- หน้าแรก
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ เกมของฉันไม่น่ากลัวขนาดนั้นจริงๆ นะ
- บทที่ 230 แถลงข่าว [2]
บทที่ 230 แถลงข่าว [2]
บทที่ 230 แถลงข่าว [2]
"ฮะฮะฮะฮะ..."
"...สมกับเป็นหัวหน้าแผนกจริง ๆ"
"ปึ้ด!"
สวนทางกับบรรยากาศภายนอก ที่ดูเคร่งเครียดและจริงจัง
ภายในกิลด์แห่งนี้ ทุกคนกำลัง สนุกสุดเหวี่ยง ไปกับการอ่านคอมเมนต์ และดูหัวหน้าแผนกโชว์ในไลฟ์
"เขากล้าทำจริง ๆ ด้วยแฮะ"
"...แต่อยากให้ไปให้สุดกว่านี้อีกนะ ฉันคาดหวังมากกว่านี้อีก!"
"จริง! ฉันนี่แบบแอบหวังเลยว่าเขาจะกระโดดเข้าใส่นักข่าวน่ะ ฮ่า ๆ"
ฉันมองไปรอบ ๆ อย่างตะลึง ที่นี่มันไม่ใช่ที่ทำงานทั่วไปแล้ว...
...ทุกคนที่นี่เพี้ยนหมดเลย!
"ตลกดีนะ"
แม้แต่ไคล์ยังดูขำ
ฉันพูดไม่ออก เขานี่ก็โดนระบบของที่นี่กลืนกินไปแล้ว
เมื่อมองไปที่ไลฟ์สด เห็นหัวหน้าแผนกยืนยิ้มอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายรอบตัว
ฉันก็รู้สึกว่า...
‘นี่เขาคือคนที่สนุกที่สุดในงานแถลงข่าวนี่หว่า’
ฉันคาดหวังอะไรจากคนแบบเขาอยู่เนี่ย...?
ในที่สุด ความวุ่นวายก็สงบลง
หัวหน้าแผนกลดนิ้วกลางลงอย่างไม่ค่อยเต็มใจ
นักข่าวคนใหม่ลุกขึ้นยืน ฉันสัมผัสได้เลยว่าคนนี้อารมณ์เดือดสุด ๆ
‘คุณไม่รู้สึกอับอายกับสิ่งที่คุณทำบ้างเหรอ? พวกเราทุกคนมาที่นี่ เพราะคาดหวังคำอธิบายที่จริงใจจากกิลด์ แต่คุณกลับดูหมิ่นเราทุกคน? ผมผิดหวังในตัวกิลด์นี้มาก!’
‘หืม? งั้นเหรอ?’
‘ใช่!’
หัวหน้าแผนกมองหน้านักข่าว ก่อนจะหันหน้าหนีแบบไม่แคร์
‘โอเค เจ๋งดีนะ รายต่อไปเลย’
‘หา…!?’
นักข่าวคนนั้นโดนเชิญตัวออกไป แล้วนักข่าวอีกคนก็เข้ามาแทน
คราวนี้เขาฉลาดขึ้น ไม่ถามอะไรยั่วโมโห ถามตรง ๆ แบบมืออาชีพแทน
‘ขอถามเกี่ยวกับตัวเกมหน่อยครับ ทำไมคุณถึงเลือกใช้เกมเป็นเครื่องมือฝึกฝน? หรือว่าผู้คนกำลังเข้าใจผิด? เพราะจากที่ได้ยิน มันไม่ใช่เกม VR
แล้วคุณจะคาดหวังให้เกมธรรมดาใช้เป็นเครื่องมือฝึกได้ยังไง?’
นักข่าวคนนี้ไม่ใช่พวกจ้องจับผิด น้ำเสียงเขาดี คำถามก็เหมาะสม
หัวหน้าแผนกยิ้มให้ ก่อนจะโน้มหน้าเข้าหาไมโครโฟน
‘จะให้พูดอะไรดีล่ะ? เกมมันดีจริง ๆ นี่ ไม่มีอะไรเข้าใจผิดหรอก แค่เจ้า “มิลไชร์” นั่นมันดันลาออกก่อนจะได้ลองเล่นเกมน่ะสิ ฉันไม่ได้รั้งไว้ เพราะฉันไม่ต้องการคนที่กลัวแค่เกมธรรมดา ๆ’
"ปึ้ด!"
"ฮ่า ๆ ๆ!"
ประโยคเหน็บ “มิลไชร์” แสบใช่เล่น หลายคนขำกันลั่น
ฉันไม่ได้หัวเราะ...
แต่ปากฉันก็แอบยิ้มอยู่ดี
‘ยอมรับว่า...แสบดีแฮะ’
‘..ยังไงก็ตาม กิลด์เราไม่รู้สึกอายเลยที่ใช้เกมเป็นเครื่องมือฝึกฝน เราไม่ได้ทำอะไรตามกระแสนะ เราทำเพราะเราเชื่อในแนวทางนี้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงไต่ระดับขึ้นมาถึงระดับควีนได้ ทั้งที่กิลด์ยังใหม่อยู่’
ตอนนี้หัวหน้าแผนกไม่ได้พูดแบบยั่วโมโหใครอีกแล้ว เขาดูจริงจังขึ้นมาก
‘ผมเข้าใจดีว่าหลายคนยังสงสัย ถ้าอย่างนั้น...ทำไมไม่ลองเล่นเกมด้วยตัวเองล่ะ?’
‘หะ? พวกเราจะได้ลองเกมนี้?’
‘มันเป็นแค่โชว์หรือเปล่า? หรือคุณจะเลือกคนเล่นไว้แล้ว?’
พอได้ยินนักข่าวหลายคนเริ่มตั้งคำถาม หัวหน้าแผนกก็หัวเราะออกมา
‘เปล่า ๆ’
เขาโบกมือ
‘ผมไม่ได้หมายถึงแค่พวกคุณ…’
เขาหันไปมองกล้องโดยตรง
‘ผมหมายถึงทุกคนต่างหาก’
ทั่วทั้งงานแถลงข่าวเงียบลงทันที
‘เราได้ปล่อยเวอร์ชันทดลอง (เบต้า) ของเกมออกสู่สาธารณะแล้ว มันอาจไม่ใช่เวอร์ชันเดียวกับที่เราใช้ฝึกจริง ๆ เพราะเวอร์ชันนั้นใช้เฉพาะภายในเท่านั้น แต่เวอร์ชันนี้...เพียงพอที่จะให้คุณสัมผัสได้ว่าเกมของเรามันเป็นยังไง’
เขาวางมือลงบนโต๊ะ แล้วลุกขึ้นยืนช้า ๆ
‘เกมนี้ชื่อว่าเกมชายบิดเบี้ยว สามารถซื้อได้บนแพลตฟอร์มด็อก ราคาย่อมเยา แค่ 5 ดอลลาร์ ต่อคน’
จากนั้นหัวหน้าแผนกก็ยิ้ม โบกมือให้กล้องและนักข่าวทุกคน
‘ลองไปเล่นดูนะครับ ถ้าไม่เชื่อผม แล้วคุณจะเข้าใจเองว่าทำไม ผมถึงรู้สึกว่าพวกคุณมันตลกชะมัด’
และด้วยประโยคนั้น... ท่ามกลางเสียงแฟลช และคำถามนับไม่ถ้วนที่ยังหลั่งไหลเข้ามา
หัวหน้าแผนกเดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย
แม้พวกนักข่าวจะยังตะโกนไล่หลัง
แต่ก็เปล่าประโยชน์
เขาไปแล้ว….
หน้าจอค่อย ๆ มืดลง สิ้นสุดการแถลงข่าว
บรรยากาศในแผนกกักกันเงียบสงัดไปชั่วครู่ ทุกคนยังจ้องหน้าจออย่างอึ้ง ๆ
จากนั้น….
"ไปละ ฉันมีงานต้องทำเพียบ"
"มันส์ดีแฮะ"
"...คุ้มค่ากับการกลับมาจริง ๆ"
ทุกคนเริ่มทยอยเดินออกจากพื้นที่ ฉันมองดูพวกเขาอย่างอึ้ง ๆ ก่อนส่ายหัว
‘พูดซ้ำอีกทีก็ได้ ที่นี่มันบ้าทั้งระบบจริง ๆ’
แต่เหนือสิ่งอื่นใด...
หัวใจของฉันกำลังเต้นแรงมาก ฉันรีบเปิดคอมเมนต์ออนไลน์
[นี่มันเป็นแผนการตลาดตื้น ๆ ของกิลด์รึเปล่าวะ? อย่าบอกนะว่าเรื่องทั้งหมดมันแค่แผนโปรโมตเกมเพื่อหาเงิน? พวกขี้โกง!]
[เฮ้ย...เกมมันแค่ 5 ดอลเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น]
[แต่นั่นก็ยังเป็นเงินนะ..ไอ้โง่]
[ฉันลองเล่นแล้วนะ เกมแม่งหลอนจริงว่ะ]
[บอทจ้างมาแน่ ๆ]
มีการพูดถึงเกมเต็มไปหมด
และในไม่ช้า #เกมชายบิดเบี้ยวก็ติดเทรนด์
“....คึคึ...”
ฉันพยายามกลั้นหัวเราะ แต่ก็ทำไม่ไหว
แค่คิดถึงยอดขายที่กำลังจะพุ่ง... ฉันก็แทบจะระเบิดหัวเราะแล้ว
‘ถ้าให้เดา...คงแตะหลักแสนเหรียญได้เลย หรือ...อาจจะมากกว่านั้นก็ได้’
ฉันไม่ได้คาดหวังถึงเจ็ดหลักหรอก เพราะเรื่องนี้ยังจำกัดแค่ในเกาะ
แต่แม้แค่หลักแสน... มันก็มหาศาลแล้ว
"ดูมีความสุขดีนะ?"
เสียงหนึ่งดังขึ้น เรียกสติฉันกลับมา ความตื่นเต้นที่มีเมื่อครู่พลันหายไปทันที
เพราะสิ่งที่ฉันเห็นต่อหน้า... คือ “รอยยิ้ม” ของคนที่ฉันไม่อยากเห็น
ไมลส์ เขายิ้มอบอุ่น แววตาไร้พิษภัย
"...เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมถึงดีใจ ก็คงได้เงินเยอะสินะ ดูท่าทางนายจะไปได้ดีเลยนี่"
ฉันอยากอ้วก
แต่พอเห็นสายตาของคนรอบข้าง ฉันก็ฝืนยิ้มตอบ
"...ขอบใจ"
ไมลส์พยักหน้า เดินเข้ามา ตบไหล่ฉันเบา ๆ
"ฉันได้ยินมาว่า นายกำลังจะได้เป็นหัวหน้าหน่วยแล้ว ที่ปรึกษา... นักพัฒนาเกม... และตอนนี้ก็หัวหน้าหน่วย นายมันเก่งจริง ๆ นะ... ฉัน... อิจฉานายจริง ๆ เลย"
ฉันรู้สึกถึงคำว่า “แต่” ที่เขาไม่ได้พูดออกมา
พอหันไปมอง เขาก็ชักมือกลับแล้วเดินผ่านฉันไป
"...ดีใจด้วยนะที่ไปได้ดี ฉันจะคอยเชียร์ให้นายสำเร็จนะ"
นั่นคือคำพูดสุดท้ายของเขา ก่อนจากไป
ฉันทำได้แค่มองแผ่นหลังเขา แล้วพยายามคุมสีหน้าของตัวเอง
...แต่เหมือนจะไม่จบแค่นั้น
ไคล์ลุกขึ้น แล้วมองหน้าฉันสลับกับทางที่ไมลส์เดินไป
"พวกนายดูสนิทกันดีนะ"
ฉันเม้มปากแน่น ก่อนพยักหน้าช้า ๆ
"...มากกว่าที่นายคิดนั่นแหละ"