เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220: คัมภีร์หยินหยาง ลักษณ์ฟ้าดิน! (ตอนฟรี)

บทที่ 220: คัมภีร์หยินหยาง ลักษณ์ฟ้าดิน! (ตอนฟรี)

บทที่ 220: คัมภีร์หยินหยาง ลักษณ์ฟ้าดิน! (ตอนฟรี)


บทที่ 220: คัมภีร์หยินหยาง ลักษณ์ฟ้าดิน!

“นั่งลงเถิด จะรีบร้อนไปไย?”

หงเยว่กล่าวอย่างเชื่องช้า “พลังเจ็ดส่วนของนักพรตเสวี่ยเสวียน ก็อยู่ในระดับนี้แหละ เจ้าคิดว่าจะมีใครสามารถเล่นตุกติกใต้จมูกข้าได้หรือ?”

“ขออภัยเจ้าค่ะ ท่านผู้อาวุโสสูงสุด ข้าหุนหันไปเอง”

ซ่างกวนอู๋ชิงกล่าวขอโทษ แล้วจำต้องนั่งลงตามเดิม

เพียงแต่...

พลังเจ็ดส่วนของนักพรตเสวี่ยเสวียนนี้ ช่างน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!

ซ่างกวนอู๋ชิงไม่สงสัยเลยว่า ด้วยพลังของนาง

แม้จะทุ่มสุดตัว ก็ไม่สามารถต้านทานยักษ์มารโลหิตตนนี้ได้แม้แต่น้อย!

หลินโม่อาจจะมีเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งมากมาย แต่ทว่า...

ความแตกต่างของระดับพลังระหว่างทั้งสองฝ่าย มันมากเกินไปแล้ว!

การจะชดเชยช่องว่างพลังอันมหาศาลเช่นนี้ ต้องใช้เคล็ดวิชาและไพ่ตายที่แข็งแกร่งมากเพียงใดกัน!

........

มิติที่ว่างเปล่า

อักขระสีเลือดประหลาดนับร้อยลอยวนอยู่รอบกายนัพรตเสวี่ยเสวียน

ดวงตาขุ่นมัวของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีเลือดในขณะนี้

นักพรตเสวี่ยเสวียนในยามนี้ ราวกับยมทูตจากขุมนรก ที่หมายจะปลิดชีวิตของหลินโม่!

“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้าไม่มีทางถอยแล้ว”

“เจ้าหนู เอากระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของเจ้าออกมาให้ข้าผู้นี้ดู!”

น้ำเสียงที่ต่ำและเหี้ยมโหดของนักพรตเสวี่ยเสวียน เจือปนไปด้วยความเกลียดชังที่มีต่อหลินโม่!

ฝั่งตรงข้าม

ใบหน้าของหลินโม่เคร่งขรึมและจริงจัง

เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองไปยังยักษ์มารโลหิตที่สูงจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา ราวกับภูเขาลูกใหญ่กดทับอยู่บนหน้าอก แทบจะทำให้หายใจไม่ออก!

ถึงกระนั้น หลินโม่ก็ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวใดๆ ออกมา!

เพราะเขาก็รู้ดีว่า มาถึงตอนนี้แล้ว ความหวาดกลัวไม่มีประโยชน์อีกต่อไป

หนทางที่อยู่ตรงหน้าเขามีเพียงเส้นทางเดียว

สู้!

ก้าวไปข้างหน้า ยังพอมีแสงแห่งชีวิตรำไร

ถอยหลังเพียงครึ่งก้าว คือหุบเหวหมื่นจั้ง!

“ฮ่าๆๆๆๆ!”

ทันใดนั้นหลินโม่ก็หัวเราะเสียงดังลั่นฟ้า เสียงอันองอาจก้องกังวานไปทั่วทั้งมิติที่ว่างเปล่าและลานฝึกยุทธ์ “สมแล้วที่เป็นประมุขหอเสวี่ยเสวียน อภิญญาเช่นนี้น่าสะพรึงกลัวโดยแท้ เพียงแต่...”

“การก้มหัวยอมแพ้หรือนั่งรอความตาย ไม่ใช่สไตล์ของข้า!”

“ในเมื่อไม่มีทางถอย เช่นนั้น...”

“ข้าก็จะก้าวไปข้างหน้าอย่างองอาจ แล้วเจ้าจะทำอะไรข้าได้!”

แปะ!

ทันทีที่สิ้นเสียง หลินโม่ประสานมือเปลี่ยนเป็นอินที่ลึกลับซับซ้อนอย่างรวดเร็ว!

“เคล็ดวิชาฝูเซิง!”

ปัง!

ในวินาทีต่อมา พลังวิญญาณสีแดงเพลิงอันร้อนระอุระเบิดออกจากร่างของหลินโม่ ลุกโชนอยู่บนผิวของเขา

และกลิ่นอายของเขาก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะนี้!

เพียงไม่กี่ลมหายใจ กลิ่นอายของหลินโม่ก็ทะลวงผ่านคอขวดของขอบเขตหยวนอิงขั้นต้น ก้าวเข้าสู่ขอบเขตหยวนอิงขั้นกลางอย่างเป็นทางการ!

“เคล็ดวิชาฝูเซิง?!”

“นั่นมันเคล็ดวิชาลับเสริมพลังที่หลินฉางเซิงแห่งหอหมื่นโอสถใช้ในการประลองเดี่ยวมิใช่หรือ? ทำไมเขาถึงใช้ได้ด้วย?!”

“หลินโม่... หลินฉางเซิง... พวกเขาสองคนคงไม่ได้เป็น...?”

“เฮ้ เรื่องนี้คนในหอหมื่นโอสถรู้กันหมดแล้ว พวกเจ้าไม่รู้หรือ?”

“หา? พวกเขาสองคนเป็นพี่น้องกันจริงๆ เหรอ?”

“ในเมื่อเป็นพี่น้องกัน ก็ไม่แปลกแล้ว”

“.........”

เมื่อหลินโม่ใช้เคล็ดวิชาฝูเซิงออกมา อัฒจันทร์บนลานฝึกยุทธ์ก็เกิดความโกลาหลขึ้นอีกครั้ง

แม้จะมองผ่านม่านแสง ทุกคนไม่สามารถสัมผัสถึงกลิ่นอายของหลินโม่ได้

แต่ใช้ปลายเท้าคิดก็เดาได้ว่า การใช้เคล็ดวิชาฝูเซิงเพื่อยกระดับพลังของตนเองขึ้นสู่ขอบเขตหยวนอิงขั้นกลางได้ชั่วคราว ก็นับว่าเป็นขีดจำกัดสูงสุดแล้ว

เพียงแต่... แม้หลินโม่จะใช้เคล็ดวิชาลับเสริมพลังฝูเซิงเพื่อยกระดับพลังขึ้นสู่ขอบเขตหยวนอิงขั้นกลางแล้วจะอย่างไรเล่า?

โอกาสชนะของเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก

“พี่โม่!”

ในที่นั่งของศิษย์หอหมื่นโอสถ หลินฉางเซิงเบิกตาเล็กน้อย

ไม่รู้ว่าทำไม แม้ว่าระดับพลังของหลินโม่และนักพรตเสวี่ยเสวียนจะห่างกันมาก แต่ลึกๆ ในใจเขาก็ยังคงคาดหวังว่าหลินโม่จะสามารถรับกระบวนท่านี้ของนักพรตเสวี่ยเสวียนได้!

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ทันทีที่หลินโม่ชนะการประลองคัดเลือกผู้อาวุโสครั้งนี้ และเลื่อนขั้นสู่สภาผู้อาวุโสได้สำเร็จ

ชีวิตของเขาในหอหมื่นโอสถหลังจากนี้ก็จะสบายขึ้น

บางทีหลินโม่ในขอบเขตหยวนอิงขั้นต้น อาจจะไม่ได้สร้างอิทธิพลอะไรมากมายต่อเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องของเขาในหอหมื่นโอสถ

แต่ถ้าหลินโม่เป็นหนึ่งในสมาชิกสภาผู้อาวุโสของสำนักด้วยล่ะ?

เมื่อถึงตอนนั้น สถานการณ์จะพลิกกลับตาลปัตรถึงสามร้อยหกสิบองศา!

และในอีกด้านหนึ่ง

หลี่ซินหราน ซ่างกวนอู๋ชิง และเซียวชิงเกอ ต่างก็กำชายกระโปรงแน่นด้วยความประหม่า สายตาจับจ้องไปที่ม่านแสงไม่วางตา

พวกนางทุกคนรู้ดีว่า เพียงแค่ใช้เคล็ดวิชาฝูเซิงเพื่อยกระดับพลังขึ้นสู่ขอบเขตหยวนอิงขั้นกลางชั่วคราว ยังไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับนักพรตเสวี่ยเสวียนที่ใช้พลังเจ็ดส่วนได้!

เขายังต้องการอภิญญาที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า หรือแม้กระทั่งศาสตราวุธมาเสริมพลังอีก!

แน่นอนว่า ความสำคัญของเคล็ดวิชาก็ไม่อาจมองข้ามได้เช่นกัน

ระดับของเคล็ดวิชา เป็นตัวกำหนดขีดจำกัดสูงสุดของคนผู้หนึ่ง!

ยิ่งระดับเคล็ดวิชาสูงเท่าไหร่ พลังต่อสู้ที่แท้จริงที่คนผู้นั้นสามารถแสดงออกมาได้ก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

ท้ายที่สุดแล้ว การจะสามารถใช้พลังวิญญาณในร่างกายได้อย่างไม่บันยะบันยังหรือไม่นั้น มันมีความแตกต่างกันอย่างมาก

“ตายจริง เคล็ดวิชาเสริมพลังที่น้องชายหลินฉางเซิงเคยใช้หรือ? เช่นนี้แล้ว โอกาสชนะก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย แต่ก็ยังไม่พอ” ผู้อาวุโสสูงสุดหงเยว่คิดในใจ “ยังมีอะไรให้ประหลาดใจอีก รีบใช้มันออกมาให้หมดเลย”

ราวกับได้ยินเสียงในใจของผู้อาวุโสสูงสุดหงเยว่

หลังจากใช้เคล็ดวิชาฝูเซิงเพื่อกระตุ้นศักยภาพในร่างกาย และยกระดับพลังขึ้นสู่ขอบเขตหยวนอิงขั้นกลางได้สำเร็จ

ในดวงตาของหลินโม่ที่ราวกับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงก็ฉายแววคมปลาบ จากนั้นมือทั้งสองก็เปลี่ยนอินต่อไป!

“คัมภีร์หยินหยาง ลักษณ์ฟ้าดิน!”

ปัง!

พลังวิญญาณสีแดงเพลิงดุจห้วงมหรรณพที่ไร้ที่สิ้นสุด ระเบิดออกจากร่างของหลินโม่ราวกับภูเขาไฟปะทุ!

พลังวิญญาณอันท่วมท้นกลายเป็นลำแสงพลังงานพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

หลินโม่โคจรวิชามารหยินหยางในร่างกายอย่างเต็มกำลัง พลังวิญญาณสุริยันที่ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด พรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย!

จากนั้น พลังวิญญาณสุริยันก็ก่อตัวเป็นมหาสมุทรพลังวิญญาณที่บดบังฟ้าดิน คลื่นความร้อนที่แผดเผาแผ่กระจายไปทั่วทั้งมิติที่ว่างเปล่า!

โชคดีที่มิติที่ว่างเปล่าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยท่านผู้อาวุโสสูงสุดด้วยตนเอง มิฉะนั้นคงไม่อาจทนทานต่อความรุนแรงของพลังวิญญาณระดับนี้ของหลินโม่และนักพรตเสวี่ยเสวียนได้!

จากนั้น

หลินโม่เคลื่อนไหวจิตใจ ควบคุมพลังวิญญาณสุริยันอันท่วมท้นนั้น ควบแน่นกลายเป็นร่างเงาพลังวิญญาณสีแดงเพลิงขนาดมหึมาหลายหมื่นจั้ง!

แตกต่างจากของนักพรตเสวี่ยเสวียน

ร่างเงาพลังวิญญาณที่หลินโม่ควบแน่นขึ้นมานั้น คือรูปลักษณ์ของเขาเอง!

เพียงแต่เมื่อเทียบกับยักษ์มารโลหิตสูงสิบหมื่นจั้งของนักพรตเสวี่ยเสวียนแล้ว ร่างเงาลักษณ์ฟ้าดินของหลินโม่นั้นเตี้ยกว่าเกือบสองถึงสามหมื่นจั้ง

ดังนั้น เมื่อมองผ่านม่านแสง ร่างเงาพลังวิญญาณของหลินโม่จึงดูเตี้ยกว่าครึ่งหนึ่ง

“ว้าว——!”

เมื่อลักษณ์ฟ้าดินของหลินโม่ก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้น ลานฝึกยุทธ์ก็เกิดเสียงอุทานดังลั่น

บางทีนี่อาจไม่ใช่การต่อสู้ในระดับเดียวกัน แต่สำหรับเหล่าศิษย์ที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตหยวนอิงแล้ว

การปะทะกันที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างหลินโม่และนักพรตเสวี่ยเสวียน หากว่ากันแค่ความสวยงามและผลกระทบทางสายตาแล้ว ย่อมเหนือกว่าการปะทะวิชาเซียนของซูเหม่ยอวี้และนักพรตเสวี่ยเสวียนเมื่อครู่อย่างเทียบไม่ติด!

“หลินโม่!”

“หลินโม่!”

“หลินโม่!”

“.........”

ประกายไฟดวงน้อยสามารถแผดเผาทุ่งกว้างได้

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่ม ในไม่ช้าเหล่าผู้สนับสนุนและแฟนคลับสาวๆ ของหลินโม่จำนวนมาก ก็พร้อมใจกันชูแขนตะโกนเรียกชื่อของหลินโม่

จบบทที่ บทที่ 220: คัมภีร์หยินหยาง ลักษณ์ฟ้าดิน! (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว