- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 625 ประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในออฟฟิศหรู
บทที่ 625 ประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในออฟฟิศหรู
บทที่ 625 ประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในออฟฟิศหรู
โจวเยี่ยนหมุนตัวเดินเข้าลานบ้าน เตรียมจัดการเรื่องล้มหมู พอเข้าประตูก็เห็นเจิงอันหรงมองโจวเว่ยกั๋วด้วยความดีใจพลางถาม “อ้าว? สหาย ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ? คุณเป็นคนหมู่บ้านโจวเหรอคะ?”
โจวเว่ยกั๋วมองเจิงอันหรงด้วยความแปลกใจเหมือนกัน ยิ้มบาง ๆ แล้วตอบ “ที่นี่บ้านผมครับสหาย ผมต่างหากที่แปลกใจว่าทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
“พี่เจิง อาเล็ก รู้จักกันด้วยเหรอครับ?” โจวเยี่ยนมองทั้งคู่แล้วถาม
“เมื่อสองวันก่อนที่ห้องสมุดตำบล มีหนังสือสองเล่มอยู่ชั้นบนสุดฉันเอื้อมไม่ถึง สหายท่านนี้เป็นคนช่วยหยิบลงมาให้น่ะค่ะ” เจิงอันหรงเล่า จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ “อาจารย์โจว คุณบอกว่านี่คืออาเล็กของคุณเหรอคะ?”
“ใช่ครับ อาเล็กตัวจริงเสียงจริงเลย” โจวเยี่ยนพยักหน้ายิ้ม
โจวเว่ยกั๋วก็แปลกใจนิดหน่อย “โจวเยี่ยน สหายหญิงท่านนี้คือ?”
โจวเยี่ยนแนะนำ “พี่เจิง แม่ครัวคนใหม่ที่ร้านผมครับ เมื่อก่อนทำงานที่ร้านอาหารชิงเสิน เคยได้รางวัลแรงงานดีเด่นระดับอำเภอด้วยนะครับ”
“ฉันชื่อเจิงอันหรงค่ะ ขอบคุณที่ช่วยเมื่อคราวก่อนนะคะ” เจิงอันหรงเป็นฝ่ายยื่นมือขวาออกไปก่อน
“ผมชื่อโจวเว่ยกั๋วครับ ไม่เป็นไรครับ” โจวเว่ยกั๋วยื่นมือขวาไปจับมือกับเธอ
มือที่เต็มไปด้วยรอยด้านสองข้างจับกัน ทั้งคู่ก็ชะงักไปนิดนึง
“คุณก็เป็นคนฆ่าวัวเหมือนกันเหรอคะ? มือคุณด้านหนามากเลย” เจิงอันหรงมองเขาแล้วถามอย่างสงสัย
โจวเว่ยกั๋วส่ายหน้า “เมื่อก่อนเคยช่วยล้มอยู่ครับ แต่สภาพผมตอนนี้ คงล้มวัวไม่ค่อยไหวแล้วล่ะ”
“พี่เจิง อาเล็กผมทำงานอยู่ที่ฝ่ายกองกำลังติดอาวุธของเมืองน่ะครับ” โจวเยี่ยนรีบบอก
“อ๋อ——” เจิงอันหรงเบิกตากว้างขึ้นนิดหน่อย สายตาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองป้ายเกียรติยศสองแผ่นที่แขวนอยู่ในห้องโถง
ทำงานฝ่ายกองกำลังติดอาวุธของเมือง ถึงจะเสียแขนไปข้าง เสียขาไปข้าง แต่ก็ยังยืนหยัดอย่างสง่างามไม่เปลี่ยน!
เธอจู่ ๆ ก็ตระหนักอะไรบางอย่างได้ หน้าแดงก่ำ รีบขอโทษอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษค่ะสหาย ฉันไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้คุณเป็นทหาร”
โจวเว่ยกั๋วหัวเราะอย่างไม่ถือสา “จะเป็นอะไรไปล่ะครับ พ่อผมเป็นคนฆ่าวัว พี่ชายสี่คนของผมก็เป็นคนฆ่าวัว หลานชายผมหลายคนก็เป็นคนฆ่าวัว ถ้าผมไม่ได้ไปเป็นทหาร ผมก็คงเป็นคนฆ่าวัวที่เก่งคนหนึ่งเหมือนกันแหละครับ”
เจิงอันหรงมองโจวเว่ยกั๋วแล้วอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา
คุณย่ายืนดูเหตุการณ์อยู่ข้าง ๆ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
โจวเยี่ยนบอกเจิงอันหรง “พี่เจิง งานเลี้ยงล้มหมูวันนี้ เราต้องทำห่านตุ๋นกระทะเหล็กอีกหม้อนะ เดี๋ยวสักสิบโมง พี่ไปเรียกโม่โม่มา ให้แกชี้เป้าว่าจะล้มห่านตัวไหน แล้วพี่เป็นคนรับผิดชอบจัดการห่านนะ”
“ได้ค่ะ” เจิงอันหรงพยักหน้า
“จำไว้นะ ต้องให้โม่โม่เป็นคนเลือก อย่าเผลอไปเชือดเจ้าต้าไป๋ตัวโปรดของแกผิดตัวล่ะ” โจวเยี่ยนกำชับ
“จำได้แล้วค่ะ” เจิงอันหรงพยักหน้ารับคำอย่างจริงจัง
“แล้วอาเหว่ยล่ะ?” โจวเยี่ยนถามขึ้นมาลอย ๆ
เจิงอันหรงหัวเราะ “ไปคุยโม้กับพวกเด็กผู้ชายกลุ่มนั้นแล้วค่ะ”
โจวเยี่ยนฟังแล้วก็หัวเราะส่ายหน้า หันไปหาคุณย่า “ย่าครับ วันนี้ย่าจะล้มหมูตัวไหนครับ?”
ย่าบอก “วันนี้ล้มตัวซ้ายมือก่อนเลย ย่าเอาแผ่นไม้กั้นแยกไว้แล้ว ตัวนั้นอ้วนกว่า กินเก่ง ช่วงนี้ชักจะไม่ค่อยยอมโตแล้ว ล้มมันเลย”
“ครับผม” โจวเยี่ยนรับคำ แล้วเริ่มเรียกให้ทุกคนเข้ามาช่วยกันกดหมู
โจวเยี่ยนกระซิบกับโจวเจี๋ยและโจวไห่ “พี่เจี๋ย พี่ไห่ เดี๋ยวพวกพี่สองคนคอยคุมเชิงอยู่ข้าง ๆ นะ เน้นกันไม่ให้หมูมันคลุ้มคลั่งไปทำร้ายชาวต่างชาติพวกนี้เข้า ถ้ามันพุ่งแรงเกิน ก็ทำเหมือนคราวก่อน ปล่อยให้มันหมดแรงก่อน แล้วค่อยให้พวกเขาลองเล่นดู”
“ได้เลย วางใจเถอะ ต่อให้มันดุแค่ไหน ก็ดุสู้ฉันไม่ได้หรอก” โจวไห่พยักหน้า
“เขาอุตส่าห์ให้ทีวีสีเครื่องเบ้อเริ่มมา ก็ต้องดูแลความปลอดภัยให้เขาดี ๆ หน่อย พวกฉันสองคนยันไว้ได้แน่” โจวเจี๋ยตบหน้าอกรับประกัน
มีสองพี่น้องนี้ โจวเยี่ยนก็เบาใจ
ทุกคนเดินตามเข้ามาในลานบ้านเล็ก มองสำรวจไปรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ดวงตาเจนนี่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ว้าว นี่มันลานบ้านในรูปวาดของโม่โม่นี่! แมวตัวนั้นเชื่องจังเลย มีห่านขาวตัวใหญ่ด้วย———”
“โอ้! พระเจ้า! ห่านตัวนี้ดุจั——” มาร์โค โปโลลองเข้าไปแหย่เจ้าต้าไป๋ ผลคือโดนไล่จิกวิ่งหนีป่าราบไปทั่วลานบ้าน ทำเอาทุกคนระเบิดเสียงหัวเราะ
เจนนี่รีบยกกล้องขึ้นมา ถ่ายช็อตฮา ๆ นี้ไว้ทันที
“ต้าไป๋! ห้ามทำแบบนี้นะ!” เสียงดุ ๆ น่ารัก ๆ ของโจวโม่โม่ดังขึ้น
เจ้าต้าไป๋ที่กำลังกางปีกเตรียมลุย รีบหุบปีกกลับทันที เดินเข้าไปหาโจวโม่โม่ เอาหัวถูไถมือเธออย่างว่าง่าย
“ว้าว เธอเป็นนางฟ้าหรือเปล่าเนี่ย? ขนาดห่านยังยอมฟังคำสั่งเธอเลย” มาร์โค โปโลทึ่ง
เจนนี่ยิ้มพลางกดชัตเตอร์ รูปนี้อาจจะไม่ได้ลงนิตยสารหรือข่าว แต่คงเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจสำหรับเธอแน่ ๆ
โจวเยี่ยนแนะนำให้ทุกคนฟัง “นี่คือลานบ้านในชนบทแบบดั้งเดิมเลยครับ ฝั่งนี้ใช้รั้วไม้ไผ่กั้นไว้เลี้ยงไก่ เป็ด ห่าน มุมสุดตรงโน้นคือเล้าหมูครับ…”
วันนี้ลานบ้านสะอาดเป็นพิเศษ แทบไม่มีกลิ่นเหม็นเลย
แม้แต่หมูในเล้า ก็ยังดูขาวสะอาดสะอ้าน ดูดีมีชาติตระกูลขึ้นมาเลยเชียว
โจวเยี่ยนสงสัยว่าเมื่อคืนหรือเช้านี้ ย่าน่าจะสั่งทำความสะอาดครั้งใหญ่ไปแล้วแน่ ๆ
แต่ก็นั่นแหละ ย่าเป็นคนรักความสะอาด ปกติลานบ้านก็สะอาดสะอ้านอยู่แล้ว
“โอ้โฮ! หมูตัวเบ้อเริ่มเลย!”
“จะกดมันให้อยู่ คงไม่ง่ายแน่ ๆ”
พวกนักธุรกิจต่างชาติมองหมูในเล้า ตื่นเต้นปนหวั่นใจนิด ๆ
หมูตัวนี้อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะหนักสักสองร้อยห้าสิบจิน ตอนนี้มันกำลังหดตัวอยู่มุมเล้า มองทุกคนนอกเล้าอย่างระแวดระวัง
โจวเยี่ยนเอ่ยขึ้น “เพื่อน ๆ ครับ ตอนนี้เราต้องจับหมูตัวนี้ออกจากเล้า ไปวางบนม้านั่งยาวหน้าประตูเพื่อชำแหละ ขั้นตอนนี้เรียกว่า ‘กดหมู’ ไม่ทราบว่ามีผู้กล้าท่านไหนอยากลองก้าวมาข้างหน้าบ้างไหมครับ?”
“ผม! ผม! ผมอยากลอง!” มาร์โค โปโลเสนอตัวเป็นคนแรก
แล้วก็มีนักธุรกิจต่างชาติอีกสองคนก้าวออกมา
“เพื่อน ๆ ครับ ชีวิตคือการได้สัมผัสประสบการณ์ พอกลับไปนั่งในออฟฟิศหรูหราแล้ว พวกคุณอาจจะไปล่าสิงโตที่ทุ่งหญ้าแอฟริกา ออกทะเลไปล่าวาฬ แต่ชาตินี้พวกคุณอาจไม่มีโอกาสมาที่หมู่บ้านชนบทจีนเพื่อกดหมูอ้วน ๆ หนักสองร้อยกว่าจินแบบนี้อีกแล้วนะ” มาร์โค โปโลพูดปลุกใจ
พอได้ยินแบบนั้น นักธุรกิจชายคนสุดท้ายก็ก้าวตามออกมา
“การกดหมูมีเทคนิคนะครับ แล้วก็มีความเสี่ยงอยู่บ้าง ตอนกดต้องระวังมันพุ่งชนหรือกัดเอาได้…” โจวเยี่ยนอธิบายเทคนิคและข้อควรระวังในการกดหมูให้ทุกคนฟัง
“ระวังความปลอดภัยด้วยนะครับ พลาดนิดเดียวได้เป็นข่าวระดับนานาชาติแน่” หลินชิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เตือน สีหน้าดูเครียดนิดหน่อย
ถึงการกดหมูจะดูสนุก และทุกบ้านต้องกดกันทุกหน้าหนาวอยู่แล้ว
แต่นี่เป็นกลุ่มเถ้าแก่ต่างชาติเชียวนะ ถ้าเกิดบาดเจ็บขึ้นมา คงเป็นเรื่องยุ่งยาก
เสิ่นเส้าหวาหามุมดี ๆ เตรียมพร้อมบันทึกภาพแปลกตาที่ฝรั่งกดหมูไว้แล้ว
เจนนี่ก็ตื่นเต้น หามุมถ่ายรูปเตรียมไว้เหมือนกัน
ถ้าไม่ต้องคอยถ่ายรูป เธอเองก็อยากเข้าไปลองเหมือนกัน
มันน่าสนุกจะตาย นั่นคือหมูจีนตัวเป็น ๆ เลยนะ!
ลานบ้านตระกูลโจวถูกล้อมไว้แน่นขนัด หัวคนโผล่พ้นกำแพงขึ้นมาเต็มไปหมด ทุกคนต่างก็อยากเห็นภาพฝรั่งกดหมู
“ไม่ต้องห่วงครับ พวกเราสามคนคอยดูอยู่” โจวเยี่ยนปลอบหลินชิง แล้วเปิดประตูเล้า พาคนเข้าไปต้อนหมูอ้วนตรงมุมเล้า
“โอ๊ย!”
“มันวิ่งเร็วมากเลย!”
“ลื่นปรื๊ดเลย! กดไม่อยู่เลย!”
ภาพต่อจากนั้นเรียกได้ว่าชุลมุนวุ่นวาย หมูอ้วนวิ่งพล่านไปทั่วเล้า ปั่นพวกฝรั่งทั้งสี่คนจนหัวหมุน
บรรดาเถ้าแก่ที่ปกติแค่กาแฟยังต้องให้เลขาเสิร์ฟถึงโต๊ะ พอต้องมารับมือกับหมูลื่น ๆ แบบนี้ ถึงกับทำอะไรไม่ถูก
มาร์โค โปโลออกแรงเต็มที่ ทั้งกอดคอ ทั้งดึงหาง แต่กล้ามเนื้อที่ฟิตมาจากฟิตเนส พอมาเจอหมูอ้วนหนักสองร้อยห้าสิบจิน กลับใช้การไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
“แฮ่ก... หมูตัวนี้กดยากมาก ผมว่าพวกเราคงทำไม่ได้หรอก” มาร์โค โปโลหอบแฮ่กพูดอย่างหงุดหงิดและท้อแท้
อีกสามคนก็สภาพไม่ต่างกัน หอบเหนื่อยจนตัวโยน โดนหมูหลอกให้วิ่งจนหมดแรง
ได้ประสบการณ์เต็มพิกัดเลย แต่ผลลัพธ์ค่อนข้างแย่
“ไม่ได้เรื่องเลย ขืนกดแบบนี้ หมูยิ่งคึกกว่าเดิมอีก” โจวเจี๋ยหัวเราะเบา ๆ
“พอมีแรงอยู่ แต่ไม่มาก ไม่รู้จะจับตรงไหน” โจวไห่วิจารณ์
“ประสบการณ์เป็นไงบ้างครับ?” โจวเยี่ยนยิ้มถาม
“เราจะจับมันกดตอนมันยังมีชีวิตอยู่ได้จริง ๆ เหรอ?” มาร์โค โปโลตั้งคำถามจากก้นบึ้งของหัวใจ
นักธุรกิจต่างชาติอีกคนพูดขึ้น “โจวเยี่ยน คุณช่วยสาธิตให้พวกเราดูหน่อยได้ไหม ว่าจะจับหมูที่ทั้งล่ำทั้งปราดเปรียวตัวนี้ได้ยังไง”
เจนนี่ก็มองไปที่โจวเยี่ยน ถึงโจวเยี่ยนจะตัวสูง แต่ก็ดูไม่ค่อยล่ำบึ้กเท่าไหร่
“งั้นให้ลูกพี่ลูกน้องผมสาธิตวิธีจับหมูที่กำลังคึกให้พวกคุณดูละกันนะครับ” โจวเยี่ยนยิ้ม มองไปที่โจวไห่ “พี่ไห่ ทำให้พวกเขาดูหน่อยสิครับ”
“เขาคนเดียวเหรอ?”
“เป็นไปไม่ได้หรอก! พวกเราสี่คนยังกดมันไม่อยู่เลย”
พอมาร์โค โปโลกับคนอื่น ๆ ฟังคำแปลจากหลินจื้อเฉียง ก็ไม่มีใครเชื่อ
เจนนี่ถึงจะแอบสงสัย แต่ก็ยกกล้องขึ้นมารอถ่ายรูป
“ได้เลย” โจวไห่รับคำ ถอดเสื้อคลุมออกแขวนไว้ข้าง ๆ เหลือแค่เสื้อกล้าม แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปหาหมูอ้วนที่จนมุมอยู่ตรงกำแพง
กล้ามเนื้อเขาดูแน่นเปรี๊ยะ ล่ำบึ้กราวกับหมี
เขาย่อตัวลง กางแขนออก แสงส่องมาจากด้านหลัง ทอดเงาบดบังหมูตรงมุมกำแพงจนมิด
โจวไห่พุ่งตัวไปข้างหน้า รวบกอดเอวหมูอ้วนไว้ ใช้พลังจากเอวและขา ยกตัวขึ้น หมูอ้วนหนักสองร้อยห้าสิบจินยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกอุ้มลอยขึ้นมาทันที!
“พระเจ้าช่วย! เขาทำได้ยังไง?!”
“เจนนี่ คุณเห็นไหม? เขาอย่างกับจอมพลังเลย!”
นักธุรกิจต่างชาติพากันอุทานด้วยความทึ่ง มองหมูอ้วนที่ถูกโจวไห่อุ้มอยู่ด้วยใบหน้าเหลือเชื่อ
หมูตัวนั้นตะกุยขาทั้งสี่ บิดเอวและหัวอย่างบ้าคลั่ง ระเบิดพลังมหาศาลออกมา แต่มือของเขากลับเหมือนคีมเหล็ก ล็อกมันไว้แน่น กล้ามเนื้อปูดโปน หมูที่พวกเขาสี่คนกดไม่อยู่ กลับดิ้นไม่หลุดแม้แต่นิดเดียว
เจนนี่ไม่ได้ตอบ แต่กดชัตเตอร์รัว ๆ สามครั้งด้วยความตกตะลึง
เธอเห็นแล้ว และน่าจะได้รูปที่เจ๋งสุด ๆ ไปแล้วด้วย
ภาพที่แสดงถึงพลังของชายชาวจีน หมูที่ถูกอุ้มลอยขึ้นมา และกลุ่มฝรั่งที่ตกตะลึงอ้าปากค้าง