เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 595 วาสนาผมดีจริง ๆ ได้แฟนอัจฉริยะเนี่ย

บทที่ 595 วาสนาผมดีจริง ๆ ได้แฟนอัจฉริยะเนี่ย

บทที่ 595 วาสนาผมดีจริง ๆ ได้แฟนอัจฉริยะเนี่ย


เซี่ยเหยาพูดอย่างตื่นเต้น “หนังเรื่องนี้ทำดีจริง ๆ ค่ะ ฉันว่าปีหน้าพออากาศอุ่นขึ้น บนถนนต้องมีสาว ๆ ใส่กระโปรงแดงเต็มไปหมดแน่ โรงงานเสื้อผ้าน่าจะเริ่มออกแบบตอนนี้ พอปลายฤดูใบไม้ผลิต้นฤดูร้อนก็เริ่มวางขาย รับรองขายดีเป็นเทน้ำเทท่า”

“มีเหตุผล ออกแบบตามชุดนางเอกในหนังเลย ตอนส่งเสริมการขายก็บอกว่าเป็นรุ่นเดียวกับในหนัง”

เซี่ยเหยาตาลุกวาว “โห ความคิดนี้เจ๋งสุด ๆ ไปเลยค่ะ! คุณนี่อัจฉริยะจริง ๆ! แบบนี้ก็เท่ากับใช้หนังโฆษณาไปในตัวเลยสิคะ?!”

โจวเยี่ยนพูดต่อ “ถ้าหนังเรื่องนี้ดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมา ถ้าโรงงานเสื้อผ้าเจ้าไหนคว้าตัวนักแสดงนำมาเป็นพรีเซนเตอร์ได้ อาศัยกระแสหนัง แล้วยิงโฆษณาขึ้นทีวี รับรองขายได้ถล่มทลายแน่”

“ใช่ไหมคะ เมื่อกี้ฉันก็คิดเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ไม่ได้คิดเป็นรูปธรรมขนาดคุณ” เซี่ยเหยาพยักหน้า มองโจวเยี่ยนอย่างชื่นชม

โจวเยี่ยนรู้อะไรเกี่ยวกับยุคสมัยนี้ไม่มากนัก แต่เหตุการณ์บางอย่างเขาก็พอรู้อยู่บ้าง

ยุคนี้สื่อบันเทิงมีน้อย หนังดังสักเรื่องเลยอาจจุดกระแสฟีเวอร์ไปทั่วประเทศได้

อย่างหนังเส้าหลินที่ปลุกกระแสกังฟู หรือเสื้อซาจิโกะที่ฮิตระเบิดระเบ้อจากเรื่อง ‘สงสัยเงื่อนงำรัก’ เป็นต้น

พวกนี้ล้วนเกิดจากกระแสความนิยมของหนังและละครทั้งนั้น

ยุคสมัยนี้ ขอแค่ตามกระแสทัน ก็หาเงินได้ง่าย ๆ

เซี่ยเหยาทำท่าครุ่นคิด “เข้าใจแล้วค่ะ งั้นฉันน่าจะลองเสนอคุณเหยาลี่เฉิงดู วันนั้นที่กินข้าวกันที่ภัตตาคารว่านซิ่ว พวกเขาคุยกันเรื่องตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยนโยบายปฏิรูปประเทศ จีนเริ่มมีเศรษฐีรุ่นใหม่เกิดขึ้น กำลังซื้อพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกเขามองว่าเป็นตลาดสำคัญแห่งต่อไปแล้ว”

“ได้เลยครับ ข้อเสนอที่ยื่นก่อนเข้าทำงาน ไม่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาหลายขั้นตอน” โจวเยี่ยนยิ้มพยักหน้า

ในฐานะบล็อกเกอร์อาหาร เขามีความเข้าใจและมุมมองเรื่องกระแสและการเปลี่ยนกระแสให้เป็นเม็ดเงินอยู่บ้าง

“งั้นตอนนี้เราไปไหนกันต่อดีคะ?” เซี่ยเหยาควงแขนโจวเยี่ยน ถามยิ้มแย้ม

“ไปจิบน้ำชาสภากาแฟริมแม่น้ำกันเถอะครับ” โจวเยี่ยนเสนอ “วันนี้อากาศดี ไปนั่งเล่นริมน้ำสักพัก แล้วค่อยไปกินหม้อไฟ คราวก่อนคุณลุงคนหนึ่งแนะนำร้านหม้อไฟมา ไปลองชิมกันดู”

“ได้ค่ะ แต่ก่อนไปริมแม่น้ำ เราหาร้านถ่ายรูปกันก่อนนะคะ ฉันอยากล้างรูป เอาฟิล์มมาด้วยค่ะ” เซี่ยเหยาว่า

“ได้ครับ เดี๋ยวผมไปถามทางให้” โจวเยี่ยนพยักหน้า ล้วงบุหรี่ออกจากกระเป๋ายื่นให้ลุงเฝ้ารถจักรยานมวนหนึ่ง ยิ้มถาม “คุณลุงครับ ร้านถ่ายรูปแถวนี้ที่ใกล้ที่สุดไปทางไหนครับ?”

ลุงจุดบุหรี่สูบอัดควันเข้าปอดหนึ่งที แล้วชี้มือ “ร้านถ่ายรูปเหรอ เอ็งเดินไปทางนี้นะ เลียบ ๆ ร่องน้ำนั่นไป เห็นป้ายสีเหลือง ๆ ข้างบนไหม ใต้ป้ายเหลือง ๆ จะมีบ่อนไพ่นกกระจอก ข้างบ่อนไพ่นกกระจอกมีซอยเล็ก ๆ เอ็งเดินเข้าซอยนั้นไป แล้วเลี้ยวขวาก็ถึงแล้ว”

เซี่ยเหยา: (ΩAΩ)??

“ฟังไม่รู้เรื่องเรอะ?” ลุงเกาหัว “งั้นก็เดินไปจนสุดทางแล้วเลี้ยวขวา”

“ได้ครับ” โจวเยี่ยนเข็นจักรยานออกมา จูงมือเซี่ยเหยาเดินไป

“คุณฟังรู้เรื่องเหรอคะ?” เซี่ยเหยาถามอย่างสงสัย

“ก็พอจับใจความได้ครับ เดินไปตามทางนี้ก่อน หาบ่อนไพ่นกกระจอกใต้ป้ายสีเหลืองให้เจอ แล้วหาซอยข้างบ่อน เดินทะลุซอยไปแล้วเลี้ยวขวา” โจวเยี่ยนยิ้ม

ฟังไม่รู้เรื่องก็ปกติ โจวเยี่ยนเรียนมหาลัยที่เฉิงตูมาสี่ปี ต้องขอบคุณไป่ตู้แมพ(1) ไม่งั้นเวลาถามทางพวกคุณลุงคุณป้า บางทีเล่นเอามึนตึ้บไปเลย

“เก่งจัง ฟังรู้เรื่องด้วย” เซี่ยเหยาชมอย่างทึ่ง ๆ

ขี่ไปข้างหน้าประมาณห้าร้อยเมตร ก็เจอบ่อนไพ่นกกระจอกจริง ๆ เงยหน้าขึ้นไปเห็นป้ายโฆษณาสีเหลือง ข้าง ๆ มีซอยเล็ก ๆ ทะลุออกไปเป็นถนนจื่ออวิ๋นโฮ่วเจีย เลี้ยวขวาเดินไปอีกร้อยกว่าเมตร ก็เจอร้านถ่ายรูปจริง ๆ ด้วย

“เจอแล้ว!” เซี่ยเหยากระโดดลงจากรถ ยิ้มร่า “แสดงว่าคุณลุงแกบอกทางแม่นใช้ได้เลย คุณก็เก่งนะหาเจอด้วย”

“ผมเห็นป้ายรับล้างรูป เข้าไปถามกันเถอะ” โจวเยี่ยนจอดรถล็อกกุญแจ พาเซี่ยเหยาเดินเข้าไป

หลังเคาน์เตอร์มีชายวัยกลางคนนั่งอยู่ ได้ยินเสียงก็เงยหน้ามองทั้งคู่ “ถ่ายรูปเหรอ?”

“สหายคะ ฉันอยากล้างรูปค่ะ” เซี่ยเหยาหยิบฟิล์มออกมาจากกระเป๋า “ที่นี่ล้างรูปสีขนาดห้านิ้วได้ไหมคะ? วันนี้รับได้เลยไหม?”

ชายคนนั้นยิ้ม “พวกคุณหาที่เก่งนะ ทั้งเจียโจวมีแค่ที่นี่ที่เดียวที่รับล้างอัดขยายรูปสี แต่ราคาแพงหน่อยนะ ใบละหนึ่งหยวน จะล้างกี่ใบ?”

“สิบใบค่ะ ล้างอย่างละใบ” เซี่ยเหยาตอบ

ชายคนนั้นยื่นมือมา “ได้ เอาฟิล์มมา มารับก่อนห้าโมงเย็นนะ ไม่งั้นผมเลิกงาน พวกคุณต้องมาพรุ่งนี้”

“ได้ค่ะ” เซี่ยเหยาเดินเข้าไปยื่นฟิล์มให้

“จ่ายเงินก่อน เดี๋ยวเอาใบรับมารับของ” ชายคนนั้นวางฟิล์มลง เริ่มเขียนใบเสร็จ

“นี่ครับ” โจวเยี่ยนควักแบงก์สิบหยวนวางบนโต๊ะ ยิ้มบอก “ชื่อโจวเยี่ยน เยี่ยนที่แปลว่าแท่นหมึกครับ”

“เรียบร้อย เดี๋ยวมาเอาแล้วกัน” ชายคนนั้นยื่นใบรับให้โจวเยี่ยน แล้วถือฟิล์มเดินเข้าห้องข้าง ๆ ไป

“ราบรื่นดีจัง ฉันกลัวว่าจะไม่ได้วันนี้ซะอีก” ออกจากร้านถ่ายรูป เซี่ยเหยาก็ร่าเริงขึ้นมา

“สงสัยดวงเราจะดี หาร้านถูก แถมช่างก็ว่างอยู่พอดีด้วย” โจวเยี่ยนยิ้ม

“งั้นไปกันเถอะ ไปนั่งเล่นริมน้ำก่อน ห้าโมงค่อยมารับรูป แล้วไปกินหม้อไฟกัน” เซี่ยเหยายิ้มแก้มปริ

“ได้ครับ”

“แล้วเดี๋ยวคุณจะหาที่นี่เจอไหม?”

“วางใจเถอะ ในหัวผมมีแผนที่อยู่”

“จริงเหรอ? เก่งจัง!”

โจวเยี่ยนพาเซี่ยเหยาไปร้านน้ำชาดริมแม่น้ำที่ต้วนอวี่เยียนเคยพาไปคราวก่อน โชคดีมาก ทันดูการแสดงเปลี่ยนหน้ากากกับพ่นไฟรอบสุดท้ายพอดี

จิบชาร้อน อาบแดดยามบ่ายที่เริ่มคล้อยต่ำ เซี่ยเหยาเอนหลังพิงเก้าอี้หวาย ถอนหายใจยาว “ฉันว่าวันเวลาแบบนี้ สบายจังเลยค่ะ ไร้กังวล ชีวิตค่อยเป็นค่อยไป ทุกอย่างดำเนินไปอย่างช้า ๆ”

โจวเยี่ยนจิบชา ยิ้มตอบ “นี่คงเป็นเหตุผลที่หลายคนมาเสฉวนแล้วไม่อยากกลับ ขอแค่คุณต้องการ คุณจะเจอมุมสงบที่ทำให้ชีวิตช้าลงได้เสมอ นอนเล่นสบาย ๆ ได้”

เซี่ยเหยามองเขา “ฉันคิดว่า... อนาคตฉันคงจะลงหลักปักฐานที่นี่แหละค่ะ”

“ผมจะจัดเตรียมบ้านรอคุณมานะครับ” โจวเยี่ยนพยักหน้าน้อย ๆ

“ค่ะ” รอยยิ้มของเซี่ยเหยาสดใสเป็นพิเศษ

การแสดงจบ จิบชาต่ออีกพัก สี่โมงสี่สิบ โจวเยี่ยนพาเซี่ยเหยากลับไปที่ร้านถ่ายรูป

“คุณรออยู่นี่นะ เดี๋ยวฉันเข้าไปเอาเอง” เซี่ยเหยาลงจากเบาะหลัง ถือใบรับรีบเดินเข้าร้านไป

สักพักเธอก็ถือรูปออกมา รอยยิ้มบนหน้าปิดไม่มิดเลยทีเดียว

“รูปสวยไหมครับ?” โจวเยี่ยนถามอย่างใส่ใจ

“สวยมาก ๆ เลยค่ะ! ขนาดช่างภาพยังชมว่าถ่ายดีเลย” เซี่ยเหยาพยักหน้า หยิบรูปที่โจวเยี่ยนถ่ายให้เธอขึ้นมา

ในรูปเธอยืนอยู่ริมแม่น้ำ แสงเงาตกกระทบบนใบหน้า สายลมพัดผมปลิวไสว ด้านหลังมีนกนางนวลโฉบลงมา ตัวหนึ่งบินอยู่ข้างหลังเธอพอดี ชัดเป๊ะ

สวยสะกดใจจริง ๆ

บรรยากาศยอดเยี่ยมมาก

“รูปนี้ของคุณก็ดูดีมาก ฉันจะใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์” เซี่ยเหยาหยิบอีกรูปออกมา เป็นรูปเดี่ยวของโจวเยี่ยนที่เธอถ่ายให้ ขายาวดูสูงร้อยแปดสิบ ถ่ายออกมาดูดีจริง ๆ ติดนกนางนวลบินว่อนด้วย

“กระเป๋าตังค์ผมก็ว่างนะ ขอรูปนั้นของคุณให้ผมได้ไหม?” โจวเยี่ยนมองเธอ

“ไม่ได้ค่ะ รูปนั้นสวยที่สุดเท่าที่ฉันเคยถ่ายมาในรอบหลายปีนี้แล้ว ฉันจะเอาไปอวดเติ้งหงกับคนอื่น” เซี่ยเหยายื่นใบรับอีกใบให้โจวเยี่ยน “ฉันสั่งล้างเพิ่มให้คุณอีกสามใบ ไว้คราวหน้าคุณว่างเข้าเมืองค่อยมาเอานะ อย่าลืมเอาฟิล์มกลับมาด้วยล่ะ”

“ได้ครับ” โจวเยี่ยนยิ้มเก็บใบรับใส่กระเป๋าตังค์ เธอนี่รอบคอบจริง ๆ

“ดูรูปคู่เราสิคะ มุมนี้เพิ่งเคยถ่ายครั้งแรก แต่ถ่ายออกมาดูดีมีสไตล์จัง” เซี่ยเหยาหยิบอีกรูปออกมา เป็นรูปที่โจวเยี่ยนถือกล้อง เซี่ยเหยาควงแขนเขา ยิ้มร่าทั้งคู่

“รูปนี้ให้คุณค่ะ” เซี่ยเหยายื่นรูปคู่ให้โจวเยี่ยน

“อีกรูปล่ะครับ?” โจวเยี่ยนถาม

“เอ่อ... รูปนั้นถ่ายไม่ดี ล้างออกมาแล้วมันเบลอ ฉันเลยไม่เอามาค่ะ” เซี่ยเหยาตอบ สายตาลอกแลก หูแดงระเรื่อ

ผู้หญิงคนนี้ปกติต้องไม่เคยโกหกแน่ ๆ ท่าทางพิรุธชัดเจนขนาดนี้ โจวเยี่ยนยิ้มกริ่ม “เหรอครับ? งั้นเอาฟิล์มมาให้ผมสิ เดี๋ยวผมลองไปหาร้านอื่นถามดู”

“ฉัน... ฉันทิ้งไปแล้ว” เซี่ยเหยาเงยหน้าขึ้น เจอใบหน้าเปื้อนยิ้มของโจวเยี่ยน ก็รู้ทันทีว่าโดนแกล้ง ทุบอกเขาเบา ๆ ทีหนึ่ง ทำแก้มป่อง “ห้ามยิ้มแบบนี้นะ เหมือนหาว่าฉันบื้อเลย”

“เปล่าซะหน่อย คุณสวยแล้วก็น่ารักมากต่างหาก” โจวเยี่ยนยิ้ม มองรูปในมือเธอ “รูปอื่นล่ะครับ? ผมขอดูได้ไหม?”

“ได้สิคะ นี่รูปโม่โม่ที่ถ่ายเมื่อตอนเที่ยง น่ารักไหม?”

“นี่รูปรวมสาลี่ยัดไส้แปดเซียน เป็ดรมควันใบชา แล้วก็ซี่โครงหมูที่กินวันนี้ ฉันจะเอาไปให้เติ้งหงดู ให้รู้ว่าไม่มาฝึกงานที่โรงงานทอผ้าแล้วพลาดอะไรไปบ้าง”

“นี่รูปน้าจ้าวตอนรับลูกค้า แกมีเสน่ห์มากเลย ดูเป็นผู้หญิงทำงานเก่ง แต่ก็ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง หลังตรงตลอดเวลา เหมือนมีพลังเหลือเฟือ”

“นี่รูปคุณอาโจว ตอนแกหั่นพะโล้ดูชำนาญราวกับช่างฝีมือชั้นสูง พิถีพิถัน มั่นใจเต็มเปี่ยม”

เซี่ยเหยาอธิบายรูปแต่ละใบให้โจวเยี่ยนฟัง

โจวเยี่ยนตั้งใจฟังจนจบ อุทานอย่างทึ่ง ๆ “ถ่ายสวยจริง ๆ บรรยากาศกับอารมณ์ภาพยอดเยี่ยมมาก องค์ประกอบภาพก็ฉลาด เน้นจุดเด่นชัดเจน คุณเคยเรียนถ่ายรูปมาเหรอครับ?”

เซี่ยเหยาได้ยินก็ปลื้มปริ่ม กัดริมฝีปากล่างเบา ๆ กลั้นยิ้มไม่อยู่ ส่ายหน้าน้อย ๆ “ไม่เคยเรียนหรอกค่ะ เมื่อก่อนแค่เอากล้องแม่มาถ่ายเล่นไม่กี่ม้วน อาจจะเป็นเพราะเรียนวาดรูปเลยช่วยเรื่องจัดองค์ประกอบภาพมั้งคะ”

“ไม่เคยเรียนยังถ่ายได้ขนาดนี้ อัจฉริยะชัด ๆ คนก็สวย ถ่ายรูปก็สวย วาสนาผมดีจริง ๆ ได้แฟนอัจฉริยะเนี่ย” โจวเยี่ยนยืดอกภูมิใจ

“ไปกันเถอะค่ะ แฟนอัจฉริยะหิวหม้อไฟแล้ว” เซี่ยเหยาเก็บรูป นั่งซ้อนท้ายรถจักรยาน กอดเอวโจวเยี่ยนแล้วพูดเสียงอ้อน

“จัดไปครับ” โจวเยี่ยนปั่นจักรยานพุ่งไปข้างหน้า

ร้านหม้อไฟอยู่ซอยหลังถนนตงต้าเจีย แค่ถึงปากซอยก็ได้กลิ่นหม้อไฟหอมฉุยลอยมาเตะจมูก หน้าหนาวแบบนี้ คนเดินผ่านไปผ่านมาได้กลิ่นยังต้องชะงัก

เข้าไปในลานบ้านแรก บนประตูแขวนป้ายเขียนมือ——หม้อไฟน้าหลิว

เพิ่งถึงเวลาข้าวเย็น หน้าประตูมีรถจักรยานจอดอยู่เจ็ดแปดคันแล้ว

ในลานบ้าน น้าคนหนึ่งใส่เสื้อนวมลายดอกเดินยิ้มออกมาต้อนรับ “พ่อหนุ่มแม่หนู มากินหม้อไฟเหรอจ๊ะ? รถใหม่นะเนี่ย เข็นเข้ามาข้างในสิ เดี๋ยวหาย ตรงนี้ยังมีที่จอด เอาโซ่คล้องไว้กับต้นไม้ แน่นหนาหายห่วง”

……….……….……….……….

(1) ไป่ตู้แมพ (Baidu Map) คือแอปพลิเคชันแผนที่และการนำทางของจีน (ทำหน้าที่เหมือนกับ Google Maps ที่เราใช้กันในปัจจุบัน)

จบบทที่ บทที่ 595 วาสนาผมดีจริง ๆ ได้แฟนอัจฉริยะเนี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว