เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 620 โดนอวยจนเหลิงมันเป็นแบบนี้นี่เอง

บทที่ 620 โดนอวยจนเหลิงมันเป็นแบบนี้นี่เอง

บทที่ 620 โดนอวยจนเหลิงมันเป็นแบบนี้นี่เอง


การให้ผลตอบรับแบบทันที เป็นวิธีสร้างแรงจูงใจที่ยอดเยี่ยมมาก

เงินสิบหยวนนี่ถือเป็นรายได้พิเศษ โจวเยี่ยนเลยเอามาแจกเป็นโบนัสซะเลย ไม่ต้องรอตอนสิ้นเดือนที่จ่ายค่าจ้าง

อย่าดูถูกเงินหนึ่งหยวนสองเหมาห้าเฟินเชียวนะ มันเท่ากับค่าแรงคนงานโรงงานทั้งวันเลยล่ะ

แน่นอน รอยยิ้มบนหน้าทุกคน ทำให้โจวเยี่ยนรู้สึกว่าโบนัสที่แจกไปมันคุ้มค่าจริง ๆ

โต๊ะจีนสองโต๊ะวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องทำเงินได้หลายสิบหยวนหรอกนะ แต่มันเป็นการสร้างชื่อให้ร้านอาหารโจวเอ้อร์หวาว่ารับจัดงานเลี้ยงหรูได้ต่างหาก

ผู้จัดการและรองผู้จัดการโรงงานทอผ้ามาต้อนรับเอง ผู้นำจากมณฑลกับนักธุรกิจต่างชาติผมทองตาฟ้า มากินกันอย่างเอร็ดอร่อยที่โถงร้านอาหารโจวเอ้อร์หวา แถมยังชมไม่ขาดปากอีก

นี่มีลูกค้าหลายร้อยคนเห็นกับตากันเลยนะ

ตอนที่อาหารหน้าตาประณีตจัดขึ้นโต๊ะ ทุกคนนี่ทำหน้าเหมือนไม่เคยเห็นของดีมาก่อนกันเลย

ก็ช่วยไม่ได้ ในตำบลซูจี ร้านเล็ก ๆ โทรม ๆ แบบนี้ เสิร์ฟอาหารประณีตเบอร์นี้ได้ แค่นี้ก็ทำเอาคนช็อกแล้ว

“อาเหว่ย พี่เจิง พรุ่งนี้กลับหมู่บ้านไปทำเนื้อรมควันกุนเชียงกับผมไหม? เวลาสะดวกหรือเปล่า?” โจวเยี่ยนมองทั้งสองคนแล้วถาม

“ไม่มีปัญหาค่ะ!” เสี่ยวเจิงพยักหน้า

อาเหว่ยยิ้มเจื่อน ๆ “ฉันก็ไม่มีปัญหาหรอกนะ ติดแค่ขามันยังปวดเมื่อยอยู่หน่อย ๆ กลัวจะกดหมูไม่ไหว”

“อาเหว่ย พรุ่งนี้พี่จะขี่หมูอีกไหมคะ? คราวที่แล้วพี่เก่งม้ากมากเลยนะ~~” โจวโม่โม่เก็บเงินใส่กล่องเหล็กแล้ววิ่งมาหา มองอาเหว่ยตาแป๋วด้วยความหวัง

“เอ่อ…” อาเหว่ยลังเลอยู่สามวินาที พอมองดวงตาเป็นประกายของเจ้าตัวเล็ก ก็รีบพยักหน้าทันที “ขี่สิ! พรุ่งนี้พี่จะแสดงเทคนิคการกดหมูของแท้ให้ดูอีกรอบ!”

“เย้! อาเหว่ยเก่งที่สุด!” เจ้าตัวเล็กปรบมือเปาะแปะ

โจวเยี่ยนมองอาเหว่ยที่กำลังทำหน้าภูมิใจ แล้วอดส่ายหน้าไม่ได้

ที่แท้การโดนอวยจนเหลิงมันเป็นแบบนี้นี่เอง วันนี้เขาตาสว่างแล้ว

โจวเยี่ยนหันไปบอกจ้าวหงต่อ “พี่สะใภ้ วันนี้กลับไปฝากบอกลุงใหญ่กับคุณย่าด้วยนะครับ พรุ่งนี้เราจะกลับไปล้มหมู จะพาชาวต่างชาติสองคนกับครอบครัวคุณน้าเหยาเหยาไปร่วมงานเลี้ยงด้วย ให้เตรียมโต๊ะเพิ่มอีกตัวนะครับ”

“ได้จ้ะ คืนนี้กลับไปพี่จะบอกให้” จ้าวหงพยักหน้า

ถึงจะเพิ่มคนกะทันหัน แต่โจวเยี่ยนก็ไม่ห่วงว่าคุณย่ากับคนอื่น ๆ จะไม่พอใจหรอก

เขารู้นิสัยคนครอบครัวนี้ดีจะตาย

อีกอย่าง เขาเป็นคนทำอาหาร เขาไม่บ่นว่ายุ่งยาก แล้วคนอื่นจะมาพูดอะไรได้

โจวเยี่ยนเปลี่ยนชุด ออกไปวิ่งรอบหนึ่ง พอกลับมาถึงร้าน ฟ้าก็มืดแล้ว

จ้าวหงกับหลี่ลี่หวาล้างจานเสร็จกลับไปแล้ว ในร้านเปิดไฟไว้สองดวง เจิงอันหรงกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่

โจวโม่โม่นั่งวาดรูปอยู่อีกโต๊ะ ใต้เท้ามีเตาผิงไม้ไผ่สานวางอยู่ ตกกลางคืน เอาถ่านที่เหลือจากเตาไฟใส่กะละมังดินเผาในตะกร้า แล้วเอาขี้เถ้ากลบทับ นี่แหละไอเทมแก้หนาวของคนชนบท

พอถึงหน้าหนาว ทุกบ้านในชนบทแทบจะมีกันคนละอัน หิ้วไปไหนมาไหนด้วยตลอด

ในยุคที่ยังไม่มีผ้าห่มไฟฟ้า ถ้าหน้าหนาวเตียงมันเย็น ก็เอาไปซุกใต้ผ้าห่มให้อุ่นก่อนได้

ผ้าห่มแต่ละบ้านก็ใช้มาหลายปี แข็งกระด้าง ชุดเครื่องนอนสี่ชิ้นก็เย็นเฉียบ

พอเอาขี้เถ้ากลบไว้ มันก็จะเก็บความร้อนได้นานมาก

บางทีเกิดหิว ก็โยนมันเทศ มันฝรั่ง ส้ม ลงไปย่างได้ กลายเป็นเตาย่างพกพาส่วนตัวไปเลย

ข้าง ๆ โจวโม่โม่มีวิทยุวางอยู่ เสียงร้องใส ๆ หวาน ๆ ของเซี่ยเหยาดังแว่วมา

เอาล่ะสิ เจ้าตัวเล็กเริ่มรู้จักเปิดเพลงคลอกล่อมตอนทำงานแล้ว

โจวเยี่ยนเดินไปชะโงกดู ธีมวาดรูปของเจ้าตัวเล็กวันนี้คือบาร์บี้กำลังกินข้าว

“เกอเกอ ดูสิคะหนูวาดเหมือนไหม?” โจวโม่โม่เงยหน้าถามเขา

“อืม สวยดี” โจวเยี่ยนพยักหน้ายิ้ม เมื่อวานเจ้าตัวเล็กลากเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งตรงนี้ สงสัยมานั่งสังเกตฝรั่งพวกนี้ที่ปกติไม่ค่อยได้เห็นแน่ ๆ

“หนูจะเอาไปให้คุณน้าบาร์บี้เหรอ?” โจวเยี่ยนถาม

“ไม่ค่ะ หนูจะส่งไปให้พี่เหยาเหยา ให้พี่เขาดูคุณน้าบาร์บี้ด้วย” โจวโม่โม่ส่ายหน้า “เมื่อวานหนูให้รูปวาดคุณน้าบาร์บี้ไปรูปนึงแล้ว แถมชวนมากินเลี้ยงงานล้มหมูด้วย วันหลังถ้าเจอกันอีก ค่อยวาดให้ใหม่ค่ะ”

โจวเยี่ยนฟังแล้วก็หัวเราะ ตัวแค่นี้ แต่คิดอะไรได้ทะลุปรุโปร่งดีจริง ๆ

“เกอเกอ เมื่อไหร่เกอเกอจะเขียนจดหมายหาพี่เหยาเหยาล่ะคะ?” เจ้าตัวเล็กถาม

“วันนี้แหละ พี่ไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวมาเขียนให้พี่เขานะ”

“เย้! เดี๋ยวหนูก็มีเรื่องอยากคุยกับพี่เหยาเหยาตั้งเยอะแยะ เกอเกอช่วยเขียนจดหมายให้หนูฉบับนึงด้วยสิคะ” โจวโม่โม่บอก

“หนูก็รู้จักตั้งหลายคำแล้วนี่นา ทำไมไม่เขียนจดหมายเองล่ะ?”

“เกอเกอ ตัวเลขหนึ่งสองสามสี่กับร้อยแซ่ มันเอามาเขียนจดหมายไม่ได้หรอกนะคะ” โจวโม่โม่ถอนหายใจ มองโจวเยี่ยนด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย

“ได้สิ! เดี๋ยวพี่เป็นคนเขียนให้” โจวเยี่ยนหัวเราะ เขาถามผิดเองแหละ

โจวเยี่ยนอาบน้ำเสร็จออกมา กระดาษจดหมายก็กางรออยู่บนโต๊ะแล้ว แถมปากกาหมึกซึมของเขาก็วางเตรียมไว้บนนั้นเสร็จสรรพ

เจ้าตัวเล็กนั่งรออยู่ข้าง ๆ อย่างว่านอนสอนง่าย ชี้ไปที่เก้าอี้ “เกอเกอ มาเร็ว ๆ ค่า~~”

“มาแล้ว ๆ เขียนให้หนูก่อนเลย” โจวเยี่ยนยิ้มพลางนั่งลงข้าง ๆ เธอ

“มือเกอเกอเย็นจังเลย มาค่ะ เอาเตาผิงไปผิงก่อน~~” โจวโม่โม่เอื้อมมือมาแตะมือเขา แล้วรีบเลื่อนเตาผิงใต้เท้าไปให้ทันที

“เตาผิงนี่มาจากไหนเนี่ย?” โจวเยี่ยนเพิ่งอาบน้ำเย็นมา มือเลยเย็นเฉียบ รับเตาผิงมาผิงมือ ความอบอุ่นแผ่ซ่านออกมา เขาเลยยิ้มถาม

เส้นไม้ไผ่ยังดูเขียวสดอยู่เลย เหมือนเพิ่งสานเสร็จใหม่ ๆ

เตาผิงของบ้านพวกเขาถูกฝังใต้กองดินตอนบ้านถล่มคราวก่อน เสียเตาผิงดี ๆ ไปตั้งสามอัน น้าจ้าวยังบ่นเสียดายอยู่หลายรอบ

“พี่เฟยให้มาค่ะ ให้มาสองอัน อันนี้ของหนู อีกอันของแม่ค่ะ” เจ้าตัวเล็กบอก

“พี่เฟยมีฝีมือแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย สานสวยดีนะ” โจวเยี่ยนหัวเราะ โจวเฟยถือว่าเป็นช่างฝีมือของตระกูลโจวเลยก็ว่าได้ ไม่ใช่แค่สานหญ้าเป็น แต่ยังสานไม้ไผ่ได้ด้วย แถมทำออกมาได้ดีทีเดียว

ผิงมือจนอุ่นแล้ว เขาก็เลื่อนเตาผิงกลับไปไว้ใต้เท้าเจ้าตัวเล็กเหมือนเดิม

เจ้าตัวเล็กไม่ได้ใส่รองเท้าด้วยซ้ำ ใส่แค่ถุงเท้าไหมพรมหนาเตอะ เอาเท้าวางผิงบนเตา ดูสบายอารมณ์สุด ๆ

“มาเถอะ หนูอยากบอกอะไรพี่เหยาเหยาบ้าง” โจวเยี่ยนหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาแล้วยิ้มถาม

“พี่เหยาเหยาสวัสดีค่ะ หนูโม่โม่นะคะ วันนี้หนูคิดถึงพี่จังเลย~

อ้อ วันนี้หนูมีความสุขมากเลยค่ะ เพราะหนูได้รู้จักคุณน้าบาร์บี้ผมทองตาฟ้าด้วย สวยมากเลยนะคะ ถึงหนูจะฟังที่น้าเขาพูดรัว ๆ ไม่รู้เรื่อง แต่หนูรู้สึกได้ว่าน้าเขาเป็นคนดีค่ะ น้าบาร์บี้ชอบหนู หนูก็ชอบน้าเขาเหมือนกัน…”

พอเจ้าตัวเล็กอ้าปาก คำพูดก็พรั่งพรูออกมาเหมือนเทถั่ว ช่างจ้อซะจริง

“ช้าหน่อย ๆ จดไม่ทันแล้ว” โจวเยี่ยนต้องคอยเบรกเป็นระยะ มือขยับยิก ๆ แป๊บเดียวก็เขียนไปสามหน้ากระดาษแล้ว

“พอหรือยัง?” โจวเยี่ยนมองเธอแล้วถาม

โจวโม่โม่พยักหน้า “อืม พอแล้วค่ะ เก็บไว้คุยคราวหน้าบ้าง”

“ได้เลย” โจวเยี่ยนพยักหน้ายิ้ม เตรียมจะลงชื่อให้เธอในตอนท้าย

โจวโม่โม่ชะโงกหน้ามา “เดี๋ยวค่ะ! เกอเกอ ชื่อหนูหนูเขียนเอง หนูเขียนเป็น!”

“ได้สิ มาเลย” โจวเยี่ยนยิ้มพลางยื่นกระดาษกับปากกาให้

“หนูมีของหนูเอง!” โจวโม่โม่หยิบปากกาหมึกซึมสีทองของเธอออกมา

ปากกาหมึกซึมสีทองอร่าม สะท้อนแสงไฟวิบวับบาดตาเลยทีเดียว

เทียบกันแล้ว ปากกาปาร์กเกอร์ของโจวเยี่ยนดูหมองไปเลย

นี่คือปากกาทองคำที่จวงหวาอวี่ให้เธอมา มูลค่าจริง ๆ ไม่รู้หรอก แต่ระดับเถ้าแก่จวงพกติดตัวไว้เซ็นเอกสาร รับรองว่าไม่ถูกแน่

เจ้าตัวเล็กจับปากกาทองคำอย่างทุลักทุเล เซ็นชื่อตัวเองลงบนกระดาษจดหมาย ตัวอักษร ‘โจวโม่โม่’ สามตัวเขียนอย่างเป็นระเบียบ แถมยังมีตวัดหางพริ้วนิด ๆ ด้วย

“ปากกานี้หนักจังเลย เขียนไม่ถนัด ดินสอดีกว่าเยอะ” โจวโม่โม่วางปากกาทองคำลง น้ำเสียงติดจะรังเกียจนิด ๆ

โจวเยี่ยนหัวเราะส่ายหน้า เด็กน้อยไม่รู้ค่าปากกาทอง ดันเห็นดินสอเป็นของล้ำค่าซะงั้น

“เอาล่ะ งั้นจดหมายของหนูก็เสร็จแล้ว เดี๋ยวพี่ผึ่งให้แห้งแล้วเก็บไว้ พรุ่งนี้ค่อยส่งให้เหยาเหยานะ” โจวเยี่ยนรอจนน้ำหมึกบนกระดาษแห้ง ถึงค่อยพับกระดาษทั้งสามแผ่นเก็บ แล้วเตรียมจะเขียนจดหมายของตัวเองต่อ

“เกอเกอเขียนเลยสิ” โจวโม่โม่เอามือเท้าคางมองอยู่ข้าง ๆ

“หนูไปวาดรูปไป ห้ามจ้องพี่นะ ขืนหนูจ้องแบบนี้พี่ก็เขียนไม่ออกสิ” โจวเยี่ยนบอกเธอ เจ้าตัวเล็กตอนนี้อ่านหนังสือออกแล้ว ขืนให้อ่านรู้เรื่องว่าเขาเขียนอะไร คงแย่แน่

“ฮึ! หนูพูดให้เกอเกอฟังหมดแล้ว ทำไมเกอเกอต้องแอบเขียนไม่ให้หนูดูด้วยล่ะ” โจวโม่โม่ทำปากยื่น

“ไม่รู้แหละ หนูวาดรูปของหนูไป พี่ก็จะเขียนของพี่” โจวเยี่ยนถือกระดาษจดหมาย ย้ายไปนั่งฝั่งตรงข้ามของโต๊ะแปดเซียน

โต๊ะตัวเบ้อเริ่ม กับโจวโม่โม่ตัวกะเปี๊ยก คราวนี้ก็มองอะไรไม่เห็นแล้ว

“งั้นหนูวาดรูปก็ได้~” โจวโม่โม่แค่นเสียงเบา ๆ แล้วหยิบสีเทียนขึ้นมาอีกรอบ

โจวเยี่ยนจับปากกา แต่มองกระดาษจดหมายแล้วกลับตื้อไปหมด

ตอนวิ่งเมื่อกี้ร่างเนื้อหาในหัวไว้ซะดิบดี รู้สึกมีเรื่องอยากคุยกับเซี่ยเหยาตั้งเยอะแยะ

ผลคือเมื่อกี้โจวโม่โม่ดันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นสองวันนี้ผ่านมุมมองของแกไปตั้งสามหน้ากระดาษ ทำเอาจังหวะเขาพังหมดเลย

โจวเยี่ยนเอามือเท้าคางคิดอยู่พักหนึ่ง ก็รู้สึกขำตัวเอง โจวโม่โม่เล่าในมุมมองและความคิดของแก มันก็ไม่ได้กระทบการเล่าเรื่องสองวันนี้ในมุมมองของเขาสักหน่อยว่ามันเป็นยังไง

เซี่ยเหยาได้รับจดหมายก็น่าจะดีใจอยู่ดีใช่ไหมล่ะ?

ถ้าเป็นเขา เขาไม่รังเกียจที่จะอ่านเรื่องเดียวกันจากมุมมองของอีกคนหรอกนะ

โจวเยี่ยนเลยเขียนไปสามหน้ากระดาษเหมือนกัน แล้วยัดใส่ซองจดหมายรวมกัน

จากนั้นก็เริ่มนับรายได้

วันนี้ออกเมนูใหม่สามอย่าง แถมยังรับโต๊ะจีนหรูราคาห้าสิบหยวนอีกสองโต๊ะ ยอดขายเลยทุบสถิติใหม่ พุ่งไปถึง 896.6 หยวน

ช่วงนี้อาหารจานเย็นยอดขายตกไปหน่อย แต่เนื้อต้มเฉียวเจี่ยวขายดีมาก ซาลาเปาเพิ่มจากหกร้อยลูกเป็นหกร้อยห้าสิบลูก ก็ยังขายหมดเกลี้ยงทุกวันสบาย ๆ

แน่นอน ยอดขายพุ่งปรี๊ดขนาดนี้คงยืนระยะไม่ได้นานหรอก วันนี้ผลตอบรับจากเมนูใหม่ดีมาก ลูกค้าแห่กันมาลองของ ยอดขายเลยพุ่งขึ้นมาเป็นพิเศษ

จบบทที่ บทที่ 620 โดนอวยจนเหลิงมันเป็นแบบนี้นี่เอง

คัดลอกลิงก์แล้ว