- หน้าแรก
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ เกมของฉันไม่น่ากลัวขนาดนั้นจริงๆ นะ
- ตอนที่ 215 ฟรีแลนซ์ [2]
ตอนที่ 215 ฟรีแลนซ์ [2]
ตอนที่ 215 ฟรีแลนซ์ [2]
“หวังว่าคุณจะสบายดี”
“ผมเขียนข้อความนี้มาเพื่ออธิบายขอบเขตงานที่ต้องทำภายในสัปดาห์หน้า โดยมีกำหนดส่งภายในเจ็ดวันนับจากวันนี้ ผมจะแนบรายละเอียดงานแยกตามหมวดให้อีกครั้ง หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาแจ้งได้ทันที”
รายละเอียดงาน:
• การพัฒนาโหมดผู้เล่นหลายคน
• ปรับปรุงกราฟิกและภาพโดยรวม
• ระบบเงาและแสง
• ปรับระบบฟิสิกส์ใหม่ทั้งหมด
ไฟล์แนบ: GameDemo.exe
นี่คือไฟล์เกม ฉันจะทำงานไปพร้อมกับพวกคุณตลอดกระบวนการ
—
“หืมม...”
โนอาห์จ้องมองข้อความตรงหน้า ขณะเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองคนข้าง ๆ
“นายก็ได้ข้อความแบบเดียวกันใช่มั้ย?”
“อืม”
“...ฉันก็เหมือนกัน ดูแล้วก็น่าเชื่ออยู่นะ”
ชายสามคนนั่งประจำโต๊ะแยกกันในอพาร์ตเมนต์โทรม ๆ ที่เต็มไปด้วยกระป๋องเปล่าเกลื่อนพื้น แต่ละคนใส่ฮู้ดคลุมหัว ผมยุ่งเหยิง ดูเหมือนจะไม่ได้อาบน้ำหรือหลับมาหลายวันแล้ว
ซึ่ง...ก็ไม่ผิดนัก
สามคนนี้แทบไม่ได้นอนเลยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ด้วยค่าเช่าที่ใกล้ถึงกำหนด แต่ไม่มีใครมีเงินจ่าย พวกเขาวิ่งวุ่นหางานที่ทำได้ร่วมกัน
ตลาดงานฟรีแลนซ์ไม่ใช่ที่ใจดีนัก พวกเขาทั้งหมดถูกไล่ออกจากบริษัทเก่าของตัวเอง และตัดสินใจมารับงานอิสระด้วยกัน
แต่ถึงอย่างนั้น โอกาสก็ยังน้อยนิด
ความต้องการโปรแกรมเมอร์ฟรีแลนซ์มีน้อยมาก โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาเรียกค่าจ้างตามประสบการณ์
แล้วจู่ ๆ งานแปลก ๆ งานหนึ่งก็มาถึง
…มันเป็นงานช่วยปรับปรุงเกมของใครบางคน
ค่าจ้างถือว่าโอเค แต่รายละเอียดงานดูไม่น่าดึงดูด เดดไลน์โหด ผู้พัฒนาเป็นแค่คนเดียว ฯลฯ
ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่มักเลือกรับงานที่เสริมประวัติให้น่าสนใจสำหรับบริษัทใหญ่
แต่ถึงจะดูซังกะตายกันแบบนี้ ทั้งสามคนก็เป็นโปรแกรมเมอร์มากประสบการณ์ พอเห็นข้อความกับไฟล์เกม พวกเขาก็เปิดมันขึ้นมาทันที
แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
“นี่มันเกมบ้าอะไรกันวะเนี่ย?”
“...ไม่ถึงกับเละ แต่ก็นะ ต้องทำอีกเยอะเลย”
“โอ๊ย แล้วพวกเรามีแค่สามคนเองเหรอ?”
“ดูเหมือนจะใช่…”
ทั้งสามคนพากันครางอย่างหมดแรง
ถ้าเลือกได้ พวกเขาคงอยากถอนตัว แต่ก็ใช่ว่าจะมีทางเลือกอื่น ค่าจ้างก็ดีและพวกเขากำลังต้องการเงินแบบสุด ๆ
“คนจนเลือกไม่ได้สินะ…” โนอาห์บ่นขณะขยี้ผมยุ่ง ๆ ของตัวเอง
อีกสองคนพยักหน้าตาม ก่อนที่ไรอัน ชายหนุ่มที่นั่งขวาของโนอาห์ในฮู้ดดำ ผมยุ่งสีเข้ม ดวงตาสีเขียว จะพูดขึ้นว่า
“ก่อนจะเริ่มลงมือ พวกเราน่าจะลองเล่นเกมดูก่อนนะ ฉันเห็นว่ามันตั้งค่าให้เล่นเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายภายในได้ จะได้เข้าใจระบบมากขึ้น”
“เออ ความคิดดี” โจเซฟตอบ พลางดึงฮู้ดขาวลง เผยให้เห็นผมทองยาวที่กรอบหน้าพอดีตา เขามีดวงตาสีฟ้ากับเคราสั้น ๆ ที่กำลังลูบไปมาอย่างเคยชิน
“ถ้าเข้าใจระบบเกมก่อน เราจะทำงานได้ไวขึ้น”
“...โอเค” โนอาห์ตอบ พลางลูบผมแดงของตัวเอง
“งั้นก็เริ่มกันเลย”
เขาเปิดเกม พร้อมใส่หูฟัง อีกสองคนก็ทำตาม เปิดเกมขึ้นมาเช่นกัน
ความประทับใจแรกหลังได้ลอง?
“มันก็ธรรมดานะ”
“...สำหรับคนทำคนเดียว ก็ถือว่าไม่เลวเลย”
“พอจะเข้าใจว่าทำไมถึงจ้างพวกเรา”
มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียปน ๆ กันไป
จากนั้นทั้งสามก็เชื่อมต่อโหมดผู้เล่นหลายคน แล้วก็เริ่มขมวดคิ้ว
“ระบบซิงก์ไม่ดีเลย มีดีเลย์ตอนกดคำสั่ง”
“เห็นแล้วล่ะ”
“...ฉันจดไว้แล้ว เดี๋ยวค่อยแก้”
ไม่มีใครตำหนิแรง ๆ เพราะก็รู้ตัวดีว่าถูกจ้างมาเพื่อแก้ส่วนนี้โดยเฉพาะ
พอเกมเริ่ม พวกเขาก็เข้าสู่โหมดวิเคราะห์ทันที
“เงาในเกมไม่เสถียร กราฟิกก็ยังพัฒนาได้อีก จดไว้เลย ไรอัน”
“ได้”
“แสงก็ต้องแก้”
“อืม”
“ยายแก่ในเกมต้องปรับระบบซิงก์ด้วย ตาไม่ตรงเลย”
“...เห็นด้วย”
ทีละนิด พวกเขาก็เริ่มลิสต์ข้อบกพร่องของเกม ทั้งเสียง ภาพ เงา การขยับ ทุกอย่าง
แต่ในระหว่างนั้น พวกเขากลับลืมสนใจ ‘เบาะแส’ ไปอย่างสิ้นเชิง
แล้วก็มีบางอย่างเกิดขึ้น….
‘พวกเธอยุ่งงานกันจนไม่มีสมาธิแล้วรึไงกันนะ...?’
เสียงหนึ่งกระซิบที่ข้างหู ทำให้ทั้งสามหยุดกึก
พวกเขาหันไปมองยายแก่ตรงหน้า
ลมหายใจแทบหยุดลง
...แต่แค่ครู่เดียว พวกเขาก็หันไปสบตากัน แล้วก็ยิ้มบาง ๆ
“ไม่เลวนะ”
“...ใช้ได้เลย”
“ฉันตกใจจริง ๆ แฮะ”
จากนั้น พวกเขาก็เล่นต่อ แต่คราวนี้…ช้าลงอย่างชัดเจน
มีบางอย่างที่มองไม่เห็น ค่อย ๆ แทรกเข้ามาในบรรยากาศ
ความมืดรอบตัวดูเหมือนจะขยายตัวออก เงาจากแสงจอคอมพิวเตอร์เริ่มสั่นไหว
เหมือนกำลังคลืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ
กดทับ กัดกิน พื้นที่รอบตัว
พวกเขาเริ่มเดินในเกมอย่างระวัง
ปฏิบัติตามคำแนะนำทุกอย่าง
แต่ถึงอย่างนั้น...
ตึก... ตัก...
ตึก... ตัก...
เสียงหัวใจเต้นของพวกเขาก็ยังดังรัวไม่หยุด
จากนั้น…
“.....!?”
พวกเขาเห็นบางสิ่งบางอย่าง
มันโผล่มาเร็ว...แล้วก็หายไปทันที
แต่พวกเขาเห็นมันแน่นอน ร่างสูง ผอม ใส่หมวกทรงสูง หน้าซีด...
พวกเขาขนลุก..
ลมหายใจติดขัด..
“มะ.ไม่ต้องมองมัน... กฎบอกไว้ว่า ห้ามมองมัน...”
“...ชะ.ใช่”
“เดี๋ยวนะ ฉันว่า...ฉันเจออะไรบางอย่าง”
เสียงไรอันเบาและตึงเครียด
โนอาห์กับโจเซฟหันไปมองเขา
แต่...
สิ่งที่ต้อนรับพวกเขาคือใบหน้าซีดเผือกกับรอยยิ้มบิดเบี้ยว
“ฮ๊าาาาาา……..!”
“เชี่ยยยยยยย!”
เสียงกรีดร้องดังลั่นห้อง
คีย์บอร์ดปลิว กระป๋องปลิว
โนอาห์กับโจเซฟล้มลงไปกองกับพื้นโดยไม่รู้ตัว
ไรอันเองก็ไม่ต่างกัน เสียงร้องของพวกเขาทำให้เขาสะดุ้งเฮือก
“เชี้ย! เชี้ย! เชี้ย!”
เขาถอยหลังกรูด ดวงตายังไม่ละจากหน้าจอ
ตุบ! ตุบ!
เสียงกระทบหนัก ๆ ดังสะท้อนในหัว
ไม่ใช่เสียงหัวใจของเขา
มันคือเสียงบางอย่าง…
บางอย่าง
บู๊…!
ใบหน้าซีดขาวโผล่มาบนหน้าจอ
ไรอันสะดุ้งอีกครั้ง กระชากหูฟังทิ้งแล้วหงายหลังล้มทั้งตัว
หลังชุ่มเหงื่อเย็น ร่างกายสั่นสะท้าน
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
เสียงหอบหายใจของทั้งสามก้องกังวานในห้องที่เงียบสงัด
แล้ว...
“นี่มัน...”
“.....”
“ฉัน....”
แววตาของพวกเขาสามคนเปล่งประกายในเวลาเดียวกัน
ตอนนั้นเองที่พวกเขารู้ตัวว่า...
นี่ไม่ใช่แค่เกมธรรมดา
นี่คือเกม...ที่อาจพลิกวงการได้
ดวงตาของพวกเขาเปล่งประกายเมื่อนึกถึงสิ่งที่อาจเป็นไปได้ พวกเขารีบกลับขึ้นเก้าอี้
“เร็ว! เล่นอีกครั้ง จดทุกอย่างไว้ ไม่ว่าจะกลัวแค่ไหน จดไว้ให้หมด!”
“ครับ!”
“...ได้เลย!”
เกมนี้...
มันคือโอกาสของพวกเขา
ถ้าพวกเขาสามารถปรับปรุงทุกอย่างให้ลงตัว และทำให้เกมขายดี
พวกเขาก็จะกลายเป็นโปรแกรมเมอร์ผู้พาเกมนี้สู่ความสำเร็จ
นี่คือโอกาสที่พวกเขารอมานาน และพวกเขาไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือ
และเพราะแบบนั้น...
ตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่มีใครได้นอนเกินสี่ชั่วโมงเลยสักวัน
กระป๋องเปล่ากองเต็มห้อง
ขณะที่ทั้งสามทำงานอย่างบ้าคลั่งเพื่อขัดเกลาเกมให้สมบูรณ์แบบ
และในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนถึงกำหนดส่ง
พวกเขาก็ทำสำเร็จ
“.....”
“.....”
“.....”
ทั้งสามนั่งมองหน้าจอเกมที่สมบูรณ์ตรงหน้าอย่างเงียบงัน
คำว่า [เริ่มเกม] ใหญ่ยักษ์ปรากฏบนหน้าจอ
แต่ไม่มีใครกล้ากดมัน
ไม่ใช่แค่ไม่อยากเล่น...
แต่พวกเขารู้ว่า...
พวกเขา “ไม่ควร” เล่นมันอีกแล้ว
ตอนนี้ เกมนี้ไม่ใช่ของที่ใครเล่นได้แบบชิล ๆ อีกต่อไป
มันกลายเป็น บางสิ่ง ไปแล้ว...
บางสิ่งที่ "หัวใจ" ของพวกเขาไม่ควรเข้าไปยุ่งอีกต่อไป