- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 650 เหนือชั้นกว่าโจวเยี่ยน ก็คือน้าจ้าวนี่แหละ!
บทที่ 650 เหนือชั้นกว่าโจวเยี่ยน ก็คือน้าจ้าวนี่แหละ!
บทที่ 650 เหนือชั้นกว่าโจวเยี่ยน ก็คือน้าจ้าวนี่แหละ!
โจวเยี่ยนพูดต่อ “จริงสิ อาเหว่ย เสี่ยวเจิง พรุ่งนี้บ่ายทั้งสองคนไปช่วยคุณลุงคนหนึ่งทำเนื้อรมควันกับกุนเชียงสองร้อยจินกับฉันหน่อยนะ”
“อาจารย์โจว รับคำสั่งซื้อมาแล้วเหรอ? รับทำเนื้อรมควันกับกุนเชียงคิดราคายังไง?” อาเหว่ยถามด้วยความแปลกใจ
น้าจ้าวกับคนอื่น ๆ ก็มองไปที่โจวเยี่ยน
“ฟรีครับ ตอบแทนน้ำใจคนน่ะ” โจวเยี่ยนยิ้ม
“น้ำใจเหรอ? น้ำใจนี่แพงที่สุดแล้ว งั้นได้เลย พรุ่งนี้ฉันไปกับนายด้วย จะได้เรียนรู้วิชาเพิ่ม สุดสัปดาห์หน้าฉันก็จะกลับบ้านไปล้มหมูเหมือนกัน” อาเหว่ยพยักหน้า
เจิงอันหรงก็พยักหน้ารับปากเช่นกัน จากนั้นก็หลบไปอ่านหนังสือต่อข้าง ๆ
โจวเยี่ยนเดินเข้าครัวไปตรวจสอบสภาพเนื้อวัวในตู้อุ่นอาหารก่อนเป็นอันดับแรก
ความชื้นบนผิวแห้งสนิทแล้ว เนื้อวัวกลายเป็นสีแดงสด ม้วนตัวเป็นทรงกระบอกทีละชิ้น ๆ
ผึ่งลมมาแล้วประมาณเจ็ดชั่วโมง ดูจากสภาพตอนนี้ ผึ่งต่ออีกสักห้าชั่วโมงก็น่าจะพอ
โจวเยี่ยนขึ้นไปดูเนื้อวัวที่ผึ่งไว้ในห้องโถงชั้นบนแวบหนึ่ง เพราะอุณหภูมิต่ำกว่า เลยดูแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ความคืบหน้าช้ามาก
ตู้อุ่นอาหารนี่เป็นของดีจริง ๆ น่าเสียดายที่ก่อด้วยอิฐ ไม่อย่างนั้นเขาคงอยากจะยกกลับไปด้วยจริง ๆ
รอไปถึงเจียโจวแล้ว เขาต้องหาวิธีก่อขึ้นมาใหม่อีกสักอันแน่นอน มันใช้งานได้ดีเกินคาด
น้าจ้าวมองเขาแล้วพูดว่า “เมื่อเที่ยงวันนี้เนื้อรมควันกับกุนเชียงขายดีมาก รอทำให้คนอื่น ๆ เสร็จแล้ว แม่ว่าลูกคงต้องทำเพิ่มอีกสักหลายร้อยจินถึงจะพอขายในร้านปีหน้า”
โจวเยี่ยนพยักหน้า “ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ แค่ไม่กี่ร้อยจินกลัวจะไม่พอ ผมกะว่าจะทำกุนเชียงเพิ่มอีกพันจิน เนื้อรมควันอีกพันจิน คำนวณดูแล้ววันนึงขายได้แค่กุนเชียงสามจิน เนื้อรมควันสามจิน ถึงตอนนั้นคงต้องจำกัดจำนวนขายด้วย”
“งั้นต้องฆ่าหมูกี่ตัวกันล่ะเนี่ย?” น้าจ้าวได้ยินก็อึ้งไป
โจวเยี่ยนส่ายหน้า “ไม่ต้องฆ่าหมูหรอกครับ สั่งซื้อเนื้อจากจางเหล่าซานมาทำเลย เนื้อรมควันใช้หมูสามชั้นทั้งหมด ส่วนกุนเชียงใช้เนื้อส่วนขาหน้าทำ
ในเมื่อเราทำขายในร้าน ก็ต้องเน้นมาตรฐานที่คงที่ เนื้อรมควันทุกชิ้น กุนเชียงทุกเส้น ทางที่ดีควรจะเหมือนกันหมด แบบนี้ลูกค้ามากินทุกครั้งจะได้ประทับใจครับ”
น้าจ้าวไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกว่าฟังดูมีเหตุผลดี
“เกอเกอ แล้วหมูของเถียนเจียวจะฆ่าเมื่อไหร่เหรอคะ? เถียนเจียวจะมากินเนื้อหมูด้วยนะ!” โจวโม่โม่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามา เงยหน้าเล็ก ๆ มองเขาแล้วถาม
โจวเยี่ยนยิ้มตอบ “หมูตัวนั้นเก็บไว้ฆ่าตอนตรุษจีนสิ ตรุษจีนคนเยอะ ถึงตอนนั้นฆ่าหมูแล้วแบ่งขาหมูให้บ้านเถียนเจียวข้างนึง แบ่งเนื้อหมูให้บ้าง เลี้ยงมาทั้งปี ปีใหม่ทั้งทีก็ต้องให้เขาได้กินบ้าง แล้วค่อยแบ่งไปให้บ้านพวกลุงป้าน้าอาพี่น้องคนละหน่อย นอกจากเนื้อรมควันกุนเชียงแล้ว ปีใหม่ก็ต้องกินเนื้อสดสักมื้อสองมื้อบ้าง”
“ใกล้ตรุษจีนแล้วเหรอคะ?” โจวโม่โม่ตาเป็นประกาย ในแววตาฉายแววคาดหวังออกมาแล้ว
“ใช่ อีกเดือนเดียวก็จะตรุษจีนแล้ว” โจวเยี่ยนพยักหน้ายิ้ม เจ้าตัวเล็กนี่ตั้งตารอมานานแล้ว
“งั้นก็ขออั่งเปาได้แล้วสิ?” โจวโม่โม่หันตัววิ่งแจ้นไปหาพ่อมายืนตรงหน้า แล้วโค้งคำนับ “พ่อจ๋า สุขสันต์วันปีใหม่~~ ขออั่งเปาหน่อยค่า~”
น้าจ้าวหัวเราะ “ยังหรอก อีกตั้งเดือนกว่าจะตรุษจีน ลูกขอตอนนี้ ใครเขาจะให้——”
“มา ๆ ให้อั่งเปาเล็ก ๆ ไปก่อน” น้าจ้าวยังพูดไม่ทันจบ สหายเหล่าโจวก็ยื่นเงินใส่มือโจวโม่โม่เรียบร้อยแล้ว
“แม่ดูสิ พ่อให้แล้วนะ~ ใบใหญ่เบ้อเริ่มเลย~” โจวโม่โม่แกว่งเงินหนึ่งเหมาในมือไปมา ทำหน้าภูมิใจสุด ๆ
“ตามใจจนเสียนิสัยหมด” น้าจ้าวค้อนขวับใส่สหายเหล่าโจว
“อั่งเปาเล็ก ๆ น้อย ๆ น่า…” สหายเหล่าโจวหัวเราะแห้ง ๆ สองที จะให้ทำยังไงได้ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนมาสวัสดีปีใหม่ขนาดนี้ จะไม่ให้แม้แต่หนึ่งเหมาได้ยังไง
“เกอเกอ สุขสันต์วันปีใหม่! ขอให้รวย ๆ นะค้า~~” โจวโม่โม่วิ่งมาหาโจวเยี่ยนอีก ยืนตรง แล้วโค้งคำนับอย่างตั้งใจ
“มา ๆ พี่ก็ให้หนึ่งเหมาเหมือนกัน” โจวเยี่ยนหยิบแบงก์หนึ่งเหมาใหม่เอี่ยมออกมาจากกล่อง ยื่นให้โจวโม่โม่พร้อมรอยยิ้ม
“ขอบคุณค่าเกอเกอ!” โจวโม่โม่ยื่นมือมารับ ยิ้มแก้มปริ
“แต่ขออั่งเปาได้ถึงแค่พี่พอนะ ของคนอื่นต้องรอถึงวันตรุษจีนก่อนถึงจะให้ได้ เข้าใจไหม” โจวเยี่ยนยื่นมือไปจับตัวเธอไว้
“ทำไมล่ะคะ?” โจวโม่โม่มองเขาอย่างไม่เข้าใจ
โจวเยี่ยนยิ้มอธิบายให้เธอฟัง “อั่งเปาน่ะ เรียกอีกอย่างว่าเงินยาซุ่ยเฉียน(แตะเอีย) มีความหมายว่าขับไล่สิ่งชั่วร้าย อวยพรคุ้มครอง เป็นความปรารถนาดีให้โชคดีตลอดปีใหม่ ตอนนี้ที่พี่ให้คือค่าขนม ก็เลยไม่ได้ใส่ซองแดง ต้องรอถึงตรุษจีน เอาเงินใส่กระดาษแดงห่อไว้ แล้วค่อยให้หนู นั่นถึงจะเรียกว่าอั่งเปา”
“ค่า~” โจวโม่โม่เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ แต่ก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย ยื่นเงินในมือคืนให้โจวเยี่ยน “งั้นหนูไม่เอาค่าขนม หนูมีเองแล้ว”
“หยิ่งในศักดิ์ศรีใช้ได้นี่นา” โจวเยี่ยนหัวเราะ ไม่เกรงใจรับเงินคืนมา
“เกอเกอ งั้นตรุษจีนเกอเกอต้องจำไว้นะว่าต้องให้อั่งเปาซองใหญ่ ๆ หนู อย่างน้อย… อย่างน้อยต้องซื้อถังหูลู่ได้สองไม้” โจวโม่โม่มองเขา แล้วเริ่มขอพร
“ถังหูลู่สองไม้ก็ถือเป็นอั่งเปาซองใหญ่แล้วเหรอ?” โจวเยี่ยนขำ เจ้าตัวเล็กนี่มักน้อยจริง ๆ
“อื้ม หนูต้องหาเงินตั้งนานแหน่ะ” โจวโม่โม่ผงกหัวน้อย ๆ สีหน้าจริงจังมาก
“ได้เลย เดี๋ยวตรุษจีนพี่ให้อั่งเปาซองใหญ่ ๆ นะ” โจวเยี่ยนพยักหน้ายิ้ม
ในฐานะนายทุนหน้าเลือดอย่างเขา พอมองดูยอดนักขายอันดับหนึ่งของตัวเองทำท่ารันทด ก็แอบรู้สึกผิดขึ้นมานิด ๆ
ค่าจ้างรายวันของเจ้าตัวเล็กปกติอยู่ที่หนึ่งเหมาถึงสองเหมา หนึ่งหยวนนี่ต้องหาหลายวันจริง ๆ
โจวเยี่ยนกำลังพิจารณาอย่างจริงจังว่า รอหลังปีใหม่ เจ้าตัวเล็กสี่ขวบแล้ว จะขึ้นค่าแรงให้เธอหน่อยดีไหม
สุดท้ายคิดไปคิดมาก็ช่างเถอะ เธอยังเด็ก ถือเงินไปก็ใช้ไม่เป็น สู้เขาช่วยใช้ให้ก่อนดีกว่า
“พ่อจ๋า คืนเงินให้!” โจวโม่โม่วิ่งกลับไป คืนเงินอีกหนึ่งเหมาให้สหายเหล่าโจว “ตรุษจีนอย่าลืมให้อั่งเปาซองยักษ์ ๆ หนูนะ~~”
“ได้เลย” สหายเหล่าโจวยิ้มรับเงินคืน
เจ้าตัวเล็กขยับเข้าไปหาแม่จ้าว ตาเป็นประกายคาดหวัง “แม่จ๋า แม่ก็จะให้อั่งเปาซองใหญ่หนูเหมือนกันใช่ไหมคะ?”
“จ้ะ แม่จะห่อให้พวกหนูนะ” แม่จ้าวยิ้มพยักหน้า ยื่นมือไปลูบแก้มเจ้าตัวเล็ก “ถึงตอนนั้นได้อั่งเปาซองใหญ่มา แม่จะช่วยเก็บเข้าธนาคารให้ เอาไว้จ่ายค่าเทอมตอนหนูเข้าโรงเรียน”
“ได้ค่า” โจวโม่โม่ผงกหัว “หนูชอบไปโรงเรียน!”
โจวเยี่ยนค่อย ๆ หันหน้าไปแอบขำ ถ้าพูดถึงนายทุนหน้าเลือด ตัวจริงต้องยกให้แม่เขานี่แหละ
ลูกค้าที่อยากซื้อเนื้อรมควันกุนเชียง ช่วงเย็นมีเพิ่มขึ้นไม่น้อย ต่างก็มาถามน้าจ้าว อยากจะขอซื้อเนื้อรมควันกับกุนเชียงกลับไปกินในมื้อส่งท้ายปีเก่า
แต่ก็ถูกปฏิเสธไปอย่างสุภาพทั้งหมด
หลังจากโจวเยี่ยนคุยกับข่งกั๋วต้งแล้ว จริง ๆ ก็แอบหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่ติดที่การทำเนื้อรมควันกับกุนเชียงมันเปลืองเวลาและแรงงานจริง ๆ แถมยังไม่มีสถานที่เหมาะ ๆ สำหรับผลิตจำนวนมาก ก็เลยต้องล้มเลิกความคิดไป
โรงรมควันบ้านคุณย่าทำเนื้อรมควันกุนเชียงได้ทีละแค่ห้าร้อยจิน ตอนนี้ก็ทำงานเกินกำลังอยู่แล้ว
ระยะเวลาการผลิตนานเกินไป รอบหนึ่งต้องรมควันให้ครบครึ่งเดือน ถึงจะทำให้กลิ่นหอมของกิ่งสนและไม้โอ๊กซึมผ่านไส้เทียม เข้าไปในกุนเชียงและเนื้อรมควันได้
ระยะเวลาขนาดนี้ ลูกค้ารอไหว แต่โจวเยี่ยนรอไม่ไหว
กำลังการผลิตไม่เพียงพอคือปัญหาใหญ่
และปัญหานี้ ปีนี้คงแก้ไม่ได้แน่ จะทำก็ต้องรอปีหน้าเตรียมการล่วงหน้า แถมยังเปิดรับจองล่วงหน้าจากลูกค้าได้ด้วย จะเอากี่ที่ก็ทำตามสั่ง เหมือนร้านอาหารเล่อหมิง กำไรเน้น ๆ ไม่มีขาดทุน
แบบนั้นธุรกิจถึงจะน่าทำ
ไม่อย่างนั้นให้เขาเทียวไปเทียวมาหมู่บ้านโจวทุกวัน เพื่อกลับด้านเนื้อรมควันหลายพันจิน งานนี้ทำไม่ไหวหรอก
พอปิดร้านตอนค่ำ โจวเยี่ยนมองเนื้อหมูส่วนสะโพกสองที่ที่หั่นไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ผัด แล้วยิ้มบอก “พี่สะใภ้ น้าหลี่ เดี๋ยวตอนจะกลับบอกด้วยนะ ให้เสี่ยวเจิงผัดหมูสองไฟหรือหมูผัดเกลือให้ห่อกลับไปกินสิ วันนี้เหลือเนื้อมีดที่สองอยู่สองที่”
“เนื้อดีขนาดนี้ เก็บไว้ทำพรุ่งนี้เที่ยงไม่ได้เหรอ?” จ้าวหงเดินมาดูแวบหนึ่ง
หลี่ลี่หวาก็พูดขึ้น “แปลกดีนะ ปกติหมูสองไฟเป็นเมนูที่หมดเร็วที่สุดเมนูหนึ่ง วันนี้กลับเหลือซะงั้น”
“วันนี้เพิ่มเมนูผัดสองไฟมาตั้งสองอย่างนี่ครับ ขายเนื้อรมควันสองไฟกับกุนเชียงสองไฟไปตั้งสามสิบสองที่ เหลือเนื้อมีดที่สองแค่สองที่ นี่ก็ถือว่าขายดีแล้วนะครับ” โจวเยี่ยนหัวเราะ ปลดผ้ากันเปื้อนเดินออกจากครัว “ร้านเราไม่เก็บของเหลือค้างคืนนะครับ ผมไปวิ่งก่อน อยากกินอะไรก็บอกเสี่ยวเจิงได้เลย ให้เขาผัดให้”
“ได้เลย”
“ขอบคุณค่ะเถ้าแก่”
จ้าวหงกับหลี่ลี่หวารับคำ พวกเธอรู้นิสัยโจวเยี่ยนดี เลยไม่ได้เกรงใจอะไรมากความ
วิ่งคนเดียว โจวเยี่ยนเร่งฝีเท้าขึ้น กลับมาถึงร้านก่อนฟ้ามืด วิ่งไปได้ประมาณแปดกิโลเมตร
พวกจ้าวหงเก็บของเสร็จเลิกงานกลับไปแล้ว พวกน้าจ้าวยังไม่เลิกเรียน เพื่อรักษาอุณหภูมิของตู้อุ่นอาหาร ไฟในเตาจึงไม่เคยมอด สองเตาต้มน้ำร้อนหม้อใหญ่ไว้สองหม้อ
ในยุคที่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น หน้าหนาวใช้น้ำต้องอาศัยต้มเอาอย่างเดียว
น้ำร้อนสองหม้อนี้ เอาไว้ให้ทุกคนอาบน้ำและแช่เท้าคืนนี้
ตอนนี้คนในร้านเยอะ น่าจะใช้หมดพอดี
โจวเยี่ยนรอให้อุณหภูมิร่างกายลดลงก่อน ถึงค่อยไปอาบน้ำเย็น
เปลี่ยนเสื้อผ้าออกมา เอาตะกร้าผิงไฟของน้าจ้าวกับโจวโม่โม่มา เทขี้เถ้าข้างในทิ้ง ตักถ่านแดง ๆ จากเตาใส่ลงไปสองพลั่ว แล้วตักขี้เถ้าจากใต้เตามากลบไว้ข้างบนอีกพลั่ว
ตะกร้าผิงไฟ การคุมอุณหภูมิสำคัญมาก อาศัยขี้เถ้าพลั่วนี้นี่แหละ
“ถือโอกาสตอนโม่โม่ยังไม่กลับ ฉันขอผิงหน่อยนะ” อาเหว่ยขยับเข้ามา เอามืออังตะกร้าผิงไฟถูไปมา มองโจวเยี่ยนแล้วถาม “อาจารย์โจว นี่ก็สิบชั่วโมงแล้วมั้ง? เนื้อวัวยังผึ่งไม่เสร็จอีกเหรอ? ฉันว่ามันแห้งแล้วนะ”
“ก็ใกล้เสร็จแล้วไง ฉันถึงมาลดไฟนี่” โจวเยี่ยนหัวเราะ ล้างมือเสร็จ ก็เดินมาเปิดประตูตู้อุ่นอาหาร