- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 570 ฮีโร่สามขวบครึ่ง กับดอกไม้แดงแห่งความภาคภูมิใจ
บทที่ 570 ฮีโร่สามขวบครึ่ง กับดอกไม้แดงแห่งความภาคภูมิใจ
บทที่ 570 ฮีโร่สามขวบครึ่ง กับดอกไม้แดงแห่งความภาคภูมิใจ
การช่วยเถียนเจียวเป็นเรื่องบังเอิญที่ไปเจอพอดี แทบไม่มีเวลาให้ลังเล สามคนปรึกษากันปุ๊บก็ลุยเลย นึกไม่ถึงว่าจะเจอแก๊งค้ามนุษย์ลักพาตัวเด็กจริง ๆ ในเมื่อช่วยคนไว้ได้แล้ว และคุณลุงตำรวจก็จะเสนอชื่อให้ได้รับรางวัลพลเมืองดี โจวเยี่ยนย่อมต้องยกความดีความชอบให้โจวโม่โม่กับเซี่ยเหยา ส่วนตัวเขายินดีเป็นแค่ตัวประกอบ
ป้ายรางวัลพลเมืองดีที่บ้านเขามีสองใบแล้ว ใบแรกตื่นเต้น ใบที่สองดีใจ ใบที่สามก็งั้น ๆ แหละ แต่เซี่ยเหยาไม่เหมือนกัน เธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย แถมกำลังจะเรียนจบ การได้รางวัลพลเมืองดีและคำชมเชย จะช่วยให้ประวัติของเธอดูสวยหรูขึ้นมาก
โจวโม่โม่ยังเด็ก ยิ่งมีประโยชน์เข้าไปใหญ่ สามขวบครึ่งได้รางวัลพลเมืองดี โตขึ้นถ้าอยากเป็นคุณน้าตำรวจจริง ๆ ประวัตินี้จะโดดเด่นมาก
โจวโม่โม่ยังไม่เข้าใจหรอก เอามือเท้าเอว ยืดอกภูมิใจก็พอแล้ว
เซี่ยเหยามองโจวเยี่ยน ตาโตขึ้นเล็กน้อย เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็หยุดไว้
เรื่องนี้โจวเยี่ยนเป็นคนบงการและวางแผนทั้งหมด ให้เธอไปตามคนช่วย ให้โจวโม่โม่เข้าไปทัก ส่วนเขารับหน้าที่ถ่วงเวลาคนร้ายที่ยากและอันตรายที่สุด
เรียกได้ว่าโจวเยี่ยนคุมเกมทั้งหมด แถมสุดท้ายยังลงมือจับคนร้ายด้วยตัวเอง ความดีความชอบของเขามากที่สุด
แต่เขากลับยกความดีความชอบทั้งหมดให้เธอกับโจวโม่โม่ เธอคิดนิดเดียวก็เข้าใจเจตนาของโจวเยี่ยน ในใจอดซาบซึ้งไม่ได้ เขาเป็นคนดีจริงๆ
ทั้งรักความยุติธรรมและกล้าหาญ
“ได้ครับ เรื่องที่คุณแจ้งมา ผมจะสรุปรายงานขึ้นไปทั้งหมด” โจวหงต๋าพยักหน้า ยิ้มพลางตบแขนโจวเยี่ยนเบา ๆ “คุณไหวพริบดีและกล้าหาญมาก ที่จับมือไอ้เวรนั่นไว้ไม่ปล่อย รอจนกำลังเสริมมาถึงค่อยลงมือ ปกติพวกค้ามนุษย์พวกนี้มันพกมีดติดตัวกันทั้งนั้น”
“ก็ป้องกันจุดนี้แหละครับ” โจวเยี่ยนยิ้มตอบ
คนร้ายอุ้มเด็กมือหนึ่ง อีกมือถูกโจวเยี่ยนจับไว้ ต่อให้พกมีดมา ก็ไม่มีมือว่างชักมีดทันทีหรอก
ยังไงเขาก็ไม่ใช่ยอดฝีมือวรยุทธอย่างพี่หมิง ไอ้เรื่องมือเปล่ารับคมมีดนี่เขาทำไม่เป็นสักนิด ถ้าอีกฝ่ายชักมีดออกมาจริง ๆ เขาคงต้องงัดวิชาวิ่งตีนผีที่ฝึกมาอย่างหนักทุกคืนออกมาใช้แล้วล่ะ
พลเมืองดีน่ะนะ ยังไงก็ต้องเอาชีวิตรอดไว้ก่อน
เขาเคยตายมาแล้วรอบหนึ่ง ยังกลัวตายอยู่พอสมควร
ตำรวจเอาโทรโข่งมาให้ โจวหงต๋าถือโทรโข่งนำทีมเข้าไปในลานกว้าง ตะโกนเสียงดัง “ลูกสาวสามขวบใครหายบ้าง! ให้ไปรับตัวที่ป้อมยามหน้าสวนสาธารณะ! แม่ของเจียวเจียวอยู่ไหน?! เจอน้องแล้วนะครับ ให้ไปรับตัวที่ป้อมยาม! ทุกคนดูแลลูกหลานตัวเองให้ดีนะครับ! วันนี้จับแก๊งค้ามนุษย์ได้สองคน พวกนี้จ้องขโมยเด็กโดยเฉพาะ!”
ลานกว้างเงียบกริบทันที ผู้ปกครองต่างพากันมองหาลูกหลานตัวเอง พอเห็นว่าลูกยังอยู่ดี ถึงค่อยโล่งใจ
ลูกคือแก้วตาดวงใจ เรื่องใหญ่ที่สุด
โจวเยี่ยนกับเซี่ยเหยาก็ตามเข้าไปช่วยตะโกนเรียก แม่เด็กถ้ารู้ตัวว่าลูกหาย ป่านนี้คงแทบบ้าแล้ว
ไม่นาน ผู้หญิงผมสั้นประบ่าคนหนึ่งก็วิ่งโซซัดโซเซออกมาจากฝูงชน หน้าซีดเผือด เหงื่อท่วมตัว มองโจวหงต๋าแล้วถามเสียงสั่น “คะ... คุณตำรวจ! เจียวเจียวลูกฉันหายไป โดนลักพาตัวไปเหรอคะ? พวกคุณเจอแกแล้วเหรอคะ?”
“วางใจได้ครับ น้องเจียวเจียวปลอดภัยดี สหายสองท่านนี้กับน้องคนนี้ไปเจอเข้าพอดี แล้วช่วยกันจับคนร้ายไว้ได้ ตอนนี้น้องรออยู่ที่ป้อมยามครับ” โจวหงต๋าพยักหน้า
ผู้หญิงคนนั้นโล่งอก ขาอ่อนยวบทำท่าจะล้มลงไป
เซี่ยเหยาตาไวรีบเข้าไปประคองไว้ทัน
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ” หลี่ซือหนานตั้งสติได้ มองเซี่ยเหยากับโจวเยี่ยนและโจวโม่โม่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วก็นึกขึ้นได้ “พวกคุณนั่นเอง เสือสามตัวที่นั่งดูกายกรรมเมื่อกี้นี้!”
“ใช่ค่ะคุณน้า หนูเป็นคนจำเจียวเจียวได้เองแหละ!” โจวโม่โม่พูดอย่างภูมิใจ
“เจียวเจียวไม่เป็นไรค่ะ วางใจเถอะ เดี๋ยวฉันประคองคุณไปที่ป้อมยามนะ เห็นหน้าลูกแล้วคุณจะได้สบายใจ” เซี่ยเหยาพูดปลอบโยน เธอสัมผัสได้ถึงความกลัวของอีกฝ่าย มือเย็นเฉียบ ตัวสั่นเทิ้ม
ลูกสาวสุดที่รักหายไปต่อหน้าต่อตา ความกลัวแบบนี้ใครเจอก็เข้าใจ
“ค่ะ ขอบคุณ ขอบคุณพวกคุณมากนะคะ” หลี่ซือหนานขอบคุณไม่ขาดปาก ตอนนี้สมองเธอขาวโพลนไปหมดจริง ๆ
เมื่อกี้เธอพาเจียวเจียวดูกายกรรมเสร็จ ลูกบอกจะไปเล่นสไลเดอร์ข้าง ๆ เธอก็แค่เผลอไปแป๊บเดียว หันมาอีกทีลูกก็หายไปแล้ว เวลาแค่สิบนาที เธอแทบบ้า ตะโกนเรียกจนคอแหบแห้ง ในหัวคิดไปสารพัดสารเพ กลัวลูกจะถูกขายไปบนเขา ชาตินี้จะไม่ได้เจอกันอีก ความสิ้นหวังเข้าเกาะกุมจิตใจ
จนกระทั่งได้ยินเสียงประกาศจากโทรโข่งของตำรวจ เธอถึงเหมือนคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้ หายใจโล่งอกออกมาเฮือกใหญ่
โจวหงต๋าถาม “คุณเป็นลูกสาวสารวัตรหลี่เซียนโหย่วใช่ไหมครับ?”
“ใช่ค่ะ ฉันชื่อหลี่ซือหนาน” หลี่ซือหนานพยักหน้า
“วางใจได้ครับ เด็กแค่หลับไป เดี๋ยวพวกคุณพาไปตรวจที่โรงพยาบาลหน่อย น่าจะไม่มีปัญหาอะไร” สีหน้าโจวหงต๋าผ่อนคลายลง แต่เสียงยังคงเคร่งขรึม “ดูแลเด็กต้องใส่ใจหน่อยนะครับ เดี๋ยวนี้พวกค้ามนุษย์มันจ้องอยู่ตลอด วันนี้ถ้าไม่ได้สหายสองท่านนี้กับน้องคนนี้ไปเจอเข้า ถ้าหลุดออกจากสวนสาธารณะเจียโจวไป คุณจะไปตามหาลูกที่ไหน”
“ใช่ค่ะ คุณพูดถูก” หลี่ซือหนานพยักหน้าหงึกหงัก ตอนหาลูกไม่เจอ เธอแทบอยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอด
รีบเดินมาถึงป้อมยาม พอหลี่ซือหนานเห็นลูกสาวนอนห่มเสื้อคลุมอยู่บนโซฟา น้ำตาก็ไหลพราก พุ่งเข้าไปกอดเถียนเจียวแน่น “เจียวเจียว! ลูกแม่!”
ความรู้สึกที่ได้ของรักคืนมา ทำให้เธอดีใจจนแทบคลั่ง
“แก... แกทำไมไม่ตื่นล่ะคะ?” หลี่ซือหนานนั่งคุกเข่ากอดเถียนเจียวร้องไห้อยู่ครู่หนึ่ง พอเห็นลูกนิ่งสนิท ก็เริ่มใจเสีย
“คนร้ายใช้ยาสลบอีเทอร์ครับ เด็กเลยสลบไป เมื่อกี้เราค้นตัวเจอยาขวดหนึ่ง ยืนยันแล้วว่าเป็นอีเทอร์ ปริมาณที่ใช้ไม่มาก ชีพจรการเต้นของหัวใจเด็กยังปกติดี นอนสักตื่นก็น่าจะฟื้นครับ” ตำรวจนายหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ อธิบาย “ถ้าคุณไม่สบายใจ จะพาเด็กไปตรวจที่โรงพยาบาลดูก็ได้ครับ”
“เจียวเจียว! เจียวเจียว!” จังหวะนั้น มีเสียงดังกังวานมาจากหน้าประตู ตำรวจผมดอกเลาคนหนึ่งเดินเข้ามา เห็นหลี่ซือหนานนั่งอยู่กับพื้นและเถียนเจียวนอนอยู่บนเก้าอี้ ก็รีบเดินจ้ำเข้ามา “ซือนาน หลานเป็นยังไงบ้าง?”
“พ่อคะ เจียวเจียวเกือบโดนลักพาตัวไปแล้ว” อารมณ์ที่เพิ่งสงบลงของหลี่ซือหนานระเบิดออกมาอีกครั้ง กอดหลี่เซียนโหย่วร้องไห้โฮ
“เอาล่ะ ไม่เป็นไรแล้วนะ เจอตัวก็ดีแล้ว” หลี่เซียนโหย่วลูบหลังลูกสาว ไม่ได้ตำหนิอะไร
“สารวัตรหลี่ เด็กปลอดภัยครับ คนร้ายใช้ยาสลบอีเทอร์ เลยสลบไป” โจวหงต๋ารายงาน
หลี่เซียนโหย่วได้ยินก็โล่งอก ปลอบหลี่ซือหนานจนสงบ แล้วจับมือโจวหงต๋าเขย่าอย่างแรง เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “หงต๋า ขอบใจมากนะ! หลานสาวคนนี้คือแก้วตาดวงใจของทั้งสองบ้านเลย”
“มันเป็นหน้าที่ของพวกเราครับ ถ้าจะขอบคุณ ต้องขอบคุณสหายโจวเยี่ยน สหายเซี่ยเหยา แล้วก็น้องโจวโม่โม่ครับ” โจวหงต๋าแนะนำทั้งสามคนให้หลี่เซียนโหย่วรู้จัก และเล่าเหตุการณ์คร่าว ๆ ให้ฟัง
หลี่เซียนโหย่วฟังจบก็จับมือขอบคุณทีละคนด้วยความซาบซึ้ง “สหายโจวเยี่ยน สหายเซี่ยเหยา หนูโจวโม่โม่ ผมในนามของทั้งสองครอบครัวขอขอบคุณพวกคุณมาก ถ้าไม่ได้ความไหวพริบและความกล้าหาญของพวกคุณ ป่านนี้เถียนเจียวคงถูกพาไปไหนต่อไหนแล้ว”
“ไม่เป็นไรครับ การช่วยเหลือคนเป็นหน้าที่พลเมืองดีอยู่แล้ว” โจวเยี่ยนยิ้มตอบ
“สมเป็นเยาวชนรุ่นใหม่จริง ๆ” หลี่เซียนโหย่วพยักหน้าชื่นชม
โจวเยี่ยนหันไปบอกโจวหงต๋า “ผู้กองโจวครับ รบกวนช่วยจัดการเรื่องสอบปากคำให้พวกผมก่อนได้ไหมครับ เสร็จแล้วพวกผมต้องกลับซูจีอีก นี่ก็ดึกแล้ว”
“ได้สิ กลับซูจีต้องใช้เวลาอีกตั้งชั่วโมง” โจวหงต๋าพยักหน้า หันไปสั่งลูกน้อง “เสี่ยวหลี่ มาสอบปากคำพวกเขาหน่อย เร็ว ๆ เข้าล่ะ อย่าให้เสียเวลาเขากลับบ้าน”
โจวเยี่ยนและพรรคพวกจึงถูกพาไปสอบปากคำข้าง ๆ
“หงต๋า คนร้ายขังไว้ไหน?” หลี่เซียนโหย่วถามโจวหงต๋า น้ำเสียงเย็นชาขึ้น
“ข้างในครับ ยังไม่ได้คุมตัวกลับโรงพัก” โจวหงต๋าชี้เข้าไปข้างใน
“ฉันขอเข้าไปดูหน่อย” หลี่เซียนโหย่วถอดหมวก เปิดประตูเดินเข้าไป
โจวหงต๋าเดินตามเข้าไป แล้วปิดประตู
โจวเยี่ยนนั่งให้ปากคำ แว่วเสียงร้องโหยหวนดังออกมา
พวกค้ามนุษย์นี่น่ารังเกียจที่สุด เด็กหายที ครอบครัวแตกแยก บางบ้านถึงกับบ้านแตกสาแหรกขาด
วันนี้ไอ้สองคนนี้ถือว่าโชคดีนะ ที่โจวเยี่ยนไม่โวยวาย แต่เรียกตำรวจมาจัดการ
ขืนให้ชาวบ้านที่กำลังโกรธแค้นรุมสกรัม ป่านนี้คงได้หามไปฝังลงดินแล้ว
ตัวอย่างแบบนี้มีให้เห็นเยอะแยะ
โจวเยี่ยนกับเซี่ยเหยาให้ปากคำ ส่วนโจวโม่โม่ก็นั่งคุยโขมงโฉงเฉงกับตำรวจอีกสองคนอยู่ข้าง ๆ ยัยหนูช่างจ้อปกติชอบวิ่งเล่นที่แผนกรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว เจอตำรวจเลยไม่กลัวสักนิด แถมคุยน้ำไหลไฟดับ
เจ้าตัวเล็กน่ารัก พูดจาไพเราะ ใคร ๆ ก็ชอบคุยด้วย
มีตำรวจนายหนึ่งค้นดอกไม้แดงใหญ่ในลิ้นชักออกมาให้โจวโม่โม่ด้วย
“โอ้โห! นี่รางวัลพลเมืองดีเหรอคะ?!” โจวโม่โม่ตาลุกวาว ลงจากเก้าอี้ ยกมือซ้ายตะเบ๊ะ
“ผิดแล้ว ๆ! ต้องใช้อีกมือนึงต่างหาก” ทุกคนหัวเราะ แล้วช่วยจัดท่าตะเบ๊ะให้ถูก ก่อนจะติดดอกไม้แดงให้
“ดีจัง! วันหลังหนูจะทำความดีอีก!” โจวโม่โม่ลูบดอกไม้แดงที่อก ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
เหตุการณ์ไม่มีอะไรซับซ้อน โจวเยี่ยนแค่บังเอิญไปเจอแล้วเข้าช่วยเหลือ สอบปากคำแป๊บเดียวก็เสร็จ
“ไปก่อนนะ พริกหวาน” โจวโม่โม่เดินเข้าไปยัดลูกอมนมตรากระต่ายขาวใส่กระเป๋าเสื้อเถียนเจียว แล้วยิ้มบอกหลี่ซือหนานว่า “คุณน้าคะ เดี๋ยวพริกหวานตื่นแล้ว บอกเขาด้วยนะคะว่าหนูให้ลูกอม”
“จ้ะ ขอบใจนะจ๊ะโม่โม่” หลี่ซือหนานยิ้มออกมาได้บ้างแล้ว
“งั้นพวกคุณเดินทางกลับดี ๆ นะครับ ระวังตัวด้วย วันหลังพวกเราจะไปขอบคุณถึงบ้านแน่นอน” หลี่เซียนโหย่วเดินมาส่งทั้งสามคนที่หน้าป้อมยาม พูดอย่างจริงจัง โจวเยี่ยนพูดตามมารยาทสองสามคำ แล้วพาเซี่ยเหยากับโจวโม่โม่กลับ
ไป ๆ มา ๆ ก็จะสี่ทุ่มแล้ว
คนในสวนสาธารณะกลับกันหมดแล้ว ไม่รู้เป็นเพราะข่าวแก๊งค้ามนุษย์หรือเปล่า
เดินกลับมาทางถนนตงต้าเจีย พ่อค้าแม่ค้าก็กำลังเก็บร้าน
โจวโม่โม่ดูจะมีความสุขมาก กระโดดโลดเต้น ดีใจที่ได้ทำความดีแล้วคุณลุงตำรวจชม
ที่อกเสื้อเธอติดดอกไม้แดงใหญ่ มีตัวหนังสือเขียนว่า ‘สำนักงานตำรวจเจียโจวมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ’
นี่คือสิ่งที่ตำรวจนายนั้นมอบให้ เพื่อยกย่องความไหวพริบและความกล้าหาญของเธอ เป็นทั้งรางวัลและกำลังใจ