- หน้าแรก
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ เกมของฉันไม่น่ากลัวขนาดนั้นจริงๆ นะ
- บทที่ 430 เกตที่เป็นไปไม่ได้ [1]
บทที่ 430 เกตที่เป็นไปไม่ได้ [1]
บทที่ 430 เกตที่เป็นไปไม่ได้ [1]
สำนักงานใหญ่
สถานที่ไม่เปิดเผย
ภายในห้องแห่งหนึ่ง มีคนสิบห้าคนนั่งรวมกัน ร่างของพวกเขาถูกกลืนด้วยเงามืดหนาทึบ ปิดบังทั้งสีหน้าและตัวตน ทุกคนนั่งอยู่หลังโต๊ะขนาดใหญ่รูปครึ่งวงกลม เงาทอดยาวคลุมร่าง ราวกับว่าห้องนี้เองก็ไม่ต้องการเปิดเผยว่าพวกเขาเป็นใคร
พวกเขาคือคณะกรรมการกำกับดูแลส่วนกลาง คณะผู้บริหารสูงสุดของสำนักใหญ่
ไม่มีใครรู้ตัวตนของพวกเขาและแม้แต่พวกเขาเอง… ก็ไม่รู้ตัวตนของกันและกัน
“…รายงานสถานการณ์ล่าสุดเป็นยังไง”
เสียงหนึ่งดังขึ้น
เสียงนั้นถูกกลบจนยากจะแยกแยะเพศของผู้พูด
“รายงานจากหน่วยสอดแนมล่าสุดยืนยันว่า เกตเป็นประเภทสิ่งผิดปกติ พวกเขาระมัดระวังอย่างมาก และยังไม่เริ่มสถานการณ์จำลองแต่จากข้อมูลเบื้องต้น… สถานการณ์จำลองเกิดขึ้นภายใน ‘สำนักงาน’”
“มีข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งผิดปกติที่เป็นต้นเหตุของการอ่านค่านี้ไหม?”
“ยังไม่มี”
“อืม…”
สมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแลส่วนกลางเริ่มหารือกัน
การที่พวกเขามารวมตัวและพูดคุยกันเช่นนี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้น้อยมาก
และจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤตเท่านั้น
ครั้งล่าสุดที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้… คือเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่พบสิ่งผิดปกติระดับ เคอร์ไมต์ครั้งสุดท้าย
“เราควรเริ่มส่งคนเข้าไปหรือยัง? มีกิลด์หลายแห่งขออนุญาตเข้าไปแล้ว”
“…ควร”
“ใช่ อย่าถ่วงเวลาอีกเลย”
“แต่จะส่งใครเข้าไป?”
“ผมคิดเรื่องนี้ไว้แล้ว”
สมาชิกคนหนึ่งกดมือลงบนโต๊ะ โฮโลแกรมปรากฏขึ้นกลางโต๊ะ แสดงข้อมูลของกิลด์หลายแห่ง
“ด้วยข้อมูลที่เรายังขาด และการที่หน่วยสอดแนมไม่สามารถเริ่มสถานการณ์จำลองได้อย่างเหมาะสม ทางเลือกที่ดีที่สุดคือส่ง ‘ทีมทดลอง’ เข้าไปก่อน ใช้ทีมนี้เพื่อประเมินสถานการณ์จำลอง และระบุแหล่งกำเนิดหลักของความผิดปกติ”
“หน่วยพลีชีพงั้นเหรอ?”
“ใช่”
“เข้าใจแล้ว ผมก็คิดแบบเดียวกัน เราไม่สามารถเสี่ยงเสียกำลังหลักได้ ส่งพวกเขาเข้าไปทีหลัง เมื่อเรามีข้อมูลมากกว่านี้”
ในน้ำเสียงของคณะกรรมการ ไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความเห็นใจ
พวกเขาคือผู้มีประสบการณ์ ผ่านการตายมานับไม่ถ้วนตลอดชีวิต
สำหรับพวกเขาการตายของทีมไม่กี่ทีม คือการเสียสละที่สมควร
โดยเฉพาะเมื่อมันทำไปเพื่อ “ประโยชน์สูงสุดของโลก”
“ผมเตรียมรายชื่อทีมไว้แล้ว”
โฮโลแกรมเปลี่ยนอีกครั้ง ตราสัญลักษณ์หลายอันปรากฏขึ้น
“ทีมที่เราไม่สามารถเสียได้ คือกิลด์ระดับคิง พวกเขามีคุณค่ามากเกินกว่าจะถูกทิ้งแบบนั้น แต่ขณะเดียวกัน เราก็ไม่อาจส่งทีมที่อ่อนแอเกินไป ไม่อย่างนั้น พวกเขาจะสำรวจประตูได้ไม่มาก”
“เห็นด้วย”
“สำหรับการคัดเลือกครั้งนี้ ผมให้ความสำคัญกับหลายปัจจัย โดยหลักคือความคุ้นเคยกับเกาะ และระดับที่กำหนดซึ่งคือระดับควีน ดังนั้นกิลด์ที่ผมจะส่งเข้าไป ได้แก่กิลด์เซเวอร์ด สตาร์ จากเกาะมาลาเวีย
กิลด์เนท จากเกาะไซร์
กิลด์แบล็กโรส จากเกาะไทม์…”
ชื่อกิลด์ถูกขานออกมาทีละแห่ง
ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนฟังอย่างเงียบงัน
จนกระทั่ง….
“…เกาะแอนดอเรีย กิลด์โคเม็ต”
ชื่อสุดท้ายถูกเอ่ยออกมา
รวมทั้งหมดแปดทีม
“หน่วยพลีชีพ” จึงถูกจัดตั้งขึ้น
“มีใครคัดค้านไหม?”
“ไม่มี”
“อนุมัติ”
“อนุมัติ”
“อนุมัติ”
เมื่อสมาชิกทุกคนเห็นชอบ คำสั่งก็ถูกส่งไปยังผู้ที่รออยู่หน้าเกตบนเกาะมาลาเวีย
—
ฟู่ว! ฟู่ว!
ร่างหนึ่งปรากฏขึ้น
ตามด้วยอีกหนึ่ง
และอีกหนึ่ง
“นี่คือเกตงั้นเหรอ…?”
“ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย”
ผู้ที่ปรากฏตัวมาจากหลากหลายพื้นเพ เครื่องแบบของพวกเขาประดับด้วยสัญลักษณ์ต่างกัน แสดงถึงกิลด์และองค์กรที่แตกต่าง ใบหน้าหลากหลายเชื้อชาติต่างจากมาลาเวียอย่างสิ้นเชิง เกาะกลางมีผู้คนมากกว่ามาก
ในวินาทีนั้น….
ยอดฝีมือระดับสูงสุดของโลกรวมตัวกันอยู่ภายในเกต
“นี่มัน… สำนักงานงั้นเหรอ?”
ทุกคนได้รับการบรีฟมาก่อนแล้วเกี่ยวกับเกต
หน่วยสอดแนมระดับสูงสุดถูกส่งเข้าไปก่อน และข้อมูลทั้งหมดก็ถูกถ่ายทอดให้ผู้เข้าร่วมทุกคน
เรื่องเดียวที่น่าเสียดาย…
คือข้อจำกัด
ผู้เข้าร่วมได้สูงสุดหนึ่งร้อยคน มากกว่านั้นไม่ได้
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก เกตจำนวนมากก็มีข้อจำกัดลักษณะนี้
และแน่นอนกิลด์เซเวอร์ด สตาร์ ได้รับอนุญาตให้เข้าเป็นกลุ่มแรก
“ไอ้พวกเวร…”
หัวหน้าแผนกจิ๊ปาก มองสลับระหว่างนาฬิกาข้อมือกับกลุ่มด้านหลัง รวมทั้งหมดสิบห้าคน หัวหน้าทีมสามคน ที่เหลือคือกำลังหลักระดับสูงของกิลด์ยกเว้นเซธ
‘…ไม่รู้ทำไมหัวหน้ากิลด์ถึงยืนยันจะพาเซธมาด้วย แต่ฉันก็ปฏิเสธคำสั่งไม่ได้’
เซธ… เป็นระดับสูงสุดในแบบของเขาเอง
เรื่องนั้นปฏิเสธไม่ได้
แต่การที่เขาไม่มีโหนด และหายไปจากกิจกรรมของกิลด์ช่วงหลัง ทำให้เขาไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะที่สุด ยังมีคนอื่นที่มีประสบการณ์มากกว่า
แต่ตอนนี้นั่นไม่ใช่ปัญหาหลัก
คลิก! คลิก! คลิก!
เสียงแป้นพิมพ์ดังมาจากทุกทิศ
หัวหน้าแผนกมองไปรอบๆ
พวกเขายืนอยู่ในชั้นสำนักงานขนาดมหึมา ทอดยาวไปสุดสายตา แสงไฟสีขาวจ้าเหนือศีรษะสาดลงมา เผยให้เห็นแถวคิวบิเคิลเรียงรายไม่รู้จบ ยิ่งมอง… ก็ยิ่งเหมือนเพิ่มจำนวนขึ้น
พรมสีเทานุ่มใต้เท้ากลืนเสียงฝีเท้าทุกก้าว
ราวกับห้องนี้กำลังกลั้นหายใจ
เสียงคลิกเหล่านั้นมาจากทุกทิศทาง
‘ไม่ต่างจากรายงานของหน่วยสอดแนมเลย…’
สีหน้าหัวหน้าแผนกดูไม่ดีเอาเสียเลย
คนอื่นๆ ก็เช่นกัน ทุกคนรู้ดีว่าที่ถูกเลือกมาไม่ใช่เพราะได้รับความไว้วางใจ
แต่เพราะพวกเขา…คือทีมทดลอง
‘ฉิบหาย… ฉิบหาย… ฉิบหาย…’
ตั้งแต่วินาทีที่รู้ว่าคำสั่งได้รับการอนุมัติ เขาก็รู้แล้วพวกเขาถูกส่งมาเพื่อตาย
เขาอยากโวยวายแต่คำสั่งมาจากสำนักใหญ่และนี่คือภัยคุกคามระดับโลก
การปฏิเสธ…คือการทรยศ
‘ชิบ…!’
หัวหน้าแผนกกัดฟัน มองไปรอบๆ
ทุกคนมีสีหน้าหนักอึ้ง ไม่มีใครโง่ทุกคนรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร
บรรยากาศเย็นเยียบ อึดอัด ราวกับมีบางอย่างกดทับอยู่เหนือหัว
แต่แล้วสถานการณ์ก็เลวร้ายลงไปอีก
บึซซ!!
โดรนลอยอยู่ใต้แสงไฟสำนักงาน บันทึกสีหน้าและปฏิกิริยาของทุกคน ถ่ายทอดออกไปสู่สายตาทั้งโลก
ใช่แล้วเกตบานนี้…กำลังถูกถ่ายทอดสด
หัวหน้าแผนกอ้าปากจะพูดแต่ก็ปิดลง
เขาหันกลับไปหาทีมของตัวเอง
และในวินาทีนั้นมีใครบางคนเริ่มขยับ
“หืม? เซธ…?”
“นายจะไปไหน เซธ?”
ทุกคนตื่นตัวทันที
ไม่ว่าจะเป็นคนจากกิลด์เดียวกันหรือกิลด์อื่น
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เซธ
“นายทำอะไรน่ะ! มันอันตราย!”
เซธไม่พูดอะไร
เขาเดินต่อไปก้าวผ่านคิวบิเคิลแรก
ทุกคนกลั้นหายใจคาดว่าบางอย่างจะเกิดขึ้น
แต่…
“เอ๊ะ?”
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้น?”
ไม่มีอะไรเกิดกับเซธ
คลิก! คลิก! คลิก!
เสียงแป้นพิมพ์ยังดังต่อเนื่องจังหวะไม่เปลี่ยน
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง
และในที่สุด…พวกเขาก็เริ่มขยับตาม
เมื่อเซธเดินผ่านไปแล้วพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น
ทุกคนรู้ดี…ทันทีที่เขาก้าวผ่านคิวบิเคิลแรก
สถานการณ์จำลอง… ได้เริ่มขึ้นแล้ว
ทั้งโลก…กลั้นหายใจ