เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 201 ของขวัญชิ้นสุดท้าย

บทที่ 201 ของขวัญชิ้นสุดท้าย

บทที่ 201 ของขวัญชิ้นสุดท้าย


บทที่ 201 ของขวัญชิ้นสุดท้าย

“เกมในวันนี้ เอซี มิลาน ได้มอบหมัดน็อกที่รุนแรงให้กับอาร์เซนอล ทีมที่กำลังร้อนแรงในพรีเมียร์ลีก!”

ในห้องส่ง จาน จุน วิจารณ์ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ

“อย่าดูแค่ว่าพวกเขาทำผลงานได้ดีแค่ไหนในพรีเมียร์ลีก ไล่ล้างแค้นทีมนั้นทีมนี้ไปทั่ว”

“แต่บนเวทียุโรป ปัญหาของอาร์เซนอลถูกคู่แข่งศึกษามาอย่างละเอียด แล้วจะเอาอะไรไปชนะ?”

“ต่อให้มีเล่ย ยู ดาวยิงที่ร้อนแรงที่สุดในยุโรปรองจากเมสซีและโรนัลโด แต่เกมนี้ อาร์เซนอลก็โดนแทคติกของอัลเลกรีบีบจนไปไม่เป็น”

“ใช่ครับ แมนออฟเดอะแมตช์วันนี้ต้องยกให้เขาคนนี้... เควิน-ปรินซ์ บัวเต็ง”

ขณะที่เกมเพิ่งจะเขี่ยบอลเริ่มเล่นต่อ และปืนใหญ่ยังตั้งเกมไม่ได้ ผู้กำกับภาพก็ฉายภาพช้าประตูแรกให้ดูอีกครั้ง

คนยิงคือบัวเต็ง

ในภาพช้า อันโตนิโอ โนเชริโน วางบอลยาวข้ามแนวรับจากซ้ายเข้าช่อง บัวเต็งสอดขึ้นมาพักอกลงพื้นอย่างนิ่มนวล แล้ววอลเลย์เต็มข้อแบบตำราสอนฟุตบอล

เชสนีพยายามกระโดดปัด แต่กว่าตัวจะลอย บอลก็เช็ดคานเข้าประตูไปแล้ว

ไม่ใช่ปฏิกิริยาของนายทวารโปแลนด์ช้า แต่ลูกยิงของบัวเต็งมันเร็วเกินไปจริง ๆ บอลกระดอนจากคานลงพื้น เด้งกลับมาถึงจุดโทษด้วยซ้ำ!

“นี่เป็นประตูที่ 3 ของบัวเต็งในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้ บนเวทีใหญ่ เขาไม่เคยทำให้ผิดหวัง”

“จะอธิบายสไตล์การเล่นของเขายังไงดี? เขามีความกระหายในการเล่นสูงมาก เป็นพวก ‘เอนเตอร์เทนเนอร์’ ตัวยง”

“การสอดเติมเกมรุกของเขาตอบโจทย์แทคติกของอัลเลกรีได้สมบูรณ์แบบ นี่คือสิ่งที่โบบันและอันเชลอตตีวิเคราะห์ไว้เป๊ะก่อนเกม ว่าทำไมกองกลางชาวกานาคนนี้ถึงขาดไม่ได้ในแนวรุกของมิลาน!”

ตัดภาพกลับมาที่เกมสด

ตอนนี้ฌูรูเคลียร์บอลพลาดอีกแล้ว เตะบอลไปเข้าเท้าโรบินโญ่ดื้อ ๆ

โรบินโญ่รับส้มหล่น กระชากขึ้นทางซ้ายแล้วตบเข้ากลางให้อิบราฮิโมวิชที่สอดขึ้นมาหลุดเดี่ยว

แต่น่าเสียดายที่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อน

ถึงอย่างนั้น อิบราฮิโมวิชก็ยังยกนิ้วโป้งให้โรบินโญ่อย่างใจกว้าง

กล้องจับภาพใบหน้าซีดเผือดของฌูรูที่พลาดซ้ำซาก ก่อนจะสลับไปที่อิบราฮิโมวิช

“ถ้าจะพูดถึงฮีโร่ตัวจริงของมิลานวันนี้ ต้องเป็นอิบราฮิโมวิชอย่างไม่ต้องสงสัย” จาน จุน เอ่ยชมไม่หยุดปาก

“2 แอสซิสต์ กับอีก 1 ประตู สมควรได้รับ MVP อย่างยิ่ง!”

“แน่นอน ยังมีพ่อหนุ่มสับขาหลอกอย่างโรบินโญ่ วันนี้เขาขโมยซีนไปเต็ม ๆ”

“รับ 2 แอสซิสต์จากอิบรา ยิงไป 2 ประตู ลูกยิงของเขาวันนี้คุณภาพคับแก้วทั้งคู่”

“ก่อนเกม หลายสำนักคาดว่าเอล ชาราวี จะได้จับคู่กับอิบรา แต่อัลเลกรีกลับเลือกโรบินโญ่ที่ฟอร์มตกให้ลงตัวจริง”

“อาจจะดูเหมือนอัลเลกรีปกป้องโรบินโญ่แบบไม่ค่อยมีน้ำหนักในตอนแรก แต่ตอนนี้ 2 ประตูในสนามคือคำตอบที่ดีที่สุด!”

“อัลเลกรีไม่ได้ให้แค่ความไว้วางใจ แต่ยังให้กำลังใจทางจิตวิทยาด้วย”

“อาจจะเป็นจิตวิทยาแบบมูรินโญ่นี่แหละ ที่ปลุกไฟในตัวโรบินโญ่ให้ลุกโชน นอกจากยิงและจ่าย เขายังลงมาช่วยไล่บอลแดนหน้า สร้างปัญหาให้แนวรับอาร์เซนอลตลอด...”

ระหว่างบรรยาย จู่ ๆ เสียงโห่ก็ดังลั่นสนาม

ปรากฏว่าปาโต้ที่พาบอลลุยขึ้นหน้า ดันสับขาหลอกจนบอลพันแข้งพันขาตัวเองในจังหวะดวลเดี่ยวกับฌูรู!

พอหันกลับไปเก็บบอล จะจ่ายให้เพื่อนที่เติมขึ้นมา ก็จ่ายน้ำหนักเบาหวิวเข้าเท้าโรซิคกี้ที่วิ่งลงมาช่วยเกมรับ

ไม่นาน มิลานก็ตัดบอลได้กลางสนาม

อิบราฮิโมวิชได้บอลทางขวา เงยหน้ามองหาปาโต้ แล้วเปิดบอลทแยงมุมไปให้

ปรากฏว่าปาโต้จับบอลแรกหน้าเขตโทษลั่น แฟร์มาเล่นเลยชิงจังหวะบังบอลแล้วปล่อยให้ไหลเข้ามือเชสนี

โอกาสทองหลุดลอยไปโดยไม่ได้ง้างเท้ายิงด้วยซ้ำ

บนอัฒจันทร์ แฟนบอลมิลานโห่ใส่ปาโต้หนักกว่าเดิม

ตั้งแต่ลงมาเป็นตัวสำรอง ปาโต้ทำหมูหกไปแล้ว 4 ครั้งติด!

เขาเป็นนักเตะมิลานคนเดียวที่โดนแฟนทีมตัวเองโห่ใส่วันนี้

5 นาทีที่อยู่ในสนามของเขาช่างเลวร้าย แม้จะอ้างว่าเพิ่งหายเจ็บและฟอร์มยังไม่เข้าที่

แต่อย่าลืมนะ บัวเต็งที่ยิงประตูแรกก็เพิ่งหายเจ็บเหมือนกัน

เห็นปาโต้ทำลายแอสซิสต์สวย ๆ ทิ้ง อิบราฮิโมวิชถึงกับถ่มน้ำลายลงพื้น

“เชอะ โกลเด้นบอยบ้าบออะไร? ก็แค่พวกหน้าหล่อแต่ไร้น้ำยา!”

พูดจบ อิบราฮิโมวิชก็หรี่ตามองเล่ย ยู ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไป

เจอท่าทางเย่อหยิ่งแบบนั้น เล่ย ยู แทบอยากจะกระโดดถีบขาคู่

“เล่ย ใจเย็น ๆ ไอ้นั่นมันเคยเรียนคาราเต้นะเว้ย!” แรมซีย์เห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาห้าม

“คาราเต้แล้วไง? กูมีกังฟูจีนโว้ย!” เล่ย ยู ทำหน้าไม่ยี่หระ

แรมซีย์จนปัญญา ต้องเปลี่ยนวิธีกล่อม

“เล่ย เก็บแรงไว้เถอะ มีเรื่องไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา แถมจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง แพ้นัดนี้เรายังมีนัดหน้าให้แก้ตัว แต่ถ้านายโดนไล่ออก...”

“รู้แล้วน่า!” เล่ย ยู กัดฟันกรอด “ไม่งั้นกูจะทนมันมาถึงตอนนี้เหรอ?”

ถึงเล่ย ยู จะพูดยังไง แต่โมเมนตัมของมิลานวันนี้ก็จุดติดไปแล้ว

แฟนบอลเจ้าถิ่นร้องเพลงฉลองชัยชนะล่วงหน้ากันอย่างครื้นเครง

เวลาผ่านไปทีละนาที ช่วงทดเจ็บ 3 นาทีผ่านไปแล้วครึ่งทาง

ขณะที่วิกเตอร์ คาสไซ ผู้ตัดสินชาวฮังการีก้มมองนาฬิกา จู่ ๆ จุดเปลี่ยนก็เกิดขึ้นในแดนของมิลาน

บัวเต็งพยายามล็อกหลบทางกราบขวา แต่ไปติดบล็อกของอองรี

เสียงบอลกระแทกหน้าดัง ปั้ก!

เสียงดังสนั่นจนบัวเต็งยังชะงัก

แต่อองรีที่โดนบอลอัดหน้ากลับไม่สะเทือน เขาก้าวเท้ายาว ๆ แซงบัวเต็ง ใช้หน้าผากดันบอลที่กำลังตกให้พุ่งไปข้างหน้า แล้วกระชากหนีไปดื้อ ๆ

ตอนนั้นเอง นักเตะมิลานถึงเพิ่งรู้ตัวว่ากรรมการยังไม่เป่านกหวีด

แต่วินาทีนี้ แนวรุกปืนใหญ่ได้เปรียบตัวผู้เล่น 3 ต่อ 2 แล้ว อองรีพาบอลขึ้นตรงกลาง ขนาบข้างด้วยฟาน เพอร์ซี และอ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน

ขณะที่ติอาโก ซิลวา ลังเลว่าอองรีจะจ่ายซ้ายหรือขวา ราชาปืนโตก็โยกตัวหลอกจนหลังหัก แล้วแตะบอลเข้าเขตโทษทางซ้าย

เผชิญหน้ากับอับเบียติที่พุ่งออกมาปิดมุม อองรีตวัดยิงเรียดเสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด...ตุงตาข่าย

เฮ้~~~

แฟนบอลทีมเยือน 5,000 คน ลุกฮือขึ้นโห่ร้องสุดเสียง

“อองรี! อองรีอีกแล้วครับท่าน!!!” จาน จุน เสียงสั่นเครือด้วยความตื้นตัน

“นาทีที่ 92 ขณะที่ตามหลัง 0–4 ก็ยังเป็นราชาปืนโต อองรี ที่ก้าวขึ้นมากู้หน้า ยิงประตูตีไข่แตกให้ทีม”

“เรารู้กันดีว่านี่จะเป็นนัดสุดท้ายที่เขาจะได้สวมเสื้ออาร์เซนอลสู้ศึกยุโรป”

“ประตูนี้จะเป็นประตูสุดท้ายของเขาในสีเสื้อปืนใหญ่ และประตูสุดท้ายในแชมเปียนส์ลีก!”

“โอ้พระเจ้า...”

“แฟนปืนใหญ่จะกลั้นน้ำตาอยู่ไหมครับเนี่ย?”

“อองรีอีกแล้ว!”

“ในวันที่อาร์เซนอลมืดมนที่สุด ก็ยังมีกัปตันในตำนานคนนี้ ที่ลุกขึ้นมาจุดไฟแห่งความหวัง”

“นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขา แต่เขาก็เปรียบเสมือนเทียนไข ที่ยอมเผาไหม้ตัวเองเพื่อมอบแสงสว่างสุดท้ายให้ทีม!!!”

เห็นอองรียิงได้ กล้องจับภาพไปที่เวนเกอร์ทันที

ปฏิกิริยาแรกของศาสตราจารย์เหมือนกับทุกคน คือก้าวออกมาข้างหน้าแล้วชูกำปั้นสะใจ

แต่วินาทีถัดมา เหมือนเขานึกอะไรขึ้นได้

ขอบตาแดงก่ำ เขาหันหลังกลับ แอบปาดน้ำตาเงียบ ๆ

ทุกคนรู้ดีว่านี่คือบทเพลงอำลาของราชา!

แต่อองรีที่ยิงประตูได้ กลับไม่วิ่งไปฉลองกับแฟนบอลที่มุมธง

เขาวิ่งเหยาะ ๆ ตรงดิ่งไปหาเล่ย ยู

ท่ามกลางสายตาคนนับหมื่นในสนาม อองรีถอดปลอกแขนกัปตันทีมออก แล้วบรรจงสวมมันลงบนแขนของเล่ย ยู ด้วยสีหน้าจริงจังที่สุด

“เล่ย พี่เป็นปืนใหญ่ของยุคเก่า ในยุคใหม่... ไม่มีปืนกระบอกไหนให้พี่ใช้อีกแล้ว หนทางข้างหน้า ฝากนายด้วยนะ!”

จบบทที่ บทที่ 201 ของขวัญชิ้นสุดท้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว