เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 410 ภารกิจลัทธิ [2]

บทที่ 410 ภารกิจลัทธิ [2]

บทที่ 410 ภารกิจลัทธิ [2]


โซน 9

พื้นที่ชายขอบของเมือง เขตอุตสาหกรรมเต็มไปด้วยโรงงานร้างกับโกดังที่ไม่มีใครดูแล

ควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ฟ้า ปกคลุมถนนผุพังด้วยเงาหม่นตลอดแนวทางเดิน

‘ใกล้ถึงแล้วล่ะ’

ฉันก้มมองเข็มทิศในมือ เข็มชี้ไปทางทิศตะวันออก ฉันก้าวตามมันไปเรื่อย ๆ

กระเป๋าเป้ใบใหญ่ถ่วงไหล่จนตึง แต่น้ำหนักนั้นแค่รู้สึก..ไม่ได้สร้างปัญหา

ฉันควักโทรศัพท์ขึ้นมาดู

“ยังไม่ตอบอีกเหรอ”

ตั้งแต่เจอกระดาษโน้ตในคอกของเขา ฉันก็โทรหาคนคนนั้น ไคล์ไปกว่าสิบครั้ง พยายามหาคำตอบจากสิ่งที่เขาเขียนไว้... แต่ก็ไม่มีการตอบกลับ

เขาคงจะยุ่งจริง ๆ แต่ตอนนี้...ฉันต้องการคำตอบของเขามากกว่าครั้งไหนๆ

ตัวเลขนั่น...มันมีความหมายกับฉันมากกว่าที่ใครจะจินตนาการได้

‘...รออีกสักหน่อยก็แล้วกัน’

ฉันเดินต่อไปบนทางเท้า บริเวณนี้ของเมืองดูเลวร้ายกว่าทุกที่ที่เคยผ่านมา

กำแพงที่ถูกพ่นกราฟิตี้ บ้านทรุดโทรมที่เหมือนจะล้มทุกเมื่อ ขยะกองอยู่ตามตรอกซอกซอย

ไกลออกไป...ตึกโรงงานโผล่ให้เห็นภายใต้หมอกควันหนาเตอะ

‘ที่นี่มัน...เลวร้ายชะมัด’

ฉันไม่อยากอยู่นานกว่าที่จำเป็นและโชคดีที่ไม่นาน เข็มทิศในมือก็เริ่มหมุนผิดปกติ

นั่นคือสัญญาณว่าฉันมาถึงแล้ว

ฉันเงยหน้ามอง

เบื้องหน้าคือกำแพงอิฐสูงท่วมหัว ตรงประตูทางเข้ามีป้ายสนิมเขรอะติดไว้ว่า...

[มิลล์วอลล์ สตีล โปรดักชัน]

โรงงานที่อยู่ถัดไปด้านในก็ไม่ต่างกัน ถูกทิ้งร้างมานาน หน้าต่างแตกละเอียด อิฐพังจนเห็นช่องโหว่ วัชพืชเลื้อยขึ้นจากรอยร้าวบนพื้น กราฟิตี้เลอะเทอะเต็มผนังซีดจาง...เป็นภาพที่คุ้นตาของพื้นที่แบบนี้

ฉันไม่ได้รีบร้อนจะเข้าไปกลับกันฉันนั่งลงบนพื้นข้าง ๆ ประตู วางกระเป้ลงเบา ๆ

“เจมี่น่าจะมาอีกประมาณสิบกว่านาที”

ฉันตั้งใจมาถึงก่อนเวลานิดหน่อย เพราะยังมีบางอย่างต้องจัดการก่อนเริ่มไลฟ์

อย่างเช่น….

“ช่วยเช็กทีว่ามีกล้องวงจรปิดติดอยู่แถวนี้ไหม ไม่ต้องปิดก็ได้ แค่ระบุตำแหน่งกับดูว่ากล้องพวกนั้นเชื่อมกับระบบอะไรหรือเปล่า”

หน้าจอมือถือฉันสั่นไหวเบา ๆ ก่อนที่ตัวตลกจะปรากฏขึ้นมา เพียงไม่กี่วินาทีมันก็หายไปจากหน้าจอ

‘จะปิดกล้องหรือไม่ก็ไม่สำคัญ เพราะยังไงฉันก็กำลังจะไลฟ์สดทุกอย่างอยู่ดี พวกมันจะต้องรู้แน่นอนว่าฉันอยู่ที่นี่’

แต่จนถึงตอนนี้ ฉันยังไม่เปิดเผยสถานที่ของไลฟ์

ถ้าฉันทำตอนที่พวกมันไม่ทันตั้งตัว ก็จะเป็นโอกาสดีในการสังเกตพวกมันซ่อนอยู่ตรงไหนของโรงงาน

‘...หวังว่าจะได้ผลนะ’

ฉันเปิดแอคเคานต์ขึ้นมาดู

[เซ็ธ ธอร์น ]

โพสต์: 5 | ผู้ติดตาม: 151,000 | กำลังติดตาม: 0

ถึงยอดฟอลจะไม่มากเท่าโซอี้ แต่ก็ไม่น้อยเลยทีเดียว

ฉันเช็กโพสต์ล่าสุด

[จะมีสตรีมเร็ว ๆ นี้]

เป็นแค่แบล็คกราวน์สีดำกับข้อความธรรมดา แต่ผลตอบรับไม่ธรรมดาเลย

ถูกใจ: 72K | แชร์: 13.4K | ความคิดเห็น: 9.8K

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ...คอมเมนต์

‘ว้าววววว! ไลฟ์เหรอ? รอดูเลย!’

‘ในที่สุดนายก็จะออกมาพูดแล้วสินะ ฉันขอโทษที่เคยสงสัยนาย’

‘ฉันก็ทำงานบริษัทนรกเหมือนกัน นายมีแรงสนับสนุนจากฉันแน่นอน’

‘ฉันจะเข้าไปดูแน่ ๆ’

‘หวังว่าจะมีด่าแรง ๆ แบบรอบก่อนอีกนะ ฮ่า ๆ’

มีหลายคอมเมนต์ที่ให้กำลังใจ พูดถึงเหตุการณ์ไนท์แมร์ ฟอร์จ สตูดิโอส์และบอกว่าจะเข้ามาดูไลฟ์เพื่อฟังความจริงจากปากฉัน

แน่นอน...ก็มีพวกขี้สงสัยอยู่ด้วย

บางคนเริ่มสร้างทฤษฎีสมคบคิด แต่ส่วนใหญ่ก็โดนกลบโดยเสียงสนับสนุน

ฉันเลื่อนดูคอมเมนต์จนเจอคอมเมนต์หนึ่ง และกดถูกใจ

‘...พวกนายคิดยังไงกับความเป็นไปได้ที่คนที่ทำให้เกมมันเละคือเขาเองล่ะ? เขาก็ทำงานกับกิลด์นี่ แถมยังมีปัญหากับสตูดิโออีก ฉันไม่ได้กล่าวหานะ แต่...ทุกคนน่าจะคิดต่อเองได้ล่ะมั้ง’

‘แค่นี้ก็น่าจะพอ’

และแน่นอน...ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น คอมเมนต์ก็ตามมาเป็นพรวน

‘เฮ้ย เขากดไลก์โพสต์นี้ว่ะ!?’

‘ต้องจริงแน่ ๆ!’

‘เขาเป็นคนอยู่เบื้องหลังทั้งหมดเหรอ!? บ้าเอ๊ย!’

‘ใจเย็น อาจจะแค่กดผิด อย่าพึ่งด่วนสรุป’

แค่ไลค์เดียว...ก็ จุดไฟ แห่งความโกลาหลขึ้นมาได้

กระทู้ในฟอรั่มเริ่มผุดขึ้น

[ทฤษฎีสมคบคิดเบื้องหลัง คืนสยอง! มีคนบงการเบื้องหลัง?]

[ความจริงที่แท้จริงในคืนหายนะ]

ฉันจ้องหน้าจอแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้

‘แบบนี้แหละ...ที่ฉันต้องการ’

การที่แค่การกระทำเดียวของฉัน จะกลายเป็นต้นเพลิงความวุ่นวายขนาดนี้

...มันรู้สึกดีชะมัด

ตึ๊งงง! ตึ๊งงง!

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในที่สุด

ฉันรับสายและได้ยินเสียงเจมี่จากอีกฝั่ง

‘ฉันใกล้ถึงแล้ว นายอยู่ตรงไหนนะ?’

“ฉันถึงแล้ว”

‘ไวชะมัด?’

“รถบัสมาเร็ว”

‘โอเค งั้นฉันจะรีบตามไป!’

ติ๊ด! สายถูกตัด

ยังไม่ถึงนาทีเลย เจมี่ก็โผล่มาให้เห็นลิบ ๆ

“เฮ้!”

เขาโบกมือให้ ฉันมองเห็นผมสีน้ำตาลยุ่ง ๆ กับกระเป๋าใบโตที่แทบจะกดไหล่เขาให้ติดพื้น

“แฮ่ก... แฮ่ก... เหมือนวิ่งมาทั้งทางเลยแฮะ”

เขาทิ้งกระเป๋าลงพื้นแล้วนั่งฟุบหอบ ฉันเหลือบมองข้างหลังเขา เห็นโลหะบางชิ้นโผล่พ้นกระเป๋าออกมา

ฉันเลยเบือนหน้าหนีไปพิงกำแพงแทน

โทรศัพท์ในมือสั่นอีกครั้ง ตัวตลกปรากฏขึ้นมาชั่วครู่

ฉันกดปิดหน้าจอทันที

“นี่แหละ ผลจากการหอบของมาเอง”

“ก็... ฮ่า... เพื่อไลฟ์ทั้งนั้นแหละ”

เจมี่ตอบพลางหอบ เขาเริ่มแกะอุปกรณ์จากกระเป๋า ความคล่องแคล่วในมือบ่งบอกว่าเคยทำมาไม่ต่ำกว่าร้อยครั้ง

ตอนที่เขาเริ่มเซ็ตอัปสายตาก็หันมามองฉัน สีหน้าดู...เหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง

“ฉันเห็นนะ...ที่นายไปกดไลค์โพสต์แบบนั้น นายบ้าไปแล้วจริง ๆ”

“เพิ่งรู้เหรอ?”

“อืม... นายมันไม่ปกติตั้งแต่แรกแล้ว ฉันควรรู้ตั้งแต่ตอนนั้น...ตั้งแต่เรื่องเมื่อหลายเดือนก่อน... ทำไมฉันถึงลืมได้นะ?”

เขาส่ายหน้าแล้วกลับไปตั้งอุปกรณ์ต่อ

ฉันมองเขาอยู่สักพัก กำลังจะช่วย

แต่...

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นจากมือถือ

ฉันก้มดู และชะงักไปชั่วครู่

จากนั้น... รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว

[มีเงินโอนเข้าบัญชีของคุณ: 1,081,941 ดอลลาร์]

‘ในที่สุดก็มาเสียที’

จบบทที่ บทที่ 410 ภารกิจลัทธิ [2]

คัดลอกลิงก์แล้ว