- หน้าแรก
- ฟุตบอล เลี้ยงบอลขั้นเทพ ยิงยังไงก็เข้า
- บทที่ 211 กลับมาเริ่มต้นใหม่
บทที่ 211 กลับมาเริ่มต้นใหม่
บทที่ 211 กลับมาเริ่มต้นใหม่
บทที่ 211 กลับมาเริ่มต้นใหม่
มิลานเสียไปอีกประตู ส่วนอาร์เซนอลก็เสียคีย์แมนคนสำคัญ
หลังต่างฝ่ายต่างสูญเสีย เกมก็กลับมาดำเนินต่อ
ในห้องส่งสกายสปอร์ตส์ มาร์เคจานี อดีตนายทวารทีมชาติอิตาลี วิเคราะห์สถานการณ์ “เทียบกันแล้ว อาร์เซนอลเสียหายหนักกว่า!”
“สกอร์รวมตอนนี้ 4–5 อาร์เซนอลยังตามหลังอยู่ 1 ลูก”
“แต่เนื่องจากมิลานได้ประตูทีมเยือน ความกดดันทั้งหมดจึงตกอยู่ที่เจ้าบ้าน”
“อย่างแรก พวกเขาต้องยิงให้ได้อีก 1 ลูก เพื่อตีเสมอสกอร์รวมและยื้อชีวิตไว้ อย่างที่สอง พวกเขาต้องขันเกมรับให้แน่น”
“ถ้ามิลานยิงได้อีกแค่ลูกเดียว คราวนี้แหละนรกของจริง! อาร์เซนอลต้องยิงคืนถึง 3 ลูกเพื่อเข้ารอบ!”
“การที่โรบินต้องออกจากสนามตอนนี้ ลดทอนความน่ากลัวในเกมรุกของอาร์เซนอลไปเยอะ”
“ขาดคนวิ่งทำทาง ดึงตัวประกบ และสร้างพื้นที่ให้เล่ย ยู... ลำพังคนอื่นคงเจาะเกมรับมิลานยาก”
“ดังนั้นในแง่รูปเกม ความได้เปรียบกลับมาอยู่ที่มิลานแล้ว”
มาร์เคจานีวิจารณ์ได้อย่างมีเหตุผล แฟนบอลหลายคนพยักหน้าเห็นด้วย
ดูจากสถานการณ์ มันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ
แต่ทว่า... ผลงานของขุนพลปืนใหญ่ใน 5 นาทีถัดมา กลับทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง
ใน 5 นาทีนั้น อาร์เซนอลหาจังหวะจบสกอร์ได้ถึง 2 ครั้ง สร้างความปั่นป่วนหน้าปากประตูอับเบียติอย่างต่อเนื่อง
เห็นท่าไม่ดี อัลเลกรีจำต้องงัด “กลยุทธ์เปลี่ยนตัว” ออกมาใช้เพื่อเบรกเกมรุกปืนใหญ่
อควิลานีลงแทนเอล ชาราวี และโบคเนร่าลงแทนเมสบาห์
ช่วยไม่ได้ เมสบาห์จิตใจแตกสลายไปแล้ว
เห็นสายตาเหม่อลอยในสนาม อัลเลกรีก็ตัดสินใจถอดเขาออก
คาดว่าจบเกมนี้ เมสบาห์คงยากจะได้รับโอกาสลงสนามในเกมลีกอีกแน่!
ฝั่งอาร์เซนอล เดิมทีนึกว่าการขาดฟาน เพอร์ซี จะทำให้เกมรุกเงียบลง แต่กลายเป็นว่าปืนใหญ่กลับโหมบุกหนักกว่าเดิม
เกิดอะไรขึ้น?
ฟาน เพอร์ซี เจ็บออกไปไม่ใช่เหรอ?
อาร์เซนอลเอาเรี่ยวแรงจากไหนมาบุก?
พอเห็นภาพช้าของพาร์ค ชู-ยอง ที่วิ่งพล่านไปทั่วแดนหน้าเหมือนเครื่องจักรไทม์แมชชีน แฟนบอลถึงได้บางอ้อ
แม่เจ้า!
นี่มันวิ่งสู้ฟัดเหมือนหมาไล่งับบอลชัด ๆ!
โดนคู่แข่งจ่ายบอลล้อเล่น พาร์ค ชู-ยอง ก็ไม่สน วิ่งไล่บอลอย่างบ้าคลั่ง
ในหัวเขามีแค่ประโยคเดียวที่เล่ย ยู บอกตอนสวมปลอกแขนให้ “พี่พาร์ค ภารกิจของพี่คือวิ่งมาราธอนแบบไป-กลับ!”
“ผมไม่ขอให้วิ่งเร็ว แต่ในสามสิบนาทีนี้... ห้ามหยุดวิ่งเด็ดขาด!”
พาร์ค ชู-ยอง รู้ดีว่านี่คือโอกาสทอง
แถมยังเป็นเวทีแชมเปียนส์ลีก!
ถ้ากัดฟันสู้ บางทีฤดูกาลหน้าอาจได้อยู่ต่อในฐานะตัวสำรอง และแฟนปืนใหญ่อาจยอมรับเขาในฐานะนักเตะเอเชียเบอร์ 9
หรืออย่างน้อยที่สุด... ภารกิจที่เล่ย ยู มอบหมายก็ไม่ได้ยากเกินไป
แค่วิ่ง!
ยากตรงไหน?
ยิงประตูหรือเข้าปะทะอาจจะยาก แต่แค่ “วิ่งไล่บอล”? สบายมาก!
ด้วยเหตุนี้ ท่ามกลางสายตาประชาชี พาร์ค ชู-ยอง ทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด วิ่งไล่บอลจนโดนนักเตะมิลานลิงชิงบอลจนหัวหมุน
แต่การวิ่งเป็นหนูถีบจักรของพาร์ค ชู-ยอง ไม่ใช่สิ่งที่มิลานกลัว
ตัวอันตรายของจริงยังคงเป็นเล่ย ยู
หลังปรับกระบวนทัพ ฟาน บอมเมล และติอาโก ซิลวา หันมาโฟกัสเกมรับที่เล่ย ยู เป็นพิเศษ
เจอนักเตะระดับปรากฏการณ์อย่างเล่ย ยู ขืนประมาท อาจน้ำตาตกในได้
แต่เล่ย ยู จะมัวเสียเวลากับสองคนนี้ทำไม?
สับขาหลอกให้ตายแล้วได้อะไร?
อาร์เซนอลต้องการประตู!
นาทีที่ 72 กอสเซียลนีเติมเกมรุก รับบอลจากซานญาแล้ววางยาวให้เล่ย ยู ที่วิ่งทำทาง
น่าเสียดาย เล่ย ยู ไม่ถนัดลูกกลางอากาศ
แม้จะเบียดถึงบอล แต่ก็โดนติอาโก ซิลวา โหม่งสกัดไปได้
พอลองบอมบ์แล้วไม่ได้ผล ปืนใหญ่เริ่มเปลี่ยนมาเจาะภาคพื้นดิน
แต่ฟาน บอมเมล คอยตามตอดตามแซะ ยื่นขาสกัด หรือแม้กระทั่งพุ่งเสียบ ทำให้บอลเรียดไปถึงเท้าเล่ย ยู ได้ยาก
ชั่วขณะหนึ่ง ปืนใหญ่เริ่มตื้อ
เพลย์เมกเกอร์บอลไม่ถึงเท้า แล้วจะเล่นยังไงต่อ!
มองเพื่อนร่วมทีมที่ยืนงงอยู่นอกวงล้อม เล่ย ยู ก็เริ่มคิดหนัก
ขืนปล่อยให้เกมตื้อแบบนี้ จะไปรอสวนกลับช่วงท้ายเกมก็คงสายเกินไป!
เรื่องพละกำลัง ไม่ใช่แค่ฟาน เพอร์ซี ที่หมดหลอด เพื่อนคนอื่นก็อาการร่อแร่เต็มที
แต่โควตาเปลี่ยนตัวสุดท้ายของเวนเกอร์ จะใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้
มันเหมือนแอปเปิลเขียวลูกสุดท้ายกลางทะเลทราย เป็นสัญลักษณ์ทางใจมากกว่า
ตราบใดที่นักเตะยังยืนไหว โควตานี้ห้ามใช้เด็ดขาด ไม่งั้นทีมจะเสียขวัญจนกู่ไม่กลับ
ดังนั้น หลังจากวิ่งมาอีก 5-6 นาที อย่าว่าแต่แชร์วินโญ่ที่เดินเล่นมาสักพักแล้ว แม้แต่เจ้าเสือน้อยวัลคอตต์ก็เริ่มขากะเผลก หาจังหวะก้มตัวพักเหนื่อยตลอด
ประเมินสถานการณ์แล้ว เล่ย ยู ตัดสินใจทันที... ต้องเล่นเชิงรุกมากกว่านี้!
เมื่อปืนใหญ่ตัดบอลได้ เล่ย ยู ที่ยืนค้ำหน้า จู่ ๆ ก็ออกตัววิ่งย้อนกลับลงมาในแดนตัวเอง
“มาแล้ว มาแล้ว!!!”
เห็นเล่ย ยู ลงมาล้วงลูกเอง แฟนปืนใหญ่ส่งเสียงเชียร์ลั่น
“เล่ย เล่ย เล่ย!!!”
“ได้โปรดเถอะ สู้เขานะ!”
“อดทนไว้นะ!”
“เราเชื่อในตัวนาย บิลลี่เชื่อในตัวนายยยย!!!”
... เสียงตะโกนของแฟนบอลดังก้องในหู กระตุ้นสมองเล่ย ยู ไม่หยุด
นี่คือความคาดหวัง!
เขาจะทำให้ทุกคนผิดหวังไม่ได้!
สูดหายใจลึก เล่ย ยู ขยับขาที่หนักอึ้งอีกครั้ง ตะโกนก้องในใจ
ลุยโว้ย!
ฟึ่บ!
พริบตาเดียว ฝีเท้าเล่ย ยู ก็พลิ้วไหวปานสายลม
ราวกับเหยียบย่างบนเกลียวคลื่น สง่างามเหลือเกิน
รับบอลทะลุช่องจากกอสเซียลนี เล่ย ยู เหยียบบอลนิ่งสนิท
หมุนตัวกลางอากาศ พอเท้าแตะพื้น ก็ใช้ปลายเท้าแตะบอลออกซ้าย พลิกหน้าหามิลานอีกครั้ง หลบฟาน บอมเมล ที่ตามมาข้างหลังได้หวุดหวิด
วินาทีถัดมา เล่ย ยู ก้าวเท้าไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล
บุก!
พอเล่ย ยู พาบอลข้ามครึ่งสนาม พาร์ค ชู-ยอง ยิ่งวิ่งถวายหัว
แม้การหาตำแหน่งจะสู้ฟาน เพอร์ซี ไม่ได้ แต่การวิ่งทำทางไม่หยุดหย่อนของเขาก็ทำเอานักเตะมิลานเวียนหัว
แถมใครบอกว่าเล่ย ยู จ่ายบอลไม่เป็น?
เห็นแชร์วินโญ่กับวัลคอตต์รีดแรงเฮือกสุดท้ายวิ่งประคองเล่ย ยู หน้าของอัลเลกรีกลายเป็นสีม่วงคล้ำ
“สอยมันร่วง สอยมันร่วงซะ!!!”
แต่ต่อให้อัลเลกรีตะโกนจนคอแตก ก็ไม่มีมิดฟิลด์มิลานคนไหนกล้าเข้าบอลอันตราย
แฟนบอลถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เซ็นเตอร์แบ็กมิลานโดนใบเหลืองคาดโทษกันคนละใบแล้ว
ขืนใจร้อนโดนไล่ออก... ดูตัวอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด สิ!
ไม่อยากให้เกมกลายเป็นมหกรรมเชือดหมูของปืนใหญ่ ก็ต้องเล่นเกมรับให้ขาวสะอาด!
จ่ายบอล 3 จังหวะ ชิ่ง 2 ที พอเล่ย ยู มาถึงหน้าเขตโทษมิลาน หัวใจทุกคนเต้นรัว
ภายนอก เล่ย ยู ดูเหมือนเดิมทุกประการ
แต่มีแค่เล่ย ยู ที่รู้ว่า เพราะช่วงนี้เขาเน้นจ่ายบอล อัตราความแม่นยำในการยิงสะสมมาแค่ 10% ซึ่งยังไม่พอจะเสี่ยงยิงไกล
แต่แฟนบอลและคู่แข่งไม่รู้
เห็นเล่ย ยู ก้าวเท้าพาบอลเข้าเขตโทษ ทุกคนเกร็งตัวกลัวจะกะพริบตาพลาดช็อตสำคัญ
จังหวะที่ติอาโก ซิลวา และอบาเต้พุ่งเข้ามาบล็อก เล่ย ยู ที่หลุดเข้าเขตโทษมาแล้ว กลับก้าวเท้าไปข้างหน้า แล้วใช้ส้นเท้าจ่ายคืนหลังให้วัลคอตต์เฉยเลย
“ห๊ะ?”
“เล่ยจ่ายบอล?”
“เกิดอะไรขึ้น?”
ความเร็วของเจ้าเสือน้อยเป็นที่เลื่องลือ พอเห็นเล่ย ยู จ่ายบอลแถมดึงกองหลังมิลานไปได้ถึง 2 คน แฟนมิลานหัวใจจะวาย
ไม่อยากได้แฮตทริกแล้วเหรอวะ???
เม็กเซสอยู่ใกล้วัลคอตต์ที่สุด รีบพุ่งเข้ามาบล็อก แต่ก็สายไปแล้ว
ยังไม่ทันจะยื่นขา เจ้าเสือน้อยก็แตะบอลหนี แล้วกระชากเข้าเขตโทษมิลานจากอีกด้าน ดวลเดี่ยวกับอับเบียติ
วินาทีถัดมา ลูกบอลพุ่งออกจากเท้าวัลคอตต์ราวกับกระสุนปืนใหญ่
ลูกยิงเต็มข้อของเจ้าเสือน้อย รวดเร็วและเด็ดขาด!
ทันใดนั้น อับเบียติก็ขยับตัว
นายทวารอิตาเลียนกระโดดพุ่งปัดสุดตัว
วินาทีวิกฤต ปลายนิ้วของเขาปัดโดนบอล เปลี่ยนทางบอลได้นิดหน่อย หยุดมันไว้หน้าเส้นประตู
เห็นภาพนี้ แฟนมิลานถอนหายใจโล่งอก ราวกับรอดตายจากวันสิ้นโลก
ไม่ใช่แค่แฟนบอล นักเตะมิลานก็หน้าตาโล่งใจเหมือนรอดตาย
แม้แต่ติอาโก ซิลวา ยังแอบถอนหายใจ ดีนะที่ไม่ใช่เล่ย ยู ยิง
แต่ขณะที่อับเบียติกำลังจะตะกายลุกไปคว้าบอล เงาสีแดงสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหน้าประตู
ติอาโก ซิลวา สะดุ้งโหยง รีบหันขวับ
เล่ย ยู ที่เป็น “ตัวล่อ” ยังยืนยิ้มมุมปากอยู่ที่เดิม
“พาร์คครับ!!!”
ผู้บรรยายตะโกนลั่น
เผชิญหน้ากับผู้รักษาประตูที่กำลังจะลุกขึ้น พาร์ค ชู-ยอง จิ้มปลายเท้า ส่งบอลพุ่งเข้าสู่ก้นตาข่าย
“GOOOOOOOOOOOOOOOOOOAL!!!”
เสียงเฮยาวเหยียดดังกระหึ่ม เอมิเรตส์ สเตเดียม ระเบิดความคลั่งไคล้ถึงขีดสุด
“เราเสมอสกอร์รวมกับมิลานแล้ว!”
“เรากลับมาอยู่ที่จุดเริ่มต้นเดียวกันแล้วครับท่านผู้ชม!!!”