- หน้าแรก
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ เกมของฉันไม่น่ากลัวขนาดนั้นจริงๆ นะ
- ตอนที่ 210 การรวบรวมเงินทุน [1]
ตอนที่ 210 การรวบรวมเงินทุน [1]
ตอนที่ 210 การรวบรวมเงินทุน [1]
“อึก…! ฉันว่านี่คงเป็นขีดจำกัดของตัวเองแล้วล่ะ”
ฉันครางเบา ๆ ก่อนจะวางบาร์เบลกลับเข้าที่ แล้วหอบหายใจหนัก ๆ ไคล์ยืนอยู่ด้านหลังฉัน ดวงตาเขาเบลอ ๆ คล้ายยังตั้งสติไม่ทัน
“ฝั่งละสี่สิบห้ากิโล… นี่มัน…”
เขาดูตกใจมาก
ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวด้วย เมื่อฉันกวาดตามองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่าอีกหลายคนก็ดูอึ้งไม่แพ้กัน
‘รอดูตอนรู้ว่านี่ยังไม่ใช่ขีดจำกัดของฉันจริง ๆ สิ’
ฉันประเมินว่าตัวเองน่าจะยกได้ฝั่งละหกสิบกิโล... หรือมากกว่านั้นด้วยซ้ำ
แต่ก็คงต้องหยุดไว้แค่นี้ก่อน
แค่นี้ก็ตกใจพอแล้ว ฉันไม่อยากเป็นจุดสนใจมากไปกว่านี้
โดยเฉพาะกับ “หนู” ตัวนั้น... ที่กำลังเฝ้ามองฉันอยู่ในความเงียบอย่างน่าขนลุก
‘…นี่มันบ้าไปแล้ว’
ฉันจ้องมือตัวเอง พลางกำมันแน่นอย่างช้า ๆ แล้วก็อดทึ่งในพละกำลังของตัวเองไม่ได้
มันเกินกว่าที่ฉันเคยจินตนาการไว้มาก
นี่คือผลของการเลื่อนระดับจริง ๆ งั้นเหรอ? หรือเป็นเพราะผลของบัญญัติกันแน่?
ฉันมีหนังสือที่ไคล์ให้มาแล้ว ถึงเวลาเสียทีที่จะต้องอ่านมันให้จริงจัง
ฉันต้องเข้าใจให้ได้ว่าเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง
“นายแน่ใจนะว่าไม่เคยฝึกมาก่อน?”
ไคล์พูดขึ้นขณะช่วยถอดแผ่นน้ำหนักออกจากบาร์ สายตาเขาดูจับผิดชอบกล
“…มันยากจะเชื่อว่าใครสักคนที่ไม่เคยยกเวท จะมายกหนักขนาดนี้ได้ นายทำได้ยังไง?”
ไม่ใช่แค่ไคล์คนเดียวที่สงสัย
ฉันสัมผัสได้ถึงหลายสายตารอบตัวที่กำลังจ้องมาด้วยสีหน้าไม่ต่างกันเลย… ความไม่ไว้ใจ ความงุนงง และความประหลาดใจ
เหงื่อเย็น ๆ เริ่มผุดขึ้นตามแผ่นหลัง
‘ใจเย็น มันอธิบายได้น่าเชื่ออยู่’
ยังมีข้อแก้ตัวอีกเยอะที่ฉันพอจะใช้ได้
ขณะนั้น ฉันยักไหล่แล้วตอบเขาเสียงเรียบ
“เอาจริง ๆ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ไม่เคยเข้ายิมเลย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ออกกำลังกายนะ ที่ออฟฟิศฉันก็มีเล่นบ้าง พวกวิดพื้นอะไรแบบนั้น ไว้ทำเวลาง่วง ๆ หรือรู้สึกหมดแรงน่ะ ทำมานานแล้วมั้ง... คงสะสมไปเองแหละ”
ข้ออ้างนี้...
มันก็ไม่ถึงกับแย่…
แต่ก็ไม่ได้ดีนัก….
แต่พอคิดอีกที ไคล์ก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนักนอกจากจะต้องเชื่อ
...ต่อให้เขาไม่เชื่อก็เถอะ
ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าเขาก็คงรู้ตัวแล้วว่ามีอะไรบางอย่าง “ผิดปกติ” กับฉัน
ถึงอย่างนั้น ฉันก็มั่นใจพอสมควรว่าต่อให้เขาพยายามตรวจสอบ ยังไงก็หาอะไรไม่เจอหรอก
‘จริง ๆ แล้ว เขาอาจเคยตรวจฉันไปแล้วตั้งแต่ตอนอยู่โรงพยาบาลก็ได้’
ฉันเชื่อว่าระบบมันจงใจซ่อนพลังหรือแม้แต่เศษเสี้ยวแห่งการรับรู้ที่ฉันถืออยู่
‘แค่หัวหน้าแผนกยังไม่จับสังเกตอะไรได้เลย’
ในเรื่องนี้... ฉันไม่จำเป็นต้องระวังมากนักก็ได้
“…..”
ไคล์จ้องหน้าฉันอย่างเงียบ ๆ ราวกับเวลาหยุดนิ่ง ก่อนจะลดสายตาลงมาที่แขนฉัน
คิ้วเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย
“…พอมองดี ๆ นายก็ฟิตกว่าที่คิดแฮะ”
“ฉันเหรอ?”
ฉันก้มมองแขนตัวเอง
ดูตอนนี้แล้ว... มันก็ดูใหญ่ขึ้นนิดหน่อยจริง ๆ ฉันพับแขนเสื้อขึ้น แล้วเพ่งดูชัด ๆ
“โอ้ จริงด้วยแฮะ”
มันไม่ได้ใหญ่แบบน่าตกใจอะไร แต่มันก็ ใหญ่กว่าก่อนหน้านี้ อย่างเห็นได้ชัด
“…งั้นก็แปลว่านายไม่ได้โม้แฮะ”
ไคล์เดินเข้ามาใกล้ แล้วยื่นนิ้วมาจิ้มที่แขนฉัน
“ไม่เลวนี่”
“เฮ้…”
ฉันดึงแขนกลับมาทันที
แต่ไคล์ก็ยังทำหน้าเฉย ๆ แล้วหรี่ตามอง
“นายใช้สเตียรอยด์ปะเนี่ย?”
“ห๊ะ?”
ฉันชี้มาที่ตัวเอง แล้วมองแขนอีกที ถ้านี่คือผลลัพธ์ของสเตียรอยด์ล่ะก็... ฉันคงโดนหลอกขายมาแน่นอน
ก็แค่กล้ามแขนเล็ก ๆ เอง
แถม...
“นายคิดว่าฉันมีเงินซื้อเหรอ?”
“ฮะ ๆ ก็จริงนะ”
ไคล์หัวเราะเบา ๆ แล้วตบไหล่ฉัน
“นายทำให้ฉันประทับใจเลยล่ะ เอาเถอะ ฉันปล่อยให้นายฝึกต่อแล้วกัน ถ้าไม่เข้าใจเครื่องไหนก็มาถามฉันหรือคนอื่นได้เลย พวกนั้นก็คงยินดีช่วยถ้านาย”
“อืม ขอบใจ...”
ฉันเหลือบมองคนอื่น ๆ ที่รีบเบือนหน้าหนีเหมือนไม่อยากสบตา แล้วก็ส่ายหัวเบา ๆ
จากนั้นก็หยิบหูฟังออกมาสวม เปิดเพลง แล้วเอนหลังพิงเบนช์อีกครั้ง
เสียงดนตรีเริ่มกลบเสียงรอบข้างไปหมด ฉันเริ่มต้นเซตต่อไปอย่างเงียบ ๆ
‘หนึ่ง… สอง… สาม…’
พอฉันออกกำลังกายเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยมาถึงแปดโมงเช้า
ฉันอยู่ในยิมรวม ๆ ประมาณสี่สิบห้านาที ก่อนจะกลับไปหอพักเพื่ออาบน้ำ
แล้วก็ตรงมาที่กิลด์อีกครั้ง มุ่งหน้าลงไปยังชั้นล่าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของแผนกกักกัน
ร่างกายฉันตอนนี้... เหมือนโดนฉีกเป็นชิ้น ๆ
โดยเฉพาะหน้าอก เจ็บจนแทบขยับไม่ได้
แต่ที่แปลกก็คือ... จิตใจกลับรู้สึกปลอดโปร่ง สดใสกว่าที่ผ่านมา
บางที... การออกกำลังกายอาจจะไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นก็ได้
‘ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ ว่าที่พลังร่างกายเพิ่มขึ้นแบบทันตาเห็นนี่มันเป็นเพราะเลื่อนระดับหรือเป็นเพราะบัญญัติ’
ฉันควรใช้เวลาสักพักเพื่อศึกษาบัญญัติให้ลึกขึ้น
...แต่ก่อนอื่น
ฉันหยุดยืนอยู่หน้าห้องทำงานห้องหนึ่ง
‘โอเค... ถึงแล้ว’
ฉันสูดหายใจลึกหลายครั้ง เตรียมตัวสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
ฉันท่องคำพูดทุกอย่างไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
ฉันสูดลมหายใจอีกครั้ง ก่อนจะยกมือขึ้นเตรียมเคาะประตู แต่ทันใดนั้น…
แกร๊ง!
“อึก!”
ประตูเปิดออกกระทันหัน ฟาดเข้าหน้าฉันเต็มแรง จนฉันถอยหลังหลายก้าว
“หืม? ไปชนใครเข้ารึเปล่าเนี่ย?”
สายตาของหัวหน้าแผนกที่กระพริบปริบ ๆ ด้วยความงุนงง ค่อย ๆ เลื่อนมามองฉัน... แล้วพอเห็นหน้ากันชัด ๆ เขาก็ชี้มาทางฉันแล้วหัวเราะออกมา
“เค…! นี่มันตลกชะมัด”
ไม่เลย…
แม่งเจ็บจะตาย
“เกิดอะไรขึ้นตรงนี้?”
ตามหลังเขามาเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ผมดำสั้น ดวงตาสีเฮเซลลึก มีไฝเล็ก ๆ อยู่ใกล้หางตา… ถ้าจะพูดตามตรง เธอสวยมาก
ฉันรู้สึกเหมือนเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกว่าเมื่อไหร่
“…หืม ฉันว่าเหมือนจะรู้จักเธอนะ”
ดูเหมือนเธอเองก็จำฉันได้เหมือนกัน
แต่ก่อนที่เธอจะได้นึกออก หัวหน้าแผนกก็พูดแทรกขึ้นมา
“หมอนี่แหละ ที่ฉันเคยพูดถึง… ที่ปรึกษาด้านบาดแผลทางใจของเราไง”
หัวหน้าแผนกเดินมายืนข้างฉัน แล้วยกมือมาตบบ่าฉันเบา ๆ
“ฝีมือไม่ธรรมดาเลยนะ”
เขาหันมามองฉันแล้วพูดต่อ
“นี่หัวหน้าทีมโซรัน”
แล้วก็หันไปมองเธอ
“นี่เซธ”
จากนั้น… ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไร เขาก็หันกลับมามองฉันอีกครั้ง
“…มาหาฉันเพื่อขอเข้าทีมหลักใช่ไหม? ถ้าใช่ ฉันจัดให้ได้ทันทีเลยนะ”
“ไม่ล่ะ ขอบคุณ…”
“หืม”
รอยยิ้มบนใบหน้าหัวหน้าแผนกหายวับไปในพริบตา ก่อนที่เขาจะจิ๊ปาก แล้วดึงมือออกจากบ่าฉัน
“น่าเสียดายจริง ๆ”
การเปลี่ยนโหมดของเขาเร็วจนฉันพูดอะไรไม่ออก
แต่ฉันพยายามไม่ใส่ใจมากนัก สูดลมหายใจเบา ๆ แล้วพูดต่อ
“จริง ๆ แล้วผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วย”
“ถ้าไม่ใช่เรื่องเข้าทีมหลัก ฉันไม่สนใจ”
“ไม่ใช่ แต่เกี่ยวกับเกมของผม”
“เกม?”
หัวหน้าแผนกกระพริบตาถี่ ๆ ราวกับสมองเพิ่งเริ่มประมวลผล จากนั้น… เหมือนเขาจะเพิ่งนึกขึ้นได้ เขาก็ตบมือตัวเองเบา ๆ
“อ้อ ใช่… เรื่องนั้นเอง”
มุมปากฉันกระตุกเบา ๆ
‘นี่เขาเพิ่งจะนึกได้ตอนฉันพูดเองเหรอ…’
นั่นหมายความว่า... เรื่องเกมของฉัน ยังไม่ได้รับการดำเนินการอะไรเลย
ถึงจะไม่ได้คาดหวังอะไรมากก็เถอะ แต่มันก็อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้
ฉันถอนหายใจในใจ
แต่แล้ว…
“เกมเหรอ? ทำไมอยู่ ๆ ถึงพูดเรื่องเกม?”
ผู้หญิงผมดำยาวประบ่าเอ่ยขึ้น ละสายตามองสลับระหว่างฉันกับหัวหน้าแผนก
จากนั้นดวงตาเธอก็หรี่ลงเล็กน้อย ขณะมองเขา
“อย่าบอกนะว่า…”
“ไม่ใช่สิ ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอก”
“แล้วมันเรื่องอะไร?”
หัวหน้าแผนกรีบขัดขึ้น ก่อนที่เธอจะพูดอะไรไปมากกว่านั้น
จากนั้นเขาก็หันข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา
‘ก็... พอมีเวลาหน่อยนะ’ เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมามองฉัน แล้วมองเธอ
และหลังจากหยุดคิดเพียงครู่ เขาก็หันกลับเข้าไปในห้อง
“เข้ามาข้างในก่อน เดี๋ยวฉันจะให้ดู”