- หน้าแรก
- เจ้าสำนักตั้งครรภ์ เกี่ยวอะไรกับทาสรับใช้อย่างข้า
- บทที่ 200: รายการเด็ด (ตอนฟรี)
บทที่ 200: รายการเด็ด (ตอนฟรี)
บทที่ 200: รายการเด็ด (ตอนฟรี)
บทที่ 200: รายการเด็ด
"อย่าเพิ่งรีบร้อน เสี่ยวเหลียนอี"
"ตอนนี้ข้ากำลังอยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว ต่อให้แต่งเจ้าเข้าจวนแล้ว ในระยะเวลาอันสั้นก็อาจจะไม่มีเวลาให้เจ้ามากนัก"
"ข้ารู้ว่านี่อาจจะยากสำหรับเจ้า แต่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ หากต้องการก้าวขึ้นไปสู่บันไดที่สูงขึ้น ระหว่างทางก็จำเป็นต้องสละบางสิ่งบางอย่างไปก่อน"
"หากเจ้าคิดถึงข้าจริงๆ ก็มาหาข้าที่สำนักชูเซิ่งได้ นอกจากข้าจะออกไปฝึกฝนภายนอกแล้ว ข้าจะอยู่ที่สำนักเสมอ... ตกลงไหม?"
หลินโม่ลูบไล้แก้มของฉินเหลียนอีอย่างอ่อนโยน กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
เขาเองก็อยากจะแต่งฉินเหลียนอีเข้าจวนทันทีเช่นกัน เพียงแต่สถานการณ์ในความเป็นจริงยังไม่อำนวย ในใจของหลินโม่ การแข็งแกร่งขึ้นมาเป็นอันดับแรกเสมอ รองลงมาคือเหล่าแม่นางเซียนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเขา
ทวีปเทียนหยวนเป็นโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรที่ให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งเป็นที่สุด หากไม่มีพลังอำนาจที่มากพอ ทุกสิ่งที่เป็นของเจ้าก็อาจถูกผู้อื่นแย่งชิงไปได้!
"แล้ว... ท่านมีเวลาจะกลับมาหาข้าบ้างไหมเพคะ?" ฉินเหลียนอีถามอีกครั้ง
"แน่นอน" หลินโม่หัวเราะเบาๆ
"เช่นนั้นก็ได้เพคะ!" ฉินเหลียนอียิ้มเล็กน้อย และยอมรับแต่โดยดี นางไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล
"สมแล้วที่เป็นองค์หญิงเหลียนอี ยังคงเข้าอกเข้าใจผู้อื่นเช่นเคย" หลินโม่จูบนางอย่างแรง ฉินเหลียนอีกลับโอบกอดหลินโม่อย่างแน่นหนา ในขณะที่หลินโม่ยังอยู่ที่ราชวงศ์ต้าฉิน นางเพียงแค่อยากจะอยู่กับเขาให้นานขึ้นอีกสักหน่อย
...
วันรุ่งขึ้น เมื่อถึงเวลานัดหมายกับหลี่อี้ หลินโม่จึงได้กล่าวลาฉินเหลียนอี และออกจากวังหลวง
จวนของหลี่อี้อยู่ไม่ไกลจากวังหลวงนัก หลินโม่เดินเลี้ยวกลับไปเพียงชั่วหนึ่งก้านธูปก็มาถึงหน้าประตูจวนตระกูลหลี่แล้ว เนื่องจากหลี่อี้ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า หลินโม่จึงเข้าไปในจวนตระกูลหลี่ได้อย่างราบรื่น
ต้องบอกว่า แม้จะเทียบกับวังหลวงไม่ได้ แต่จวนของหลี่อี้ในเมืองฉินหยางทั้งเมือง ก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในคฤหาสน์ที่หรูหราที่สุดอย่างแน่นอน ภายใต้การนำของคนรับใช้ ต้องเดินเกือบครึ่งชั่วยามจึงจะมาถึงหน้าประตูโถงใหญ่ของจวนตระกูลหลี่
ในขณะนี้ที่โถงใหญ่ ดูเหมือนว่าหลี่อี้กำลังต้อนรับขุนนางในราชสำนักอยู่หลายคน แต่เมื่อเห็นหลินโม่มาถึง หลี่อี้ก็รีบส่งขุนนางเหล่านั้นกลับไป
"ฮ่าๆๆๆ! สหายหลินโม่มาแล้ว เชิญๆ เข้ามาข้างในก่อน!" หลี่อี้ออกมาต้อนรับด้วยตนเองจากโถงใหญ่
"รองราชเลขาธิการหลี่เกรงใจเกินไปแล้ว"
เมื่อย้ายเข้ามาในโถงใหญ่ รอจนหลินโม่นั่งลงแล้ว หลี่อี้ก็หัวเราะอย่างเบิกบาน "สหายหลินโม่ ขอเชิญท่านไปพักผ่อนที่ห้องรับรองสักครู่ ผู้เฒ่าผู้นี้ได้จัดเตรียมรายการบันเทิงยามค่ำคืนไว้ให้ท่านเป็นพิเศษ เมื่อถึงเวลานั้น ผู้เฒ่าจะมาสนทนากับสหายหลินโม่เป็นการส่วนตัว ท่านว่าอย่างไร?"
"แขกย่อมตามใจเจ้าบ้าน รองราชเลขาธิการหลี่จัดการได้เลย" หลินโม่โบกมือ แสดงว่าไม่มีปัญหา
ทันใดนั้น หลี่อี้ก็เรียกพ่อบ้านมา ให้นำทางหลินโม่ไปยังห้องพัก
"นักพรตหลินเชิญตามสบาย หากต้องการสิ่งใด ก็สั่งให้คนรับใช้มาแจ้งผู้เฒ่าผู้นี้ได้เลย" หลังจากนำหลินโม่มาถึงห้องรับรอง พ่อบ้านจวนตระกูลหลี่ก็จากไป
บนโต๊ะน้ำชาในห้อง มีแหวนมิติสีทองวงหนึ่งวางอยู่ ข้างใต้ยังมีกระดาษแผ่นหนึ่งทับไว้
หลินโม่หยิบกระดาษขึ้นมาดู แล้วก็รับแหวนมิติที่บรรจุหินปราณหนึ่งล้านก้อนไว้อย่างไม่เกรงใจ พึมพำกับตัวเอง "หลี่อี้คนนี้... รักษาสัญญาดีจริงๆ"
หินปราณหนึ่งล้านก้อน... สำหรับผู้ฝึกตนทั่วไปแล้ว ไม่ต่างอะไรกับตัวเลขทางดาราศาสตร์ที่ยากจะเอื้อมถึงได้ตลอดชีวิต
แต่สำหรับหลี่อี้ผู้เป็นถึงรองราชเลขาธิการแห่งสภาขุนนางของราชวงศ์ต้าฉินแล้ว ก็ไม่ได้ถือว่ามากมายอะไรนัก และสำหรับหลินโม่ในปัจจุบัน ก็ไม่ได้ถือว่ามากมายอะไรแล้วเช่นกัน
หลินโม่คาดคะเนว่า หินปราณหนึ่งล้านก้อนคงจะใช้ในการปิดด่านฝึกตนได้ประมาณสามถึงสี่ครั้ง เมื่อระดับพลังยุทธ์สูงขึ้น หินปราณที่ต้องใช้ในการบำเพ็ญเพียรก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
ยามค่ำคืน...
ตามคำสั่งของหลี่อี้ พ่อบ้านได้มาเชิญหลินโม่ไปยังห้องโถงที่กว้างขวางและสว่างไสวแห่งหนึ่งในจวนตระกูลหลี่
บนที่นั่งประธานในโถงใหญ่ หลี่อี้รออยู่เนิ่นนานแล้ว
"ฮ่าๆ! สหายหลินโม่ เชิญนั่ง!" หลี่อี้ลุกขึ้นจากที่นั่ง กล่าวต้อนรับอย่างอบอุ่น
หลินโม่ยิ้มและประสานมือคารวะ แล้วจึงนั่งลง บนโต๊ะตรงหน้ามีผลไม้วิญญาณและสุราวิญญาณราคาแพงหลายชนิดวางเรียงราย ในโถงใหญ่ทั้งหมด นอกจากหลินโม่และหลี่อี้แล้ว ก็ไม่มีผู้ใดอื่นอีก
"สหายหลินโม่ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะในครั้งนี้ ผู้เฒ่าขอคารวะท่านหนึ่งจอก!"
"รองราชเลขาธิการหลี่เกรงใจเกินไปแล้ว" หลินโม่ยกจอกสุราขึ้นเป็นเชิงคารวะ แล้วจึงดื่มรวดเดียวจนหมด
หลังจากดื่มสุราวิญญาณติดต่อกันสามจอก หลี่อี้จึงเข้าสู่ประเด็นหลัก "สหายหลินโม่ ท่านเปรียบเสมือนผู้มีพระคุณที่สวรรค์ส่งมาให้ผู้เฒ่าผู้นี้ หากไม่มีท่าน ผู้เฒ่าในราชสำนักคงยากที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาได้ ฮ่าๆๆๆ!"
"รองราชเลขาธิการหลี่กล่าวเกินไปแล้ว หากไม่มีท่านคอยช่วยเหลือ ข้าน้อยต้องการจะโค่นล้มตระกูลมู่เพื่อล้างมลทินให้ตระกูลซ่างกวน คงจะยากลำบากยิ่งนัก ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนเลย" หลินโม่หัวเราะเบาๆ
"แม้จะพูดเช่นนั้น แต่การโค่นล้มมู่ชิงไห่ในครั้งนี้ ผลประโยชน์ที่ผู้เฒ่าได้รับนั้น มากกว่าของสหายมากนัก" หลี่อี้กล่าวอย่างจริงจัง "สหายอาจไม่ทราบ ก่อนหน้านี้ ผู้เฒ่าในราชสำนักถูกราชเลขาธิการจ้าวกดขี่มาโดยตลอด บัดนี้สถานการณ์ระหว่างผู้เฒ่ากับราชเลขาธิการจ้าวกลับตาลปัตรกัน สหายหลินโม่มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวง!"
หลินโม่ยิ้มและยักไหล่ ไม่แสดงความคิดเห็น
หากเป็นไปตามที่หลี่อี้พูด ก็เป็นความจริง หลินโม่บรรลุเป้าหมายของตนเองได้ แต่ผลประโยชน์ที่หลี่อี้ได้รับจากเหตุการณ์นี้ มากกว่าของหลินโม่มากนัก! ด้วยความโปรดปรานของฉินอวี้เซิ่ง รองราชเลขาธิการอย่างหลี่อี้ในตอนนี้ แม้แต่จะเผชิญหน้ากับราชเลขาธิการจ้าวเสวียนจื่อโดยตรงก็ยังทำได้ การเปลี่ยนแปลงทางอำนาจเช่นนี้ ไม่อาจประเมินค่าเป็นหินปราณได้เลย!
"ฮ่าๆ เอาล่ะ เรื่องนี้พอแค่นี้ก่อน พูดมากไปจะดูเหมือนผู้เฒ่าเสแสร้งเกินไป" หลี่อี้เปลี่ยนเรื่องทันที ถามว่า "คืนนี้ผู้เฒ่าเตรียมรายการบันเทิงไว้มากมาย ไม่ทราบว่าสหายหลินโม่ชอบรายการแนวศิลปะ หรือชอบแนวที่เปิดเผยและเร้าใจมากกว่ากัน?"
หลินโม่เลิกคิ้วขึ้น กล่าวอย่างสนใจ "ในเมื่อรองราชเลขาธิการหลี่อุตส่าห์เตรียมการอย่างดี ข้าน้อยก็จะไม่เลือกมากแล้ว เช่นนั้น... ท่านนำรายการที่เตรียมไว้ทั้งหมดออกมาเลยดีหรือไม่?"
"ฮ่าๆ ได้!"
ทันใดนั้น หลี่อี้ก็ปรบมือ
คณะงิ้วที่เตรียมพร้อมอยู่ในห้องข้างๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาในโถงใหญ่อย่างเป็นระเบียบ การแสดงงิ้วที่น่าติดตามก็เริ่มขึ้น แม้แต่คนที่ไม่ค่อยชื่นชมงิ้วอย่างหลินโม่ ก็ยังดูอย่างเพลิดเพลิน
คิดดูก็ใช่...
คิดดูก็ใช่... คณะงิ้วที่หลี่อี้สามารถจ้างมาแสดงที่คฤหาสน์ได้ จะเป็นคณะธรรมดาได้อย่างไร
การแสดงงิ้วหนึ่งเรื่องดำเนินไปเกือบหนึ่งชั่วยาม
เมื่อคณะงิ้วถอยออกไป นางรำสิบกว่านางผู้มีเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้น สวมชุดหนีซางผ้าแพรบางเบาที่เย้ายวน ก็ปรากฏตัวขึ้นราวกับนางฟ้าโปรยบุปผา
เมื่อเห็นฉากนี้...
หลินโม่ก็นั่งตัวตรงขึ้นมาทันที ดวงตาพลันเปล่งประกายเจิดจ้า!
เมื่อเทียบกับงิ้วแนวศิลปะเมื่อครู่แล้ว... เขาชอบรายการที่ตรงไปตรงมาและเร้าใจเช่นนี้มากกว่าจริงๆ!
หลังจากการแสดงเปิดตัวสั้นๆ นางรำสิบกว่าคนก็รวมตัวกันเป็นวงกลม จากนั้นก็สะบัดแขนเสื้อผ้าแพรยาวสลวยอย่างพร้อมเพรียง ร่างเงาสีขาวบริสุทธิ์ร่างหนึ่งก็ทะยานขึ้นจากใจกลางวงล้อม!
นางมีท่วงท่าที่สง่างามและอ่อนช้อย ใบหน้าที่แต่งแต้มเพียงบางเบานั้นงดงามจนอาจทำให้มัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา* มีเสน่ห์แต่ไม่ยั่วยวนจนเกินงาม
ดวงตาคู่โตที่สดใสเป็นประกายนั้น... สบเข้ากับสายตาของหลินโม่จากระยะไกล