เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 530 ทั่วทั้งเจียโจว ไม่มีใครเทียมได้

บทที่ 530 ทั่วทั้งเจียโจว ไม่มีใครเทียมได้

บทที่ 530 ทั่วทั้งเจียโจว ไม่มีใครเทียมได้


“อาเหว่ย ซาลาเปาสี่เหลี่ยมคือซาลาเปากล่องที่พี่คิดค้นขึ้นมาเหรอค้า?” โจวโม่โม่ที่ผมชี้โด่เด่สองเส้น สองมือน้อยประคองซาลาเปาไส้หมูลูกใหญ่กัดกิน มองอาเหว่ยด้วยความสงสัย

“จริง ๆ แล้วมันคือซาลาเปาควาย ดูสิ สองมุมนี้เหมือนเขาควายเลย เท่จะตาย” อาเหว่ยหยิบซาลาเปาขึ้นมาทำท่าให้ดู “แลกกันไหม?”

โจวโม่โม่เอียงคอมองเขา “อาเหว่ย หนูแค่เด็ก ไม่ได้โง่นะ อันไหนอร่อยหนูรู้น่า”

อาเหว่ยยิ้มแห้ง ๆ เจ้าตัวเล็กฉลาดเกินไป หลอกไม่ได้เลยแฮะ

ทุกคนกินข้าวเช้าเสร็จ ลูกค้าก็ทยอยกันมา

อาจเป็นเพราะงานแสดงเมื่อคืนดังเปรี้ยงปร้าง เช้านี้ลูกค้ามากินอาหารเช้าเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เพิ่งเจ็ดโมงครึ่ง บะหมี่กับซาลาเปาก็ขายหมดเกลี้ยง

“วันนี้ซาลาเปากับบะหมี่หมดแล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ พรุ่งนี้ค่อยมาทานใหม่นะ” น้าจ้าวยืนอยู่หน้าประตู ยิ้มอธิบายให้ทุกคนฟัง “วันนี้ลูกค้ามากินมื้อเช้าเยอะจริง ๆ ค่ะ”

“น้าจ้าว ซาลาเปาไส้หมูไม่เหลือสักลูกเลยเหรอคะ?” หญิงสาวคนหนึ่งยังไม่ถอดใจ มองน้าจ้าวตาละห้อย

“หมดแล้วจ้ะ ไม่เหลือสักลูกเลย” น้าจ้าวส่ายหน้า

“พรุ่งนี้ทำเยอะหน่อยสิครับ เมื่อวานเถ้าแก่โจวดังระเบิดเลย ใคร ๆ ก็อยากกินซาลาเปาฝีมือเขา อยากรู้ว่าจะหวานไหม”

“นั่นสิ แล้วเซี่ยลี่จวินล่ะ? วันนี้เธอไม่มาทานมื้อเช้าเหรอ?”

คนงานไม่ได้กินข้าวเช้า แต่ก็ไม่วายแซวเล่นสักประโยคสองประโยค

คนอื่นไม่รู้หรอก ว่าเซี่ยเหยาได้กินบะหมี่ซี่โครงหมูน้ำแดงไปแล้ว เธอหวีผมล้างหน้าให้โจวโม่โม่ แล้วเล่นกับแกอยู่พักหนึ่ง ถึงค่อยไปทำงาน

“แม่ว่าพรุ่งนี้ทำเจ็ดร้อยลูกก็ขายหมด” น้าจ้าวมองโจวเยี่ยนที่เดินออกมาจากครัวแล้วบอก

“ได้ครับ งั้นพรุ่งนี้เพิ่มซาลาเปาร้อยลูก เพิ่มบะหมี่ยี่สิบชาม” โจวเยี่ยนยิ้มพยักหน้า

นี่ถือว่าได้ดีเพราะบังเอิญแท้ ๆ งานแสดงศิลปวัฒนธรรมงานเดียว เซี่ยเหยาพาเขาดังเป็นพลุแตก แถมยังช่วยยกระดับชื่อเสียงร้านโจวเอ้อร์หวาให้สูงขึ้นไปอีก

ไม่ว่าจะมาเพราะอยากเผือกหรืออยากมาชิมจริง ๆ แต่ลูกค้าที่มาร้านวันนี้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเป็นเรื่องจริง

น้าจ้าวถาม “งั้นพะโล้กับกับข้าวอย่างอื่นต้องเตรียมเพิ่มไหม? ดูทรงแล้ว ลูกค้ามื้อเที่ยงกับมื้อเย็นก็น่าจะเพิ่มขึ้นด้วย”

โจวเยี่ยนเข็นรถออกจากร้าน “ผมไปวนดูรอบนึงก่อน ถ้ามีหัวหมูสวย ๆ ก็จะเพิ่มสักสองหัว เวลานี้ไม่รู้จะหาวัตถุดิบถูกใจได้หรือเปล่า”

โอกาสหาเงินต้องคว้าไว้ ต้องมีจมูกไวถึงจะฉกฉวยโอกาสได้

โจวเยี่ยนไปเดินตลาดเช้ารอบหนึ่ง ได้หัวหมูมาหนึ่งหัว หมูสามชั้นสิบจิน เนื้อสะโพกสองก้อน และผักเครื่องเคียงอีกนิดหน่อย

สำหรับการเพิ่มปริมาณอาหาร โจวเยี่ยนค่อนข้างระมัดระวัง

ขาดดีกว่าล้น

ถ้าวันนี้ลูกค้าเพิ่มขึ้นเยอะจริง การที่ลูกค้าบางคนไม่ได้กินก็ถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

เพื่อเพิ่มปริมาณการขาย แต่ไปซื้อวัตถุดิบที่ไม่ค่อยดีมาทำอาหารที่ไม่ค่อยน่าพอใจ นี่ไม่ตรงกับอุดมการณ์ของโจวเยี่ยน

สหายเหล่าโจวหิ้วหัวหมูไปจัดการ โจวเยี่ยนเพิ่งยกเนื้อเข้าครัว ข้างนอกก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น “โจวเยี่ยน!”

“อาจารย์?! แขกหายากแฮะ! อาจารย์มาได้ไงเนี่ย?” อาเหว่ยวิ่งเร็วกว่าโจวเยี่ยน พุ่งออกไปหน้าร้าน มองข่งกั๋วต้งอย่างตื่นเต้นดีใจ “คิดถึงผมเหรอ?”

“คิดถึงพ่อง! แกไม่อยู่ ฉันสบายหูสบายตาขึ้นเยอะ” ข่งกั๋วต้งปัดมือเขาออก มองโจวเยี่ยนที่เดินออกมาแล้วบอก “โจวเยี่ยน เอกสารจากมณฑลลงมาแล้ว ทางมณฑลอนุมัติให้พ่อครัวเยาวชนดีเด่นเข้าสอบวัดระดับเชฟเป็นกรณีพิเศษ ปีนี้ทั้งมณฑลมีแค่ห้าโควตา นายได้รับเลือก”

“จริงเหรอครับ!” โจวเยี่ยนตาเป็นประกาย ดีใจสุด ๆ “ขอบคุณครับอาจารย์ลุง!”

“ทั้งมณฑลมีแค่ห้าคนยังได้รับเลือก! อาจารย์โจวเทพเกินไปแล้ว!” อาเหว่ยอิจฉาตาร้อน

“ยินดีด้วยค่ะอาจารย์โจว” เจิงอันหรงยืนอยู่หน้าประตู ได้ยินข่าวก็ร่วมแสดงความยินดี

“ขอบคุณฉันทำไม อาจารย์ฉันส่งข้อมูลนายไป บริษัทอาหารและเครื่องดื่มส่งต่อไปที่มณฑล ผ่านการคัดเลือกหลายด่านจนได้รับเลือก ก็เพราะความสามารถนายล้วน ๆ” ข่งกั๋วต้งโบกมือ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม มองโจวเยี่ยนแล้วให้กำลังใจ “เตรียมตัวให้ดี ถ้าครั้งนี้สอบผ่านพ่อครัวระดับสาม แล้วทำคะแนนได้ดี ตามธรรมเนียมปีหน้าอาจจะสอบข้ามขั้นไประดับสองได้อีก”

“ผมจะตั้งใจเตรียมสอบครับ” โจวเยี่ยนพยักหน้า เรื่องสอบข้ามขั้นไประดับสองเขาก็รู้ ถ้าทำได้ เขาจะพยายามเต็มที่แน่นอน

ข่งกั๋วต้งหยิบใบสมัครกับหนังสือแจ้งออกจากกระเป๋าส่งให้โจวเยี่ยน “นายกรอกใบสมัครซะ หน่วยงานที่เสนอชื่อให้เขียนว่าฐานฝึกอบรมพ่อครัวเล่อหมิง”

“ได้ครับ” โจวเยี่ยนรับมา แล้วถามต่อ “อาจารย์ลุงครับ เจิงอันหรงจะสมัครสอบผ่านทางฐานฝึกอบรมพ่อครัวเล่อหมิงด้วยได้ไหมครับ?”

“เจิงอันหรง?” ข่งกั๋วต้งเพิ่งสังเกตเห็นเจิงอันหรงที่ยืนอยู่หน้าร้าน แปลกใจนิดหน่อย “ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่? ไม่ได้กลับไปร้านอาหารชิงเสินเหรอ?”

“ผู้จัดการข่ง ฉันลาออกจากร้านชิงเสินแล้วค่ะ ตอนนี้เป็นแม่ครัวร้านโจวเอ้อร์หวา” เจิงอันหรงตอบ

“เรื่องมันเป็นยังไง?” ข่งกั๋วต้งหันไปมองโจวเยี่ยน

“สหายเจิงอันหรงพื้นฐานแน่น ทำงานขยันขันแข็งและคล่องแคล่ว ผมเลยชวนมาทำงานที่ร้านครับ” โจวเยี่ยนอธิบาย “เธอไม่มีอาจารย์ และยินดีจะเรียนทำอาหารกับผม ผมเลยกะว่าจะรับเธอเป็นลูกศิษย์ ผมว่าฝีมือเธอดีพอที่จะสอบระดับสามแล้ว เลยอยากลองถามดูว่าสมัครผ่านฐานฝึกอบรมได้ไหม ถึงสอบไม่ผ่าน ก็ถือว่าได้หาประสบการณ์”

“รับลูกศิษย์?” คราวนี้ข่งกั๋วต้งตกใจจริง ๆ หันไปมองเจิงอันหรง “เสี่ยวเจิงเป็นนักเรียนดีเด่นของรุ่นเรา เธอจะฝากตัวเป็นศิษย์จริงดิ? แล้วตอนอยู่ในชั้นเรียนทำไมไม่บอก? จริง ๆ แล้ว ฉันก็พอจะพิจารณาได้รับอยู่นะ”

“พอเถอะครับอาจารย์ อย่าไปถ่วงความเจริญพี่เจิงเลย เขาอยากเรียนทำอาหารจริง ๆ นะ” ข่งลี่เหว่ยแซวอยู่ข้าง ๆ

“ไปไกล ๆ เลยไป!” ข่งกั๋วต้งเตะก้นไปทีหนึ่ง

“อาจารย์ลุง คงไม่แย่งลูกศิษย์ผมหรอกนะครับ?” โจวเยี่ยนอดขำไม่ได้ ข่งกั๋วต้งคิดจะปั้นไอดีรองแล้วสินะ

ข่งกั๋วต้งกระแอมสองที “อะแฮ่ม โจวเยี่ยน นายยังหนุ่ม ฝีมือยังพัฒนาได้อีกไกล อายุยี่สิบควรเอาเวลาไปพัฒนาตัวเองมากกว่า เรื่องสอนลูกศิษย์น่ะ เหมาะกับคนวัยกลางคนอย่างพวกฉันมากกว่า”

“เรื่องนี้เราพูดเองเออเองไม่ได้หรอกครับ ต้องถามความสมัครใจพี่เจิง” โจวเยี่ยนยิ้ม

สายตาทุกคนจับจ้องไปที่เจิงอันหรง

เจิงอันหรงตื่นเต้นนิดหน่อย ตอนอยู่ร้านชิงเสินไม่มีใครสนใจเธอเลย เธอเลื่อมใสตระกูลข่งมานาน ไม่กล้าฝันด้วยซ้ำว่าจะได้เป็นศิษย์สำนักนี้

ใครจะคิดว่า ทีแรกอาจารย์โจวบอกจะรับเป็นศิษย์ สอนทำซาลาเปาและกับข้าวสารพัด ตอนนี้รองผู้จัดการร้านเล่อหมิง ศิษย์เอกรุ่นสามตระกูลข่งอย่างข่งกั๋วต้ง ก็ยินดีรับเธอเป็นศิษย์เหมือนกัน

มองโจวเยี่ยนสลับกับข่งกั๋วต้ง เธอแทบไม่ลังเลเลย มองข่งกั๋วต้งด้วยความรู้สึกผิด “ผู้จัดการข่ง ขอโทษด้วยนะคะ ถึงจะยังไม่ได้กราบอาจารย์อย่างเป็นทางการ แต่ฉันก็เรียนทำอาหารกับอาจารย์โจวแล้ว ฉันซาบซึ้งในความเมตตาของคุณมากค่ะ แต่อาจารย์โจวเป็นผู้มีพระคุณที่มองเห็นความสามารถของฉัน และสอนฉันด้วยความอดทน ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะพัฒนาตัวเองไปกับอาจารย์โจวค่ะ”

“ตาถึง” อาเหว่ยแอบยกนิ้วโป้งให้

“ไปไกล ๆ เลย!” ข่งกั๋วต้งเตะไปอีกที ยิ้มบอก “ก็ได้ ถึงยังไงเธอเป็นศิษย์โจวเยี่ยน ก็ถือเป็นศิษย์ตระกูลข่งเหมือนกัน เรียกฉันว่าอาจารย์ปู่ มีอะไรไม่เข้าใจก็มาถามฉันได้ ฉันไม่กั๊กวิชาแน่นอน”

“ค่ะ” เจิงอันหรงพยักหน้า พยายามกลั้นยิ้ม

โจวเยี่ยนยิ้มมุมปาก ใช้ได้ ผู้หญิงคนนี้ไว้ใจได้จริง ๆ

“ข้อมูลเสี่ยวเจิง ที่ฐานฝึกอบรมเราก็มี เดี๋ยวฉันกลับไปดูหน่อย ถ้าคุณสมบัติครบทุกด้าน ฉันจะยื่นชื่อสมัครให้เลย” ข่งกั๋วต้งบอกโจวเยี่ยน

“ได้ครับ ขอบคุณครับอาจารย์ลุง” โจวเยี่ยนบอก

“ขอบคุณค่ะผู้จัดการข่ง” เจิงอันหรงหน้าบาน รีบขอบคุณตาม

เธอนึกไม่ถึงว่าเรื่องสมัครสอบจะราบรื่นขนาดนี้ ไม่มีการยื้อยุดอะไรเลย ข่งกั๋วต้งก็ตอบตกลงง่าย ๆ

ข่งกั๋วต้งโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ขอบคุณทำไม เป็นเด็กในสังกัดตระกูลข่งเหมือนกัน มีอะไรต้องขอบคุณกัน”

โจวเยี่ยนเชิญข่งกั๋วต้งเข้ามาดื่มชา

อาเหว่ยขยับไปข้าง ๆ ยิ้มตาหยีถาม “อาจารย์ ถึงตอนนั้นถ้าลูกศิษย์อาจารย์โจวเก่งกว่าลูกศิษย์อาจารย์ อาจารย์จะเสียหน้าไหมครับ?”

“งั้นแกก็ต้องทบทวนดูหน่อยว่าจะกลับบ้านไหม” ข่งกั๋วต้งตอบเสียงเรียบ “ยังไงฉันเตรียมไม้เรียวไว้รอแน่”

อาเหว่ยตาโต “อาจารย์ ผมแค่ล้อเล่น อาจารย์นี่จริงจังไปได้”

ข่งกั๋วต้งดูเมนู ยิ้มบอก “มีเมนูเพิ่มมาอีกเยอะเลยนะ”

“อาจารย์ เมนูนี่จิ๊บจ๊อย ลองดูเมนูโต๊ะจีนดีกว่า” อาเหว่ยวิ่งไปยกป้ายประกาศเข้ามา

“เริ่มรับจัดโต๊ะจีนแล้วสินะ...” สายตาข่งกั๋วต้งตกไปที่เมนูโต๊ะจีน สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไปทันที อ่านจบก็หันไปมองโจวเยี่ยนที่ยกชามาเสิร์ฟ “โจวเยี่ยน โต๊ะจีนราคาแค่สามสิบหยวน นายเสิร์ฟปลาไนผัดแห้งกับไก่หิมะเลยเหรอ?”

“ไม่ค่อยมีเมนูเชิดหน้าชูตาเท่าไหร่ครับ เลยต้องงัดสองเมนูนี้มาช่วยพยุงหน้าตา ให้เมนูดูดีหน่อย” โจวเยี่ยนยิ้มพยักหน้า

“ไก่ผัดพิทักษ์วัง เต้าหู้ผัดพริกเสฉวน เนื้อพะโล้... เมนูพวกนี้ที่นายทำ แต่ละอย่างเอาไปเป็นเมนูเด็ดประจำร้านได้เลยนะ! ขนาดนี้ยังบอกว่าไม่มีเมนูเชิดหน้าชูตาอีกเหรอ?” ข่งกั๋วต้งส่ายหน้า แล้วก็นึกอะไรขึ้นได้ มองเขาอย่างกังวลนิด ๆ “เขาว่านายซื้อบ้านที่เจียโจวแล้ว กะจะย้ายร้านไปเจียโจวเมื่อไหร่?”

“อีกนานครับ ต้องสร้างตึกใหม่ คงเป็นปีหน้าโน่นแหละ” โจวเยี่ยนยิ้มบอก

ข่งกั๋วต้งได้ยินก็โล่งอกไปหน่อย

“รอร้านโจวเอ้อร์หวาย้ายไปเจียโจว อาจารย์ก็น่าจะเพิ่งขึ้นแท่นผู้จัดการใหญ่ร้านเล่อหมิงพอดี อาจารย์ คิดว่าเจอกับเมนูโต๊ะจีนราคาสามสิบหยวนแบบนี้ ร้านเล่อหมิงจะมีโอกาสชนะแค่ไหนครับ?” อาเหว่ยยิ้มตาหยีสุมไฟ

ข่งกั๋วต้งมองเมนูเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “ห้าสิบห้าสิบ”

“อาจารย์ คนกันเองทั้งนั้น ซื่อสัตย์หน่อยน่า” อาเหว่ยหัวเราะ “ถ้าร้านเล่อหมิงไม่ปรับเมนู โต๊ะจีนราคาสามสิบหยวนเท่ากัน เล่อหมิงไม่มีทางชนะเลยสักนิด”

พูดจบ อาเหว่ยก็ไถลไปนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ เตรียมตั้งรับ

ข่งกั๋วต้งกลับสงบนิ่งผิดคาด พยักหน้ายอมรับ “ถ้าพูดถึงราคาเท่ากัน ทั่วทั้งเจียโจว ไม่มีใครเทียมได้”

จบบทที่ บทที่ 530 ทั่วทั้งเจียโจว ไม่มีใครเทียมได้

คัดลอกลิงก์แล้ว