- หน้าแรก
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ เกมของฉันไม่น่ากลัวขนาดนั้นจริงๆ นะ
- บทที่ 320 การทดสอบแผนก [4]
บทที่ 320 การทดสอบแผนก [4]
บทที่ 320 การทดสอบแผนก [4]
"ไคล์ไปถึงระดับขั้นห้าแล้วงั้นเหรอ..."
แม้มันจะทำให้ฉันรู้สึกดีใจแทนเขา แต่ขณะเดียวกัน...มันก็ยิ่งตอกย้ำระยะห่างระหว่างเราสองคน
...ระยะที่กว้างเหลือเกิน
‘ช่างเถอะ มันไม่สำคัญขนาดนั้น เขามีเส้นทางของเขา ฉันก็มีของฉัน ตอนนี้...มีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นต้องจัดการ’
ฉันหยิบแล็ปท็อปขึ้นมา เปิดหน้าค้นหา
[สตรีใต้ร่มสีขาว ]
...ภาพวาดที่ตั้งอยู่ตรงหน้าฉัน ชื่อดั้งเดิมของมันก็คือชื่อนี้
สถานที่ที่เคยเป็นบ้านของมิเรลล์
...มันชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ แล้วว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของลัทธินั้น
‘ถ้าฉันหาเจอ...ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป’
จากข้อมูลที่เคยรวบรวมมา ภาพวาดนี้เคยถูกสั่งวาดโดยพ่อแม่ของมิเรลล์
ใช้เป็นเหมือน "เครื่องสรรเสริญความงามของเธอ"
แต่ฉันรู้ดีว่ามันเป็นแค่เรื่องโกหก
‘พ่อแม่ที่รักลูกจริง ๆ จะไม่มีวันทำแบบนั้นกับเธอ’
‘เธอ...น่าจะเป็นแค่ "ของล้ำค่า" ชิ้นต่อไปของพวกเขาเท่านั้น’
ฉันค้นหาทุกช่องทางใช้ระบบค้นหาด้วยภาพ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ...
[ไม่พบสถานที่ตรงกับการค้นหาของคุณ]
ราวกับสถานที่นั้นไม่เคยมีอยู่เลย
“ไม่มีทาง...”
ฉันเคยเห็นมันกับตา ทั้งในเกตและในภาพนิมิตจากโหนด
เทคโนโลยีของกิลด์ก้าวหน้าเกินกว่าที่ระบบจะพลาดแบบนี้
...คำตอบเดียวคือ
"พวกมันมีอิทธิพลมากพอจะลบสถานที่นั้นออกจากโลกได้"
แค่คิดก็ขนลุกแล้ว
แต่...ฉันไม่มีเวลาจะกลัว
ฉันมีทางอื่นอยู่ทางที่อาจจะใช้ได้...
ฉันหันไปมองภาพวาดตรงหน้า ภาพเดียวกับที่เปิดอยู่ในหน้าจอ หลังจากคิดอยู่สักพัก ฉันเอื้อมไปหยิบถุงขนมจากลิ้นชัก
เขย่าๆ ๆ
เสียงขนมกระทบกันในถุง ก้องไปทั่วห้อง
เขย่า
เขย่าอีกครั้ง
และอีกครั้ง...
...และแล้ว หัวหนึ่งก็โผล่ออกมาจากภาพวาด
ดวงตาโตแบบปลาตาโปนของเธอกวาดมองรอบห้อง ก่อนจะหยุดที่ถุงขนมในมือฉัน เธอกลืนน้ำลาย แล้วแกล้งทำเป็นไม่สนใจ
“อยากได้ไหม...?”
เขย่า ๆ
ฉันยั่วเธออีกนิด และในที่สุด...
เธอก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วค่อย ๆ ปีนออกมาจากภาพวาด กุมหลังตัวเองอย่างเจ็บ ๆ ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้า
"....."
เราจ้องหน้ากันสักพัก...
แล้วเธอก็พูดว่า
“ให้ฉัน”
ฉันหยุดเขย่าขนม มองเธอ
“ไหนล่ะคำขอร้องที่น่ารัก”
“หยุดเล่นไร้สาระ”
“ให้มาเลย”
“เจ้าขโมย...เอามาให้!”
เธอยื่นมือออกมา สีหน้าเหมือนจะระเบิด
‘นี่มันอะไรกัน...’
ฉันทั้งขำทั้งหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน แต่สุดท้ายก็ส่ายหัว
“ยังไม่ได้”
“นาย…!”
“ใจเย็น! ฉันจะให้ ถ้าเธอตอบคำถามฉันก่อน แค่ไม่กี่คำถามเอง...แล้วจะให้ทั้งหมดเลย ตกลงไหม?”
เธอจ้องฉันเขม็ง ก่อนจะพยักหน้าในที่สุด
“ตกลง”
“ดี งั้นเริ่มเลยละกัน”
“รีบถาม”
เธอเริ่มหงุดหงิดขึ้นเรื่อย ๆ ฉันเลยไม่อยากถ่วงเวลาอีกต่อไป
“เธอจำบ้านที่ฉันเจอเธอได้ไหม...? มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับมันบ้างหรือเปล่า?”
ฉันยื่นภาพสัญลักษณ์ ‘ตา’ ให้ดู สัญลักษณ์เดียวกับที่เจอในบ้านนั้น
เธอขมวดคิ้วทันทีที่ฉันพูดถึงสถานที่นั้น
...ไม่น่าแปลกใจ ความทรงจำของเธอเกี่ยวกับมันคงไม่ใช่เรื่องดีนัก
แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ต้องถาม
“แค่เบาะแสเล็ก ๆ ก็ยังดี...”
และแล้วคำตอบก็มาถึง
“...จำได้หน่อยนึง”
“ห้ะ?!”
ฉันเบิกตาโพลง
ครั้งก่อนเธอบอกว่าไม่รู้อะไรเลย ฉันแค่ลองถามใหม่เพื่อความแน่ใจ...
“จำได้แล้ว”
“จริงเหรอ?!”
“อื้อ”
เธอเหลือบมองถุงขนมในมือฉัน
ฉันรีบยื่นให้เธอทันที แต่เธอกลับไม่รับทันที แค่จ้องมัน
...ฉันกัดริมฝีปาก ก่อนจะเปิดถุงยื่นให้เธอ
เธอคว้าขนมมาเต็มกำมือ แล้วยัดใส่ปากทันที
เคี้ยว ๆ แก้มพองอย่างกับลูกโป่ง
“บ้าน...อยู่ไม่ไกล...ฉันพาไปได้...”
“จริงเหรอ?”
“จริง”
อีกคำถามผุดขึ้นมาในหัวฉันทันที
“แล้วเธอจำได้ยังไง? ก่อนหน้านี้บอกไม่รู้?”
มิเรลล์กระพริบตาปริบ ๆ เหมือนจะงงเหมือนกัน
“ก็...จำได้ขึ้นมาเอง ไม่รู้เหมือนกัน มันไม่ไกลเลย”
“ไม่รู้...?”
“ไม่รู้”
...
‘มันไม่สมเหตุสมผลเลย...’
จนกระทั่ง…
‘...หรือเพราะระดับขั้นของฉันเพิ่มขึ้น?’
พลังของมิเรลล์สัมพันธ์โดยตรงกับพลังของฉัน
...บางทีตอนนี้ เธอถึงสามารถ ’จำ’ สิ่งที่ไม่เคยจำได้มาก่อน
‘...น่าจะเป็นแบบนั้นแหละ’
ฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้
“ดี อย่างน้อยก็มีเป้าหมายถัดไปแล้ว แต่ก่อนอื่นต้องโฟกัสกับการทดสอบก่อน”
เหลือเวลาอีกแค่ 2 วัน
...อากาศในกิลด์แทบจะร้อนระอุด้วยความตึงเครียด
สื่อก็เริ่มเข้ามาในพื้นที่ เพราะผู้ชนะจากการทดสอบครั้งนี้ จะได้ไปร่วมเวิลด์คอนเฟอเรนซ์
การทดสอบจะมีการถ่ายทอดสดทั้งเกาะ ความสนใจมหาศาลกำลังพุ่งมาที่นี่
...และนั่นเอง ที่ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกกดดัน
—
“แน่ใจนะ...?”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างห้อง
ร่างสูงโปร่งของ "วาทยกร" ผิวซีด รอยเย็บบนปากและดวงตา โผล่ออกมาจากประตูด้านข้าง
“หากเราฉวยโอกาสนี้ได้ เราอาจจะได้แสดงสด…”
“หยุดเลย”
ฉันตัดบททันที ปวดหัวกับความพยายามชวน ’ตั้งวงดนตรี’ ของเขาเหลือเกิน
ตั้งแต่เจอมิเรลล์กับพวก
วาทยกรก็พยายามดึงทุกคนไปฝึกเครื่องดนตรี
จนตอนนี้...พวกนั้นเลยเกาะฉันไว้แทบไม่ห่าง
ครืด! ครืดดด!
โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่น
...เป็นเจ้าตลก มิสเตอร์ จิงเกิลส์ นั่นเอง
ฉันกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก่อนจะได้อ้าปาก..
[ติง!]
แจ้งเตือนปรากฏขึ้นตรงหน้า
[คุณถูกหลอกหลอนแล้ว]
...
ฉันแทบลืมหายใจ