- หน้าแรก
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ เกมของฉันไม่น่ากลัวขนาดนั้นจริงๆ นะ
- บทที่ 360 กำจัดหนู [6]
บทที่ 360 กำจัดหนู [6]
บทที่ 360 กำจัดหนู [6]
ปัง!
แรงกระแทกทำให้ฉันล้มกระเด็นไปกับเก้าอี้ แผ่นหลังกระแทกกับพื้นเต็มแรง
ฉันเงยหน้าขึ้นมองเจ้า "หนู" ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าของมันซีดขาวไร้สีเลือด ขณะพุ่งตัวไปคว้าอุปกรณ์บนโต๊ะ
“ไม่!!”
ฉันไม่ยอมให้มันได้ไป
แม้จะยังอยู่บนพื้นฉันก็ไม่หยุด รีบใช้สองมือถูพื้นลากตัวเองไปจนถึงโต๊ะ
มือที่สั่นเทาคว้ากล่องดำเล็ก ๆ เอาไว้ทัน ก่อนที่ปลายนิ้วของมันจะสัมผัสโดนเพียงเสี้ยววินาที
“....!?”
ใบหน้าของมันบิดเบี้ยว ดวงตาเบิกกว้าง ความคลั่งไหลทะลักออกมาทุกอณู
เจ้าหนูถลาใส่อุปกรณ์ราวกับมันคือชีวิตสุดท้ายของมัน
“ถอยไป!”
ฉันรวบแรงทั้งหมดพุ่งไหล่เข้าใส่ร่างของมันเต็มแรง
ปัง!
“อึก!”
ร่างของมันเสียหลักถอยหลังไปสองสามก้าวแค่นั้นก็พอแล้ว
ฉันคว้าอุปกรณ์มาไว้ในมือทั้งสอง หันหลังแนบกับผนัง ตาจ้องเขม็งไปยังเจ้าหนู
ร่างกายทั้งตัวตึงเครียด จิตสัมผัสจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวและแล้ว...
“นายซ่อนไอ้นั่นจากฉัน...ได้ยังไง?”
เจ้าหนูทำลายความเงียบ น้ำเสียงของมันสั่นแต่แฝงด้วยความเคียดแค้น
“ฉันเช็กห้องนี้ทุกจุดแล้ว... นายซ่อนมันไว้ที่ไหน?”
ฉันไม่ตอบในทันทีแต่มองกลับไปที่มัน...แล้วยิ้ม แล้วยกอุปกรณ์สีดำขึ้นมาให้มันดู
“นี่เหรอ? ก็...”
ในใจฉันหัวเราะเบา ๆ มองกล่องเล็กในมือด้วยความภาคภูมิใจ
“มันไม่ใช่แค่เครื่องบันทึกธรรมดาหรอกนะ”
นี่คืออุปกรณ์พิเศษที่หัวหน้ากิลด์ให้ฉันมา เครื่องบันทึกเสียงแบบพิเศษที่ไม่สามารถตรวจจับได้แม้กระทั่งด้วยบัญญัติหรือโหนด
มีฟังก์ชันอื่นอีกเพียบ...แต่ที่ฉันต้องการก็แค่หลักฐานเสียง
“...ฉันรู้ดีถึงความสามารถของนาย ด้วยโหนดและบัญญัติของนายไม่มีอะไรเล็ดรอดสายตานายไปได้แน่ เพราะงั้นฉันเลยใช้ ‘บางอย่าง’ ที่แม้แต่นายก็ไม่มีวันเห็น”
“ฉันบันทึกบทสนทนาทั้งหมดแล้วและตอนนี้... ฉันมีหลักฐานชิ้นสำคัญพอจะเตะนายออกจากกิลด์”
“.....”
ใบหน้าของเจ้าหนูเปลี่ยนหลายสี จากขาวเป็นแดงเป็นซีดก่อนที่...
ลักยิ้มจะกลับมาอีกครั้ง
มันหันมองไปรอบห้องแล้วจ้องตรงมาที่ฉันอีกครั้ง
ฉันรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไป ร่างกายฉันตึงเครียดในทันที
แปะ! แปะ! แปะ!
“โอเค... ยอมรับก็ได้”
มันตบมือเบา ๆ น้ำเสียงราบเรียบ
“นายทำได้ดี...จริง ๆ”
ฉันเริ่มรู้สึกไม่ดีแล้ว
ฉันถอยหลังไปอีกนิด
แต่...
“.....!?”
มันพุ่งใส่ฉันแบบไม่ให้ตั้งตัว
‘ไอ้บัดซบ!’
ฉันรู้ทันทีว่ามันจะทำอะไรแต่มันเร็วกว่าฉัน มือของมันคว้าบริเวณเอวฉันด้วยแรงมหาศาลแล้วยกร่างฉันลอยขึ้น
“อึ๊ก!”
มันกระแทกฉันกับผนัง กระดูกสันหลังแทบหลุดลมหายใจแทบขาดแล้วมันก็พยายามจะใช้มือฟาดเข้าที่หัวฉัน
“ไอ้หนูโสโครก...!”
ฉันไม่ยอมแน่
ด้วยแรงจากอะดรีนาลีนทั้งหมด ฉันคว้าผมมันแล้วกระชากหัวเต็มแรง
“ปล่อยนะ ไอ้เชี้ย!”
“แม่งเอ๊ย!!”
“อ๊ากก!”
ทุกอย่างกลายเป็น ศึกหมัดหมาแมว
ฉันกระชากหัวมัน มันตบหน้าฉันซ้ำ ๆ กระดุมเสื้อเรากระเด็นไปทั่วห้อง
ฉันถึงขั้นเอาเล็บข่วนหน้ามันด้วยซ้ำ
“หน้า...หน้าฉัน!!!”
เสียงกรีดร้องของมันทำให้ฉันสะใจ แต่ไม่นานนักมันสวนด้วยศอกเข้าเต็มดั้งของฉัน
กร๊อบ!
เสียงกระดูกแตกเบา ๆ แต่ดังก้องในหัว
“โอ๊ยยยยยย!!”
เลือดพุ่งและทันทีที่เรากำลังจะฟาดกันอีกครั้ง...
แกร๊ก!
ประตูเปิดเสียงฝีเท้าเร่งเข้ามา
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
“หยุดเลยนะ!”
“แยกพวกเขาออก!”
เสียงคุ้นเคยหลายคนตะโกนขึ้นแต่ฉันแทบไม่ได้ยินอะไร
ในหัวฉันมีแต่...
‘อีกหมัดเดียว...ขออีกหมัดเดียวก็ยังดี’
แต่...
“พอได้แล้ว!”
มือหนึ่งคว้าแขนฉันไว้ ฉันพยายามฝืนดึงแขนกลับมาเพื่อหวดอีกหมัด
...แล้วเจ้าหนูก็หยุดก่อนฉันเสียอีก มันจ้องฉันด้วยสีหน้า "ใสซื่อ" ราวกับไม่เคยทำอะไรผิด
และนั่นทำให้ฉันหยุด
ในที่สุด...ฉันก็สังเกตได้ว่า คนอื่นอยู่ในห้อง
หัวหน้าแผนก ไคล์ โซอี้ โรแวนและคนอื่น ๆ ทุกคนอยู่ที่นี่แล้ว
สายตาทุกคู่จับจ้องเราสองคน
ฉันถอนหายใจ หย่อนแขนลง ไคล์ค่อย ๆ ปล่อยมือฉัน
“ใจเย็นลงรึยัง?”
ฉันไม่ตอบยังจ้องหน้าเจ้าหนูไม่วางตา มันมองรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง
หัวหน้าแผนก หันไปถามมัน
“นายโอเคมั้ย...?”
คำถามเดียวกับที่ไคล์ถามฉันแต่ปฏิกิริยาของเขา...แตกต่าง
“ผม...”
มันกัดปาก ดวงตาสั่น
ฉันมองใบหน้ามัน ผมยุ่งเหยิง รอยช้ำรอบตา เลือดไหลจากจมูก
แม้ฉันจะดูไม่ต่างกันนัก แต่...
ฉันสะใจ
ฉันฝันถึงภาพนี้มานานแล้ว
“ผม...ผมไม่โอเค”
มันสั่นเทาแววตาแฝงความหวาดกลัวขณะมองฉัน
หัวหน้าแผนกหันมาทางฉัน คิ้วขมวดนิด ๆ
ฉันอ้าปากจะอธิบาย...แต่ไม่ทัน
“ผม...ผมโดนเขาทำร้ายครับ”
เจ้าหนูชิงพูดก่อน
“ผม...ผมรู้ความลับของเขาแล้วพอพยายามจะพูด เขาก็... เขาก็โจมตีผมก่อน!”
ฝีมือการแสดงของมันระดับเทพ ขนาดฉันยังเกือบเชื่อตาม
“เขาทำร้ายนายเพราะนายรู้ความลับ?”
“ช..ใช่ครับ...!”
หัวหน้าแผนกขมวดคิ้วแน่น
“แล้ว...นายรู้ความลับอะไร?”
“ม..มันคือ...”
มันดูลังเล ริมฝีปากสั่น ใบหน้าซีดเผือด เห็นดังนั้นหัวหน้าแผนกก็โน้มตัวลง
วางมือบนบ่าของมัน
“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันอยู่ตรงนี้ไม่มีใครทำอะไรนายได้”
ริมฝีปากมันสั่นระริก พยักหน้าเบา ๆ
ฉันอยากจะพูดแต่รู้ว่าถ้ายังไม่มีหลักฐานคำพูดของฉันจะไม่มีน้ำหนักเลย
และไม่นาน...
“ตัวตลก...”
มือสั่น ๆ ของมันชี้มาทางฉัน
“เขา... เขาคือ ตัวตลก!”
สายตาทุกคู่หันมาทางฉัน
ฉัน...กลายเป็นเป้าสายตาเพียงหนึ่งเดียวในห้อง