- หน้าแรก
- ฟุตบอล เลี้ยงบอลขั้นเทพ ยิงยังไงก็เข้า
- บทที่ 160 สั่นสะเทือนสแตมฟอร์ดบริดจ์
บทที่ 160 สั่นสะเทือนสแตมฟอร์ดบริดจ์
บทที่ 160 สั่นสะเทือนสแตมฟอร์ดบริดจ์
บทที่ 160 สั่นสะเทือนสแตมฟอร์ดบริดจ์
ในภาพช้า... จังหวะสกัดกั้น เบียดบัง และพลิกหลบของซานโตส คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ถ้าเขาไม่ระเบิดฟอร์มเทพจังหวะนี้ อาร์เซนอลคงไม่ได้บุก
การรับบอลของอาร์เตต้าก็ฉลาดมาก เขาหนีตัวประกบและมีเวลาเหลือเฟือที่จะเงยหน้ามอง ก่อนจะจ่ายออกปีกให้แชร์วินโญที่ยืนโล่ง ๆ
จังหวะนี้แนวรับเชลซียังลงไม่ทัน คนที่อยู่ใกล้แชร์วินโญที่สุดดันเป็นกองหน้าอย่างสเตอร์ริดจ์
แต่กว่าเจ้าหนูผิวเข้มจะวิ่งมาถึง แชร์วินโญก็จ่ายไปแล้ว เทอร์รี่และอิวาโนวิชที่วิ่งหน้าตั้งกลับมาตรงกลางก็เข้าไม่ถึงบอล กลายเป็นเล่ย ยู ที่พุ่งชาร์จตัดหน้าเข้าไป
สรุปคือ... นี่คือประตูที่มาจาก “ทีมเวิร์ก” ล้วน ๆ ของอาร์เซนอล
หลังรับเสียงเชียร์จากแฟนบอล เล่ย ยูหันกลับมากอดเพื่อนร่วมทีม ฉลองประตูแห่งความสามัคคี
กล้องแพนผ่านหน้าแลมพาร์ด, เทอร์รี่, สเตอร์ริดจ์, เช็ก และคนอื่น ๆ ก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าของเล่ย ยู
คราวนี้ แฟนบอลได้ยลโฉมซูเปอร์สตาร์ของพวกเขาเต็มตา
ในศึกลอนดอนดาร์บี้ระดับ 5 ดาว ฟอร์มของเล่ย ยู ที่ทัดเทียมกับดาวดังระดับโลก คือสิ่งที่แฟนปืนใหญ่ภูมิใจที่สุด
อาร์เซนอลตามตีเสมอได้อีกครั้ง เรียกเสียงชื่นชมจากผู้บรรยายในสนามไม่ขาดปาก
ในมุมมองของเขา การที่ปืนใหญ่บุกมาสู้ได้ขนาดนี้ ไม่ว่าผลจะออกมายังไง พวกเขาก็ชนะใจแฟนบอลไปแล้ว
น้อยทีมนักที่จะบุกมาตามตีเสมอเชลซีได้ถึงสองครั้งในสแตมฟอร์ดบริดจ์ ดาร์บี้แมตช์สุดมันส์นี้มีความหมายมากกว่าแค่ผลแพ้ชนะ
และก็เป็นไปตามคาด... ไม่ถึง 2 นาทีหลังอาร์เซนอลตีเสมอ เชลซีก็สร้างโอกาสทองได้ทันควัน
คราวนี้ เชสนี่ จำต้องพุ่งออกมานอกกรอบเขตโทษ
เผชิญหน้ากับบอลที่กระดอนมา เชสนี่พุ่งเข้าใส่อย่างบ้าบิ่น ชนแอชลีย์ โคล ล้มคว่ำ
“ปี๊ด!!!”
เสียงนกหวีดดังลั่น
วินาทีนี้ แม้แต่ผู้บรรยายฝั่งอาร์เซนอลยังต้องเอามือปิดหน้า ไม่กล้าดู
“โอ้... ไม่นะ ใบแดงแน่ ๆ!”
แต่พอเห็นสีของใบที่ผู้ตัดสินชูขึ้น จาน จุน ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“โอ้! ใบเหลืองครับ! รอดตัวไป!”
“อาร์เซนอลได้โอกาสที่สองครับ!”
“อาจเป็นเพราะมีกองหลังอาร์เซนอลวิ่งประคองอยู่ ผู้ตัดสินเลยมองว่าเชสนี่ไม่ใช่ตัวสุดท้าย”
“แต่ไม่ว่าจะยังไง จังหวะนี้จะแจกอะไรก็ไม่น่าเกลียด เชสนี่โชคดีมากที่ยังได้อยู่ในสนาม”
ในจอ เชสนี่รับใบเหลืองแล้วเดินไปขอโทษแอชลีย์ โคล ด้วยความที่เคยเป็นศิษย์เก่าอาร์เซนอล โคลเลยไม่ได้ติดใจอะไรมาก
แต่ใน 5 นาทีถัดมา เชสนี่องค์ลง เซฟลูกฟรีคิก 2 ลูก และลูกโหม่งจ่อ ๆ ของเชลซีได้หมด
เห็นเชสนี่ปัดลูกยิงของแลมพาร์ดได้อีกครั้ง จาน จุน หัวเราะชอบใจ “ฮ่าฮ่า นักเตะเชลซีคงนึกเสียดายกันน่าดู!”
“ถ้าตอนนั้นเชสนี่โดนไล่ออก ป่านนี้พวกเขาคงนำไปแล้ว!”
จะว่าไป เชลซีมักได้รับ “การดูแลเป็นพิเศษ” จากผู้ตัดสินมาตั้งแต่ยุคมูรินโญ
6 นัดหลังสุดในลีก สิงห์บลูส์มีประเด็นกับผู้ตัดสินตลอด
โดยเฉพาะดาร์บี้แมตช์นัดก่อน โบอาสโดนไล่ออกแถมโดนปรับเงิน
ส่วนกัปตันเทอร์รี่ ยิ่งหนักเข้าไปอีก โดนกล้องจับภาพได้ว่าพูดเหยียดผิว
ที่ตลกคือ ตอนเทอร์รี่พูด คู่กรณีไม่ได้ยินด้วยซ้ำ
สื่ออังกฤษนี่แหละตัวดี ขยันเสี้ยมให้เป็นเรื่องใหญ่
เมื่อทั้งสองฝ่ายเปิดหน้าแลก เกมก็ผลัดกันรุกรับอย่างดุเดือด
ขณะที่เชลซีเจาะไม่เข้า ปืนใหญ่ที่กำลังฮึกเหิมก็เริ่มเพรสซิ่งสูงบ่อยขึ้น
แชร์วินโญหาโอกาสกระชากเข้าเขตโทษได้หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็โดนสกัด
นาทีที่ 54 อาร์เซนอลตัดบอลได้ในแดนตัวเอง เคาะไปมาจนถึงเชสนี่
เห็นคู่แข่งดันสูง นายทวารปืนใหญ่วางยาวตูมเดียวไปข้างหน้า
ซานโตสกระโดดแย่งโหม่ง แต่โดนแอชลีย์ โคล ผลักล้ม
แม้บอลจะออกข้างไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินเป่าให้ฟาวล์ อาร์เซนอลได้ฟรีคิกในแดนคู่แข่ง
ขณะที่โคลกำลังเถียงกรรมการ อาร์เซนอลฉวยโอกาสเล่นเร็วทันที
ซานโตสจ่ายยัดให้เล่ย ยู ที่วิ่งสอดขึ้นมา เล่ย ยูรับบอลแล้วกระชากไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล
เห็นเล่ย ยู เร่งเครื่อง แนวรับสิงห์บลูส์เริ่มรวน
ห่างจากเขตโทษประมาณ 5 เมตร มิเกลกับแลมพาร์ดช่วยกันแซะจนเล่ย ยู ล้มลง
เห็นเล่ย ยู ล้ม แลมพาร์ดกับเพื่อนรีบยกมือฟ้องกรรมการ
แต่ทันใดนั้น... เสียงลมวูบดังขึ้นจากด้านหลัง
“เฮ้ย!”
ท่ามกลางเสียงอุทานของแลมพาร์ด เล่ย ยู ที่ล้มคว่ำหน้าไป ใช้มือยันพื้นแล้วดีดตัวลุกขึ้นมาวิ่งต่อหน้าตาเฉย!
พร้อมกันนั้น เล่ย ยู ใช้เท้าขวาเกี่ยวบอล ลอดขาเทอร์รี่และแอชลีย์ โคล ที่พุ่งเข้ามาสกัดพร้อมกันได้อย่างเหลือเชื่อ
พริบตาเดียว เล่ย ยู หลุดจากวงล้อม 4 คนของเชลซี ทะลุเข้าเขตโทษไปดื้อ ๆ
แฟนบอลตาค้าง
เกิดอะไรขึ้น?
4 คนเอาไม่อยู่???
วินาทีนี้ ผู้บรรยายอาร์เซนอลตื่นเต้นจนรูม่านตาขยาย คว้าไมค์ตะโกนเสียงหลง:
“เล่ยลุกขึ้นมาเร็วมาก...”
“หลุดไปแล้ว...”
“ยิงยัดเลย!!!”
ปีเตอร์ เช็ก ที่พุ่งออกมา รีบทิ้งตัวปัดไปทางซ้าย แต่ลูกยิงเต็มข้อของเล่ย ยู เร็วและแรงเหมือนลูกปืนใหญ่ พุ่งลอดแขนเช็กเสียบเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย
“GOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOAL!!!”
“IT'S RAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAY!!!”
“สุดยอดประตู!!!”
“มหัศจรรย์!!!”
“ลูกยิงของเล่ย... มันเหลือเชื่อ... เหลือเชื่อจริง ๆ ครับ!!!”
ห้องไลฟ์สด Sina แทบระเบิด คอมเมนต์ “666” และอีโมจิรูปสายฟ้า (ฉายาของเล่ย ยู) ไหลเป็นน้ำตก
“เล่ย ยู สุดยอดจริง ๆ ครับ!” ผู้บรรยายพูดด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“จังหวะนี้เล่ย ยู เล่นฉลาดมาก”
“เขาลุกขึ้นมาเร็วในจังหวะที่คู่แข่งชะงัก แล้วใช้ความคล่องตัวแตะลอดขาเทอร์รี่กับโคล”
“ตัดสินใจยิงยัดเสาแรกแสกหน้าเช็ก... มั่นใจสุด ๆ!”
“นี่คือประตูที่สวยที่สุดของเล่ย ยู ในเกมนี้ครับ!”
“เขาโซโล่เดี่ยวผ่านแนวรับเชลซีทั้งแผง!”
วินาทีนี้ สแตมฟอร์ดบริดจ์ถูกสยบราบคาบ
บนอัฒจันทร์ แฟนสิงห์บลูส์กุมหัว พึมพำด้วยความไม่อยากจะเชื่อว่าทีมรักโดนเล่ย ยู คนเดียวเล่นงานจนยับเยิน
ท่ามกลางเสียงเชียร์บ้าคลั่ง เล่ย ยู วิ่งแหวกเพื่อนร่วมทีมที่เข้ามารุมกอด ตรงดิ่งไปยังอัฒจันทร์ฝั่งเดิมด้วยสีหน้าดุดันเหมือนเสือร้าย
สุดท้าย เล่ย ยู หยุดยืนหน้าป้ายโฆษณาเดิม ตะโกนใส่หน้าแฟนบอลพุงพลุ้ยคนเดิมที่ถือขวดเบียร์ค้างอยู่:
“ไหนล่ะกางเกงในเมียเอ็ง? โยนลงมาสิวะ!!!”