป

“ฮ่าๆๆๆ!”

เสียงหัวเราะของตัวตลก

“ฮ๊าา!”

เสียงกรีดร้องของพารากอนและสมาชิก

ไคล์เพิกเฉยต่อทุกอย่าง ฝืนเพ่งสายตามองหา

อยู่ไหน อยู่ไหน อยู่ไหน อยู่ไหน อยู่ไหน?

เขาเริ่มสิ้นหวัง มองไปทั่ว แม้กระทั่งขยับออกจากตำแหน่ง ทั้งที่คลาร่าและโซอี้พยายามรั้งไว้

ต้องอยู่ที่ไหนสักแห่ง ต้องอยู่…

ไคล์หยุดกึก

จู่ๆ สายตาของเขาก็ไปหยุดที่ใครบางคน

ชายคนนั้นยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหล ริมฝีปากยกยิ้ม เมื่อไคล์เห็นเขา ความหนาวเย็นก็ไหลวูบลงสันหลังทันที

แต่…

เหลือง ทั้งร่างเป็นสีเหลือง

ตามหลักแล้วเขาควรจะเป็นมนุษย์แต่ทำไมเขาถึงยิ้ม? แล้ว…

ทำไมฉันถึงรู้สึกหนาวไปทั้งตัวแบบนี้?

ลมหายใจของไคล์หนักขึ้น ริมฝีปากเม้มแน่น

และแล้ว…

“…..!”

ราวกับรับรู้ถึงสายตา ชายคนนั้นหันศีรษะมา

ชั่วขณะหนึ่งเวลาเหมือนหยุดลงระหว่างทั้งสอง

รูม่านตาของไคล์หดแคบ ขนทั้งตัวลุกชัน

แต่แล้ว สิ่งแปลกประหลาดก็เกิดขึ้นทันทีหลังจากนั้น

บางอย่าง…ที่เขาไม่อาจเข้าใจได้ เมื่อการมองเห็นของเขาดับมืดลง

แต่ก็แค่ชั่วครู่เดียว

ปัง!

ทันทีที่สติกลับมา เขารู้สึกถึงมือขนาดใหญ่บีบรัดลำคอ แผ่นหลังถูกกระแทกเข้ากับบางสิ่งที่เหมือนกำแพง ลมหายใจติดขัด ทรมาน มือทั้งสองคว้าจับแขนที่รัดคอเขาไว้

การดิ้นรนยิ่งทำให้แย่ลง

มือบีบแน่นขึ้นอีก

“อึก..”

แต่ขณะที่พยายามดิ้นให้หลุด เขาก้มลงมองแล้วก็แข็งค้าง ดวงตาคู่หนึ่งที่คุ้นเคยกำลังจ้องกลับมาที่เขาและแล้วเสียงเย็นเฉียบก็ตัดผ่านความตื่นตระหนกในอกของไคล์

“เจอแล้ว”

จบบทที่ บทที่ 455 ล่าปีศาจ [2]

คัดลอกลิงก์แล้ว